Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
30 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 5





ทดลองย้าย เชิงอรรถ มาไว้ข้างบนบ้าง

งาย – เช้า
บัดแมง – ชั่วครู่. ประเดี๋ยว
ข้าวตอน – ข้าวเที่ยง
พระกรรโลงครรภ์ – พระมารดา
กปณ – ไร้ญาติ, อนาถา, ยากไร้, น่าสงสาร
เกลือก – เกรง, หาก, ถ้า, แม้, บางที, เผื่อว่า

....................


(5)

ผู้ออกจากฌานนิ่งอึ้งขณะมองมือของตนด้วยความประหลาดใจ... 

ภาพของหญิงสาวที่เขาติดตามดูจนกระทั่งได้เห็นเธอตกลงไปในน้ำยังคงชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ แถนหลวงมองเห็นร่างบางค่อยๆ จมดิ่งลงสู่บาดาลอันเวิ้งว้างด้วยความทรมาน ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีทว่าเนิ่นนานราวกับภาพนั้นเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า

นับตั้งแต่การตะเกียกตะกายทุรนทุรายจนกระทั่งลมหายใจเริ่มปลิดปลิวไปทีละน้อย เขามองดูด้วยความเวทนาและสุดเพิกเฉยเมื่อเห็นเธอกำลังจะตายต่อหน้า ชายหนุ่มกลั้นใจยื่นมือออกไปคว้ามือขาวซีดไว้ เผลอใจอยากช่วยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือพระยม

โดยแถนหลวงไม่ทันฉุกคิดว่าเขาและเธอต่างอยู่คนละห้วงมิติ ต่างทั้งเวลาและสถานะของร่างกาย ครั้นพอได้สติหวนถามตนเองว่าเหตุใดจึงสามารถสัมผัสแตะต้องหญิงสาวได้ ผู้เข้าฌานก็พลันหลุดออกจากภวังค์ กลับสู่โลกความเป็นจริง ณ สถานที่สถิตแห่งสังขารหน้ากองเพลิง

กายของเขาอบอุ่นด้วยไฟร้อน ทว่าร่องรอยสัมผัสจากมือเย็นชืดของหญิงสาวยังติดตรึงอยู่ในสัมผัส ราวกับว่าเธอมีตัวตนไม่ใช่นิมิตหรือมายาจิตคิดไป แถนหลวงทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ ไม่ทันรู้สึกตัวถึงเสียงตบประตูเรียกที่ดังอยู่พักใหญ่

“ข้าวงาย เสร็จแล้วขอรับ” กทลีร้องบอกผ่านบานไม้เข้ามา 

“บัดแมง ข้าจักออกไป” แถนหลวงตอบ ลุกจากอาสนะคว้าผ้านุ่งพาดบ่า เดินออกจากห้องไปล้างหน้าล้างตายังตุ่มด้านหลังอาศรม หลังผลัดผ้าเสร็จจึงเดินกลับมานั่งกินอาหารเช้า 

เช่นเดียวกับชาวบ้านในทุกครัวเรือนที่ตื่นกันตั้งแต่หัวรุ่งขณะฟ้ายังมืดสนิท หลังจัดแจงหุงหาอาหารข้าวปลากินกันเสร็จสรรพ ก็ห่อเสบียงคว้าเครื่องมือทำมาหากินออกไปท้องไร่ท้องนา บ้างลงเรือออกหาปลาในลำน้ำ 

ส่วนปู่เจ้าแถนหลวงอย่างเขาหลังอิ่มแล้วต้องเข้าวังไปถวายการตรวจอาการกัมรเตงไผทโกรม เฉกที่เคยปฏิบัติมาสองปีนับตั้งแต่เข้ามาพึ่งพระบารมี

“เรือมารอท่าแล้วขอรับ ข้าห่อข้าวกับปลาแห้งเปนข้าวตอน หื้อปู่เจ้าขอรับ” 

“ขอบใจ”

ห่างจากอาศรมไม่ไกลคือท่าน้ำ ความมืดที่ยังปกคลุมอยู่โดยรอบทำให้เขามองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากเปลวไฟสว่างจากแสงไต้ที่โชนแสงอยู่ด้านหัวเรือ ครั้นเดินไปถึงแถนหลวงจึงเห็นว่าผู้ที่มารอรับกลับไม่ใช่โขลนเหมือนดังเคย

“ขุนศรีสูรยะ เปนใดมาใดท่านจิ่งมาเถิงฟากเพ้ได้ อันใดบ่ขึ้นอาศรมไปกินข้าวกินปลาก่อน”

“ตามสบายท่านเถิด ข้าผ่านมาจักเข้าวังพอดีจิ่งแวะนำท่านไปด้วยกัน”

“ใดบ่หื้อคนไปแจ้ง ข้าจักได้เร่งมาหื้อไว แต่อย่างใดก่ขอบใจท่านหลาย ลำบากมาท่าแต่ฟ้ามืด”  

แถนหลวงก้าวขึ้นไปนั่งสมทบบนเรือ ถึงศรีสูรยะจะเป็นทหารคนสนิทของผู้ครองเมืองแต่เขาก็ให้ความเคารพนับถือผู้ดำรงตำแหน่ง ‘ปู่เจ้า’ ตามธรรมเนียมจึงละที่นั่งด้านหัวเรือไว้ให้ผู้ที่คนทั้งนครนับถือ เรือขุดไม้ตะเคียนบรรจุคนได้ราวหกคน มีคนนำไฟหนึ่ง คนแจวหนึ่ง แถนหลวงและศรีสูรยะรวมเป็นสี่เหลือที่กว้างขวางพอนั่งได้สบายตัว 

“สีหน้าท่านอย่างคนอดนอน ขุนศรีสูรยะ” แม้เพียงแวบเดียวที่ได้เห็นใต้แสงไฟ คนเป็นหมอก็สามารถสังเกตเห็นความอิดโรยในแววตาของอีกฝ่ายได้

“ท่านก่เหมือนคนบ่ได้นอนทังที่กลับมาก่อน” นายทหารหนุ่มทักกลับ

“อา...ข้าคงเหนื่อยมากไป” ภาพหญิงสาวที่กำลังจมน้ำยังคงวนเวียนอยู่ในความครุ่นคิดของแถนหลวง

เขานึกขำตนเองที่เป็นกังวลถึงผู้หญิงซึ่งไม่เคยรู้จักข้องเกี่ยวกัน นางอาจมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้จริง ทว่าไม่ใช่ในห้วงเวลาเดียวกันกับที่เขาดำเนินอยู่นี้ กระนั้นชายหนุ่มก็อดห่วงไม่ได้ว่าป่านนี้นางจะเป็นเช่นไร รอดตายหรือว่าสิ้นลมไปแล้ว

“ข้าไปเฝ้าอ้ายนักโทษประหารจนเกือบหัวรุ่งจิ่งได้กลับเรือน” ศรีสูรยะรำพึงปนถอนใจ

“กัมรเตงอัญคงลงทัณฑ์มันหนักอยู่” ชายหนุ่มปรารภ 

“ก่ตามที่ท่านรู้หั้นแล ผู้ใดระรานมาพระองค์ก่คืนสนอง”  

“ปานฉะนี้พระนางอุรสาเทวีคงทราบความแล้ว” แถนหลวงนึกถึงพระกรรโลงครรภ์ ของกษัตริย์หนุ่มขึ้นมา 

“สมเปนพหูสูตรผู้รอบรู้ กระทั่งเรื่องนี้ก่ทำนายได้แม่นยำยิ่งนัก” ผู้เป็นทหารเอกยกย่อง “แม้มีรับสั่งหื้อเก็บงำเรื่องเปนความลับ แต่กำแพงมีหูประตูมีช่องไหนเลยจักรอดพ้นหูพ้นตาคนของพระเทวีได้”

“ลอบปลงประชนม์...เรื่องใหญ่ประนี้หื้อเก็บงำไว้คงบ่ได้ เสียงอื้ออึงย่อมเหมือนควันไฟระบาดยากงำกลิ่นบ่หื้อคลุ้ง”

“หั้นแล้ว...หวังหื้อพระนางเค้นความจากพระบาทเจ้ากับปากก่คงยากลุล่วง แต่กับพวกข้าที่เปนข้าพระบาทคงเลี่ยงหลบกันบ่พ้นกบาล” ศรีสูรยะนึกอยู่ว่าจะทำอย่างไรหากถูกนางอุรสาเรียกไปเข้าเฝ้า

“เล่ห์ท่านมากมีบ่ใช่ฤาศรีสูรยะ พระองค์คำยังชื่นชมนักว่าท่านวางกลศึกได้เฉียบแหลมบ่ด้อยกว่าพระองค์ กับหญิงมากวัยผู้เดียวคงบ่เหลือบ่ากว่าแรงดอก” แถนหลวงเย้า

“บัดแมงพระนางไถ่ความข้าบ่ได้ ก่จักทรงพระวาโยเรียกหาปู่เจ้าแถนหลวงหื้อเฝ้า เมื่อหั้นคงเปนท่านที่ต้องระวังตัว แต่ก่ฟังว่าท่านหลบหลีกอิสตรีเชี่ยวชาญบ่น้อย หันทีข้าต้องขอคำแนะจากท่านครูบ้างเช่นกัน” นายทหารหนุ่มโต้กลับอย่างว่องไว 

“เปนครรลองของผู้ถือเพศพรหมจรรย์สมควรกระทำ อันว่าหมู่นางทังหลายก่เหมือนบ่อน้ำลึกตกลงไปบ่ตายก่ยากขึ้นมาโดยง่าย แม้นท่านใคร่ถือพรหมจรรย์บ้างข้าก่คงชี้ช่องหื้อแล” 

“อพิโธ่...” ศรีสูริยะหัวเราะ มีหรือคนหนุ่มโสดเช่นเขาจะยอมครองตัวสันโดษเช่นนักบวช ชายชาญชาตินักรบจะตายวันตายพรุ่งเมื่อใดก็ยังไม่รู้ มีแต่ต้องรีบหาเมียแล้วมีลูกให้มาก จึงได้ชื่อว่ากตัญญูต่อบุพการีและวงศ์ตระกูล  

ในระหว่างที่ทั้งสองสนทนากันเรื่อยเปื่อยสลับเงียบเสียงบ้างเป็นระยะ ม่านหมอกหนาโรยตัวปกคลุมทั่วผืนฟ้า ละอองไอเย็นสัมผัสผ่านผิวหน้าคนบนเรือไปแผ่วผิว ทางน้ำเบื้องหน้าฉาบทาด้วยความขมุกขมัวจนผู้สัญจรผ่านไม่สามารถมองเห็นหนทางได้ไกลเกินสองวา 

เปลวไต้สีทองสาดส่องไปในความมืดมน ผืนน้ำสีน้ำตาลแหวกแยกเป็นระลอกคลื่นยามท้องเรือเคลื่อนผ่าน เสียงหรีดหริ่งเรไรและสัตว์ป่าซึ่งเคยร้องระงมหายเงียบไปเหมือนนัดหมาย

“วันนี้วังเวงใจอย่างใดอยู่ เรือหาปลาหายไปทางใดเสี้ยงบ่มีสักลำ” ศรีสูรยะอดเปรยไม่ได้

ชั่วแวบที่แสงไต้กวาดผ่านไปบนผิวน้ำแถนหลวงแลเห็นเกล็ดของสัตว์บางชนิดสะท้อนแสงเลื่อมวาวก่อนจะไหววูบดำหายไปใต้เงาดำ

“ปู่เจ้า” ศรีสูรยะเรียกชายหนุ่มเป็นคำรบสองกว่าที่เขาจะขานรับ “ข้าหันอันใดในแม่น้ำ” 

“หันอันใด” เขาหวั่นใจที่จะได้คำตอบถึงบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่าง

“โน่นอย่างใด เฮ้ย แจวเรือไปดูทางโพ้น ข้าหันเงาตะคุ่มริมตลิ่ง” ฝีแจวเบนหัวเรือไปทางที่ผู้เป็นนายบอก คนถือไฟชูลำไต้โบกไปข้างหน้าเพื่อช่วยส่องให้เห็นไกลยิ่งขึ้น 

“มีอันใดก่บ่รู้ในน้ำขอรับ” 

“ดูหื้อแจ้งว่าอันใด” ร่างสูงร้องสั่งคนของตน มันชะเง้อมองอยู่นานจึงเปล่งเสียงร้องอย่างตกใจ 

“ผีน้ำ! ผีน้ำ!” 

“อ้ายนี่พูดจาเลื่อนเปื้อน ไป! ไปส่องหื้อแม่นว่าตัวอันใด เปนปูปลาก่ว่าเปนภูติผี” ศรีสูรยะเอ็ด คนถือไต้ยื่นมือกวาดออกไปอีกครั้งอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

“แม่นคนก่ เทียบเรือดูไว” แถนหลวงยืดกายขึ้นจนเกือบยืนทั้งตัว เขามองเห็นร่างคนจมน้ำครึ่งตัวนอนคว่ำหน้าเกยอยู่บนเนินทราย สภาพแน่นิ่งไม่บ่งบอกว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แล้วเหตุใดชายหนุ่มถึงได้รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาในอก

“คนจมน้ำ บ่รู้ว่าตายก่ขอรับ” 

“ลงไปดูก่รู้เอง” ศรีสูรยะตอบ เมื่อเรือจอดเทียบริมหาดทราย ชายทั้งสี่จึงตรงไปยังร่างไม่ไหวติงนั้นทันที 

ปู่เจ้าแถนหลวงก้าวเร็วๆ ไปถึงตัวของผู้ที่นอนอยู่เป็นคนแรก มือหนาสัมผัสผิวกายเย็นชืดอย่างเบาก่อนเขย่าให้รู้สึกตัว เมื่อไม่มีอาการตอบรับใดๆ เขาจึงพลิกใบหน้าซึ่งถูกปกคลุมด้วยปอยผมเปียกชื้นขึ้นมา 

ทันทีที่แสงไต้อาบไล้ลงมากระทบวงหน้าเนียน แถนหลวงก็ล่วงรู้ว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ใจได้เกิดขึ้นจริงเสียแล้ว...หญิงสาวคนที่เขาเห็นในนิมิต เธอมีตัวตนอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง! 

“ยังเปนก่ว่าตายท่าน” เสียงของศรีสูรยะกระตุ้นสติของแถนหลวงให้คืนกลับมา “นางเปนผู้ใดมาจากที่ใดกันเถิงได้มาจมน้ำนอนอยู่ประนี้ พวกเจ้าเคยหันหน้าก่” คนของเขาตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็นและคิดว่านางคงไม่ใช่คนในหมู่บ้านแถบนี้ 

แถนหลวงรีบตรวจสอบการเต้นของหัวใจเมื่อพบว่ามันแผ่วอ่อนจึงรีบดึงร่างบางขึ้นมานั่งพิงอกแล้วใช้สองมือประสานช้อนใต้ชายโครงกระตุ้นให้ร่างกายขับน้ำออกมาทางปาก 

“ท่านทำอันใด!” ชายทั้งสามต่างยืนดูด้วยความตระหนกที่เห็นผู้เป็นปู่เจ้าถึงเนื้อถึงตัวแนบชิดกับหญิงสาวเช่นนั้น 

“ข้าก่กำลังช่วยนางอยู่อย่างใด” 

“แต่ข้าหันท่านกำลังกระทำบัดสีกับนาง!” ศรีสูรยะรีบเข้าไปจับไหล่ รั้งไม่ให้ชายหนุ่มก้มลงประทับริมฝีปากกับร่างไร้สติ

“ปล่อย” แถนหลวงสั่งเสียงเรียบ “นี่เปนวิธีการรักษาของข้า นางผู้นี้ใกล้หมดลมแล้วท่านบ่เห็นฤา ข้ากำลังต่อลมหายใจหื้อนาง”

“ต่อลมหายใจ ท่านทำอย่างหั้นได้ด้วยรึ!” ศรีสูรยะปล่อยแถนหลวงทำการรักษาด้วยความทึ่งระคนเลื่อมใส “ข้าเคยหันพวกพ่อมดหมอผีมันปลุกคนตายหื้อฟื้น บ่นึกว่าท่านก่ร่ำเรียนวิชาเหล่าหั้นมาเช่นกัน เสียงเล่าลือว่าท่านมีอิทธิฤทธิ์เหมือนแถนฟ้าก่คงเปนความจริง”

หลังความพยายามผ่านพ้นไปครู่ใหญ่หญิงสาวจึงขย้อนเอาน้ำออกมาจากปากและจมูก ทรงอกกระเพื่อมหายใจแรงราวกับคนหอบจากนั้นจึงนอนแน่นิ่งไป

“นางตายแล้วรึ” ศรีสูรยะมองเห็นดวงหน้าซีดเผือดจากแสงไฟ นางไม่ต่างจากซากศพที่เขาเคยเห็นจากสมรภูมิ ผิดกันแต่พวกนั้นเลือดท่วมตัว ส่วนนางเลือดจางจนหมดตัว

“ยัง” 

“หั้นก่หื้อคนของข้าเอาตัวนางไปหาหมอยา เพลาล่วงเลยมาจนตะวันขึ้นแล้ว เราคงต้องรีบไปเสียที” ใช่ว่าเขาแล้งน้ำใจ แต่ด้วยเป็นคนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่เหนือสิ่งอื่นใด จึงมองเห็นเรื่องอื่นๆ มีความหมายรองไปเสียสิ้น

“บ่ต้องดอก” คนประคองหญิงสาวเอ่ยขัดอย่างรวดเร็ว “ไปอาศรมข้า หื้อข้าดูอาการนางจักว่องไวกว่า”

“ข้าคิดว่าพระพลานามัยของกัมรเตงผไทโกรมย่อมสำคัญเหนือกปณนารี มากนัก แล้วไยท่านจิ่งถือข้างนางผู้นี้มากกว่าไปเข้าเฝ้าพระองค์” ศรีสูรยะแย้ง

“พญามหากษัตริย์รึยาจกอนาถา สำหรับข้าชีวิตของมนุษย์ทุกผู้มีค่าเท่าเทียมกัน” 

“บ่รู้หัวนอนปลายตีนมาแต่หนใด เกลือก ว่าพาเข้าเรือน ข้าเกรงจักกลายเปนชักศึกเข้าบ้านแทนหนา”

แถนหลวงคลี่ยิ้ม หยัดกายขึ้นพร้อมกับอุ้มร่างบางไว้ในอ้อมแขน “ข้าเพิ่งรู้ว่าวีรบุรุษอย่างท่านกลับคร้ามย่านอิสตรีแค่คนเดียว”

“เผอเรอก่เปนเหตุหื้อข้าศึกเถิงตัว เมืองใหญ่แตกพ่ายมานักต่อนัก” นายทหารหนุ่มยืดอก ไม่สะเทือนกับวาจาค่อนแขวะของอีกฝ่าย เขาถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพใกล้ตายของหญิงสาว “เอาเถิด ท่านพานางไป ฟื้นเมื่อใดก่ค่อยว่ากัน”

“ถือเปนความกรรุณาแก่นางมากแล้ว” แถนหลวงนำนางขึ้นเรือ 

ศรีสูรยะย้อนกลับมาส่งทั้งสองยังอาศรม ผู้เป็นคนสนิทของกษัตริย์แห่งสุวรรณโคมคำไม่เห็นด้วยที่ท่านหมอจะอยู่ดูอาการหญิงแปลกหน้าต้อยต่ำ มากกว่าจะเดินนางเข้าวังไปถวายการรักษาผู้เป็นเจ้าเหนือหัว เขาได้แต่ครุ่นคิดสงสัยภายในใจ 

กปณนารีนางนี้มีอันใด ปู่เจ้าแถนหลวงถึงได้ร้อนรนไม่ให้ใครแตะต้องทั้งยังไม่ยอมละวางจากนาง น่าแปลกใจนัก! 

ผู้เป็นนายแห่งเรือนหันไปสั่งกทลีให้เรียกนางเสื่อง ข้าไทหญิงขึ้นมาช่วยผลัดผ้าผ่อนให้ร่างเย็นชืดในห้องระหว่างที่คนของเขาอีกส่วนเร่งต้มน้ำให้เดือด ชายหนุ่มทรุดลงตรวจอาการของหญิงสาว สีหน้าเป็นกังวล 

“ท่านบ่เปลี่ยนใจไปเฝ้ากัมรเตงไผทโกรมพร้อมข้าแน่ฤา พระองค์จักกริ้วเพียงใดท่านในฐานะผู้ใกล้ชิดคงรู้” 

แถนหลวงเลือกนางไม่ใช่สาเหตุเพียงเพราะอาการหนักกว่า แต่เพราะนางมีส่วนข้องเกี่ยวกับนิมิตของเขา หากทุกสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องจริง ก็ถือว่าผู้หญิงคนนี้ได้ประสบคราวเคราะห์อย่างเลวร้ายอย่างที่สุด

ความตายยังไม่น่ากังวลเท่ากับเรื่องหลังรอดชีวิต เขาเป็นผู้ทำให้นางต้องเผชิญกับวิบากกรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่จึงต้องมีส่วนรับผิดชอบอย่างยากที่จะปัดให้พ้นตัว 

บุรุษในชุดขาวพิศมองร่างบางก่อนปิดเปลือกตาลงราวกับยอมรับสิ่งที่จะตามมาโดยดุษณี

“เกลือกว่าการอยู่ของข้าช่วยหญิงผู้นี้ได้ ก่หื้อพระองค์ลงอาญาเถิด!”


“มันว่าเถิงเพียงหั้นเทียวรึ!” 

สุวรรณมุขทวารผินพระพักตร์กลับมามองนายทหารคนสนิทด้วยดวงเนตรถมึงทึง เช้านี้ปู่เจ้าแถนหลวงควรมาเข้าเฝ้าเพื่อถ่ายยาเปลี่ยนผ้าทำแผล กระนั้นศรีสูรยะกลับมารายงานว่าบุรุษผู้เป็นหมอประจำพระองค์ละทิ้งหน้าที่ ไปอยู่เยียวยาคนอนาถาแทนที่จะมารักษาพระเจ้าแผ่นดินอย่างเขา

“ท้าทายอำนาจด้วยคิดว่าข้าบ่กล้าลงทัณฑ์หรือไร!” ร่างสูงทรุดวรกายประทับบนพระแท่น พระองค์เพิ่งสร่างไข้เมื่อหัวรุ่ง หวังจะได้พบหมอในตอนเช้าแต่แล้วกลับต้องมาฟังเรื่องน่าโมโห

แถนหลวงเลือกดูแลหญิงที่เก็บได้ ละทิ้งงานในหน้าที่ไปทั้งที่ยังทรงประชวรไม่ทุเลา ราวกับไม่เห็นหัวพระองค์เลยแม้แต่น้อย 

“โปรดอย่าทรงกริ้ว” ศรีสูรยะคุกเข่าอยู่บนพื้นไม่รู้จะแก้ตัวให้ผู้ที่ไม่อยู่ในห้องได้อย่างไร “ข้าหันว่าปู่เจ้าเลือกนางด้วยอาการสาหัสมากนัก แม้นรอรีอาจเถิงแก่ชีวิตจิ่งบ่ได้ทูลขอพระราชอนุญาตจากพระองค์ก่อน”

“กปณนารีต่ำต้อยเพียงผู้เดียวละหื้อตายเสียจักเปนอันใด มีผู้คนวิมลากต้องล้มตายด้วยโรคระบาดหรือก่ด้วยการศึกสงครามแลทุพภิกขภัย แม้นมีหญิงชาวบ้านตายไปคนก่คงบ่สะเทือนต่อบ้านเมืองดอก” หนึ่งในมหาดเล็กว่าอย่างเห็นเป็นเรื่องมิบังควรที่หมอหลวงจะไปดูแลอาการเจ็บของหญิงชาวบ้านซึ่งไร้ความสำคัญ เทียบไม่ได้เลยกับท้าวพญามหากษัตริย์

นายทหารหนุ่มทราบแก่ใจว่าชีวิตของหญิงชาวบ้านผู้หนึ่งคงไม่อาจเทียบเท่าได้กับผู้เป็นเจ้าชีวิต หากเกิดเหตุอุปัทวันตรายไม่คาดฝันร้ายแรงถึงพระชนม์ชีพขึ้นมา ต่อให้เขาหรือแม้แต่แถนหลวงถวายหัวตนชดใช้ถึงร้อยครั้งก็ยังไม่สามารถทดแทนได้

“ไป! ไปตามตัวมันมาพบข้า” พญาสุวรรณมุขทวารบดีศรีโคมคำหยัดพระองค์ตั้งตรง วงพักตร์สงบนิ่งทว่าสุรเสียงกลับแข็งกร้าวฉุนเฉียว 

“จักลงพระอาญาปู่เจ้าแถนหลวงหรือขอรับ” ศรีสูรยะถามเสียงเครียดเคร่ง

ที่ผ่านมาปู่เจ้าถือว่าเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงสุดจากทุกคนในพระนคร ไม่เคยมีผู้ใดลงโทษปู่เจ้ามาก่อน อีกทั้งแถนหลวงผู้ดำรงตำแหน่งนี้ก็มิใช่คนธรรมดา หากมีวิชาความรู้ประดุจพ่อมดหมอผี ดุจปราชญ์แห่งแผ่นดินผู้มากด้วยความรู้ หากกระทำการผิดพลั้งไปปู่เจ้าไม่พอใจอาจทำพิธีสาปแช่งบ้านเมืองให้ถึงกับภัยพิบัติได้ทีเดียว

“ตระหนกไปไย ข้าบ่ได้จักฆ่าแกงมันสักน้อย” ทรงหลุบพระเนตรมอง

“ข้าพระบาทใคร่ขอพระราชทานความปรานี ละเว้นปู่เจ้าเพื่อหันแก่คุณความดีที่ผ่านมา” 

“ยังมีน้ำหน้ามาวอนแทน ข้าบ่ลงทัณฑ์เจ้าฐานดูดายปล่อยปู่เจ้าแถนหลวงทิ้งการไปก่ดีเท่าใด” สุวรรณมุขทวารเอ็ดอึง “มันชั่ว...ด้วยถือว่ามีปัญญา ยศถาบรรดาศักดิ์แลเปนคนโปรดจิ่งได้ยโส อวดดีท้าทายอำนาจกูผู้เปนเถิงพญาแห่งแผ่นดินนี้บ่ยำเกรง ความดีรักษาคนก่ส่วนหนึ่ง แลความชั่วละทิ้งหน้าที่ก่เปนอีกส่วนหนึ่งหักล้างกันบ่ได้” 

สุวรรณมุขทวารใคร่รู้นักว่าแถนหลวงจะมีข้อแก้ต่างอย่างไรมาล้างความผิดครั้งนี้ พระองค์จำเพาะคดีความกับแถนหลวงผู้เดียว ปกณนารีนางนั้นจะทรงละเว้นด้วยถือว่าเป็นคนเจ็บไม่รู้ตัว จะดีหรือตายก็ยังไม่รู้ชะตากรรม หาไม่แม้แต่นางเองก็ต้องรับโทษทัณฑ์ตกต้องอาญาเช่นกัน!


....................

จบตอน






Create Date : 30 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 17 มกราคม 2560 17:29:17 น. 22 comments
Counter : 1647 Pageviews.

 
อะไรกัน ทำไมโหด อ่านไปอ่านมาเริ่มงงว่าใครเป็นพระเอก ฮ่าาา สงสัยต้องกลับไปอ่านบทแรกใหม่ ภาษาที่ใช้ต้องใช้เวลาในการอ่านมากกกกกกกกก ต้องคิดไปด้วยว่าคำนั้นคำนี้แปลว่าอะไร


โดย: DekDoi IP: 101.51.221.195 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:8:10:18 น.  

 
ศัพท์ทางเหนือทั้งนั้นเลยยช๊อบบบชอบบบบ


โดย: Sugar IP: 1.4.232.143 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:03:00 น.  

 
สนุกมากกกก เนื้อเรื่องชวนติดตาม อยากอ่านตอนต่อไป


โดย: นงนง IP: 49.229.28.254 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:51:31 น.  

 
กำลังสนุกเลยค่า อยากอ่านต่อไวๆ มานั่งทำตาปรอยใส่คุณเกตต์

ว่าแต่ใครเป็นพระเอกคะเนี่ย แฮ่ๆ


โดย: Khunprawn IP: 124.120.68.149 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:59:51 น.  

 
จะรอดอาญากันไหม


โดย: sakeena IP: 125.24.240.103 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:11:08:42 น.  

 
เป็นนิยายที่ต้องใช้สมาธิและความตั้งใจอ่านสูงมากค่ะ สนุกดี ^^

รออ่านตอนต่อไป


โดย: Neung IP: 210.213.58.167 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:11:30:13 น.  

 
อ่านเป็นรอบที่ 2 แล้วก็ยังต้องใช้สมาธิอ่านเหมือนเดิม แต่ก็สนุกเหมือนเดิมเลยจ้าาา


โดย: yachair (yachair ) วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:13:45:55 น.  

 
ภาษาอ่านยากแต่ก็ไม่ยากเกิดที่จะอ่านเข้าใจได้ แค่ต้องใช้เวลาหน่อย สนุกค่ะ มาอ่านรวดเดียว 1-5 เลย


โดย: mineautumn IP: 110.168.37.170 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:13:51:34 น.  

 
ภาษาบ่เก่าขนาด ไม่ได้ใช้มานาน

ตกลงใครเป็นคู่พระ ตามชื่อเรื่องก็น่าจะเป็นพระสุวรรณที่บุคลิกให้เหลือเกิน แต่ปู่เจ้าก็ยังหนุ่ม แถมได้จุ๊บไปแล้วด้วย แล้วที่พูดเรื่องชะตากรรมนี่จะหมายความว่าไงนะ



โดย: nasa IP: 110.77.199.198 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:14:35:35 น.  

 
รออ่านทุกวันค่า


โดย: Beerbeer IP: 171.101.224.196 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:15:58:40 น.  

 
ลงทุกวัน ก็มาอ่านทุกวันนะคะ
อ่านอันเก่าไปนานมากแล้ว เพราะจำอะไรไม่ได้เลยค่าคุณเกตต์


โดย: first IP: 94.23.252.21 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:16:36:49 น.  

 
โหดจริงพ่อคุณ ตอนหน้าจะได้เจอกันแล้วใช่มั้ยคะ


โดย: ทราย IP: 223.207.243.194 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:17:33:24 น.  

 
ติดตามอ่านตั้งแต่ตอนแรก คิดว่าเรื่องนี้ต้องค่อยๆละเลียดใช้เวลาในการอ่านนิดนึง ขนาดตัวเองเป็นคนเหนือ แต่บางคำก็ยากจริงๆคงเพราะเป็นภาษาโบราณดั้งเดิมด้วยรึเปล่า สนุกดีคะ สนุกที่นอกจากต้องคาดเดาตัวละครในเนื้อเรื่องแล้ว ยังต้องมานั่งนึกเรื่องภาษาอีกด้วย เหมือนเก็บความรู้เข้าไปในหัวด้วย 😄


โดย: Nok IP: 27.55.196.131 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:20:09:35 น.  

 
เฮ่อ=33

เอาแต่ใจ


โดย: กรรดึก IP: 134.196.207.193 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:20:48:09 น.  

 
พ่อหลวงคะแนนตกฮวบเลยตอนนี้


โดย: unna_jung IP: 110.171.67.46 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:02:12 น.  

 
อย่าอู้น้าค้า ตามดูเช้าเย็นเลย อิอิ เเสดงว่าพิมนางในเงาเสน่หาคือร่างโคลนของขวัญอรุณหรอคะ อย่างนี้องคำ ไปเกิดเป็นพระเอกในเงาเสน่หาหรือเปล่าอ่าพี่เกด
ป.ล.จากใจชอบเเถนหลวงมากกว่าองค์คำอ่ะพี่เกด อย่าให้ร้างคู่เหมือนอันเดรอัสเลยนะคะ ฉงฉานเเถนหลวง


โดย: ดา IP: 171.5.247.143 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:04:11 น.  

 
สงสัยจะอู้ไม่ได้แล้วค่ะ มีแฟนคลับมาตามอ่านทุกวัน

ชอบเชิงอรรถแบบที่อยู่ข้างล่างมากกว่าค่ะ เพราะถ้าไว้ข้างบนจะยังไม่เจอคำที่ต้องการให้อธิบายน่ะค่ะ (ความรู้สึกล้วนๆ)


โดย: kira IP: 49.229.42.232 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:59:34 น.  

 
DekDoi - กษัตริย์มุ้งมิ้งน่าจะหาได้ยากในความจริงนะคะ

Sugar - ขอบคุณค่ะ ความจริงๆ ก็ปนๆ กัน

นงนง - ตามต่อเลยค่า

Khunprawn - พระองค์คำสิคะ

sakeena - ม่ายรอด

Neung - อย่าเพิ่งล้าไปก่อนนะคะ

yachair - ขอบคุณค่า

mineautumn - มีสมาธิและความอดทนดีเยี่ยมจริงๆ ค่ะ ยาวมากเลยนะนั่น

nasa - ผายปอดนับเป็นจูบด้วยเหรอคะ =_=

Beerbeer - ขอบคุณค่ะ

first - ดีค่ะ มาเริ่มอ่านใหม่กันเถอะ

ทราย - ยังค่ะ

Nok - อืม...อ่านทวนดูก็ว่าไม่ยากนะคะ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนอื่นจะเข้าใจกะคนเขียนด้วย - -'

กรรดึก - 555555

unna_jung - ได้ยินคำว่าพ่อหลวงทีไรก็คิดถึงผู้ใหญ่บ้านทุกทีค่ะ คำนี้ภาษาเหนือแปลว่างั้น พอเอามาเรียกกษัตริย์แล้วรู้สึกเมืองเล็กลงถนัดใจทีเดียว 55

ดา - พิมนางคือร่างโคลนของขวัญอรุณถูกต้องแล้วค่ะ แต่พระองค์คำไม่ได้ไปเกิดเป็นราหุ์เน้อ

kira - แล้วพอเจอคำที่ต้องการคำอธิบายจะเข้าใจเหรอคะ ถ้าเห็นก่อนจะได้รู้ไว้ล่วงหน้าไหมอะว่ามันแปลว่าอะไร แต่ก็ย้ายกลับมาไว้ข้างล่างเหมือนเดิมแล้วค่ะตอนหน้า


โดย: นราเกตต์ วันที่: 1 ธันวาคม 2558 เวลา:8:16:44 น.  

 
หมอจะอยู่ดูอาการหญิงแปลกหน้าต้อยต่ำ มากกว่าจะเดินนางเข้าวังไปถวายการรักษาผู้เป็นเจ้าเหนือหัว เขาได้แต่ครุ่นคิดสงสัยภายในใจ

เดินทาง ผิดนิสนึงค่ะ

โอ้ยยย ลุ้นจนไม่ต้องเข้าห้องน้ำห้องท่ากันทีเดียวเชียว สนุกสนานทะลุมิติจริงๆค่ะ


โดย: คนสวย IP: 223.207.115.206 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:17:12:53 น.  

 
จูบแรกของขวัญคือปู่เจ้า. ! เรื่องนี้พระรองที่แอบรักนางเอกคือปู่เจ้าแน่ๆ


โดย: อุษาสะพรั่ง IP: 192.99.14.36 วันที่: 14 ธันวาคม 2558 เวลา:14:13:02 น.  

 
สนุกค่าา
ปล. องค์คำเอาแต่ใจเน๊อะ ^_^


โดย: ณกานต์ IP: 223.206.244.53 วันที่: 22 ธันวาคม 2558 เวลา:16:13:43 น.  

 
อ้าว มือคู่นั้นของท่านปู่หมอหลวงนี่เอง

อยากรู้มากกกกก ว่าถ้าขวัณเจอท่านสุวรรณมุขทวารมันจะเป็นยังไง

เพราะขวัญดุแนวแล้ว ไม่ยอมคนแน่นอน อิ๊ๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: หนูแรคคูน IP: 182.232.29.101 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:30:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 68 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.