ว่าด้วยเรื่องการสื่อสาร
สวัสดีค่ะ

หลังจากอีก 1 เดือนผ่านไป กับชีวิตที่นี่ เรียนภาษาก็ปิดเทอมแล้ว สอบเสร็จแล้ว แต่ได้หรือไม่ได้อีกเรื่องหนึ่ง ( ฮ่าๆๆๆ) หลังจากที่เริ่มว่าง ก็หาคอร์สลงเรียนไปเรื่อยๆ ก็เจอคอร์สเรียนภาษาอังกฤษฟรี สำหรับผู้ที่ไม่มีงานทำที่อิตาลี ก็เห็นว่าเออ น่าสนใจดี ก็เลยสมัครเรียนซะ เลย แต่การเดินทางนั้นไกลจากบ้านอิชั้นมากมาย ต้องต่อรถไฟสองต่อ เพราะต้องต่อไปสายเหนือ ซึ่งถ้าขับรถก็ประมาณแค่ 20 นาทีเท่าทั้น แต่ว่าอิชั้นขบรถไม่เป็น และไม่มีใครไปส่งได้ ก็ต้องนั่งรถไฟไปค่ะ แต่ค่ะแต่ มันไม่ได้จบแค่นั้น เริ่มจากเดินประมาณ 5 นาที จากที่บ้านอิชั้น ไปสถานีรถไฟ แล้ว ก็นั่งจากบ้านอิชั้นไปลงที่สถานี Busto ซึ่งห่างจากสถานีบ้านอิชั้นไป 1 สถานี หลังจากนั้น ก็เดินไปสถานี Busto Nord ที่ห่างออกไป ประมาณ 1 กิโลเศษๆ อ่ะ ไม่ไกล เพราะว่าทางเดินผู้คนพลุกพล่านค่ะ เป็นตัวเมืองเลยทีเดียว หลังจากนั้น ก็นั่งรถไฟจากสถานี Busto Nord ไปลงที่สถานี Saranno ประมาณ 4 สถานี เมื่อถึง Saranno แล้ว ก็ยังไม่ถึงที่หมายนะคะ ต้องเดินไปอีกประมาณ 2 กิโลเพื่อที่จะถึงที่เรียน ไกลค่ะ ขามาเดิน 3 กิโลกว่า ขากลับก็ 3 กิโลกว่า อ่ะ ถือว่าลดความอ้วนละกัน แต่หน้าร้อนขนาดนี้ เดินไกลๆๆ เฮ้อออออ สภาพอิชั้น แล้วดิชั้นก็ได้เข้าไปเรียนครั้งแรก ก็ตามที่เขียนไว้ข้างต้น เหนื่อยค่ะ กลับบ้านมาสลบเหมือด


หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้อิชั้นไม่ได้ไปเรียน ก็คือ พี่คนไทยที่นี่เค้าไปลงเรียนคลาสภาษาเหมือนกันกับอิชั้น แต่เค้าได้ที่ Milanno ค่ะ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองของมิลาน ได้ชั่วโมงคอร์สมากกว่าอิชั้น แล้วไม่ต้องเดินขาลากเหมือนอิชั้น อิชั้นก็เลยโทรไป พนักงานบอกว่ามาลงได้เลย ได้เรียนแน่ๆ อ่ะอินี่ก็ไปกะว่าเรียนสองคลาส ได้ใบประกาศสองที่ก็ดีนะ อิชั้นไป แล้วคุณพนักงานบอกว่า ต้องยกเลิกคลาสที่ Saranno นะคะ อิชั้นก็เออ ก็ได้ (ในโทรศัพท์ไม่เห็นบอกแบบนี้ ) แต่อิชั้นก็เหนื่อที่จะต้องเดินทางไป Saranno ก็เลยโอเค คุณพนักงานก็เลยให้อิชั้นกรอกเอกสารมากมาย แล้วให้ไปขอเอกสารคนว่างงานที่เมืองที่อิชั้นอยู่ แล้วนางจะจัดการทุกอย่างให้ ไอ้เราก็โอเค วันรุ่งขึ้น ก็ไปที่เมือง(เค้าเรียกอะไรไม่รู้ จำไม่ได้ อิอิ) แล้วไปขอใบว่างงานมา แล้วอิชั้นก็ส่งเมล์ไปให้ คุณพนักงาน แต่แล้ววววววววว นางส่งเมล์มาให้อิชั้นไปปิดเองที่ Sarannno ( ซึ่งหลังจากนั้น อิชั้นก็ไม่ได้ไปเรียนแล้ว ซึ่งขาดเรียนไป 5 ชั่วโมง มันน่าไหม ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขาดเรียนเลย จิงๆๆ ) แล้วอิชั้นก็โทรไป Saranno พนักงานที่นั่น ดีมาก เลยนะคะ บอกว่า ปิดไม่ได้ค่ะ เพาะว่ามันขึ้นระบบไปแล้ว ถ้าจะปิดก็ต่อเมื่อคุณได้งานทำแล้วเท่านั้น พนักงานที่นั่นไม่ได้บอกหรอคะ ( ไม่ได้บอกสิคะ เพราะนางคนนั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย) พนักงานที่ Saranno บอกว่ามันเป็นกฏธรรมดาที่พนักงานก็น่าจะรู้ (เอาแลว้ไงอิชั่น ขาดเรียนไป 5 ชั่วโมง แล้วจะได้ใบประกาศนียบัตรไหมละเนี่ย เสียเวลา เสียเงินเดินทาง) พนักงานที่ Saranno บอกว่ามาได้ค่ะ เดี๋ยวจะทำเรื่องให้ แต่ต้องไม่ขาดอีกแล้วนะคะ โอเคคร่า ณ ตอนนี้ แต่แล้วอิชั้นก็ต้องผจญภัยกะการเดิน ไป- กลับ เกือบ 7 กิโล น่องโป่ง พร้อมจุ๊กกะแร้เปียกแน่ๆๆค่ะ


เฮ้อ เรื่อนี้สอนให้รู้ว่า ควรสื่อสารให้ดี และไม่ควรโลภมากในการอยากได้ใบประกาศ สองใบแบบอิชั้น ของฟรียังมีในโลก แต่ดับเบิ้ลฟรีนี่ ไม่มีค่ะ (ฮ่าๆๆๆๆ) วันอังคารก็ต้องไปนั่งเรียนที่ที่ขาดมาเป็นอาทิตย์ อาจารย์เค้าจะจำเราได้ไหมล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ


ขอจบเพียงเท่านี่ค่ะ ประสบการ์ณ ของชั้นนนนนน



Create Date : 17 มิถุนายน 2560
Last Update : 17 มิถุนายน 2560 17:24:26 น.
Counter : 381 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



piggy&catty
Location :
Varese  Italy

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



***When I look back on my life, I see pain, mistaken and heart ache. When I look in the mirror, I see strength, learned lessons and pride in myself.***

INSTAGRAM : NA_WANMA
FACEBOOK : NA WANMA
YOUTUBE : Nam Diary
มิถุนายน 2560

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30