|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
- รวม Review หนังสั้นประจำเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน 2550
- รักแห่งสยาม : บทพล่ามถึงความรักที่ลอยอยู่รอบตัวเรา
- รวม Review ภาพยนตร์ประจำเดือน ตุลาคม 2550
- ร่าง พรบ. ฉบับใหม่... กูไม่ใช่เกาหลีเหนือโว้ย!!
- รวม Review ภาพยนตร์ประจำเดือน กันยายน 2550
- รวม Review ภาพยนตร์ประจำเดือน กันยายน 2550(2)
- รวม Review ภาพยนตร์ประจำเดือน กันยายน 2550(1)
- ชำแหละความชิบหายของ "เพื่อน...กูรักมึงว่ะ"
- รวม Review ภาพยนตร์ประจำเดือน สิงหาคม 2550
- รวม Review ภาพยนตร์ขนาดยาวประจำเดือน สิงหาคม 2550 (2)
- รวม Review ภาพยนตร์สั้นที่ได้ดูในเดือนสิงหาคม 2550
- รวม Review ภาพยนตร์ขนาดยาวประจำเดือน สิงหาคม 2550 (1)
- รวม Review ภาพยนตร์ 16 เรื่องจาก Bangkok Film
- รวม Review ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนกรกฎาคม 2550
- รวม Review ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนมิถุนายน 2550
- รวม Review ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนพฤษภาคม 2550
- Memories of Matsuko แค่อยากเป็นคนที่ถูกรัก แค่อยากเป็นคนที่ถูกใครสักคนเข้าใจ
- Pan's Labyrinth มันหนังรัฐศาสตร์ชัดๆเลยครับพี่น้อง!!!
- รวม Review ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนเมษายน 2550
- รวม Review ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนมีนาคม 2550
- รวม Review ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนกุมภาพันธ์ 2550
- รวม Review ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนมกราคม 2550
- Fur: An Imaginary Portrait of Diane Arbus (สหรัฐอเมริกา, Steven Shainberg, 2006)
- Open Season (สหรัฐอเมริกา, กำกับสามคน, 2006)
- Thank You for Smoking (สหรัฐอเมริกา, Jason Reitman, 2005)
- Earthcore - หนังสั้นปฐมบทของ "13 เกมสยอง" (ไทย, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, อนุโลมว่า 2550 ละกัน)
- Final Score-365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (ไทย, โสรยา นาคะสุวรรณ, 2550)
- A Stranger of Mine aka Unmei janai hito (ญี่ปุ่น, Uchida Kenji, 2005)
- Velvet Goldmine (สหราชอาณาจักร+สหรัฐอเมริกา, Todd Haynes, 1998)
- ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคองค์ประกันหงสา (ไทย, หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, 2550)
- Dead Poets Society (สหรัฐอเมริกา, Peter Weir, 1989)
- ครูสมศรี (ไทย, หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, 2528)
- Reservoir Dogs (สหรัฐอเมริกา, Quentin Tarantino, 1992)
- 10 หนังสั้นในโครงการ "ชวนเด็กดูหนัง"
- Conflict (สหภาพโซเวียต, ใครกำกับ?, ปีไหนก็ไม่รู้)
- Takeshis' (ญี่ปุ่น, Kitano Takeshi, 2005)
- Wordplay (สหรัฐอเมริกา, Patrick Creadon, 2006)
- The Black Dahlia (เยอรมนี+สหรัฐอเมริกา, Brian de Palma, 2006)
- Hidden aka Cache (ฝรั่งเศส+ออสเตรีย+เยอรมนี+อิตาลี, Michael Haneke, 2005)
- Perfume: The Story of a Murderer (เยอรมนี+ฝรั่งเศส+สเปน, Tom Tykwer, 2006)
- Blood Diamond (สหรัฐอเมริกา, Edward Zwick, 2006)
- Nanoguy Awards 2006
- Nanoguy Awards 2006 ช่วงที่ 2
- Nanoguy Awards 2006 ช่วงที่ 1
- จมโลกเซลลูลอยด์
- ปิดเทอมผลาญหนัง ตอนที่ 4 : อำมหิตพิศวาส/ เปนชู้กับผี/ Stormy Night/ หมากเตะรีเทิร์น/ mastersOFhorror
- ปิดเทอมผลาญหนัง ตอนที่ 3 : Days of Glory/ Candy/ The Pianist / Infernal Affairs /Monster House
- ปิดเทอมผลาญหนัง ตอนที่ 2 :: The Last Emperor/ DOA/ ผีคนเป็น/ Climates/ 21 Grams/ The Departed
- ปิดเทอมผลาญหนัง ตอนที่ 1 : Cars/ The Ant Bully/ 13 เกมสยอง/ A Soap/ Paris, I Love You/ Rob-B-Hood
- แซ่บหนัง ทั้งเทอม!!
- แซ่บเรื่องหนัง(7-จบ) : The Wind that Shakes the Barley, WTC, The Devil Wears Prada, The Child
- แซ่บเรื่องหนัง(6) : Me and Youฯ, The Thomas Crown Affair, The Host, Seasons Change, Death Note
- แซ่บเรื่องหนัง(5) : Jasmine Women/ My Super Ex-Girlfriend/ Dreamer/ An Inconvenient Truth/ Cube
- แซ่บเรื่องหนัง(4) : โคตรรักเอ็งเลย/ The Lake House/ House of Wax/ Miami Vice/ United 93/ Brick
- แซ่บเรื่องหนัง(3) : Superman Returns/ แก๊งชะนีกับอีแอบ/ The Alibi/ Lady in the Water/ Sad Movie
- แซ่บเรื่องหนัง(2) : Don't Tell/ X-Men 3/ หนูหิ่น เดอะมูฟวี่/ The Bow/ Pirates of the Caribbean 2
- แซ่บเรื่องหนัง(1) : Sympathy For Mr Vengeance/ The Lover/ Spirited Away/ The Omen/ Scary Movie 4
- ต้มยำรวมมิตร(3-จบ) Poseidon/ มอ๘/ Match Point/ The Da Vinci Code/ Kinsey/ Always/ ก้านกล้วย
- ต้มยำรวมมิตร(2) ลาง-หลอก-หลอน/ The Wild/ Red Lights/ Perhaps Love/ Date Movie/ Ice Age 2/ M:I:3
- ต้มยำรวมมิตร(1) Capote/ V For Vendetta/ Inside Man/ Where the Truth Lies/ Hoodwinked/ She's the Man
- จับฉ่ายตอนอวสาน : The Constant Gardener/ Transamerica/ Final Destination 3/ A History of Violence
- จับฉ่ายตอนที่ 2 : Paradise Now/ กระสือวาเลนไทน์/ Walk the Line/ Munich/ เด็กหอ/ Invisible Waves
- จับฉ่ายตอนที่ 1 : Memoirs of a Geisha/ Brokeback Mountain/ Sophie Scholl : The Final Days/ Tsotsi
- When Crash was crashed, เมื่อ Crash กลายเป็นแพะ
- Rashomon ธรรมชาติของมนุษย์
- March of the Penguins วิบากแห่งเผ่าพันธุ์
- Nanoguy Awards 2005
- The Chronicles of Narnia : The Lion, The Witch and the Wardrobe แฟนตาซีอลังการส่งท้ายระกาศก
- King Kong ลิงยักษ์ที่คนต้องเสียน้ำตาให้
- Harry Potter and the Goblet of Fire ขาดหาย ตกหล่น พอทน ดูไป
- Nana สองสาว สองฝัน แต่ชื่อเดียวกัน
- เที่ยวนี้ ว่าด้วยความตาย Corpse Bride / Saw 1-2
- คอมโบหนังโรง Into the Blue / Flightplan / 3-Iron / อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม
- คอมโบอีกซักทีดีไหม? Cinderella Man/Red Eye/เพื่อนสนิท
- Charlie and the Chocolate Factory หนังเด็ก ที่น่าให้ผู้ใหญ่ดู
- คอมโบอย่างบ้าคลั่ง กับหนัง 4 เรื่องรวด
- Team America : World Police เสียดสี ดีเดือด เลือดพล่าน
- The Machinist หลอนได้ที่ สยองได้ใจ
- The Island มนุษย์หนอมนุษย์...
- A Snake of June อสรพิษ=ตัณหา
- War of the Worlds ถึงมนุษย์ผู้หลงลำพอง
- Mr and Mrs Smith อารมณ์เดียวกับ "มหาลัยเหมืองแร่"
- มหาลัยเหมืองแร่ กินได้ แต่ไม่กลมกล่อม
- Star Wars Episode 3 : Revenge of the Sith เหมือนจะไม่ดี แต่ก็เหมือนจะดี...
- Sin City โหด ซาดิสต์ ถึงลูกถึงคน ถึงเลือดถึงเนื้อ...
- Kingdom of Heaven รบกันไปเพื่อ???
- I Am David เรียบๆ เฉยๆ พอดูได้
- Bangkok:Dangerous ร่วมกันยืนไว้อาลัยออกไซด์ แปง...
- The Interpreter เมื่อสามออสการ์โคจรมาพบกัน
- Hide and Seek ใครบอกตอนจบ บ้านบึ้ม...
- The Fog of War ม่านหมอกแห่งสงคราม
- And all razzies go to........ The Eye 10
- The Chorus หนังดีแบบดูง่ายๆ
- The Motorcycle Diaries เรียบๆ แต่ลุ่มลึก
- บุปผาราตรี เฟส 2 หนังเอามันส์ กระชากจิต...
- Hotel Rwanda กับความจัญไรของใจคน
- ความแตกต่างของหนังผู้หญิงและหนังผู้ชาย
- หลวงพี่เท่ง...ง่ะ
- ย้อนอดีต อันดากับฟ้าใส...
- เก็บตกสถิติออสการ์ (น่าอ่าน)
|
| |
|
|
|
|
|
Charlie and the Chocolate Factory หนังเด็ก ที่น่าให้ผู้ใหญ่ดู

ทำไมอยากดูหนังเรื่องนี้ล่ะ?
1. จอห์นนี่ เด็ปป์ 2. ทิม เบอร์ตัน 3. ชื่อหนัง
จบและ...
ไม่เคยอ่านหนังสือเรื่องโรงงานอะไรนี่เลยซักกะนิด รู้แต่ว่ามันมีหนังสือเรื่องนี้แหละ (และก็ไอ้จุ๊งเคยอ่านแล้ว) รู้แต่ว่าคนเขียนชื่อ โรอัลด์ ดาห์ล รู้แต่ว่า คนเขียนมันขึ้นหิ้งนักเขียนวรรณกรรมเยาวชนมือฉมังไปแล้ว
รู้แค่ว่าทิม เบอร์ตัน มันเป็นผู้กำกับหนัง "แนว" แต่ไม่ใช่แนวแบบหนังรางวัล (ไอ้ที่แบบดูไม่รู้เรื่อง วนไปวนมา มีแต่การใช้สัญลักษณ์ นามนัย เต็มเรื่องไปหมด พี่ทิมไม่ใช่แบบนั้น)
เคยได้ยินชื่อทิม เบอร์ตันครั้งแรก ตอนที่เริ่มบ้าหนัง ช่วงนั้นมีหนังผีหัวขาดฝรั่งเรื่อง Sleepy Hollow ฉาย ตอนนั้นยังไม่เชิงบ้าหนังมากมายเหมือนตอนนี้หรอก
แต่ก็รู้ว่าคนกำกับหนังเรื่องนั้นมันชื่อ Tim Burton และพระเอกเรื่องนั้นคือ Johnny Depp
ตอนนั้นยังคิดอยู่เลย ว่าหนังผีหัวขาดมันจะน่าดูตรงไหน
และจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ดู (แล้วจะพูดทำหอกอะไรเนี่ย?)
แล้วต่อจากนั้นก็ค่อยๆรู้ว่า ไอ้ทิม เบอร์ตันเนี่ย มัน "แนว" จนได้ดิบได้ดี แล้วมีดาราคู่บุญเป็นจอห์นนี่ เด็ปป์ ซะด้วย
หนังเรื่องแรก เรื่องเดียว และเรื่องที่โคตรชอบมากๆเรื่องนึงของทิม เบอร์ตัน ก็คือ Edward Scissorhands ได้ดูช่องยูบีซี (เอชบีโอรึว่าซินิแมกซ์จำไม่ได้) บังเอิญเปิดไปเจอ วันนั้นไปไหว้ครบรอบอากงอาม่าเสีย
เปิดไปเจอตอนต้นเรื่องพอดี เฮงอะไรไขนหนาด
แล้วก็นั่งดูจนจบเรื่อง ก่อนจะร้องออกมาดังๆ (ในใจ) ว่า "โอ้พระเจ้าช่วยกล้วยทอด หนังบ้าอะไรฟะ ดีโคตร"
และยกทิม เบอร์ตัน เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้กำกับในดวงใจ
สำหรับโรงงานช็อกโกแล็ต ก็เป็นเรื่องของวิลลี่ วองก้า เจ้าของโรงงานช็อกโกแล็ตที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ในเรื่องบอกว่าใหญ่กว่าโรงงานช็อกโกแลตทั่วไป 50 เท่า)
จากปกติวิสัยของโรงงานแห่งนี้ ซึ่งไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตเข้าออกโรงงาน และตัวของวิลลี่ วองก้าเอง ที่ทำตัวเป็นคนลึกลับ ไม่ปรากฎตัวต่อหน้าสาธารณชนหลังจากประกาศปิดโรงงานและลอยแพคนงานเมื่อ 15 ปีก่อนหน้านี้
วันหนึ่ง มีใบปลิวมาติดที่เสาไฟฟ้า วิลลี่ วองก้า ประกาศอนุญาตให้เด็ก 5 คนจากทั้งโลกพร้อมผู้ปกครองเข้าเยี่ยมชมโรงงานช็อกโกแล็ตลึกลับของเขา เงื่อนไขเพียงแค่เด็ก 5 คนนั้น คือเด็กที่เปิดเจอตั๋วทองในห่อช็อกโกแล็ตยี่ห้อวองก้า
ชาร์ลี บัคเก็ต เป็นเด็กยากจน บ้านเล็กๆ โทรมๆของเขาตั้งอยู่ไม่ห่างจากโรงงานเท่าไรนัก วันๆ เขาได้กินอาหารหรูที่สุดคือซุปกะหล่ำปลี และงานอดิเรกคือการต่อแบบจำลองรูปโรงงานช็อกโกแล็ตจากฝายาสีฟัน (ที่พ่อจิ๊กมาจากโรงงาน)
แน่นอนว่า เมื่อมีข่าวออกมาอย่างนี้ คนในครอบครัวเองต่างก็ตื่นเต้นกับโอกาสครั้งนี้ โดยเฉพาะปู่ของชาร์ลี ซึ่งเป็นหนึ่งในอดีตคนงานของโรงงานช็อกโกแล็ตลึกลับ แต่อุปสรรคใหญ่ก็คือ ความยากจนของครอบครัว ทำให้ชาร์ลีมีโอกาสกินช็อกโกแล็ตแค่ปีละแท่งเท่านั้นในช่วงวันเกิด
แต่โชคก็เข้าข้าง เมื่อชาร์ลีเปิดเจอตั๋วทองในที่สุด และได้สิทธิ์เข้าเยี่ยมชมโรงงานช็อกโกแล็ต ซึ่งเปี่ยมไปด้วยปริศนาของวิลลี่ วองก้า...
หน้าหนังดูเหมือนหนังเด็ก แต่หนังแทรกคำถามที่น่าสนใจเอาไว้มากมายหลายข้อ และส่วนใหญ่นั้น ก็เป็นคำถามที่ควรฝากให้ "ผู้ใหญ่" เอากลับไปคิด
ทั้งพ่อแม่ที่สนับสนุนให้ลูกเอาแต่กินอย่างตะกละตะกลามอย่าง Augustus ผู้โชคดีคนแรก ที่ได้ตั๋วทองจากการกินช็อกโกแล็ตวันละหลายแท่ง
หรือพ่อแม่ที่คอยตามใจลูกอย่าง Veruca จนถึงกับกว้านซื้อช็อกโกแล็ตนับแสนแท่งเพื่อหาตั๋วทอง เพียงเพราะคำสั่งประกาศิตของลูกสาวตัวน้อยว่า "หนูอยากได้ตั๋วทอง พ่อต้องหามาให้หนู"
หรือว่าเด็กที่ชีวิตมีแต่คำว่า "เอาชนะ" อย่าง Violet ที่มีแม่คอยให้ท้าย ส่งเสริมให้ลูกคิดแต่จะเอาชนะ (แม้กระทั่งการเคี้ยวหมากฝรั่งชิงแชมป์ ไวโอเล็ตยอมเคี้ยวหมากฝรั่งชิ้นเดิมติดต่อกันเป็นเวลาสามเดือน เพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชนะ -- มานั่งคิดไปคิดมา หมากฝรั่งชิ้นนั้นมันคงเหม็นน้ำลายน่าดู)
และเด็กบ้าเกม แต่เปี่ยมไอคิวอย่าง Mike ที่ตัวเองกล้าพูดออกมาเต็มปากว่า "เกลียดช็อกโกแล็ต" ทั้งยังเป็นเด็กหยาบคายหาใครเปรียบ
สี่คนนี้และชาร์ลี คือเด็ก 5 คนที่ได้สิทธิ์เข้าชมโรงงานช็อกโกแล็ตลึกลับแห่งนี้
เด็ก 4 คนแรก ล้วนเป็นเด็กที่ "เสียเด็ก" ไปเกือบร้อยเปอร์เซนต์ ซึ่งก็เป็นเหตุผลมาจากการเลี้ยงลูกแบบผิดๆของพ่อแม่ (Parents) ทุกคนนั่นเอง
จะว่าตัวเด็กเองผิดหรือไม่ ตัวเด็กเองก็ผิด แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเด็ก 4 คนนี้ ต่างก็ได้นิสัยเสียมาจากพ่อแม่ของตัวเองทั้งนั้น
ในขณะที่วิลลี่ วองก้าเองนั้น ก็มีความหลังฝังใจมาตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยความที่พ่อเป็นหมอฟัน และคอยห้ามไม่ให้เขากินขนมหวาน ก่อนที่ในภายหลังวิลลี่จะทำตัวเป็น "ขบถ" ต่อความคิดของพ่อ ด้วยการออกจากบ้านและศึกษาวิถีแห่งช็อกโกแล็ต ก่อนจะเป็นเจ้าของโรงงานช็อกโกแล็ตรายใหญ่ของโลก (ในหนังมี Flashback เป็นระยะๆ)
สำหรับฉากใหญ่ๆในโรงงานช็อกโกแล็ตแห่งนี้ จากความพยายามอย่างยิ่งยวดในการสร้างฉากใหม่ขึ้นมาให้สวยงามและตรงตามจินตนาการจากตัวหนังสือของโรอัลด์ ดาห์ลให้ใกล้เคียงที่สุด (เชื่อว่าอีกไม่นานนี้อาจจะได้อ่านหนังสือโรงงานช็อกโกแล็ต เพราะถ้าไอ้น้องชายของเราไปดูกะพ่อมา มันต้องรบเร้าอ้อนวอนให้พ่อซื้อหนังสือโรงงานช็อกโกแล็ตให้มันอ่านเป็นแน่ หลังจากที่อ้อนพ่อซื้อ "อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย" มาจนครบ 11 เล่มแล้ว )
อะไรดีๆที่มีในหนัง 1. จอห์นนี่ เด็ปป์ --- ตั้งแต่ Pirates of the Caribbean บทนี้ก็เป็นบทที่เล่นแล้ว "จี๊ด" ใจคนดูมากที่สุดบทนึงของจอห์นนี่ เด็ปป์เลยทีเดียว 2. ฉากในโรงงานช็อกโกแล็ต --- ฉากสวยมาก อลังการสุดๆ ยิ่งไอ้ตัวอูมป้า ลูมป้าส์นี่ จะรำคาญก็รำคาญไม่ลง 3. มุขควาย --- จะเรียกยังงี้ได้มั้ย ไม่เคยคิดมาก่อนว่าฝรั่งเค้าก็คิด "มุขควาย" กันได้ด้วย (เดี๋ยวจะพูดถึงในหัวข้อต่อไป) 4. บท --- หนังเขียนบทได้กลมกลืน สะท้อนสังคม จิกกัดประชดประชันให้แสบนิดๆ และสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ 5. ความหมายของครอบครัว --- หนังตีความความหมายของคำว่า "ครอบครัว" ได้อย่างลึกซึ้งและกินใจมากๆ
โคตรชอบฉากนี้เลย 1. ฉากไตเติ้ลต้นเรื่อง --- อลังการ สวยสุดยอด 2. ฉากเปิดตัววิลลี่ วองก้า --- ฮาแตกแหกค่าย เพลงน่ารัก 3. มุข "วิปครีม" --- เป็นมุขควายที่ฮาที่สุดในเรื่อง หัวเราะแบบกลั้นไม่อยู่เลยตอนนั้น 4. จุดจบของตัวละครแต่ละตัว --- จบแบบสะใจนิดๆ ชอบ สะท้อนสังคมดี ผู้ใหญ่น่าจะเก็บไปคิดบ้างนะ
สรุป --- อยากให้ทุกคนไปดู โคตรชอบเลยหนังเรื่องนี้...
| Create Date : 07 กันยายน 2548 |
|
11 comments |
| Last Update : 7 กันยายน 2548 22:44:21 น. |
| Counter : 3619 Pageviews. |
|
 |
|
|
| | |
| โดย: KT IP: 203.151.140.123 7 กันยายน 2548 22:56:24 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: MadSatan IP: 61.91.44.20 8 กันยายน 2548 21:31:00 น. |
|
|
|
| | |
โดย: merf1970 9 กันยายน 2548 14:12:20 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: nanoguy IP: 203.151.140.123 9 กันยายน 2548 18:19:41 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: yong IP: 161.200.255.161 9 กันยายน 2548 18:21:16 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: zonya~ IP: 202.57.180.162 11 กันยายน 2548 9:11:47 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: G[u]g[i!]g IP: 202.142.216.166 11 กันยายน 2548 20:17:58 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: สุทิน IP: 161.246.194.26 16 มิถุนายน 2550 8:57:11 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: ใหม่ IP: 222.123.56.35 22 ตุลาคม 2550 1:23:01 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: ปลั๊ก IP: 125.26.119.15 23 ตุลาคม 2550 17:42:34 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
กรุงเทพ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

|
คนในสังคมจารีตที่มีความคิดทางเวลาแบบไตรภูมิจะไม่ให้ความสำคัญแก่เวลาตามประสบการณ์ กล่าวคือไม่ให้ความสำคัญแก่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นจริงของชีวิตและสังคมว่าดำเนินมาและดำเนินไปอย่างไร เชื่อในการคลี่คลายเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสังคมซึ่งจะต้องเป็นเช่นนั้นตามกฎแห่งเวลาของพุทธศาสนา
- อรรถจักร สัตยานุรักษ์ (จากบทความ "ความเปลี่ยนแปลงความคิดทางเวลาในสังคมไทย" วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง 4 ตุลาคม 2531)
Let this song rhyme our souls when your voice and mine become one and whole.
Let it carry us high above When we recite our poetry of love that when there's love then there's hope.
Your love is my light, and it'll get us through this lonely night.
- รักแห่งสยาม (ซับไตเติ้ลอังกฤษเพลง กันและกัน ท่อนฮุค)
|
|
|
|
|
|
|
|
|