ฮาย เอฟวรี่วัน.....ฮาย...มวย...ฮาย....ยีง...อาร์ ยู โอ เค๊ ???? ตาบรู๊ส วิลลิส ส่งเสียงทักทาย พร้อมกับนำกระเป๋าและคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ควางบนโต๊ะทำงานซึ่งอยู่ข้างซ๊ายมือของโต๊ะฉันน๊อท ทู แบ๊ด....ไม่เลวหรอกย่ะ หมวยตอบพร้อมยักไหล่แอม โอ เค้ แต๊งยู.....สบายดี ขอบใจที่ถามนะ ฉันตอบตาเหม่งบ้างทุกคนครับลงไปเข้าแถวด่วนเร็ว...เร็ว...เร็ว....โอ เค ออล ทีชเชอร์ซ์ซ์...พลีส เม๊ค เดอะ โรว ...อิทส ทาม...คั่มมอน...น้องโน๊ต หัวหน้าหมวดทั้งต้อนทั้งไล่บรรดาครูทั้งหัวดำ หัวทอง ลงไปเตรียมพร้อมเคารพธงชาติ แอ่นด์ ร้องเพลงหน้าเสาธง ลานปูนกว้างหน้าโรงเรียนที่เคยมีเสียงเด็กวิ่งอึกทึกและเสียงพูดคุยหยอกล้อเฮฮา บัดนี้เต็มไปด้วยแถวของนักเรียนหญิงจำนวนมากที่ยืนแบ่งฟากชั้น ปวช. และ ปวส.กันอยู่อย่างเป็นระเบียบ มีส่วนน้อยที่แอบพูดคุยหรือแกล้งกันในแถวอยู่บ้าง แต่สักพักเดียวก็จะมีอาจารย์บางท่านเดินไปกำราบแบบประชิดตัวหมวย.....อ้อยไปยืนตรงใหนเหรอ ฉันเอ่ยปากกระซิบเบาๆอ๋อ...เห็นบอกว่าวันนี้ลูกๆห้องที่อ้อยเป็นที่ปรึกษาเข้าแถวข้างล่าง...มันเลยต้องไปยืนคุมแถว...โน่นไงเจ๊....ซ๊ายมือน่ะ...ยืนหัวโด่นั่นไง..... หมวยอธิบายฉันเลยได้ความรู้ใหม่เพิ่มว่า หากนักเรียนห้องที่เราเป็นที่ปรึกษาเข้าแถวข้างล่าง เราก็ต้องอยู่คุมด้วย แต่หากนักเรียนเรามีเรียนคาบเช้า พวกเขาสามารถนั่งรอเรียนคาบแรกที่ห้องเรียนได้เลย เพียงแต่ที่ปรึกษาต้องเข้าไปอยู่ดูแลด้วย ที่สำคัญก็คือภาพการเข้าแถวและภาพการให้โอวาทของผู้บริหารจะถ่ายทอดสดผ่านไปยังโทรทัศน์ที่ติดตั้งภายในห้องเรียนทุกห้อง.....อืม...เข้าถึงประชาชนจริงๆว่าแต่.....เราจะได้เป็นที่ปรึกษาห้องใหน แล้วเด็กจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้สินะ...ชักกังวลแล้วสิเราหลังจากร้องเพลงชาติไทยและสวดมนต์เสร็จ ส่วนมากแล้วพวกอาจารย์ฝรั่งก็จะขึ้นไปบนตึกก่อน เหลือเฉพาะครูไทยที่ต้องคอยดูแลนักเรียนให้ตั้งใจฟังโอวาทจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียน และครูเวรประจำวัน ซึ่งวันนี้ท่าน ผอ. พูดเรื่องการปฏิบัติตามพระราชดำรัสของในหลวง เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการเรียกนักเรียน ปวช. สองคน ขึ้นมายกตัวอย่างการทำตัวแบบพอเพียงในชีวิตประจำวัน สำหรับฉันถือว่าโรงเรียนสอนให้เด็กคิดดีมาก แต่การตอบโต้ซักถามระหว่าง ผอ.และนักเรียนก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน ฉันเหลือบมองดูที่นาฬิกาข้อมือ เข็มสั้นชี้เกินเลข ๘ เล็กน้อย ส่วนเข็มยาวชี้ที่เลข ๔ อืม...แปดโมงเกือบครึ่งแล้วหรือนี่ คาบแรกฉันต้องสอนเด็กปวช. วิชาสนทนาอังกฤษเพื่อการพยาบาลเสียด้วย ห้องนี้ยังไม่เคยได้เจอกัน ป่านนี้คงจะเล่นกันคุยกันเสียงดังลั่นห้องแล้วกระมังทันทีที่บอกเลิกแถว ฉันดิ่งเข้าห้องพักครู รีบไปคว้าหนังสือสองเล่มที่วางอยู่บนโต๊ะจากนั้นเดินอย่างเร็วไปยังห้องที่จะต้องสอนซึ่งโชคดีมากที่อยู่ชั้นเดียวกัน และทันทีที่เปิดประตูห้องเรียนเข้าไป ฉันก็พบกับภาพที่ประหลาดใจ หรือเรียกว่าไม่คิดว่าจะได้เห็นอาจารย์ก้อย รองหัวหน้าหมวดภาษาอังกฤษกำลังนั่งล้อมวงพูดคุยหยอกล้อกับนักเรียน โดยที่มีเด็กคนหนึ่งยืนถักเปียให้อาจารย์อย่างสวยงาม....เอ่อ....สวยจริงๆนะเพียงแต่มันใช่เวลาหรือปล่าวอ้าว....ผอ.พูดเสร็จแล้ว อาจารย์ก็มาแล้ว หยิบหนังสือขึ้นมาเร็ว...ลูก.... อาจารย์ก้อยพูด พร้อมๆกับหันมายิ้มให้ฉัน แล้วเดินออกจากห้องไป ฉันเหมือนตกอยู่ในภวังค์ แต่พอได้ยินอาจารย์เรียกเด็กว่า...ลูก...เลยได้รู้ว่าเธอเป็นที่ปรึกษาของนักเรียน ปวช. ห้องนี้นี่เอง อาจารย์มาอธิบายฉันเพิ่มเติมภายหลังว่า..แม่...ต้องทำทุกวิถีทางให้..ลูก...รู้สึกไว้วางใจ รู้สึกสนิทสนม จนถึงขั้นไม่ว่ามีปัญหาส่วนตัวอะไร หนักหนาแค่ใหน... ไม่มีเงินมาโรงเรียน โดนแฟนทำร้าย หรือแม้กระทั่ง...มีสิ่งมีชีวิตใหม่ก่อกำเนิดแม่จะคอยช่วยแก้ไข และ ปกป้องคุ้มภัยให้พวกเธอเอาล่ะนะคะทุกคน พอดีเหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง งั้นวันนี้ช่วยแนะนำตัวสั้นๆเป็นภาษาอังกฤษพอให้ครูได้รู้จักพวกหนูนะคะ ระหว่างนี้ครูจะได้เช็คชื่อไปด้วย.... หลังแนะนำตัวเสร็จ ฉันก็รวบรัดเข้าประเด็นทันทีนักเรียนห้องนี้ค่อนข้างน่ารักและเป็นมิตร บางคนแม้จะพูดผิดพูดถูก เพื่อนๆก็จะหัวเราะขำแบบเบาๆ เชิงหยอกล้อมากกว่าเย้ยหยัน ไม่มีแต่งหน้าในห้อง ไม่มีคุยมือถือ ไม่มีหน้าหงิกหน้างอ ยกเว้น แอบหลับหนึ่งคน จรียาหนูไม่สบายหรือปล่าวคะ.....ดูสิฟุบหน้ากับโต๊ะเชียวขอโทษค่ะจารย์...พอดีหนูเป็นคณะกรรมการนักเรียนน่ะค่ะ เมื่อวานเป็นตัวแทนเข้าประชุมร่วมกับฝ่ายบริหารเรื่องจัดนิทรรศการเศรษฐกิจพอเพียง กว่าจะเลิกกว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำแถมเมื่อเช้าต้องยืนตากแดด ช่วยอาจารย์เวรคุมแถวคนที่มาสายอีก....เดี้ยงเลยจารย์...ของีบนิดนะคะ จรียายกมือไหว้แล้วฟุบลงกับโต๊ะด้วยท่าเดิมอืม....คนที่ฉลาดและทำงานคล่องมักถูกใช้จนเกินคุ้ม...เป็นแบบนี้ทุกที่จริงๆคาบต่อไปฉันว่างจนถึงบ่ายโมง.....ดีจัง...จะได้ลงไปหาข้าวเช้ากินเสียหน่อย แต่ก่อนอื่นเอาหนังสือไปเก็บก่อนดีกว่า ขี้เกียจแบกเดินไปเดินมา ฮาย...ยยย...ยีง.... ตาบรูส วิลลิส กล่าวสวัสดีฮาย...... ฉันยิ้มและกล่าวทักทายตอบสั้นๆแบบมืออาชีพ เพราะกำลังรีบจะลงไปข้างล่างระหว่างที่ฉันเก็บหนังสือและ เปิดลิ้นชักหยิบกระเป๋าเงิน ตาโล้นวิลลิสก็..ถาม...ถาม...และถาม...แบบไม่มีหยุด....ทำไมคุณไม่เก็บเอกสารของคนเก่าไว้ที่อื่นครับ....หนังสืออยู่บนโต๊ะเยอะแบบนี้คุณทำงานถนัดหรือ....คุณมีปากกาเขียนกระดานสีแดงหรือยัง...คอมพิวเตอร์คุณระบบอินเตอร์เน็ตเชื่อมต่อเรียบร้อยมั๊ย...บลา...บลา...บลา....บลา......เวลาผ่านไปแค่ห้านาที...แต่คุณพี่ถามประมาณ ๖๘ คำถามฮัลโหล.....อ๋อ..สบายดี...แล้วตัวเองเป็นไง.....โอ้ ซอรี่ บรูส ...ไอ แฮพ อะ คอล...ซี ยู เลเธ่อร์..... ฉันเสแสร้งทำเป็นมีสายเข้าเพื่อตัดบทสนทนา จากนั้นตีชิ่ง ซอยกีบลงไปโรงอาหารอย่างรวดเร็ววันนี้เลือกกินกระเพาะปลา รสชาติก็ปานกลางนะ แต่ราคาน่ะอุ่นใจดีแท้ รู้สึกเหมือนท้องยังโหวงเหวงโคลงเคลงอยู่ อย่ากระนั้นเลย หันไปที่พิกัด ๔๕ องศามีร้านขนมหวานอยู่ อืม...ได้ลอดช่องถ้วยเล็กล้างปากสักถ้วย....น่าจะพอดีฮ๊าด....ชิ่ว...วว...ฮ๊าด..ดด...ชิ่ว...วว.... จบของหวานดันจามติดกันสองครั้งซะงั้น อาจารย์.....ทานอะไรคะ.... เด็ก ปวส. กลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านมาเอ่ยปากถาม กระเพาะปลาค่ะ... ฉันตอบพร้อมฉีกยิ้มทั้งที่ยังจำนักเรียนไม่ได้สักคนคาบนี้ว่างเหรอจารย์....จารย์ไปนั่งเล่นห้องสมุดดิ....จารย์เคยไปยัง..แอร์เย็นฉ่ำนะ...ราวกับนางฟ้ายื่นมือมาช่วยเด็กน้อยผู้หลงทางกลางป่าใหญ่ ฉันลืมไปได้อย่างไรนะว่าทุกโรงเรียนต้องมีห้องสมุด สถานที่อันเต็มไปด้วยหนังสืออันหลากหลาย ถึงพร้อมด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ(เพราะมีป้ายห้าม) ซึ่งเหมาะกับจริตฉัน ผู้นิยมปลีกวิเวกโดยใช้หนังสือแทนหลุมหลบภัยชั้น ๘ ใช่มั๊ยคะ...โอเคค่ะขอบใจมาก ฉันถามย้ำด้วยความลิงโลด หางตั้ง หูชัน จากนั้นดีดตัวจากโรงอาหารมุ่งตรงสู่ลิฟท์ที่มีอยู่ตัวเดียวของโรงเรียนทันทีห้องสมุดของที่นี่มีขนาดใหญ่พอสมควร พื้นที่ทั้งหมดแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยห้องที่ทุกคนต้องผ่านเครื่องสแกนเข้าไปเป็นห้องแรกคือห้องใหญ่ ขวามือของทางเข้าเป็นที่ตั้งเคาน์เตอร์ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ทำงานของอาจารย์บรรณารักษ์จำนวน ๒ ถึง ๓ ท่าน เยื้องกันนั้นเต็มไปด้วยชั้นหนังสือหมวดธุรกิจ หมวดเทคโนโลยี่ ประมาณ ๑๐ กว่าชั้นได้ ขณะที่ทางด้ายซ้ายเป็นมุมที่ใช้นั่งอ่านนิตยสาร ซึ่งมีทั้งเกี่ยวกับดารา แฟชั่น เย็บปักถักร้อย หรือแม้กระทั่งการเลี้ยงสัตว์.......แอร์ทั้งห้องเย็นฉ่ำ แถมมีนักเรียนอยู่แค่ห้า หกคน...ฉันเลือกที่นั่งแบบเหมาะๆ เป็นโต๊ะที่ติดหน้าต่างอันมีแสงแดดอ่อนๆส่องรำไร พร้อมทั้งปะทะสายลมเย็นจากแอร์อันแสนจะสดชื่น หากไม่ติดว่าวิวที่มองออกไปเบื้องล่างคือ...เอ่อ....คลองระบายน้ำเสีย.....ที่นี่...ก็คือโลเคชั่นที่ดีที่สุดในบ้านทรายทองของป้าพจมานห้องเล็กที่อยู่ฝั่งตรงข้ามปิดไฟมืด มองเห็นลางๆ ว่ามีชั้นหนังสืออยู่เพียบ...ฝากไว้ก่อนเถอะวันหลังค่อยเจอกันฟู่ว....วววว....ฟู่ว....เอิ๊ด....ดด....ดดดเปิดหนังสือแฟชั่นได้แค่ไม่กี่หน้า พลันหูก็ได้ยินเสียงเหมือนมีเครื่องอะไรสักอย่างกำลังทำงานอยู่ เสียงลมดัง...ฟู่ว..วววว...มีมากระทบโสตประสาทเป็นพักๆ ก่อความรำคาญ จนต้องหาต้นตอให้คลายสงสัย ฉันวางหนังสือคว่ำหน้าลง จากนั้นค่อยๆย่องไปทางด้านหลังของชั้นหนังสือเหล็กขนาดสูงใหญ่ที่อยู่หลังโต๊ะของฉัน ตรงนี้เป็นมุมค่อนข้างอับ หากไม่มีเสียงตะกุกตะกัก คงไม่มีใครสนใจจะเดินผ่านเป็นแน่....พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!!!!!เด็กนักเรียน ปวช. ๕ คน กำลังนั่งล้อมวงแต่งหน้าทาปากอยู่กับพื้น มีอยู่ ๒ คนที่ผลัดกันใช้ไดร์เป่าผมอันใหญ่จัดแต่งทรงผมให้แก่กันและกัน พวกเขาไม่ได้มีท่าทางตกใจหรือเขินอายเมื่อเห็นฉัน ตรงกันข้ามกลับยกมือไหว้ แล้วทำทุกอย่างตามเดิมอืม....มมมม....จุกที่ท้องน้อยจริงๆอาจารย์....อาจารย์เพิ่งมาใหม่ใช่มั๊ยคะ....มีบัตรห้องสมุดหรือยัง...เดี๋ยวเช็คข้อมูลในคอมแล้วทำบัตรให้เลยดีมั๊ยคะ ฉันหันไปมองตามเสียงเรียก สตรีรูปร่างท้วมผู้มีเส้นผมสีดอกเลา ขยับแว่นสายตากรอบทองของเธอ พร้อมส่งยิ้มหวานอันแสดงถึงความเป็นมิตร ฉันยิ้มรับ กล่าวขอบคุณ และได้คำตอบแล้วว่า.....ทำไมพวกเด็กๆ ถึงไม่ค่อย...ยำเกรง...กับสถานที่อันเรียกว่าห้องสมุดนี่ค่ะอาจารย์...บัตรเรียบร้อยแล้ว....ยืมได้ไม่เกินครั้งละ ๗ เล่มและคืนภายใน ๑๐ วันนะคะ คืนช้าเกินกำหนดปรับวันละ ๑ บาทค่ะ...ป๊าด....ดดดด ( แอบตะโกนในใจ ) ค่าปรับทำไมถูกจังซี่หว่า งั้นยืมไปอ่านวันนี้เลยดีกว่าเราฉันหอบหนังสือเรื่องสั้น ๓ เล่ม และหนังสือการใช้โปรแกรม photoshop หนึ่งเล่มใหญ่ลงไปห้องพักครู อ้อยแกล้งแซวว่าป้ามีเวลาอ่านด้วยหรือ ขณะที่มีเรื่องให้ประหลาดใจยิ่งนัก.......เมื่อเคลื่อนร่างไปถึงโต๊ะตัวเอง
counter : 59 Pageviews
ผมว่าเด็กเดี๋ยวนี้รับมือยากมากครับ 555
หนึ่งคือข้อมูลเค้าเยอะ
สองคือ พ่อแม่เลี้ยงดูมาแบบตามใจมาก
นี่กลายเป็นปัญหาของครูเลยนะครับ