นะพัด: ฉันเขียนทุกตัวอักษรของฉัน...ด้วยหัวใจ ^_^
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
30 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 

Youth Activist 2 # ตอนที่สาม อย่าท้า...เยาวชน ว้าวๆๆๆๆๆ


สวัสดีพี่น้องเยาวชน ที่ติดตามอ่านเรื่องราว ณ ที่แห่งนี้


ดีใจ ถ้าเกิดว่าที่นี่ นำพาความรักมาให้กับทุกๆคน...


หลังจากที่ห่างหายไปสองวัน เพราะติดภารกิจชีวิต ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ฟังดูยิ่งใหญ่...ว่ามะ


อันที่จริงก็ไม่มีอะไรมากมาย


นอกจากสะสางงานของตัวเอง และเจอพิษไข้เล่นงาน


ตอนนี้ตีสองครึ่ง...


ชอบนักแลในยามค่ำคืน ทำไมสมองนี่แล่นได้ปรู๊ดปร๊าดแบบนี้...


พักสมองจากการเขียนนิยาย ก็เลยเข้ามาเขียนความรู้สึกที่นี่ต่อดีกว่า....


หลังจากที่ประทับใจกันยังไม่สุดขีด วันนี้จัดรูปมาให้อีกชุดนึง


ต้องขอขอบคุณรูปสวยๆจากเจ้าของทั้งหลายด้วย


ขออนุญาตหยิบมาใช้โดยไม่ขออนุญาตนะคะ (ดูงงๆ)


 


 






Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley


 


มาต่อกันเลยกับการเรียนรู้ของพวกเราในวันที่สาม...====>>>>


วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคน 2551


ดูตารางกิจกรรมในคู่มือชาวค่าย


ของแต่ละคนแล้วคงร้อง ว้าวๆๆๆๆ กันได้อีก


เพราะในวันนี้นอกจากการเรียนรู้ในช่วงเช้า


ช่วงกลางวันถึงตอนเย็นย่ำ เรายังมี really รอบเมืองโบราณ


ส่วนในตอนกลางค่ำกลางคืนก็เป็นอีกกิจกรรมนึง


ที่เรียกกันว่า "สามัคคี 4 ภาคและงานวัด"


วันนี้จึงใช้ชื่อตอนที่ว่า "อย่าท้า...เยาวชน"


หลังจากที่เมื่อคืนทุกคนต่างอิ่มในรักกันถ้วนหน้า


เมื่อวันเวลาเดินผ่าน...


ชีวิตคนเราต้องเดินก้าวไปข้างหน้า


ส่วนอะไรที่ดีๆ ก็เก็บเอาไว้ในความทรงจำ


เช้าวันนี้ กิจกรรมที่เยาวชนต้องเรียนรู้ได้แก่


3 กิจกรรม จาก 3 หนุ่ม 3 มุม (มุมใครมุมมัน)


แบ่งน้องออกเป็นสามกลุ่ม พี่เลี้ยงที่รับผิดชอบ


รวมถึงทีมข้อมูลที่ต้องไปประจำการ


เข็มนาฬิกาบอกเวลาให้ทุกคนเริ่มต้นกิจกรรมได้...


 Smiley พี่ต้าร์...ประจำการอยู่ด้านหลังสุด ในกิจกรรม "ภาพเหมารวม"


จากกิจกรรมนี้ทำให้เราเห็นว่า ความเชื่อและทัศนคติต่างๆของคนเรา


มักถูกค่านิยมในสังคมตัดสินว่า


คนคนนั้นต้องเป็นอย่างนี้ คนคนนี้ต้องเป็นอย่างนั้น


เราตัดสินค่าของคนเพียงรูปกายภายนอกโดยมองข้ามการเรียนรู้


นี่แหละจุดบอดของสังคมที่กำลังเป็นอยู่ทุกวันนี้


ทำให้คุณภาพของมนุษย์ถูกบั่นทอนลงไปอย่างง่ายดาย


เพียงแค่มองกันผิวเผิน เอาบรรทัดฐานอะไรก็ไม่รู้มาวัดค่าของคน


อันที่จริงแล้ว


แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมาตัดสินเพียงแค่ใช้สายตามอง


ฉันใด ฉันนั้น...


คนอื่นเอง เค้าก็ไม่อยากให้เราตัดสินเขาแค่เพียงสายตาเช่นกัน


มีใครคนนึงเคยบอกฉันไว้ว่า...


"ก่อนที่เราจะเรียนรู้คนอื่น ตัวเราเอง


เปิดใจพร้อมที่จะให้คนอื่นมาเรียนรู้หรือยัง ? "


ฐานนี้สิ่งที่น้องๆได้ร่วมกันทำคือ


แชร์ประสบการณ์ของตัวเองในเรื่องของการตัดสินคน


ใครบ้างที่เคยโดนตัดสินจากรูปกายภายนอก???


เมื่อโดนแล้วรู้สึกยังไงบ้าง???


แล้วแก้ไขปัญหานั้นยังไง???


กระดาษปึกหนึ่งที่ได้จากน้องๆมา


มันเป็นเครื่องวัดคุณภาพของน้องๆเหล่านี้ได้ว่า


"คุณชนะเลิศ" Smiley


Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley


ด้านในของหอประชุม เป็นมุมของพี่โจ๊ก ที่ชื่อว่า "จิตสาธารณะ"


เค้าบอกว่า...(เค้าไหน???)


กิจกรรมนี้เพื่อน้องๆมีจิตสำนึกร่วมกันในการสร้างสรรค์สังคมให้ดีงาม


ฐานนี้ พี่โจ๊กแบ่งน้องๆออกเป็นกลุ่มย่อย แล้วให้แต่ละกลุ่มคิดละครใบ้ขึ้นมา


โดยประเด็นของละครหนึ่งเรื่อง ให้แตกแยกย่อยออกมาเป็นสามแบบ


มีน้ำใจ ช่วยเหลือ เห็นแก่ตัว ทำตามแต่ใจตัวเอง


แล้วแต่แยกย่อยกันไป...


ซึ่งข้อดี ข้อเสียต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม


ถามว่า..."มันผิดมั้ย ?"


ผิดมั้ยที่ใครคนหนึ่งเดินมาเจอเปลือกกล้วยที่หล่นอยู่ในสนามแล้วไม่เก็บ ?


ผิดมั้ยที่คนอีกคนเดินมาเจอเปลือกกล้วยแล้วสกายคิกเปลือกกล้วยไปที่อื่น ?


ผิดมั้ยที่คนอีกคนเดินเข้ามาแล้วสะดุดเปลือกกล้วยหัวแตก ?


ตอบว่า...ไม่มีใครผิด!!!


(((แต่ขอ ปล.หน่อยว่า คนเขียนจะเขียนผิดรึป่าวหว่า เอาตามที่ตัวเองเข้าใจเนาะ


หากผิดพลาดประการใด หรืออาจทำให้คนที่มาอ่านไขว้เขว ก็บอกได้เด้อ)))


คนในสังคมเรา...มีอยู่หลายแบบ


คือคนที่ไม่สนอะไรเล้ยยยยย ไม่ว่าสังคมจะเป็นยังไง


กับอีกประเภทคือคิดแต่เรื่องของตัวเอง เอาแต่ตัวเองรอด เมื่อเจอปัญหาก็จะปัดไปให้ไกลตัว


ประเภทสุดท้ายคือคนที่ใส่ใจกับปัญหาต่างๆ พร้อมที่จะแก้ไขให้ดีเพื่อส่วนรวม


(บางส่วนเรียบเรียงมาจากคู่มือพี่เลี้ยงนะคะ)


ว้าวๆๆๆๆๆ กิจกรรมนี้น่าจะไปจัดให้คนที่อยู่ในสภาหรือไม่ก็พวกที่อยู่ที่ม๊อบเล่นกันเนาะ


ค่ายพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!


เข้าเรื่องดีกว่า...Smiley


ได้แวบออกมาดูน้องๆคิดละครกัน


ยังบอกกับพี่โจ๊กเลยว่า "น้องๆเก่งจัง"


ไอเดียของแต่ละคน พี่คนนี้ยังต้องขอคาราวะ


หวังว่ากิจกรรม ต่างๆเหล่านี้


น้องๆจะสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตประจำวันของตัวเองนะคะ


Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley


Smiley Smiley ทางด้านหน้าสุด...เป็นอีกฐานของพี่โป้ง


ฮ่า ฮ่า ฮ่า..จะบอกว่าฐานนี้ยังไม่ทันได้ออกไปดู


เพราะมัวแต่เม้าท์ๆๆๆค่ะพี่น้อง = ="


พอรู้ตัวอีกทีก็สายเสียแล้ววววววววว ฟิ้ววววววว Smiley


Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley


หลังจากจัดการกับปากท้องของแต่ละคนเรียบร้อย Smiley


กิจกรรมต่อไปของทุกคน ที่ทุกคนรอคอย(รึป่าว?)


ก็คือ ปั่นๆๆๆๆๆ ปั่น ปั่น ให้น่องปูด


น้องๆทุกคนถูกเรียกให้รวมตัวเพื่อที่พี่ๆจะชี้แจง


และรอรถมารับไปเอาจักรยานนะคะ


หลังจากแบ่งแยกทุกอย่างกันลงตัว


น้องๆไปเอาจักรยาน พี่เลี้ยงทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย


กิจกรรมนี้ ทีมสื่อได้ลงพื้นที่ไปเก็บบรรยากาศอย่างเฮฮาปาร์ตี้


สนุกสนานกับพิธีกรจำเป็นทั้งสี่หนุ่ม


ที่ไม่ต้องคัท ไม่ต้องเทค...แบบว่า !!!!!


คงไม่ต้องบรรยายเพราะแต่ละคนคงเห็นจากวีดีโอกันแล้วเนาะ


ระหว่างถ่ายทำ...



 


เกือบไปแล้วมั้ยคะ...พี่เต้า!!!



จะไปไหนกานนนนน!!!




ดูพี่เสร็จแล้ว ตามต่อด้วยดูน้องๆมั่งนะ


 


If u think...u can u can


จนถึงทุกวันนี้...


ฉันยังมีความเชื่ออยู่ว่า


หากจะทำอะไรก็ตาม นอกเหนือจากหัวใจที่ลงไปแล้ว


คุณต้องมีความศรัทธาและความเชื่อเจืออยู่ในนั้นด้วย




 


หลังจากที่ต่างคนต่างสนุกสนาน


ต่างเหน็ดเหนื่อยจากการปั่น ปั่น และก็ปั่นกันถ้วนหน้า


กลับมาสู่หอประชุมอีกครั้ง...


เมื่อต่างคนต่างซัดข้าวกันจนเรียบ


เมื่อพร้อมเพรียงกันก็เนรมิตหอประชุมเป็นลานวัดได้อย่างสวยงาม


ขนะเลิศศศศศศศ ^_^



การแสดงของน้องๆในคืนนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่ม เป็นภาค


ตามที่ตกลงกันไว้...


ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ฉันมีโอกาสได้เห็นภาพกิจกรรมที่ว่านี้


จะเรียกว่ามันน่าทึ่งก็ว่าได้...


มีคนเคยถามฉันอยู่หลายครั้งว่า...


คุณทำสิ่งนี้ เพื่ออะไร และทำไปทำไม ???


ฉันได้แต่ตอบพวกเค้าไปเพียงคำสั้นๆว่า "อยากทำ"


โดยไม่ได้อธิบายอะไรมากมายก่ายกอง


แต่อันที่จริงแล้ว...


ถ้าเกิดว่าคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่ฉันเคยเป็น


คุณจะรู้...ว่าสิ่งที่ฉันเพียรทำอยู่ทุกวันนี้ "เพื่ออะไร"


หากครั้งหนึ่งคุณเคยหลับไหลจนถึงขั้นเรียกชีวิตกลับคืนมาไม่ได้


แล้วในที่สุด...


คุณก็พบว่าตัวเองได้ลืมตาตื่นขึ้นในเช้าของอีกวัน


ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา


ถ้าการลืมตาตื่นขึ้นแล้วพบว่าตัวเองยังมีลมหายใจอยู่


ก็เท่ากับว่า "ฉันได้รับโอกาสในการใช้ชีวิตอีกครั้ง"


และฉันก็จะใช้โอกาสที่มีบ้าง ไม่มีบ้าง ในการตามหาความทรงจำดีๆ


ฉันจะไม่ปล่อยปละ ละเลยโอกาสดีๆที่เข้ามาในชีวิต


รวมถึงคนดีๆ ที่เดินผ่านเข้ามาในหัวใจ


ไม่ให้มันสูญเปล่าไปอีกแล้ว...


ครั้งนี้ก็เช่นกัน


ทุกวินาที ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันมีค่ากับลมหายใจของฉันมากมายนัก


กลับมาที่งานวัด --->>>>


การแสดงของน้องๆแต่ละคน ขอบอกได้ว่า อลังการงานสร้าง


ไม่ว่าจะเป็นโชว์คาบาเร่ต์ ด้นกลอนกันสดๆ การแสดงบนเวทีของแต่ละกลุ่ม


รำโนราห์ ศิลปะพื้นบ้านของเมืองใต้ที่มีความขลังอยู่ในตัว โดยน้องหนี



การแสดงร้องประสานเสียงของเหล่าพี่เลี้ยง ฮิ้วววๆๆๆๆๆ



การตีกลองสะบัดชัยที่ฟ้าฝนเป็นใจให้โคมถูกลอยขึ้นสู่เวหา


ก่อนที่หยาดฝนจะชุ่มฉ่ำลงมา


ทุกๆภาพ ทุกๆความรู้สึก มันสวยงามราวกับเพิ่งผ่านมาไม่กี่นาที


ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ก่อให้เกิดความสำเร็จที่งดงาม


อย่างที่ทุกๆคนมีต่อกัน...


มันเป็นอะไรที่สวยงามมากนะ ฉันว่า...



ทุกโชว์ ทุกการแสดง มันไม่ใช่แค่เริ่มต้นและจบลง


ฉันเชื่อว่า...ระหว่างทางในการดำเนินงาน


ต้องมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในแต่ละกลุ่มของแต่ละคน


ไม่มากก็น้อย...


ไม่ว่าจะเป็นการไม่พอใจของอีกฝ่าย


คนนั้นอยากทำอย่างนี้ คนนี้อยากทำอย่างนั้น


คุณเป็นใครมาออกความเห็นมากมายได้ไง


คุณเป็นได้แค่ผู้ตามเท่านั้น เพราะฉันมาก่อนย่ะ


มากมายหลายความขัดแย้ง...ไม่มีใครสามารถห้ามมันได้


สิ่งที่สอนให้เราเรียนรู้ถึงกฎในการใช้ชีวิตข้อนี้คือ "การยอมรับ" และ "รับฟัง"


ไม่ว่าใครจะมาก่อนหรือมาหลัง


แต่ ณ ที่แห่งนี้ "เรามาด้วยกัน"


ไม่ว่าคุณอยากให้ทำนั่นหรือฉันอยากให้ทำนี่


แต่ ณ เวลานี้ "เราต้องการสิ่งเดียวกัน"


ความขัดแย้งเกิดขึ้นได้เมื่อเกิดการรวมกลุ่ม


แต่คุณอย่าลืมว่า คุณละเลยในคำว่า "มิตรภาพไปรึเปล่า ???"


ฉันเชื่อว่า...หลังจากความขัดแย้งสูญสลาย จะกลายเป็นความกลมเกลียว


จริงมั้ย ???



 


ถัดจากงานสามัคคีสี่ภาค ก็เป็นงานวัดที่น้องๆจำลองกันขึ้นมา


ระหว่างนั้น ไปปฎิบัติภารกิจบางอย่าง


อะไรๆเลยขาดช่วงขาดตอนไป


รู้แต่ว่ากลับมาอีกทีนึง ว้าวๆๆๆๆๆๆ


จากเวทีสดใส กลายเป็นงานวัดขนาดย่อมเป๊ะๆ



มีทั้งคณะสาวรำวง ตีกอล์ฟ มีแม้กระทั่งขอทาน..


เจ๋ง ได้อีกอ่ะ อันนี้ขอชมจากใจ...


สามสาวลูกเหรียงที่ดูสดใสร่าเริง


มาบัดนี้กลายเป็นสาวร๊อคไปซะแล้ววววว...



แสงไฟสลัว บวกกับเสียงเพลงที่ดังกึกก้อง


ทำให้ผู้คนที่อยู่รอบด้านต่างพากันออกท่าออกทาง


ออกรสออกชาติได้อย่างกระชากใจ



ไม่มีใครยอมแพ้ใคร แม้แต่นางโนราห์ที่ก่อนหน้านั้นฟ้อนอย่างสวยงาม


ฉันก็ยังแอบเห็นไปสะบัดหัว สะบัดท้าย มันส์ได้อย่างเร้าอารมณ์


หรือแม้กระทั่งทีมข้อมูลของเดี๊ยนเอง


ก็กระโดดขึ้นเวทีไปสะบัดความมันส์ได้อย่างจุใจ


ฉันคงไม่ต้องบอกแล้วนะ...


ว่าคำว่า "ความสุข" มันหมายความว่าอย่างไร ???


นี่แหละคือที่มาของคำว่า "อย่าท้า เยาวชน"


เพราะเยาวชนทั้งหลายเหล่านี้


ล้วนแล้วแต่มีความตั้งใจในการที่จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สำเร็จลุล่วง


นอกจากจะสำเร็จแล้วมันต้องดีด้วย...


แต่แล้ว งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา...


หมดเวลากันแล้วค่ะน้องๆ ผู้นำกระบวนการสรุปกิจกรรมของตัวเอง


ทุกคนช่วยกันเก็บกวาดความสุขใส่หัวใจ ส่วนขยะต่างๆนู่นเลย ถังขยะใบใหญ่


เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากันมาเต็มที่...นอนดีกว่าพวกเรา Smiley




ขอแทรกๆๆๆ อันนี้จำไม่ได้ว่าวันไหน


รู้แต่ว่าอาหารมื้อดึกในคืนหนึ่ง (แอบซุกลาบไก่ เอาไว้พะยะค่ะ)


กิจกรรมนี้ผู้นำกระบวนการได้แก่ น้องหนุ่ยกับพี่เจี๊ยบนะคะ


สืบเนื่องจากการคุยไปคุยมาว่าลาบเนี่ย


มันน่าเอาไปทำอะไรได้มากกว่าราดข้าว


น้องหนุ่ยเสนอ พี่เจี๊ยบสนอง...


ความอยากไปไวกว่าความคิด


สาวท้าวอย่างรวดเร็วไปที่ตู้กดมาม่า


ไม่กี่อึดใจก็ได้รับประทาน "ลาบไก่มาม่า" กันอย่างเอร็ดอร่อย


แค่นั้นไม่พอ มองไปไกลๆเห็นลาบเหลือรู้สึกเสียดาย


ผู้ร่วมกระบวนการเลยแนะนำว่า "ไปตักลาบมาซุกไว้กันดีกว่า"




และแล้วความเอร็ดอร่อยก็ไม่ปรานีใคร


ทั้งพี่อ๊อด น้องหนุ่ย น้องฝน พี่เจี๊ยบ พี่จิ๊บ กับขนมนมเนยอีกกอง


โอ๊ยยยย..!!! สุขียิ่งนัก


ทั้งอิ่มและอืดไปตามๆกัน


บอกแล้วว่าอย่าท้า...เยาวชน (เกี่ยวกันมั้ย)


คืนนั้นได้เสื้อสีชมพูของไทยัพมาหนึ่งตัว


ข่าวว่าเป็นของเหมียวโอ...ฮิ้วๆๆๆๆๆ


เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเมื่อวันก่อนเนาะ


พี่เจี๊ยบมั่วแระๆๆๆๆๆ ๕๕๕๕๕๕๕



และในที่สุด...ก็หมดเวลาลงไปอีกหนึ่งวัน


ไม่รู้ทุกคนมีความรู้สึกเหมือนฉันมั้ยว่า...


เวลาที่อยู่ที่ค่ายริมขอบฟ้า มันเป็นเวลาตั้งห้าวัน


แต่ทำไมแต่ละนาทีที่เดินผ่าน


มันช่างรวดเร็วเหลือเกิน


อย่างที่เค้าว่ากันว่า...


เวลาแห่งความสุข มักจะเดินเร็ว


และถ้าเกิดว่า...


ใครที่รู้สึกเหมือนฉันว่า ทำไมเวลาเดินเร็วจัง ?


แสดงว่า...คุณกำลังมีความสุขอยู่ไงล่ะ Smiley


ขอบคุณนะคะที่อ่านกันจนจบ


ตอนนี้เวลาก็ตีห้าครึ่งแล้วววววว...


ต้องขอตัวไปปั่นต้นฉบับต่อแล้วล่ะคะ


ถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่องไปก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยละกัน


ส่วนตอนต่อไป เป็นเรื่องราวของ


การไปลงพื้นที่ที่ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน


ยังไงจะมาบอกเล่าแปดสิบ เก้าสิบให้ฟัง ให้อ่านกันนะคะ



Smiley คิดถึงทุกคนเช่นเคย... Smiley







Free TextEditor




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2551
14 comments
Last Update : 30 ตุลาคม 2551 5:39:47 น.
Counter : 496 Pageviews.

 

เข้ามาอ่านแล้วนะเจ๊สนุกดี...แต่น้อยใจไม่มีรูปเราเลย(ล้อเล่น).....ว่าง ๆ มาเลี้ยงส้มตำที่สำนักงานอีกนะ...อิอิ

 

โดย: จิ๊บจ้อย IP: 125.25.75.55 30 ตุลาคม 2551 17:03:55 น.  

 

อ่านอีกวันแล้ว

งอล... ม่ายมึรูปเราเช่นกัน

อ่านแล้ว ก้อยิ่งมีความสุข

ปะกันตี้เจียงใหม่เน้อเจ้าคะ

 

โดย: หนึ่ง บ่าวเจียงฮาย IP: 118.172.70.240 30 ตุลาคม 2551 21:02:47 น.  

 

ไม่เหงาแล้วนะมึง
คนมาอ่านเพียบเรย

ดีใจด้วย โยว่ๆ

 

โดย: ต้าร์ IP: 58.8.239.48 30 ตุลาคม 2551 21:16:28 น.  

 

ว้าวๆๆ สุดยอดไปเลย

 

โดย: แป้งน้ำ IP: 124.120.143.206 30 ตุลาคม 2551 21:43:35 น.  

 

ตอนหน้าช่วยใส่รูปผมไปเยอะๆหน่อยนะ
ถ้าใส่น้อยละก้อ ฮึฮึ
ไล่ออกกกกกกกกกกก
เขียนดีมั๊กจ้า ขอชม ไม่ค่อยชมใครนะนี่
กลอนแต่งดี ว่างๆให้โจ๊กช่วยแต่งก้อได้นะ
ผมเปนลูกชายคนเล็กของสุนทรภู่
กิ้วๆๆ

 

โดย: โจ๊ก Y-Act IP: 58.8.239.48 30 ตุลาคม 2551 21:54:13 น.  

 

ใช่คับ เวลาแห่งความสุขผ่านไปเร็วจริง ๆ แต่ความทรงจำต่างหาก ที่จะคงอยู่กับเราตลอดไป น้านนน แต่ก็จิงนะ เอาเป็นว่าขอให้ทุกคนมีความสุขละกัน แล้วพบกันใหม่

 

โดย: เอ (ริวซากิ) คอนหวัน IP: 115.67.124.9 31 ตุลาคม 2551 12:46:41 น.  

 

ตูเข้ามาดูรูปผู้ชาย 55+

 

โดย: สะมะ IP: 119.42.88.166 4 พฤศจิกายน 2551 19:56:38 น.  

 

ยิ่งอ่านยิ่งคิดถึงอ่า เฮอะ อยากไปอีกจัง
คิดถึงเพื่อนๆๆมาก พี่ๆๆสต๊าฟด้วยอ่า
ก็จริงอย่างที่ว่าเวลาไหนที่เรารู้สึกสนุกมีความสุขมันก็จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว อยากจาย้อนเวลากลับไปแต่ก็เปนไปไม่ได้ เวลามีแต่เดนไปข้างหน้าไม่เคยที่จาย้อนกลับ แต่ความรู้สึกความทรงจำที่เรามีด้วยจะคงอยู่ไม่หายไปไหนตลอดไป

 

โดย: บัว Dek ตราด ฮิ IP: 117.47.31.242 20 พฤศจิกายน 2551 14:05:53 น.  

 

โลกใบใหม่ของนะพัด

แล้วอย่าลืมพวกเค้าหล่ะ อิอิ

 

โดย: unsa 16 มกราคม 2552 18:49:40 น.  

 

wow.........!!!!!!!!!!!!!
คิดถึงจังเลย เมื่อไรน้าจะมี Activist 3 น้อ อยากเจอเพื่อนๆอีก

 

โดย: มาร์ค...เยาวชนลุ่มน้ำโขง IP: 125.26.204.37 17 กุมภาพันธ์ 2552 11:00:34 น.  

 

ไม่มีรูปเค้าด้วย

 

โดย: สมป๋อง แฟนน้องโบ 19 มีนาคม 2552 17:38:12 น.  

 

คิดถึงนะ

มาเป็นกำลังใจให้

 

โดย: unsa 19 เมษายน 2552 20:36:21 น.  

 

สวัสดีครับ แวะมาเยี่ยมครับ

อะโห บลอคสวยมากๆ

 

โดย: BarBoy 8 มีนาคม 2554 20:23:28 น.  

 

เขียนบล็อคได้น่าอ่านมากครับ พอดีมีน้องเอากระทู้ศพเด็กมาให้อ่าน ขอบคุณที่เขียนถึงนะครับ ไม่ทราบว่าเล่นเฟสบุคด้วยหรือไม่ ถ้าเล่น อยากจะขอแอ่ดไว้เป็นเพื่อนอีกสักคนนะครับ ถ้าไม่รังเกียจ

//www.facebook.com/ayuwat.angkhawut?ref=profile

 

โดย: joblovenuk 10 มีนาคม 2554 14:10:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ผู้หญิงกลางคืน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่ใจดีแต่มีน้ำใจไม่ทำร้ายใครถ้าไม่จำเป็น
ไม่ฉลาดแต่ประมาทไม่ได้
ไม่ชอบให้ใครเยาะเย้ยเล่น...

Got My Cursor @ 123Cursors.com
Friends' blogs
[Add ผู้หญิงกลางคืน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.