Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
15 สิงหาคม 2559
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 13



อะไรคือการเสียสละตนเองมาส่องหญิงเจ้าคะ

.......

(13)

เพลาหัวรุ่งของวันปุรณมียังสามารถมองเห็นเดือนเต็มดวงคล้อยต่ำละเลียดอยู่ด้านหนึ่งเหนือทิวไม้ ผืนฟ้าที่ยังมืดปรากฏดาวรุ่งทอประกายแสงจรัสเด่นชัดกว่าดาวใด หัวหน้านางพระกำนัลแห่งสุวรรณโคมคำนำขบวนโขลนเดินทางมาถึงหน้าอาศรมอันศักดิ์สิทธิ์

แสงไฟสีส้มสว่างลอดออกมาจากทุกช่องทางของตัวเรือน บ่งบอกว่าผู้อยู่ด้านในตื่นรอรับการมาถึงของนางอย่างพรั่งพร้อมแล้ว เสียงคนคุยกันเบาๆ ดังแว่วมา ก่อนที่หญิงสาวผู้หนึ่งจะเดินเร็วรี่ออกมารับหน้า 

“ปู่เจ้าหื้อแม่นายรอท่าสักประเดี๋ยว บัดแมงจักลงมาเจ้าค่ะ” ทุมมาทิ้งตัวลงคุกเข่ารายงานอย่างนอบน้อม

ท้าวระสีพยักหน้า โบกมือน้อยๆ เหล่าโขลนเบื้องหลังตั้งแถวหันหน้าเข้าหากันอย่างเป็นระเบียบ ไต้ในมือของพวกนางโชนเปลวสีแดงส้มสะท้อนให้เห็นใบหน้าขึงขังดุดันของผู้รักษากฎฝ่ายใน แม้นกายเป็นอิสตรีทว่าทุกคนก็ล้วนทะมัดทะแมงน่าเกรงขาม มีฝีมือเชิงหอกเชิงดาบทั้งสิ้น 

“เชิญแม่นายนั่งท่าก่อนเถิดเจ้าค่ะ” ข้าไทสาวชี้ชวนไปยังแคร่ไม้ซึ่งตั้งอยู่ด้านหนึ่ง หากท้าวระสีกลับถามว่าเมื่อสามวันก่อนนางได้ให้คนนำผ้าและเครื่องแต่งตัวมาให้ขวัญอรุณ หญิงสาวพึงพอใจในของที่ได้รับหรือไม่ 

“แม่ขวัญพึงใจยิ่งเจ้าค่ะ ผ้าผืนใดก่ว่างาม เลือกนุ่งบ่ถูก ลองแล้วลองเล่าจนเถิงประนี้” ทุมมาปด แท้จริงนางไม่เห็นขวัญอรุณแสดงอาการยินดีหรือยินร้ายเมื่อได้รับของที่ถูกส่งมาจากในวัง หากตนเป็นเจ้าของเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ในหีด เหล่านั้น คงรีบเอามาประโคมแต่งแง่ให้งดงามและรี่ลงมารับหน้าแม่นายเสียตั้งแต่เห็นแสงไต้วาวแวมมาลิบๆ ในดงโพ้น 

“เอาเถิด ข้ารอท่าได้ ยังมีเพลาก่อนเถิงฤกษ์อักโข” 

ยิ่งเห็นผู้รับใช้ใกล้ชิดพระกรรโลงครรภ์มีความเมตตาปรานีต่อนางพระกำนัลคนใหม่เท่าใด ทุมมาก็ยิ่งรู้สึกริษยา นางเหนือกว่าขวัญอรุณทุกอย่าง แล้วเหตุใดนางถึงไม่มีโอกาสได้เข้าไปรับใช้เบื้องพระพักตร์ผู้เป็นศรีแห่งสุวรรณโคมคำปุระ กลับกลายเป็นนางปกณนารีต่ำต้อยไร้สกุลได้เข้าเฝ้า

“แม่นายเมตตาแม่ขวัญปานนี้เปนบุญของนางวิลากเจ้าค่ะ”

“คนของปู่เจ้าแถนหลวงจักดูเบา ได้รึ” 

การที่ปู่เจ้ายินยอมส่งตัวขวัญอรุณเข้าวังก็เป็นเรื่องอัศจรรย์พออยู่แล้ว แม้เจ้าใหญ่นายโตผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ทั้งหลายจะนิยมปลูกเรือนหมู่ใหญ่โต มีข้าไทบริวารมากมาย มีโรงช้างโรงม้า วัวควาย มีเกวียน มียุ้งฉางข้าวไร่ มีโรงเกลือ มีที่ดินเพาะปลูก ที่เก็บสมบัติทรัพย์นานา หากปู่เจ้าแถนหลวงกลับสมถะไร้ซึ่งสิ่งเหล่านั้น ใช่ว่าไม่มีเงินทองทว่าเขาไม่ต้องการครองสิ่งใดมากเกินความจำเป็น ราวกับไม่อยากผูกพันตนเองไว้กับที่ใดเนิ่นนาน 

ดังนั้นการที่ราชสำนักได้ตัวขวัญอรุณมา จึงไม่ต่างจากได้ตัวประกันมาเหนี่ยวรั้งบุคคลสำคัญผู้นี้เอาไว้ หาไม่แล้วผู้ที่ไม่มีครอบครัวญาติพี่น้อง ไม่ต้องการทั้งทรัพย์สมบัติลาภสมบัติอย่างเขา คงละทิ้งสุวรรณโคมคำไปในวันใดวันหนึ่ง ดังคำของพระนางอุสรสาเทวีผู้มากปัญญาซึ่งได้ตรัสกับนางไว้

‘จงฟังข้าระสี แม้นครูบ่ควรร่วมเรือนกับศิษย์ผู้เปนหญิง แต่หั้นก่บ่แม่นมูลเหตุเดียวที่ข้าหื้อนางผู้หั้นเข้าวังดอก ปู่เจ้าแถนหลวงมาจากหนใดปูมหลังยังบ่มีผู้ใดล่วงรู้ ดังท่านล่องหนมาแต่ฟ้าจนทั่วเขตคามต่างลือว่าเปนแถน  ผู้มีบุญประนี้ข้าประหวั่นใจว่าวันหนึ่งท่านจักละสุวรรณโคมคำของหมู่เราไป แล้วจักมีผู้ใดเปนกำลังหื้อสุวรรณมุขทวารลูกเรา ทั่วอาณามีผู้ใดอุดมด้วยสรรพวิชาเทียมเท่าเสมอเขาทังสองอันเปนยอดบุรุษ ที่แล้วข้าบ่เคยหันปู่เจ้ามีพันธะต่อสิ่งใด เว้นแต่ปกณนารีผู้มีนามว่าขวัญอรุณนี้ที่ทำหื้อท่านทำงนใจได้ นับว่าน้ำหนักนางในใจของท่านคงมีบ่น้อย’

เมื่อรับพระราชกระแสรับสั่งแล้วท้าวระสีก็ตั้งใจมั่นที่จะพาขวัญอรุณไปให้ได้ โชคดีที่ไม่ต้องลุ้นรอคอยนานนัก ไม่ช้าร่างสูงในชุดขาวก็ปรากฏขึ้น ผู้เป็นเจ้าเรือนก้าวลงบันไดมาด้วยท่าทางสง่างาม มือขวายกแนบลำตัวคล้องชายอาภรณ์เสียให้พ้นจากพื้น 

“เปนพระคุณวิมลากที่คุณท้าวกรรุณามารับศิษย์ผู้ต่ำต้อยของข้าเข้าวังด้วยตนเอง ทั้งยังนำผ้านุ่งผ้าทอมาหื้อ ความเมตตานี้ข้าจักบ่ลืมเปนแม่นมั่น เจ้าขวัญยังบ่รู้จารีตมณเฑียรบาล อย่างใดก่ขอคุณท้าวละเว้นโทษหนัก พึงสั่งสอนตามเหมาะสม” 

แถนหลวงออกมายืนรอรับขวัญอรุณอยู่หน้าอาศรม เมื่อนางลงจากเรือนมาผู้เป็นเจ้าเรือนจึงกล่าวฝากฝังหญิงสาวอย่างนอบน้อม

“เปนกิจอันพึงกระทำของข้าอยู่แล้ว ปู่เจ้า บ่ถือเปนบุญเปนคุณดอกเจ้าค่ะ” ท้าวระสีตอบด้วยท่าทีสำรวม ถึงแม้นางจะเอ็นดูขวัญอรุณอยู่พอเป็นทุน ซ้ำยังมีความกริ่งเกรงบารมีปู่เจ้าแถนหลวงยิ่ง แต่การปกครองย่อมต้องเป็นการปกครอง จะแสดงความเอนเอียงเอาใจฝ่ายใดจนออกนอกหน้าก็คงเกินงาม 

“ข้าวของเครื่องใช้ในวังมีพร้อมพรั่ง บ่ต้องตระเตรียมอันใดไปเป็นภาระดอก วางทิ้งไว้เสียที่นี่เถิดแม่” 

ขวัญอรุณที่ขนสัมภาระมาห่อใหญ่รีบกอดของในห่อผ้าแน่นขัดขืนไม่ยอมปฏิบัติตาม

“ในหั้นมีของอันใด”

“พวกหยูกยาสมุนไพร แลตำรับตำราที่ข้าหื้อไปทวน” แถนหลวงเป็นฝ่ายตอบคำถามแทน 

ผู้เป็นหัวหน้านางข้าหลวงพยักหน้าเชิงอนุญาตให้หญิงสาวเอาไปด้วยได้ “เช่นหั้นก่ออกเดินทางกันเถิด เนิ่นช้าจักพานเสียฤกษ์ยาม”

“ถ้ายายมาเห็นขวัญแต่งตัวแบบนี้ คงหัวเราะชอบใจแน่ เสียดายไม่มีกล้อง อยากถ่ายรูปส่งไปให้ยายดูจัง” ขวัญอรุณกระซิบข้างร่างสูง 

“ป่านนี้ยังเอาแต่พูดเล่น” ในดวงตาแถนหลวงบ่งบอกถึงความเข้าอกเข้าใจ หากส่งข่าวคราวถึงคนที่อยู่ในช่วงเวลาอันไกลโพ้นได้ เขาก็อยากทำเช่นกัน แต่เวลานี้พวกเขาก็ได้แต่ทำหน้าที่ของตนต่อไปให้ดีที่สุด ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ไม่พยายามโหยหาอาวรณ์ถึงสิ่งซึ่งยังไม่อาจแก้ไข ปล่อยให้โชคชะตาเป็นผู้ลิขิตนำพาไป เหมือนกับที่มันนำพามา

“เมื่อได้ฤกษ์แล้วก่ไปเถิด ขอจงเดินทางโดยสวัสดิ์” 

‘รักษาตัวด้วย แล้วขวัญจะมาเยี่ยมนะ’ ริมฝีปากคนต้องจากลาเอ่ยกระซิบโดยไร้เสียง

ทุกคนแสดงความเคารพอำลาอย่างนอบน้อมต่อผู้เป็นเจ้าเรือน จากนั้นจึงลงเรือล่องไปตามลำน้ำขรนทีอันกว้างใหญ่สู่มหาราชวัง แสงไต้จากเรือสาดกระทบผิวน้ำดำเมื่อมเป็นระลอก ในความเงียบงันยินเพียงเสียงฝีพายและคลื่นตีกระทบ ฟังวังเวงน่าใจหาย ขวัญอรุณเหลียวมองกลับไปเบื้องหลังกระทั่งจุดที่ตั้งของเรือนอันเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองหายไปในความมืดมิด

บัดนี้กงล้อแห่งโชคชะตาของหญิงสาวกำลังเคลื่อนไปข้างหน้าอีกครั้งอย่างไม่มีวันหมุนกลับ เธอก้าวเข้าสู่พระตำหนักของพระกรรโลงครรภ์แห่งอาณาจักรสุวรรณโคมคำในช่วงเวลาฟ้าเริ่มสว่าง แว่วเสียงวิหคออกหากินเป็นฝูง กลิ่นอายเย็นชื้นของอากาศยามเช้าผสมผสานกลิ่นควันฟืนหอมอวลอบอวล พื้นดินยอดหญ้าเปียกชุ่มน้ำค้างไปจนถึงบริเวณทางเดินปูลาดด้วยศิลาแลง

ขบวนเครื่องสักการะเยื้องกรายผ่านเข้าสู่ประตูพระตำหนัก ระหว่างทางเหล่านางกำนัล ข้าไท ยั้งมือจากงานหันมาทำความเคารพ แม้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับการเข้าถวายตัว แต่ทุกครั้งพวกนางก็อดลอบมองสตรีผู้มาใหม่ด้วยความสนใจใคร่รู้ไม่ได้ นึกคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าเป็นบุตรีผู้มีบุญหนักศักดิ์ยศฐาจากเรือนใด 

ภายในโถงของพระตำหนักพระกรรโลงครรภ์ พระนางอุรสาเทวีแต่งฉลองพระองค์เต็มยศประทับบนตั่งทอง งามสง่าน่าเกรงขาม แวดล้อมด้วยข้าทาสบริวาร นางกำนัลกลุ่มใหญ่นั่งหมอบกรานอยู่อย่างสงบเรียบร้อย เป็นครั้งแรกที่ขวัญอรุณรู้สึกถึงความเข้มขลังของขนบพิธีโบราณ ใจหวิวเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ไม่อาจระงับอาการหนาวสะท้านขนลุกชันทั่วสรรพางค์ 

มือบางระริกสั่นขณะยกพานหมากสุ่มหมากเบ็งวางถวาย ร่างบางก้มลงกราบเบื้องพระบาททั้งสอง เสียงใสเปล่งดังกังวาลหนักแน่นหัวใจพอง

“ธุลีพระบาท ธุลีเชิง ข้าพระบาทเจ้าขอถวายสัจจปานจักถวายงานด้วยซื่อสัตย์ภักดี บ่ขบถประทุษร้าย บ่เอาน้ำใจไปแผ่เผื่อแก่ไท้ต่างด้าวท้าวต่างแดน หมายจักหื้อกระทำประทุษร้ายพระบาทกมรเตงไผทโกรม ศรี สุวรรณมุขทวารบดีศรีโคมคำ แลพระนางอุรสาเทวี พระกรรโลงครรภ์แห่งองค์กมรเตงกำตวนอัญ 

ผิว่าข้าพระบาทเจ้าบ่กระทำตามสัจจปานอันกล่าวมานี้ บ่ซื่อใจคด ไขว้ใจจอด ทอดใจรัก ชักเกลอสหาย ตนทังหลายมาเพื่อจักทำขบถทดโหร่ห์ แก่เจ้าตนไสร้ ขอผีเสื้อเมืองจงบันดาลหื้อตายในสามวัน บ่หื้อทันในสามเดือน บ่หื้อเคลื่อนในสามปลี อย่าหื้อมีศุขสวัสดิเมื่อใด คราสิ้นกรรมจากที่นั้นแล้ว ได้ไปบังเกิดในภพใด อย่าหื้อข้าพระบาทเจ้าพบพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้า ซึ่งจักมาโปรดอีกเลย”

“อยู่หื้อสุขสบาย ข้าจักชุบเลี้ยงเจ้า เมตตาเจ้าเหมือนที่ปู่เจ้าเมตตา มีทุกข์ร้อนอันใดก่ขอหื้อบอก การงานหนักเบาก่จงอดทนอดกลั้นบ่ระอิดระอา แลเจ้าจักสบายในภายหน้า” 

สุรเสียงรับสั่งกังวานมีเมตตา ดวงเนตรของผู้เป็นใหญ่อ่อนโยน โน้มวรกายลงรับเครื่องสังการะที่หญิงสาวนำมาถวาย แวบหนึ่งทรงหลากพระทัยที่เห็นกรอบหน้าผุดผาดกระจ่างใจราวกับมีรัศมีอันเรืองรองหล่อเลี้ยง รอยยิ้มหวานอย่างไม่เคอะเขินเช่นสตรีในวังทั่วไปทำให้ทรงพระทัยอ่อนด้วยความเอ็นดู อดเอื้อมพระหัตถ์ไปลูบศีรษะปกคลุมด้วยเส้นผมนุ่มเบาๆ ไม่ได้ 

เพียงแค่นั้นเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงนางพระกำนัลคนใหม่ผู้มาจากเรือนปู่เจ้าแถนหลวงก็สะพัดออกไปรวดเร็วไม่ต่างจากไฟลามทุ่ง ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนอยากมายลโฉมของนางผู้เป็นคนโปรดของพระกรรโลงครรภ์แทบทั้งสิ้น ตั้งแต่นางกำนัล นางข้าหลวง นางข้าไท ลามไปถึงหมู่โขลน มหาดเล็ก อำมาตย์ ต่างได้ยินกิตติศัพท์ล่ำลือถึงนางในวังผู้มาใหม่ ทว่าโอกาสการจะดักพบเจอหรือมาลอบดูก็กระทำได้ยากยิ่ง หญิงสาวอยู่เพียงในเขตพระราชฐานชั้นใน ไม่สามารถเข้านอกออกในได้ตามสะดวก ดังนั้นเสียงลือเสียงเล่าอ้างจึงแต่งเสริมเติมต่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดมีคนบอกว่าพระนางอุรสาเทวีนั้นชื่นชมนางว่างามกว่านางพระกำนัลใดในวังที่เคยมีมา

เรื่องแพร่ลามไปถึงหูผู้ที่อยู่ในท้องพระโรง ขนาดขุนนางในที่ประชุมปฤกษายังอดหันมาตัดพ้อปู่เจ้าแถนหลวงมิได้ที่เก็บงำมณีมีค่าไว้ในเรือนนานนมไม่ยอมเผยให้ผู้ใดรู้ หาไม่แล้วพวกเขาคงจะสู่ขอนางมาเป็นศรีสง่าแห่งเรือน ไม่ก็ขอให้ตบแต่งกับบุตรชายของตนที่ยังไม่มีภรรยา แถนหลวงได้แต่ยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้ กล่าวนอบน้อมว่าขวัญอรุณยังขาดการอบรมอีกมาก จะนำความขายหน้ามาสู่วงศ์ตระกูลเสียเปล่า แม้นปฏิเสธอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ คิดว่าเขาอยากเก็บหญิงสาวเอาไว้ข้างกายเพียงคนเดียวจึงบอกปัดไม่ให้พวกตนคาดหวัง 

เมื่อถึงเพลาพญาสุวรรณมุขทวารบดีศรีโคมคำทรงเสด็จประทับบนราชบัลลังก์พิจารณาฎีกาที่มหาดเล็กนำขึ้นถวาย กระนั้นสายพระเนตรพระกรรณก็ยังว่องไวพอทันได้ยินเรื่องที่ ‘คนข้างล่าง’ กระซิบกระซาบกัน หลังเสร็จจากการทรงงานผู้เป็นใหญ่เหนือชีวิตทุกผู้ทุกนาม ณ ที่แห่งนั้นจึงเสนอตัวผ่าความเงียบว่าพระองค์จะเป็นตัวแทนไปดูให้รู้แจ้ง เนื่องจากเป็นผู้เดียวที่เข้านอกออกในได้ หาไม่แล้วคืนนี้คงมีคนนอนไม่หลับกันถึงครึ่งค่อนเมืองด้วยความอยากรู้ว่านางนั้นงามล้ำเพียงใด

เหล่าขุนนางอำมาตย์ในท้องพระโรงต่างเงียบกริบ นั่งตัวเกร็ง ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าสบพระเนตร เพราะทุกคนต่างก็รู้แก่ใจดีว่านางในพระราชสำนักฝ่ายในนั้นเป็นของต้องห้าม หากไม่พระราชทานก็ไม่มีผู้ใดสามารถแตะต้องหรือแม้แต่พูดจาล่วงเกินถึง

“ท่านมีอันใดบ่พึงใจฤา แถนหลวง” 

“ข้าจักมีอันใดบ่พึงใจได้ เปนพระมหากรรุณาอันล้นพ้นต่อพวกข้าพระบาทเจ้ายิ่งแล้ว” 

มีหรือจะไม่รู้ว่าพระองค์กำลังเห็นความวุ่นวายของเขาเป็นเรื่องสนุกสนาน แถนหลวงโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเป็นพิเศษแทนคำประชดประชัน 



พระตำหนักของพระนางอุรสาเทวีสร้างจากไม้ทั้งหลัง เช่นเดียวกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ในยุคสมัยนี้ มีเพียงวัดวาอาราม เจดีย์ กำแพง หรือช่องทางเดินที่อยู่ภายนอกเท่านั้นถึงจะเป็นการก่ออิฐหรือปูด้วยหิน ทุกวันขวัญอรุณจะตื่นแต่ฟ้ายังไม่สางออกมาช่วยทุกคนทำงานจิปาถะเรื่องไปตามแต่ใครจะใช้สอย เนื่องจากเพิ่งมาอยู่ใหม่ ท้าวระสีจึงยังไม่ได้มอบหมายอะไรให้เป็นพิเศษ งานที่ต้องทำมีมากจำแนกหลากหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องภูษา เครื่องหอม ดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง เครื่องเสวย เครื่องถ้วยชาม ไปจนถึงการดูแลห้องพระสำราญ ห้องพระบรรทม ห้องสรง 

เธอประหลาดใจที่คนโบราณมีความละเอียดลออไปทุกสิ่ง ทำอะไรมักเชื่องช้าไม่รีบร้อน ทำให้หลายครั้งหญิงสาวก็ออกกระโดกกระเดกในสายตาพวกเขา แน่นอนว่าเรื่องข่าวลืออะไรพวกนั้นไม่ได้มาเข้าหูเธอสักนิด ในตอนที่ถูกเรียกตัวให้ไปเข้าเฝ้าเบื้องพระบาทของผู้เป็นใหญ่ ขวัญอรุณเพิ่งถูกใช้ให้ไปขุดหัวมันจึงวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาทั้งหน้ามอม  

พญาสุวรรณมุขทวารบดีศรีโคมคำประทับเคียงพระมารดาบนตั่งทอง วรลักษณ์ดุจราชสีห์ทอดมองนางประหนึ่งมองลูกแพะเพิ่งขึ้นพ้นปลักโคลน 

“ไปทำอันใดมา เหตุใดจิ่งเนื้อตัวมอมแมมประนี้” ท้าวระสีรีบทรุดกายลงหมอบใกล้ ถามปนดุ “อันใดบ่ล้างเท้าก่อนเข้าเฝ้า”

“ก่ข้ารีบนี่เจ้าคะ” ขวัญอรุณเอ่ยเสียงขาดเป็นห้วงๆ ขึ้นชื่อว่าของป่าก็ต้องไปหาในป่า เธอออกไปหาลึกพอสมควร ดีว่ามีคนกู่เรียก ไม่อย่างนั้นคงกลับมาไม่ทัน “ไปขุดหัวมันมาเจ้าค่ะ”

“ฮ้าย อันใดบ่หื้ออีข้าไททังหลายไปแทนหั้น หื้อสูไปได้อย่างใด ใช้บ่ได้!” ท้าวระสีหัวร้อนทันที ปกติแล้วงานใช้แรงเหล่านี้ให้พวกทาสหรือข้าไทไปทำก็พอ ไม่ต้องถึงกับให้นางพระกำนัลลงมือเอง ถือเป็นงานต่ำและใช้แรงมาก “แลเอาเถิด บัดแมงข้าจักเอ็ดหื้อเสี้ยง”

ขวัญอรุณส่ายหน้า ไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ให้งานเธอทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ดีเสียอีกได้เรียนรู้อะไรเพิ่มอีกตั้งหลายอย่าง การเข้าป่าก็ทำให้เธอเจอสมุนไพรหลายชนิดตามที่แถนหลวงเคยสอนด้วย 

“เถิงว่าหลายวันมานี้ข้าบ่หันหน้าหันตาเจ้า การใดสาหัสก่หื้อข้าทาสบริวารเปนมือเปนเท้าแทนเถิด บัดเดียวปู่เจ้าแถนหลวงจักมาติข้าเอาได้ว่าขอเจ้ามาทุกข์ยาก” พระนางอุรสาเทวีทรงตรัสกับร่างซึ่งยังหมอบกรานอยู่แนบพื้น จากนั้นจึงผินพระพักตร์กลับมาทางพระโอรสผู้โผล่มาเยือนในเวลานี้อย่างผิดวิสัย “แลเจ้ามีธุระอันใดจิ่งมาหาแม่ ทังยังหื้อร้องเรียกนำตัวนางมาเฝ้า”

ขวัญอรุณหูผึ่ง ตาเบิกกว้างเหลือกมองพระวรกายสูงตระหง่านตั้งตรงเขม็ง รอยยิ้มจากโอษฐ์หยักได้รูปดั่งคันศร และดวงตาพราวแฝงแววขบขันทำให้เธอหน้าเหย รีบผลุบก้มลงมองพื้นตามเดิม ใจเต้นระส่ำทบทวนว่าตัวเองไปทำอะไรผิดถึงได้โดนหมายหัว 

ตั้งแต่เข้าวังมาเธอยังไม่เคยย่างกรายผ่านเข้าไปในระยะสายตาเขาแม้สักนิด เห็นแค่เงาก็ยังไม่เคย แล้วจะไปสร้างเรื่องขุ่นเคืองใจอันใดได้ หรือเพราะเรื่องขย่มต้นจันหนนั้น เขาถึงไม่พอใจมาขับไล่เธอถึงนี่

“ลูกยินว่าแถนหลวงยอมหื้ออันเตวาสิก ของตนเข้าวัง ลือว่างามหนักหนาจิ่งใคร่มาแลสักน้อย” พระองค์คำทรงตรัสเนิบๆ ปรายดวงเนตรมองสาวงามระบือนาม

คนคุกเข่าอยู่ลอบกลืนน้ำลายแต่ก็แทบสำลักในทันทีที่ได้ยิน ใบหน้าคล้ำแดดแดงซ่านซับสีเลือดฝาด กระดากที่จะรับคำชม

ใครช่างตาถั่วเอาไปพูดได้ขนาดนั้น ถ้าไม่นับวันเข้าถวายตัวเข้ารับราชการแล้วได้แต่งตัวสวย ที่เหลือเธอก็แทบวิ่งรอกทำงานอยู่ข้างนอก เดี๋ยวคุณข้าหลวงคนโน้นใช้ เดี๋ยวคุณท้าวคนนี้วาน หน้ามันย่องมือเป็นระวิง จะมาเข้าเฝ้ายังแทบไม่มีโอกาสแล้วจะเอาเวลาไหนไปทำสวย

“แม่ขวัญอรุณหั้นรึ” พระนางอุรสาเทวีเหลียวทอดพระเนตรหญิงสาวตรงหน้า 

“ลูกก่บ่ควรถือลมปากคน หันตัวจริงก่บ่เท่าลูกลิงตัวหนึ่งเท่าหั้น” พระองค์คำแสร้งถอนปัสสาสะยาวคล้ายไม่น่าสละเวลามาดูของแปลก ทรงลุกดำเนินผ่านหญิงสาว หลุบมองแวบหนึ่งก่อนเสด็จออกพระตำหนักไป 

ลูกลิง! เขาหาว่าเธอเป็นลูกลิงงั้นเหรอ!

ขวัญอรุณรู้สึกปรี๊ดจนขึ้นสมอง เม้มปากแน่น จำใส่ใจตนเองว่า พญาสุวรรณมุขทวารนอกจากจะเป็นคนความจำดีแล้วยังเจ้าคิดเจ้าแค้น แซะเก่งเสียยิ่งกว่าผู้หญิง แม้เธอจะเป็นแมลงตัวเล็กๆ ในสายตาเขา แต่สักวันหนึ่งเถอะ เธอจะหาทางเอาคืนให้ได้แสบคันเหมือนกัน 

“ลูกข้าเปนคนปากร้าย เจ้าก่บ่ต้องติดใจเอาความดอก” พระนางอุรสาเทวีทรงปลอบ 

“บ่เจ้าค่ะ พระกมรเตงอัญคือผู้ใด แลข้าคือผู้ใด ข้าพระบาทบ่อาจเอื้อมเจ้าค่ะ” ร่างบางรีบเงยหน้าขึ้นประนมมือปฏิเสธ 

“ข้าบ่มีอันใดจักใช้สอยเจ้าแล้ว ออกไปล้างเนื้อล้างตัวเสียหื้อมันสะอ้านเถิด” สตรีผู้เป็นใหญ่โบกพระหัตถ์เป็นเชิงอนุญาตเบาๆ ขวัญอรุณกราบลา ถอยหลังคลานเข่าออกจากห้องไป พอลับร่างบางแล้วพระองค์จึงหันมาปรารถกับหัวหน้านางพระกำนัล “เจ้าก่หมั่นแลนางหื้อดี”

“เจ้าค่ะ” ระสีรับคำ ด้วยงานล้นมือจึงเป็นความผิดพลาดของนางที่ไม่มีเวลาดูแลหญิงสาวอย่างทั่วถึง   

“ขวัญอรุณนางนี้คงมีอันใดต้องใจลูกชายข้าอยู่มาก”

“ต้องใจ...” ผู้เป็นบริวารงุนงง มองอย่างไรก็ไม่เห็นว่าจะทรงต้องใจนางพระกำนัลคนใหม่สักนิด หนำซ้ำยังรับสั่งว่านางเหมือนลิงเสียนี่

“เมื่อยังเล็กพระองค์คำเคยเลี้ยงลูกลิงไว้ตัวหนึ่ง ชื่นชมรักใคร่ว่ามันน่ารักหนักหนา คราหลังมันต้องศรจากเกาทัณฑ์ด้วยผู้ประทุษร้าย ทำหื้อลูกชายโทมนัสจนน่าเวทนา อันใจข้าก่พลอยหม่นเศร้าไปด้วย” พระนางอุรสาเทวีทรงเล่าถึงความหลัง “แลตรัสไปจิ่งบ่หมายดูแคลนนางดังคำดอก จักเย้าหยอกด้วยเอ็นดูเสียละมัง” 

ระสีทำหน้าปูเลี่ยน จะยิ้มก็ไม่ได้จะหัวเราะก็ไม่ออก 

อะพิโธ่ พระกมรเตงนั้นเป็นเจ้าเหนือชีวิต จะชมผู้ใดทำไมต้องอ้อมค้อม ชมอิสตรีเช่นนี้จะมีผู้หญิงคนใดเข้าใจกันเล่า!  

พระนางอุรสาเทวีทรงรับมาลัยที่นางพระกำนัลเพิ่งร้อยเสร็จ ปรากฏรอยแย้มสรวลเล็กน้อยเมื่อนึกถึงพระโอรสเพียงพระองค์เดียว บุรุษผู้เป็นทั้งนักรบแกร่งกล้า เป็นกษัตริย์ผู้ครอบทรัพย์สมบัติทั้งมวล มีหรือจะดูไม่ออกเทียวหรือว่าลักษณะของมณีมีค่าเป็นเช่นไร ต่อให้ตกลงไปในปลักโคลน ดินเหลวก็มิอาจกลบความงามของมณีลงได้ฉันนั้น



......

จบตอน

เชิงอรรถ

หีด = หีบ, กล่อง, กระเป๋า
ดูเบา = เห็นเป็นการเล็กน้อย, เห็นไม่เป็นสําคัญ
แถน = เทวดา, ฟ้า
ทดโหร่ห์ – การคิดประทุษร้าย
อันเตวาสิก น. ''ชนผู้อยู่ในภายใน'' หมายถึง ศิษย์ที่อยู่ในปกครองหรือที่อาศัยอยู่กับอาจารย์ จะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ก็ได้, คู่กับอาจารย์. (ป.).






Create Date : 15 สิงหาคม 2559
Last Update : 15 พฤษภาคม 2560 2:27:01 น. 18 comments
Counter : 3167 Pageviews.

 
สวัสดีคร้า คิดถึงนะคะคุณนราเกตต์ 😘😘


โดย: เจ้าแต้ม IP: 223.24.77.224 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:10:01:26 น.  

 
เจ้าแต้ม - มาคนแรกเลย สวัสดีค่า ดีใจยังมีผู้รอดชีวิตหลงเหลือจากทะเลทรายแห่งความแห้งแล้ง


โดย: นราเกตต์ วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:10:11:49 น.  

 
สนุกอ่าาาาาาา ขอบคุณนะคะ
หนังสือเล่มนี้ข้าจักต้องได้มาครอบครองให้จงได้ 555555


โดย: เจ้าแต้ม IP: 223.24.77.224 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:10:18:26 น.  

 
คุณเกตต์หายไปนานนนนนนนนนนนนนนนนนนมากกกกกกกเลยค่ะ
ดีใจกลับมาซะที อิอิ

บทหน้าขอยาวกว่านี้หน่อยนะคะ เอาแบบให้หายคิดถึงอ่ะคะ :)


โดย: khunprawn IP: 134.236.16.108 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:10:35:01 น.  

 
พี่เกตต์ รักพี่เกตต์ที่สุดในโลก เปิดblogทุกวันเลยค่ะ วันนี้ชุ่มชื่นหัวใจดีแท้ ติดตามพี่เกตต์ตลอดไม่ไปไหนเลยค่ะ


โดย: kawee IP: 116.68.149.234 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:11:11:08 น.  

 
พี่เกตต์เเล้วท่านทูตสาวคนนั้นไปไหนอ่าคะ
ขาดตอนจากตอนที่12นะค้า
เข้ามารอพี่เกตตุที่บล็อกทุกวันเยย ขอบคุณค่าที่ลงสักที


โดย: ดา IP: 110.77.183.36 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:12:09:15 น.  

 
พระองค์คำน่ารักมาก ถึงกับแกล้งมาดูขวัญอรุณด้วยตนเองเชียว


โดย: kawee IP: 116.68.149.234 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:12:15:59 น.  

 
มาแล้วววว แล้วจะหายไปอีกนานไหม


โดย: กรรดึก IP: 124.120.116.133 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:14:05:36 น.  

 
อ่านภาษาเหนือยากจังค่ะ ต้องค่อยๆอ่าน บางคำก็ไม่เข้าใจ


โดย: liw IP: 1.47.74.152 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:15:18:01 น.  

 
นานมากกกกกกกก ^^


โดย: ตัวอ้วน IP: 1.46.2.159 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:15:49:10 น.  

 
ขำพระองค์คำค่ะ ฟอร์มจัดจริงๆ แต่ก็น่าร๊ากกกก


โดย: กะปิหวาน IP: 171.4.250.134 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:16:21:36 น.  

 
กรีดร้องด้วยความดีใจคร่าาาา
คุณเกตต์กลับมาแล้ว กลับมาพร้อมองค์คำด้วย

รอติดตามนะคะ


โดย: First IP: 188.165.201.164 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:17:06:34 น.  

 
รออ่านนะคะ ชอบแนวแบบนี้มาก

ลงในเพจพิมพ์ดีด ก็ไปตามอ่านอีกค่ะ ชอบบบบ


โดย: ณกานต์ IP: 223.205.8.154 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:19:45:50 น.  

 
รอค่า


โดย: mooaun IP: 182.232.0.99 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:20:42:52 น.  

 
พระองค์คำกลับมาแล้ว ดีใจมากมาย


โดย: mooda IP: 223.204.94.168 วันที่: 15 สิงหาคม 2559 เวลา:21:25:12 น.  

 
คิดถึงค่ะ สำนวนคำบ่าเก่าเยอะมาก โดยเฉพาะตรงโคลงกลอน

ไม่รู้จะดีใจกะสาวขวัญดีไหม ถูกชมเปรียบกะลิง ลีลาพระสุวรรณท่านมาก


โดย: nasa IP: 119.42.67.32 วันที่: 17 สิงหาคม 2559 เวลา:21:15:43 น.  

 
ฮื่อออออออออออออออออ
ดีใจน้ำตาไหลค่ะ
ในที่สุดก็ได้อ่านต่อ

อยากให้เนื้อเรื่องถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ของพระนางเร็วๆจังเลยค่ะ
พี่เกตต์มาทั้งที สั้นจู๊ดดดดดดดเดียว

เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ


โดย: หนูแรคคูน IP: 49.228.99.188 วันที่: 26 สิงหาคม 2559 เวลา:18:34:04 น.  

 
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:13:16:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 67 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.