Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
29 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 4





รู้สึกเหมือนคนอ่านหาย 

..............

(4) 

กว่าแถนหลวงจะเสร็จสิ้นภารกิจอย่างแท้จริงเดินทางกลับมาถึงอาศรมได้ก็เป็นเวลาดึกสงัดเกือบย่างเข้าสู่วันใหม่ โขลนเดินนำกระบวนไฟมาส่งถึงกระได ชายหนุ่มกล่าวขอบใจก่อนเดินขึ้นเรือน เด็กรับใช้นามกทลีโผล่หน้าออกมารับงัวเงียพร้อมตะคันไฟ

“ยังบ่นอนหรือกทลี” ผู้สูงวัยกว่าคลี่ยิ้มขณะปลดย่ามสัมภาระส่งให้

“ยังขอรับ ข้ารอท่านอยู่ แต่ก่มล่อย หลับไปน้อยหนึ่ง” เด็กหนุ่มหัวเราะแหะๆ  

ตามปกติโขยม รับใช้ต้องตื่นก่อนนอนทีหลังเจ้านาย ทว่านับตั้งแต่มาฝากตัวอยู่กับปู่เจ้าความใจดีมีเมตตาอันมากล้นทำให้เขาไม่เคยเอาโทษหรือด่าว่าผู้อยู่ใต้ปกครอง มีเพียงถามด้วยความอาทร ผิดจากนายเรือนอื่นทำต่อโขยมของตนหลายขุม กทลีจึงกล้าพูดความจริงไม่โกหกปิดบัง

“ปู่เจ้าหิวก่ขอรับข้าจักไปจัดสำรับหื้อ”

“ข้าอิ่มหนำมาแต่วังแล้ว วันนี้มีความวุ่นวายมากอยู่ เจ้าก่ช่วยไปก่อไฟหื้อข้าสักกองเถิด” 

กทลีรับคำแล้วรีบไปหยิบท่อนฟืนที่ตัดเตรียมเอาไว้ในครัวไฟมาสุมเติมบูชาไฟภายในหลุมศิลาขนาดกว้างยาวด้านละสามศอกภายในห้องนอน ในบางคืนแถนหลวงจะสั่งให้จุดไฟและเลี้ยงไปไม่ให้ดับจวบจนถึงเช้า กระทำลักษณะเช่นนี้เป็นกิจวัตร โดยเฉพาะในคืนบุรณมี จะมีการบูชาเป็นพิเศษ

กระนั้นการประกอบพิธีต่างๆ กลับเก็บงำเป็นความลับ แม้แต่เขาซึ่งเป็นโขยมเพียงคนเดียวบนอาศรมก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไปยุ่งเกี่ยว ปู่เจ้าต้องการความเงียบสงัดและเป็นสมาธิ ไม่ปรารถนาให้ใครไปรบกวน ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงได้แต่ปฏิบัติหน้าที่ของตนไม่สอดรู้สอดเห็นให้มากความ 

“ขอบใจมาก” 

“ปู่เจ้าขอรับ...” กทลีก้มหน้าก้มตาถามเสียงตะกุกตะกัก แถนหลวงชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าห้อง “ฟังจากหมู่โขลนลาดตระเวนผ่านมาเมื่อละงาด  ลือว่าพระบาทเจ้าเจ็บมากนักหรือขอรับ”   

“ก่แค่ความลือ พระองค์คำมีบุญหนักมีผีฟ้าผีเมืองคุ้ม ทรงบ่เปนอันใดดอก” ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบเทาเหมือนเปลือกลูกไม้อ่อนแสงลงเล็กน้อย

“อั้นเหตุใดปู่เจ้าจิ่งแลบ่ชื่นบานเล่าขอรับ”

“กทลีเอ๋ย...เป็นด้วยข้าสังเวชชะตานักโทษวันนี้ มันยั่วโทสะกัมรเตง ไผท โกรม  ทำให้ทรงกริ้วหนักตัดแขนตัดขาแลควักลูกตานำไปทรมานจนตายทุกข์ทนคาไม้งิ้ว”

กทลีตัวสั่น เขาเคยเห็นการทรมานนักโทษประจานกลางอาปณ นิคมมาก่อน ภาพความน่ากลัวยังติดตาฝังแน่นในความทรงจำจนเก็บมานอนฝันร้ายเสียหลายคืน หลังจากนั้นมาเด็กหนุ่มจึงเข็ดขยาด ไม่เคยไปมุงดูการทรมานนักโทษทั้งหลายอีก

“มีชุมนุมกันเมื่อใดข้าสยอนแสยงใจทุกครา บ่กล้าแลขอรับ” 

“ดีแล้วที่เจ้าบ่รวมอยู่ในคนหมู่หั้นผู้ใดยินดีในความทุกข์ของผู้อื่น ผู้หั้นยังจิตใจของตนหื้อตกต่ำกว่าคนหมู่หั้น”

“ข้าจักจำคำสอนของปู่เจ้าขอรับ”   

แถนหลวงมองผู้อยู่ในโอวาทด้วยดวงตาอ่อนโยน แรกเริ่มเขาเวทนารับกทลีไว้เพราะถูกยัดเยียดมาจากครอบครัวของเด็ก เนื่องจากเคยช่วยรักษาบิดาให้หายป่วย มารดาของกทลีจึงยกบุตรชายคนกลางให้ติดตามเป็นข้ารับใช้ 

ในฐานะปู่เจ้าที่ชาวบ้านให้การนับถือยกย่อง มีชาวบ้านมากมายอยากยกบุตรหลานให้ร่ำเรียนเป็นศิษย์หรือแม้แต่เป็นข้ารับใช้ก้นอาศรม ด้วยหวังให้มีวิชาติดตัวจะได้ถวายการรับใช้เบื้องพระบาทเป็นใหญ่ต่อไปในภายหน้า 

ทว่าแถนหลวงกลับชอบความสันโดษ ปลีกตัวไม่นิยมมีบริวารไว้ใช้สอยวุ่นวาย แม้พระองค์คำพระราชทานข้าไทให้ชายหนุ่มก็บอกปัดปฏิเสธ กระนั้นก็ยังมีข้าหลายคนที่สมัครใจเข้ามาทำงานให้ทุกวัน ตกค่ำจึงกลับไปเรือนใครเรือนมัน เหลือแค่กทลีไว้รับใช้ข้างบน

แถนหลวงปิดประตูลงดาล ไฟจากหลุมศิลาส่องสว่างกระทบร่างสูงจนแลเห็นเป็นเงาดำบนผนังห้อง เขาเดินไปทรุดบนอาสนะใกล้กับกองเพลิง หยิบภาชนะดินเผาขึ้นมารินน้ำดื่ม เครื่องใช้ไม้สอยภายในห้องทุกชิ้นบ่งบอกถึงความสมถะเช่นเดียวกับชาวบ้านสามัญชนทั่วไป หาได้มีสิ่งใดบ่งบอกถึงฐานะสูงส่งของผู้เป็นเจ้าของ 

สายลมพัดพาละอองน้ำขึ้นมาจากแม่น้ำผสานความเย็นชื้นของพรรณไม้ในป่าใหญ่ อาศรมหลังนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากขรนที สามารถแลเห็นหรือเดินลงไปยังท่าน้ำได้ในเวลากลางวัน ในคืนวันเพ็ญที่พระจันทร์ดวงใหญ่เป็นพิเศษเช่นนี้ ทั่วบริเวณดูกระจ่างราวอาบไล้ด้วยแสงทองลออ ผิวน้ำทอประกายพลิ้วไหวเป็นระลอกคลื่นเสมือนมีบางสิ่งกำลังแหวกว่ายอยู่เบื้องล่าง

ชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิ ผ่อนลมหายใจ ปิดเปลือกตาลงเพื่อเข้าสู่การเพ่งอารมณ์ในการเจริญกรรมฐาน ทำจิตใจให้เบาสบาย ปล่อยว่างจนจิตนิ่งสงบ สรรพเสียงภายนอกทั้งเสียงลมพัด เสียงของใบไม้เสียดสีกัน เสียงแมลงกรีดร้อง เสียงนกและสัตว์กลางคืนที่ออกหากิน ค่อยๆ เลือนหายไปจากการรับรู้ได้ยิน 

แต่แล้วจู่ๆ ในความว่างเปล่าจิตของเขาซึ่งเดินทางไปไกลจนลิบโลกก็ถูกกระชากกลับมาด้วยเสียงประโคมดนตรีดังอึกทึก แถนหลวงมองเห็นตนเองยืนอยู่บนริมฝั่งขรนทีอันกว้างใหญ่ อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำซึ่งเคยมีแต่ความมืดมิดกลับคึกครื้นไปด้วยแสงสว่างไสวหลากสีและผู้คนจำนวนมาก 

เพียงวูบเดียวจิตของเขาก็ก้าวข้ามแม่น้ำมายืนอยู่บนริมฝั่งที่มีหมู่คนจำนวนมากนั้น ทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแต่งตัวสวยสดงดงามราวกับกำลังมีการเฉลิมฉลองอะไรบางอย่าง ร้านรวงเต็มสองฝั่งถนน หญิงวัยกำดัดกลุ่มหนึ่งหัวเราะคิกคักเดินเยื้องกรายผ่านหน้าเขาไป 

ร่างสูงเฝ้ามองด้วยความสนใจ แม้ไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้แต่รู้สึกคุ้นเคยในบรรยากาศอยู่พอควร 

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ!”

แถนหลวงรู้สึกว่าตนเองถูกชนเข้าอย่างแรงจนร่างเซไปด้านหลัง หญิงสาวหน้าตาหมดจดในชุดสีตองหันมากล่าวขอขมาเขาด้วยความร้อนร้นก่อนเดินจ้ำหายไปในฝูงชนอย่างเร่งรีบ 

ทั้งที่คนอื่นไม่สามารถมองเห็นอีกทั้งยังเดินผ่านตัวเขาไปราวกับอากาศธาตุ เหตุเพราะแถนหลวงในเวลานี้ไม่มีตัวตน เป็นเพียงจิตซึ่งล่องลอยอยู่ในกระแสกรรม ไร้ภพภูมิ ไร้กาลเวลา 

แล้วเหตุใดผู้หญิงคนนั้นจึงสามารถสัมผัสและมองเห็นกายละเอียดของเขาได้!

เร็วเท่าการเคลื่อนของจิต พริบตาแถนหลวงก็มายืนอยู่ข้างๆ และเฝ้าติดตามดูหญิงสาวกำลังเดินฝ่าฝูงชนไปยังปะรำสีขาวซึ่งตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางแสงสว่างจากดวงไฟหลากสี



ขวัญอรุณรีบร้อนกระทั่งเดินกระแทกเข้ากับร่างของใครคนหนึ่ง แต่เมื่อเธอหันกลับไปขอโทษกลับไม่พบว่ามีใครยืนอยู่ตรงนั้น วันนี้เป็นวันฉลองเปิดพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีคนทั้งประเทศหรือไม่ก็ทั้งโลกได้กระมังมาร่วมงาน บนถนนเลียบริมแม่น้ำโขงแทบไม่มีที่ให้เธอแทรกตัวเดินผ่านอย่างสบาย หญิงสาวต้องกลั้นหายใจเบียดเสียดไปจนกระทั่งถึงปะรำพิธีของกองอำนวยการจัดงาน

ศาสตราจารย์วารีเห็นหลานสาวรอดชีวิตออกมาจากคลื่นมหาชนด้วยสารูปทรุดโทรมจึงร้องเสียงหลง “ตายแล้วแม่ขวัญ ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาน่ะฮึเรา ดูซิหน้าตาดูไม่ได้เลย”

ขวัญอรุณปาดหลังมือเช็ดเหงื่อบนใบหน้าอย่างลวกๆ โดยไม่สนใจว่าเครื่องสำอางจะเลอะเทอะไปกว่าเดิมหรือไม่ อากาศเย็นแต่ตัวเธอกลับร้อนเหมือนอยู่ข้างกองไฟ คงเป็นเพราะความแออัดของผู้คนจึงทำให้อากาศไม่ถ่ายเทอบอ้าวกว่าปกติละมัง

“อย่าเอามือเช็ด” วารียื่นกระดาษชำระอเนกประสงค์ให้ “ไปเดินเที่ยวสนุกไหมลูก ได้อะไรมาบ้าง”

“บรรยากาศสวยมากเลยจ้ะ ในเมืองทุกบ้านพร้อมใจกันจุดตะเกียงแล้วก็โคมไฟหน้าบ้าน แต่งชุดไทยนุ่งซิ่นกันทุกคน พอมาถนนเลียบแม่น้ำก็มีขบวนแห่ ขบวนฟ้อน กลอง ข้างๆ ก็มีวงเครื่องสายมโหรี ร้านที่มาออกก็มีแต่ของพื้นบ้านมาขาย พวกขนมโบราณที่เราไม่ค่อยได้เห็นแล้ว นี่ไง ขวัญซื้อมาเยอะแยะเลย” หญิงสาวชูของในมือซึ่งห่อด้วยใบตองและเชือกกล้วยแบบไทยๆ 

“คุ้มกับที่กลับมาจากลอนดอนเลยไหมน้องขวัญ” หนึ่งในสตาร์ฟจัดงานหันมาถาม 

ทีมโบราณคดีของศาสตราจารย์วารีอยู่ทำงานกระทั่งสนิทสนมกับข้าราชการในพื้นที่เป็นอย่างดี ทุกคนได้ฟังเรื่องราวของหลานสาวของอาจารย์คนเก่งมาบ้าง ยิ่งมาได้เจอตัวจริงอันน่าทะเล้นจึงให้ความเอ็นดูอย่างง่ายดาย

“โหย คุ้มมากค่ะพี่” เจ้าหล่อนลากเสียงยาว “เนี่ยขวัญอุตส่าห์ลงทุนแต่งชุดไทยทั้งที่เดินหรือก็เหมือนเป็ดเพื่อถ่ายรูปไปให้เพื่อนทางโน้นดูเลยนะ เป็นไงคะแต่งขึ้นไหม” 

ขวัญอรุณเกล้าผมมวยสูงค่อนไปทางกระหม่อม ประดับด้วยเอื้องผึ้ง ปิ่นทองและหวีสับ สวมเสื้อแขนยาวเข้ารูปสามส่วน ห่มสไบทับ นุ่งซิ่นก่าน  ทอจากผ้าฝ้ายงดงามสมวัยสาว

“จ้าๆ ขึ้นมาก” เพื่อนร่วมปะรำสนับสนุน 

 “ขนาดแต่งตัวแบบนี้นะยังกระโดกกระเดกเหมือนม้าดีดกะโหลกอยู่เลย” คนเป็นยายปรายตาค้อน อดค่อนไม่ได้ 

“แหม ถ้าแต่งตัวปุ๊บแล้วเปลี่ยนเป็นคนละคนปั๊บก็เสียเอกลักษณ์แย่สิจ้ะ” ขวัญอรุณหัวเราะ

“แล้วขวัญไปลอยประทีปมารึยัง” การไหลเรือไฟเริ่มไปแล้วตั้งแต่เมื่อตอนหัวค่ำ จนถึงตอนนี้คนก็ยังทยอยลงไปลอยประทีปกันไม่ขาดสาย

“ยังเลยค่ะพี่ ขวัญว่าจะไปลอยตรงหน้าวัง จะได้ถ่ายรูปตรงนั้นด้วย” 

“งั้นก็ระวังหน่อยนะนักท่องเที่ยวเยอะมากเดี๋ยวจะตกน้ำตกท่าไป”

“ค่ะ แล้วยายล่ะจ๊ะไปด้วยกันไหม” หญิงสาวหยิบถุงใส่ประทีปที่ฝากไว้ตั้งแต่เริ่มงานขึ้นมา 

“ไม่เอาหรอก ยายเดินไม่ไหวแก่แล้ว ไปเถอะ มองจากตรงนี้ก็เห็น” ศาสตราจารย์วารีโบกไม้โบกมือ ขวัญอรุณโอบกอดหญิงสูงวัย

“อยู่ตรงนี้ยายไม่เหงานะ เดี๋ยวขวัญจะรีบกลับมา”

“เหงาอะไรกันคนออกให้คึกขนาดนี้ มัวรำพี้รำพันอยู่นั่น ไปไป๊!” มือเหี่ยวย่นโบกไล่ เธอหัวเราะจนตาหยีเดินแกมวิ่งไปทางพระราชวังจำลอง พอไปได้ครึ่งทางก็หันมาโบกมือหยอยๆ เรียกรอยยิ้มจากหญิงชราและทุกคนที่ชื่นชมในความรักความผูกพันแน่นแฟ้นของสองยายหลาน

พระราชวังจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เป็นจุดขายของงานในครั้งนี้เท่าๆ กับหลุมฝังศพโบราณซึ่งอยู่ใกล้เคียง ไม่ว่าใครก็อยากมาชื่นชมความงามและถ่ายรูปท่ามกลางแสงหลากสีจากไฟประดับ ภายในท้องน้ำยังสะท้อนเงาของประทีปดวงไฟนับร้อยนับพันดวง

หญิงสาวเก็บภาพอย่างมันมือ ตั้งใจจะส่งไปให้พ่อและแม่ที่กำลังเดินทางทำงานด้านสารคดีสัตว์ป่าอยู่ต่างแดนแทนโปสการ์ด ถึงแม้ยุคนี้การติดต่อสื่อสารจะไฮเทคโนโลยีขนาดโทรคุยกันแบบเห็นหน้าได้ด้วยภาพสี่มิติ แต่เธอก็ยังชอบความคลาสสิกของตราประทับบนแผ่นกระดาษมากกว่าอยู่ดี

ขวัญอรุณเก็บกล้องจากนั้นจึงเดินไปยังโป๊ะไม้ไผ่ซึ่งใช้เป็นท่าน้ำชั่วคราว ดวงประทีปลอยล่องบนผิวน้ำดาษดื่นนับพันดวง หญิงสาวทรุดกายนั่งริมขอบรั้ว หยิบกะลาประทีปที่ซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อบ่ายออกมาจากถุง จุดไฟพยายามเลี้ยงไว้ไม่ให้ถูกลมพัดดับก่อนจะอธิษฐานแล้วโน้มตัวลงปล่อยให้ประทีปดวงน้อยลอยไปตามกระแสน้ำ

ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อสองสามวันก่อนเธอยังนั่งหนาวอยู่ในลอนดอน แต่เพียงพริบตาเดียวก็มานั่งอยู่ในบรรยากาศอันงดงาม บนผืนฟ้าพราวพร่างดาว บนผืนน้ำก็มีดาวดารดาษ

เธอมองภาพตรงหน้าอย่างหลงใหล กะลาซึ่งมีไฟประทีปวับแวมลอยตามติดประทีปดวงอื่นไปเป็นแพ บางดวงก็ชนกันก่อนจะแยกจาก บางดวงลอยเลื่อนไปเป็นคู่น่าเอ็นดู แต่ในระหว่างที่กำลังรื่นรมย์กับการชมดวงไฟบนผิวน้ำ 

จู่ๆ ขวัญอรุณก็สังเกตเห็นเงาผิดปกติบางอย่างวูบผ่านไปใต้คลื่น ลักษณะโค้งดำคล้ายกับสิ่งที่มีขนาดยาวใหญ่แหวกว่ายอยู่พริบตาแล้วก็ดำหายไป ร่างบางกะพริบตาถี่ๆ พยายามเพ่งมองหาทว่าไม่พบสิ่งใด

หญิงสาวเขยิบหนีไปยังอีกมุมหนึ่งของโป๊ะเมื่อมีคนทยอยลงมาแออัดทางด้านหลัง นักท่องเที่ยวยังคงให้ความสนใจในการลอยประทีปกันอย่างเนืองแน่น ทว่าเกิดเหตุไม่คาดคิดในขณะที่เธอกำลังหลบคนเดินขึ้นลง ทันใดนั้นโป๊ะซึ่งมีความแข็งแรงทนทานก็ถูกบางสิ่งบางอย่างใต้น้ำกระแทกชนโดยแรง

ผู้โดยสารต่างพากันเกาะยึดสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเอาไว้โดยทันที เสียงร้องด้วยความตระหนกหวีดแหลมพร้อมโป๊ะถูกกระแทกอย่างแรงอีกครั้ง ก่อนที่จะมีใครทันตั้งตัวลูกบวบซึ่งเคยถูกมัดอย่างแน่นหนาก็แตกออก กระแสน้ำที่เคยเห็นว่าสงบกลับเชี่ยวกราดฉีกปล้องไม้ไผ่ออกจากมัดอย่างง่ายดาย 

หญิงสาวเกาะราวไม้เอาไว้แน่นใบหน้าซีดเผือด เสียงร้องดังระงมไปทั่วเพียงไม่กี่วินาทีแพก็ถูกน้ำท่วมจนหมด ร่างบางจมลงไปในน้ำเย็นเฉียบ ทุกคนต่างว่ายหนีเอาชีวิตรอดขึ้นฝั่งโดยไม่มีเวลาเหลียวมองดูใคร 

หน่วยกู้ภัยของตำรวจน้ำรีบส่งเรือเร็วเข้ามาช่วยพร้อมกับเสื้อชูชีพและห่วงยาง หญิงสาวพยายามชูมือร้องบอกจุดที่ตนเองอยู่ให้พวกเขาสังเกตเห็น  

“แม่จ๋า...” มีเด็กหญิงคนหนึ่งเกาะลำไม้ไผ่เอาไว้ได้ เสียงเล็กๆ ปนสะอื้นถูกเสียงเครื่องยนต์ของเรือกลบมิด   

“มีเด็กอยู่ตรงนี้ค่ะ...ช่วยด้วย...” ขวัญอรุณพยายามโบกมือให้เจ้าหน้าที่เห็นและชี้ไปยังจุดที่เด็กอยู่ หลังสำลักน้ำไปหลายอึกความพยายามของเธอถึงได้ผล แสงสปอร์ตไลท์สาดมากระทบมือขาวเผือดซึ่งโบกไหวอยู่เหนือผิวน้ำท่ามกลางเศษวัสดุลอยฟ่องเกลื่อนกลาด

“มีเด็กอยู่ตรงนั้น!” เรือเร็วของตำรวจน้ำเคลื่อนไปช่วยเด็กแต่ก็ไม่ลืมเธอ “เหลือห่วงยางเพียงแค่อันเดียว คุณยังไหวไหม” 

“ฉันยังไหวค่ะ...ช่วยเด็กก่อน” ขวัญอรุณพยายามพยุงตัวเอาไว้สุดความสามารถ เจ้าหน้าที่จึงโยนห่วงยางให้เด็กหญิงเกาะแล้วค่อยๆ สาวเชือกช่วยกันดึงร่างน้อยเข้ามาหา 

ระหว่างที่คนบนเรือกำลังสาละวนกันช่วยชีวิตเด็ก ขวัญอรุณเคยคิดว่าตนเองว่ายน้ำเก่งในระดับหนึ่ง ทว่าพอมาประสบเหตุแบบนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถพอเอาตัวรอดได้อย่างที่คิด 

แม้พยายามถีบตัวให้อยู่เหนือผิวน้ำทว่าผ้าซิ่นสำเร็จรูปกลับแคบเกินกว่าที่เธอจะขยับขาได้ดังใจ อีกทั้งผ้าสไบที่ลอยมาปิดใบหน้าพันลำคอทำให้อึดอัดหายใจไม่ออกและมองอะไรไม่เห็น ความหนาวเย็นของสายน้ำทำให้มือเท้าเริ่มชาไร้ความรู้สึก หญิงสาวตะเกียกตะกายไม่ให้ตนเองจมลงไปแต่ไม่ช้าก็พ่ายแพ้ให้กับความอ่อนล้าหมดแรง

เธอกำลังจมลงไปเรื่อยๆ ลมหายใจที่ร่างกายกอบโกยเข้าไปทำให้ขวัญอรุณถึงกับสำลักและกลืนน้ำแบบไม่มีทางเลี่ยง ก่อนจะไอและอาเจียนออกมาจนเจ็บแปลบบริเวณชายโครง เพื่อให้หนีจากความตายคนจมน้ำจึงกระเสือกกระสนถีบตัวเองให้พ้นผิวน้ำขึ้นมาสูดอากาศ 

ดวงตาพร่าฟางแลเห็นภาพของเรือเล็กสีขาวกลางท้องน้ำประหนึ่งอยู่ไกลริบหรี่

เป็นเฮือกสุดท้ายที่หญิงสาวสามารถทำได้ เธอสำลักน้ำเข้าปอด ทรมานทุรนทุราย ฟองน้ำลายถูกพ่นออกมาจากปากคล้ายปะปนด้วยเลือดจางๆ สติสัมปชัญญะเลื่อนลอยออกไปไกลทุกขณะ

...ความรู้สึกของคนใกล้ตายมันเป็นแบบนี้เอง

เบื้องล่างแม่น้ำเงียบสงัด เธอสัมผัสได้ถึงความสงบนิ่งราวกับทุกสิ่งหยุดเคลื่อนไหว ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีความมืด ปราศจากกาลเวลาเสมือนตกอยู่ในห้วงอุโมงค์อันกว้างใหญ่ลึกล้ำไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่ว่าจะเป็นนรกหรือสวรรค์เธอก็ยังไม่อยากไป!

ขวัญอรุณร้องตะโกนในใจ 

อยากกลับไปหายาย ไปหาพ่อกับแม่! ช่วยด้วย ใครก็ได้ ได้โปรดช่วยเธอด้วยเถอะ อย่าให้ต้องมาตายแบบไร้ความหมายอย่างนี้เลย!

ในความสิ้นหวังพลันมือใหญ่ของใครบางคนก็เอื้อมมาคว้าจับมือของเธอเอาไว้มั่น แล้วฉุดกระชากร่างหญิงสาวให้ปลิวติดตามไปด้วยกำลังมหาศาลเพื่อขึ้นสู่เบื้องบน

...จากก้นบาดาลสู่พื้นโลกที่เธออาจไม่ปรารถนา



....................

จบตอน






Create Date : 29 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 17 มกราคม 2560 17:28:49 น. 23 comments
Counter : 1583 Pageviews.

 
ไม่หายค้าาาา มาตามอ่านทุกวันเลยค้า เรื่องนี้รอมานานแสนนาน. ดีใจสุดๆๆ


โดย: นงนง IP: 49.229.81.164 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:6:45:07 น.  

 
มาแสดงตัวว่ายังติดตามอ่านอยู่นะคะ อยากรู้แล้วว่ามือใครมาช่วยขวัญ :)


โดย: Neung IP: 49.229.50.33 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:8:33:02 น.  

 
จะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าขวัญนะ คนที่ช่วยจะใช่แถนหลวงมั้ยนะ


โดย: DekDoi IP: 1.46.199.238 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:8:51:57 น.  

 
แสดงตัวว่าเข้ามาอ่านค่า รักเรื่องนี้ รอเรื่องนี้มานานนนนนนมากจริงๆ :)


โดย: โน๊ต IP: 125.25.12.59 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:44:47 น.  

 
จะติดตามเรื่องนี้ทุกวี่ทุกวันคะ


โดย: ปิ่นปินัทธ์ IP: 202.28.119.226 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:33:32 น.  

 
ยังตามอ่านอยู่ค่ะ ^^


โดย: Jan January IP: 49.229.81.117 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:52:19 น.  

 
เค้ายังอยู่จ้า


โดย: ตัวอ้วน IP: 1.46.32.116 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:13:21:02 น.  

 
ยังติดตามอยู่คะ หลังจากที่รอเรื่องนี้มานาน


โดย: Meko IP: 58.8.213.30 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:15:17:00 น.  

 
รอติดตามอ่านค่ะ


โดย: คุณย่ายังสาว หัวใจยังใส IP: 124.120.18.62 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:15:45:01 น.  

 
อ่านค่า

ความถี่กำลังดีแล้วค่ะ


โดย: kira IP: 49.229.99.82 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:20:41:34 น.  

 
นางเอกเราย้อนอดีตไปแระ ไม่อยากจะบอกเลยว่าตอนที่อ่านเวอร์ชันเก่า แอบเชียร์แถนหลวง ^^


โดย: unna_jung IP: 171.98.208.127 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:27:44 น.  

 
ยังไม่หายนะคร้า ตามมาแว้วๆ สนุกเหมี๊ยนเดิม


โดย: เจ้าแต้ม IP: 171.6.209.209 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:22:39:09 น.  

 
ไม่ได้หายหรอกค่ะ รอตอนที่15++อยู่ อ่านไว้นานแล้วแต่ยังพอจำได้


โดย: Wana IP: 124.121.203.101 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2558 เวลา:23:25:30 น.  

 
ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกันค่ะ


โดย: นราเกตต์ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:5:05:42 น.  

 
โขยม เปิดหาคำอ่านกันเลยทีเดียว 555+


โดย: sakeena IP: 125.24.240.103 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:58:35 น.  

 
ยกมือโบกไปมา อยู่ทางนี้ค่าา ติดตามอย่างเหนียวแน่น :)


โดย: khunprawn IP: 124.120.68.149 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:48:23 น.  

 
คนอ่านไม่หายค่ะ มาแล้วๆ

พระนางจะได้เจอกันแล้วใช่ม้ายยยย


โดย: ทราย IP: 223.207.243.194 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:17:27:22 น.  

 
คู่นี้เทพอุ้มสม หรือดร.อุ้มสมนะ ไปฉุดมาจากอีกโลกนึงเทียวนะ


โดย: กรรดึก IP: 134.196.207.193 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:20:30:51 น.  

 
พญานาคช่วยให้เเพเเตกป่าวน้อ 😆


โดย: ดา IP: 171.5.247.143 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:06:56 น.  

 
คนที่มาช่วยขวัญคงจะเป็นปู่เจ้าแน่ๆ ว่าแต่นาคมีความโกรธเคืองอะไรกับขวัญกันแน่? ยิ่งอ่านก้อยิ่งลุ้น


โดย: ภัทรินเองค่ะ IP: 192.99.14.36 วันที่: 14 ธันวาคม 2558 เวลา:13:52:24 น.  

 
รอติดตามค่าา ^_^


โดย: ณกานต์ IP: 223.206.244.53 วันที่: 22 ธันวาคม 2558 เวลา:15:57:02 น.  

 
แอร๋ยยยยยยย

มือที่ฉุดช่วยขวัญนั้น คือมือของพระเอกใช่ไหมคะะะะะ


โดย: หนูแรคคูน IP: 182.232.29.101 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:08:33 น.  

 
หนูไม่ได้หายไปไหนนะคะ พี่เกตต์ หนูแค่มาข้าเฉยๆ
ฮาาาาาาาา


โดย: หนูแรคคูน IP: 182.232.29.101 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:09:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 68 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.