Sanctuary........... The state of being protected or safeguarded, as from danger or hardship
Group Blog
 
 
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
24 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
เชิงพาณิชย์ (ตอนที่ ๓)



“เจ๊....อีกสิบนาทีนะ...เตรียมหรือยังล่ะ English for nursing business น่ะ” เสียงเรียกของหมวยทำให้ฉันตื่นจากภวังค์ฝันร้าย




“ดูไปรอบหนึ่งแล้ว....ยากว่ะน้อง....เครื่องมือหมอแต่ละอันไม่คุ้นเอาเสียเลย แต่เอาเถอะนะวันแรกลุยๆไปก่อน ไม่แน่....แค่แนะนำตัวภาษาอังกฤษก็อาจจะหมดคาบแล้วก็ได้นะ...อิอิ”
“แอบร้ายนะเจ๊...ไปแล้ว..ไปแล้ว...ขอไปเตรียมห้องฟังโทเฟลก่อน....แล้วเจอกัน...”



ฉันเดินตามหาห้องเรียนด้วยความงุนงง เดินสับสนไปตลอดทางว่าที่จริงแล้ว “ผมดำ” หรือ “ผมทอง” กันแน่นะที่สถาบันนี้ให้ ”มูลค่าเพิ่ม” มากกว่า....๔๑๑....๔๑๒.....๔๑๓ ...อ้อ...เจอแล้ว....ห้อง ๔๑๓ อยู่ตรงนี้เอง



ฉันค่อยๆใช้กีบหน้า(มือ )ง้างบานประตูแบบบานพับออกจากกัน แผ่นไม้กระดานลักษณะคล้ายฉากกั้นห้องใหญ่ๆจำนวนห้าบานพับส่งเสียงเอี๊ยด....อ๊าด....เอี๊ยด...อ๊าด...จากการเสียดสีของไม้เก่ากับข้อต่อโลหะสนิมเขรอะ รวมถึงจากล้อเลื่อนเล็กๆด้านล่างที่ขูดขีดกับพื้นขัดมัน อืม....มองดูแล้วเหมือนฉันกำลังทำพิธีเปิดประตูสู่มิติพิศวง มากกว่าเข้าไปสอนภาษาอังกฤษนะนี่


ภายในห้องค่อนข้างมืดและอับๆ มีเก้าอี้ไม้เก่าๆพร้อมพนักวางหนังสือในตัวราวสี่สิบตัวเห็นจะได้ เงยหน้ามองไปยังแอร์สี (เคย )ขาวสองเครื่องที่ติดอยู่เหนือหน้าต่างก็ให้ทอดถอนใจ.....เฮ้อ....ปลดระวางลงมาเป็นกราวน์โฮสเตสจะดีกว่ามั๊ยคะ...ป้าทั้งสอง


เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ....เอ๊ะ....เลทไปสิบนาทีแล้วนะยังไม่เห็นนักเรียนสักคน อย่าปล่อยเวลาเปล่าประโยชน์เลยเรา เขียนคำศัพท์ง่ายๆเกี่ยวกับการแนะนำตัวบนกระดานไว๊ท์บอร์ดรอพวกเขาดีกว่า




“เฮ๊ย....ยยยย...อีแพม..อีจอย..พวกมึงอย่าผลักกูสิ” เสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนขึ้น จากนั้นตามด้วยการร้องเพลงเสียงประสาน คะเนดูจากเสียงแล้วจำนวนคนน่าจะประมาณหนึ่งคันรถสองแถว (แบบอัดคนเต็มคัน)



“โน๊ บอดี้....โน๊ บอดี้...บัด...ยู๊ว....โน๊ บอดี้....โน๊ บอดี้....บัด...ยู๊ว....
ววว.....”


นักเรียนชั้น ปวช. ๒/ ๗ เริ่มทะยอยเดินเข้ามาในห้องเรียน บางคนหน้าตาตกใจเมื่อเห็นฉัน แต่ส่วนใหญ่ก็ยกมือไหว้และกล่าวสวัสดี ฉันลองนับจำนวนนักเรียนเล่นๆตั้งแต่คนแรก จนคนที่เข้ามาในห้องเป็นคนสุดท้ายทั้งหมด ๔๖ คนพอดี....๔๖ คนที่ฉันต้องสอนสนทนาภาษาอังกฤษให้ทั่วถึงภายในเวลา ๒ ชั่วโมง !!!!!!!





“กุด...อ๊าบ...เต้อ....นูน....ทีชเช่อร์......”

“กู๊ดอาฟเต้อนูนเอฟวรี่วัน.....ซิซดาวน์”



นักเรียนหญิงตัวเล็ก หน้าตาท่าทางเรียบร้อยคนหนึ่ง ถือสมุดโน๊ตหนาๆเดินเข้ามาหาฉัน
“อาจารย์เพิ่งมาใหม่ใช่มั๊ยคะ....หนูชื่อศิริมณีค่ะ...เป็นหัวหน้าห้อง...ส่วนนี่เป็นสมุดบันทึกการสอนนะคะ อาจารย์ต้องลงรายการสอนพร้อมเซ็นชื่อกำกับด้วยทุกครั้งค่ะ ส่วนอันนี้คือใบรายการเช็คชื่อนักเรียนค่ะ ตัวจริงอาจารย์เก็บไว้ส่วนสำเนาต้องคืนให้หนูก่อนหมดคาบนะคะ”
พระเจ้าช่วย !!!!!ฉันลืมไปเลยว่าตามโรงเรียนต้องมีการเช็คชื่อ ห้องปวส. เมื่อเช้าก็ลืมทำแต่คงไม่หนักหนาเท่าไหร่ แค่สิบสามคนพอจะเช็คย้อนหลังได้ แต่ห้องนี้สินักเรียนตั้ง ๔๖ คน แค่เช็คชื่ออย่างเดียวคงร่วมครึ่งชั่วโมงแล้ว....เสียเวลาชะมัด











“อาจารย์แนะนำตัวหน่อยค่ะ ชื่ออะไร จบจากที่ใหน แล้วจะอยู่ที่นี่นานมั๊ยคะ”


ฉันเงยหน้าจากเอกสารบนโต๊ะแล้วมองไปตามเสียงเรียก เด็กสาวตัวอ้วนผิวดำขลับ อายุคงราวๆสิบหกปีเป็นผู้เอ่ยปากถาม เธอพูดพลางปัดมาสคาร่าไปพลางแบบไม่เกรงใจใดๆทั้งสิ้น มองไปทางซ้าย เพื่อนในกลุ่มอีกคนก็เสียบหูฟังเพลงจากมือถืออย่างสบายอก สบายใจ


“ก่อนอื่นนะคะ....ตอนนี้เป็นเวลาเรียน ครูคิดว่านักเรียนทุกคนทราบดี ฉะนั้นหยุดคุยกับเพื่อนหรือคุยมือถือ หยุดแต่งหน้า หยุดฟังเพลงจากโทรศัพท์ แล้วหยิบหนังสือขึ้นมาก่อนค่ะ”



ฉันใช้น้ำเสียงราบเรียบบนใบหน้าที่นิ่งเฉย จากนั้นกวาดสายตาจ้องมองทั่วห้อง ยังมีกลุ่มใหญ่แถวหลังสุดประมาณเจ็ดแปดคนที่ทำท่าทางไม่สนใจ เบ้ปาก และหันไปคุยกันต่อ เห็นดังนั้นฉันจึงใช้วิชานินจาตัวตันบุกจู่โจมพวกเขาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว



“ปกติครูใจดีนะคะ แต่ถ้ามีอะไรทำให้ครูรู้สึก...ผิดปกติ...ล่ะก็...ใจร้ายพอตัวทีเดียว.....ตกลงเอาเป็นว่าเราจะเริ่มแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษจากกลุ่มนี้ก่อนแล้วกัน เพราะเท่าที่สังเกตท่าทางแก๊งค์นี้จะชอบพูด ซึ่งเหมาะกับชั่วโมงการสนทนาอังกฤษเพื่อการพยาบาลของครูมาก ครูสนับสนุนให้พูดนะคะ....เพียงแต่ต้องพูดเป็น....ภาษาอังกฤษ....เท่านั้นเอง....”



ได้ผล เจ้าปีศาจสาวเหล่านี้หุบปากเงียบกริบ ก้มหน้าไม่สบสายตา พลางใช้มือหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋าแล้วเปิด...เปิด....เปิด....ค้นหาหน้าที่มีบทสทนาเกี่ยวกับการแนะนำตัวอยู่ ฉันหันไปมองยังนักเรียนกลุ่มอื่นๆบ้างก็เอามือป้องปากแอบหัวเราะเยาะพวกที่โดนฉันดุ ส่วนพวกเด็กเรียนที่อยู่แถวหน้าสุดก็กระซิบกันเบาๆพอให้ได้ยินว่า...”สมน้ำหน้า....คุยดีนัก”



“และถ้าหากพวกเธอตั้งใจฟังครูตั้งแต่แรก เธอจะรู้ว่าตัวอย่างบทสนทนาครูได้เขียนไว้บนกระดานแล้ว....ไม่จำเป็นต้องรื้อหาจากในหนังสือเลย....” ฉันพูดต่อด้วยเสียงเรียบๆเช่นเดิม


เป็นอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด แต่ละคนพูดกันกระท่อนกระแท่น บางรายแทบจะแนะนำตัวเองด้วยชื่อและนามสกุลของฉัน ที่เขียนไว้เป็นตัวอย่างบนกระดาน พูดให้เข้าใจง่ายมากขึ้นคือเธอ...อ่านตาม...ทุกตัวอักษรบนกระดานโดยที่ไม่เข้าใจความหมายอะไรเลย ที่หนักที่สุดคือคนสุดท้ายของกลุ่ม ยายตัวแสบที่ทำหน้าเบ้ปากตอนฉันเดินเข้ามาใกล้นั่นล่ะ


“จารย์....หนูอ่านไม่ออกหรอก เรียกคนอื่นเหอะ....” เธอพูดแบบหน้าตาเฉย...เฉย
“อ่านไม่ออก.....เอ่อ....สักคำเลยเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ หนูอ่านไม่ได้ ตั้งแต่คำแรกเลยล่ะ....”
“ขอโทษนะครูถามหน่อยสิ....แล้วตัวเอ ถึง ตัวแซ่ดน่ะ เธอท่องได้ครบมั๊ย...”ฉันถามเบาๆด้วยสงสัยจริงๆ ไม่ได้มีเจตนากวนประสาทเด็ก หรือตั้งใจประจานให้อายแต่อย่างใด
“อันนั้นได้ค่ะ ส่วนพวกนับเลข หรือ สีต่างๆ ก็จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง อาจารย์เรียกคนอื่นเถอะค่ะ”
“โอเค...งั้นเธอนั่งลงเหอะ....เดี๋ยวไว้ค่อยคุยกันนะ.....”



ความรู้สึกของฉัน ณ. ขณะนี้ ช่างเหมือนเรือลำน้อยลอยอยู่กลางทะเลสาปขนาดใหญ่ ไร้คลื่น ไร้ลม รอบตัวมีแต่ความมืดสลัว มองออกไปไม่เห็นทางที่จะนำไปสู่ฝั่งได้เลย ถึงแม้จะพอทราบอยู่บ้างว่านักเรียนสายอาชีพนั้น ส่วนใหญ่แล้วความสามารถในเชิงวิชาการแล้วไม่ดีเทียบเท่านักเรียนสายสามัญ แต่พอได้มาเจอแบบตัวเป็นๆก็ทำให้ฉัน...อึ้ง...มิใช่น้อย การจะพัฒนาทักษะด้านนี้ของพวกเขา อาจต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด และแน่นอน...ต้องใช้เวลา


“ทำงานที่นี่หนักหน่อยนะอาจารย์ ....” อาจารย์สุดาจบการสัมภาษณ์งานฉันด้วยประโยคนี้ ซึ่งแน่นอน...มันเป็นจริง



ฉันใช้เวลาที่เหลือประมาณชั่วโมงเศษในการพยายามกระตุ้นให้นักเรียนได้ฝึกพูดแนะนำตัว บางคนเสียงเบาจนแทบจะเป็นการกระซิบ คงเพราะเขินอายกลัวเพื่อนคนอื่นได้ยินว่าตัวเองพูดผิดๆถูกๆ บางคนเสียงดัง ฟังชัด แนะนำตัวแบบมั่นอกมั่นใจ แม้จะเป็นการพูดภาษาอังกฤษสำเนียงไทยแบบโมโนโทน ( monotone ) คือเสียงเป็นระนาบเดียวกัน ไม่มีลงเสียงหนัก เสียงเบา แต่ฉันก็ยังเอ่ยปากชมพวกเขาว่า ‘’very good’’ เพราะถือว่าเขามีความพยายามดี อีกอย่างสำหรับการสนทนาแล้ว แม้สำเนียงผิดเพี๊ยนไปบ้าง แต่หากเป็นการสื่อสารที่คู่สนทนาเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน นั่นก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ “รับได้” ไม่ถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรงแต่ประการใด



“ทิชเช่อร์ เมย์ ไอ อ๊าค ยู ซัม เควสชั่น.....ฮาว ลอง วิล ยู ทีช เฮีย???? เด็กสาวผมม้าเต่อผู้นั่งแถวหน้าสุดยกมือขึ้นถาม ขณะที่ฉันกำลังเก็บเอกสารบนโต๊ะ เพื่อจะบอกเลิกคลาสในวันนี้



“ถามว่าครูจะสอนที่นี่นานแค่ใหนน่ะเหรอคะ ??? เป็นคำถามที่ดีนะ แล้วสำเนียงหนูก็ดีมากครูขอชมค่ะ ส่วนคำตอบครูยังไม่มีให้ในวันนี้ ครูไม่ชอบรับปากใครโดยที่เราทำไม่ได้จริง.....โอเคนะคะนักเรียน...บอกทำความเคารพค่ะ”

ฉันตอบเหมือนไม่ตอบ พร้อมทิ้งรอยยิ้มโมนาลิซ่าสมายล์เป็นปริศนาเอาไว้
แม้ปกติฉันจะเป็นคนช่างจำนรรจา แต่การเร่งทำยอดคุยกับคนสี่สิบกว่าคนภายในสองชั่วโมง และต้องพยายามให้พวกเขาเปิดปากคุยอย่างผ่อนคลาย พร้อมกับเปิดใจให้เริ่มรักภาษาอังกฤษพร้อมๆกันด้วยนั้น....ทำให้ตัวคนสอนอย่างฉันแทบจะหมดพลังงาน.....คิดได้ดังนั้น ฉันจึงได้พาตัวเองมายืนอยู่ที่หน้าร้านอาหารตามสั่งตรงประตูทางเข้าโรงเรียน



“ป้าคะ....ขอกาแฟเย็นเข้มๆไม่หวานแล้วก็ยำรวมมิตรจานหนึ่งนะคะ....”



ฉันค่อยๆย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้สังกะสีหัวกลมลายดอกไม้ บนโต๊ะมีพวงเครื่องปรุงตั้งอยู่โดยมีจุดเด่นอยู่ที่แก้วใส่พริกน้ำปลา ชิ้นพริกเปลี่ยนเป็นสีคล้ำจนแทบจำหน้าตาเดิมไม่ได้ แถมขอบของปากแก้วก็มีคราบเกลือขาวๆติดอยู่เต็มไปหมด ถ้ามีใบสะระแหน่พร้อมมะนาวฝานบางๆเสียบไว้ปากแก้วอีกนิดหนึ่งล่ะก็....






ซร่วบ....ตากิล่าดีๆนี่เอง ( แหวะ )




“ได้แล้วค่ะอาจารย์....กาแฟเย็นไม่หวานกับยำรวมมิตร.....อาจารย์รับกะหล่ำปลีกับถั่วฝักยาวด้วยมั๊ยคะ.....” ป้าเอ่ยถามพร้อมๆกับเอาผ้าสีน้ำตาลด่างดำผืนเล็กๆเช็ดบนโต๊ะ



“ไม่เอาล่ะค่ะ ขอบคุณมาก เดี๋ยวหนูจ่ายตังค์เลยแล้วกัน เท่าไหร่คะป้า...”
“กาแฟ ๑๕ บาท ยำ ๔๐ ทั้งหมดก็ ๕๕ บาทค่ะ....”
ฉันค้นได้แบงค์๕๐ หนึ่งใบกับเหรียญบาทห้าเหรียญก็ยื่นให้ป้าไป จากนั้นจึงค่อยๆดูดเล็มกาแฟเย็นอย่างมีความสุข ถึงแม้รสชาติของยำรวมมิตรจะไม่จัดจ้าน อร่อยล้ำแบบยำจานละแปดสิบบาท ร้อยบาท ตามย่านคนทำงานที่ฉันเคยได้สัมผัส แต่จำนวนชิ้นของกุ้ง ปลาหมึก และปริมาณวุ้นเส้นก็ถือได้ว่า “น่ารัก” สำหรับคนกระเป๋าแบนแฟนทิ้งแบบฉันในเวลานี้



“ไม่รู้จะอยู่นานไหมนะพี่สาย....” ฉันได้ยินป้ากระซิบคุยกับสามีที่นั่งยองๆล้างจานตรงพื้นซีเมนต์


เช้าวันที่สองของการทำงาน ขณะที่ฉันกำลังเซนต์ชื่อเข้างานอยู่นั้น หญิงสูงวัยคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาพร้อมจับที่ข้อมือฉันอย่างเบาๆ


“หนู....เพิ่งมาทำงานใช่มั๊ยคะ พี่ชื่ออารีย์เป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองนะ พอดีเมื่อวานท่าน ผอ. ถามหาน่ะค่ะ ไม่ได้ลงไปเข้าแถวตอนเช้าใช่มั๊ย.....”
งานเข้าแล้วสิเรา ตามจริงเมื่อวานฉันเพิ่งเริ่มทำงานวันแรก อะไรที่...ต้องทำ..ก็ควรจะมีคนที่อยู่มานานแล้วบอกหรือแนะนำ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดเรื่องก่อนแล้วถึงมาสอนนี่นะ...ที่สำคัญเมื่อวานนี้นอกจากฉันและหมวยที่เป็นครูมาใหม่...ฉันแอบเห็นครูไทยที่อยู่มานานแล้วอีกสองคนนั่งทำงานอยู่ในห้อง...ไม่ได้ลงไปเข้าแถวเช้าแต่ประการใด


“แต่พี่อธิบายท่านให้แล้วนะว่าน้องเป็นครูใหม่ อาจจะยังไม่ทราบอะไรหลายๆอย่าง เดี๋ยวอย่างไรอาจารย์สุดาคงกำชับไปที่หัวหน้าหมวดอีกทีหนึ่ง.....มีอะไรสงสัยถามได้นะคะ...พี่อยู่ชั้นเดียวกับผู้บริหารนี่ล่ะ”


ฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ...วาบ...แต่ก็ยิ้มพร้อมกล่าวขอบคุณอาจารย์อารีย์ อืม...ตอนที่เป็นนักเรียนก็ไม่เคยมีปัญหากับอาจารย์ฝ่ายปกครองหรอกนะ แล้วก็แอบหวังว่า..ตอนนี้..ฉันก็จะไม่มีปัญหากับอาจารย์ฝ่ายปกครองเช่นเดียวกัน


“หวัดดีเจ๊....เป็นไรอะหน้ามุ่ยแต่เช้าเชียว” หมวยเอ่ยปากทัก
“นั่นสิพี่หมวย....อ้อยเห็นตั้งแต่เดินสวนกันตรงโต๊ะเซนต์ชื่อแล้วล่ะ....โดนป้าอารีย์ดุมารึปล่าว”
อ้อยเดินเข้ามาหา พร้อมช่วยหิ้วถุงใส่น้ำปล่าว ๒ ขวดไปจากมือฉัน



พอฉันอ้าปากเล่าทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อห้านาทีที่แล้วเสร็จ น้องหมวยก็ส่งเสียงร้อง
“อ้อ....มิน่าเล่าเมื่อวานตอนเย็นเห็นมีคนจากชั้น ๕ มาถามหาหมวยกับถามหาเจ๊...ไอ้เราก็เห็นว่าเลิกงานแล้วเลยผลัดขอเป็นวันนี้แทน....งานเข้าแล้วเว๊ยกู...เดี๋ยวโดนเรียกแน่ๆ....”
“คงไม่มีอะไรแล้วล่ะหมวย เพราะอาจารย์บอกพี่ว่าอธิบาย ผอ. แทนให้แล้วน่ะ คงอยากแค่เตือนๆกระมัง”



“งานนี้น่ะมันมีคนผิดแน่...แต่ไม่ใช่สองเจ๊หรอกนะ...ฮ่า..ฮ่า..เดี๋ยวก็สิได้ฮู้กัน...” อ้อยคำราม






counter : 20  Pageviews




Create Date : 24 กันยายน 2553
Last Update : 25 กันยายน 2553 13:38:15 น. 3 comments
Counter : 426 Pageviews.

 
น้องก๋า....


ขอบคุณค่ะที่ติดตามอ่าน....พอดีไม่ได้ตอบในหน้าที่แล้วเลยย้ายมาที่นี่เลยนะ


โดย: My_Sanctuary วันที่: 24 กันยายน 2553 เวลา:23:06:15 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หญิง

ดูแล้วงานของพี่
ไม่ง่ายเลยครับ 555









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กันยายน 2553 เวลา:6:21:01 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องก๋า....




ก็ไม่ง่ายนะคะ เขียนไว้ตั้งนานแล้วน่าจะเกือบปี


โดย: My_Sanctuary วันที่: 25 กันยายน 2553 เวลา:13:36:19 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

My_Sanctuary
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add My_Sanctuary's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.