ลงทุนหุ้นเพื่อชีวิตและอิสระภาพทางการเงิน
Group Blog
 
 
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
25 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
มองตลาดอย่างมีสติกันหรือยัง?

ขอบคุณข้อความดีๆครับ

มองตลาดอย่างมีสติกันหรือยัง?

สวัสดีครับ ชาวสินธร ปีนี้ก็ปีที่ 10 แล้วที่ผมเล่นห้องนี้
แต่ก็หายไปนานมาก แอบเข้ามาอ่านนานแต่ไม่ค่อยได้โพสต์เท่าไหร่
ไหนๆก็ไหนๆวันนี้ได้ฤกษ์ดีก็เลยแวะเข้ามาโพสต์ความเห็นส่วนตัวพร้อมคำถามนิดนึง


คือ...ตั้งแต่ตลาดมันพีคแถวๆ 700-750 จุดตอนช่วงปีใหม่เนี่ย ผมได้ยินทั้งนักวิเคราะห์, รายย่อยและสื่อต่างๆ ออกมาลิงโลดกันใหญ่ว่าตลาดหุ้นไทยจะไป 800 บ้างก็ว่ากันถึง 1,000 จุดตั้งแต่ปลายปีก่อน

ด้วยเหตุผลว่าเศรษฐกิจไทยดูสดใส, LTF-RMF หนุน บลาๆ

แต่พอปัจจัยการเมืองเริ่มร้อน หุ้นไทยถูกทุบ ทุกคนเริ่มหนีตายกัน
บ้างก็หนีไปไม่กี่วันกลับมารับใหม่ แล้วก็ติดดอยอีก

โทษการเมืองบ้าง โทษดาวโจนส์บ้าง โทษจีนบ้าง โทษมาบตาพุดบ้าง


อยากให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆเตือนสติตัวเองกันนิดนึงอะครับ ว่าแนวโน้มมันเพิ่งเปลี่ยนมาเป็นขาลงเอาตอนเดือนนี้เองหรือ?




สัญญาณมันชัดเจนมาตั้งแต่กลางปีก่อนแล้วอะครับ
ชัดถึงชัดมาก

1.ทั้งความส่อเค้ายืดเยื้อของเรื่องมาบตาพุด
2.ม๊อบสีต่างๆที่ดูไม่จบสิ้น
3.การฆ่ารายวัน 3 จว.ชายแดนภาคใต้ที่ดูไม่มีแววจะจบสักที
4.ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา
5.เสถียรภาพของรัฐบาล
และอื่นๆ


มันก็เรื่องเหล้าเก่าในขวดใหม่ที่รุมหลอกหลอนเรามาตลอดอะแหละครับ
หลายคนก็อาจคิดว่าเรื่องเดิมๆ ชินแล้ว ไม่มีอะไรบานปลายหรอก


แต่อยากเตือนสติทุกคนนิดนึง ด้วยสถานการณ์สมมติต่อไปนี้...




"ถ้าสมมติว่าคุณได้รับบทสวมเป็นหัวโขนผู้จัดการกองทุนบิ๊กเบิ้มของต่างชาติ
ที่สามารถขนเงินไปลงทุนที่ไหนก็ได้


โดยมีข้อแม้ว่าถ้า performance คุณด้อยกว่าคู่แข่งแม้แต่นิดเดียวคุณจะต้องโดนถีบจากแมนชั่นสุดหรูไปเดินเตะฝุ่นในห้องแถวชานเมืองแทน......

ถามว่า..


คุณจะกล้าเอาเงินในกองทุนของคุณมาดองในเมืองไทยมั้ยครับ?"


ลองเอาคำตอบที่ได้มาคิดทบทวนดูว่ามันตรงกับตอนที่คุณคิดจะช้อนหุ้นในช่วงนี้มั้ย?


คำตอบเป็นยังไงก็อยู่ที่ดุลยพินิจของท่าน ผมเพียงแค่อยากชี้ให้วิเคราะห์มองภาพรวมของสิ่งที่เป็นอยู่จริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่เห็นด้วยตาตามสื่อหรือบทวิเคราะห์
เทรนด์ขาลงมันส่อเค้ามาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ช่วงรีบาวด์ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมาไม่ใช่สัญญาณขาขึ้นแต่อย่างใด



ผมไม่มีผลประโยชน์ในการเชียร์ลงหรืออย่างไร เจตนาเพียงอยากให้ทุกท่านหันมาพึ่งพิงการวิเคราะห์ในสิ่งที่เป็นอยู่มากกว่า



ตัวผมเลิกเทรดตลาดไทยตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความขัดแย้งในสังคมไทยเมื่อตอนคุณสนธิจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ไม่มีคำตอบตายตัวหรอกครับ ว่าตลาดจะลงถึงเมื่อไหร่? เมื่อไหร่ควรซื้อ?
คำตอบมันจะออกมาเองเมื่อท่านเล่นสถานการณ์สมมติของผมที่บอกไปข้างบน แล้วคำตอบออกมาเป็น "ซื้อ" นั่นแหละคือจังหวะซื้อของท่าน


ตัวผมเองไม่มีเป้าหมายที่เป็นตัวเลข
แต่เมื่อใดปัจจัยลบ 5 ข้อตามข้างต้นหายไปหมดและไม่มีปัจจัยลบใหม่ๆหนักๆเพิ่มเข้ามา ต่อให้ดัชนีไปอยู่ที่ 1,000 จุด ผมก็กล้าเข้าซื้อครับ เพราะ downside risk น้อยเหลือหลาย



มีวลีทองที่ผมชอบและยึดติดเป็นกุญแจในการเทรด ซึ่งทำให้ผมประสบความสำเร็จมาตลอด
นั่นคือ "นักลงทุนไม่ชอบความคลุมเครือ"

ใครไขปริศนาของวลีนี้ออกได้ ก็จะอยู่รอดเป็นผู้ชนะในตลาดได้ตลอดครับ



ไม่รู้ว่าผมมาโพสต์นี่กลายเป็นการล่อเป้ารึเปล่า? ยังไงก็ขอเชิญทุกท่านแลกเปลี่ยนทัศนะและเหตุผลกันได้เต็มที่ แต่อย่าใช้อารมณ์กันเลยนะครับ :D

ไม่รู้ว่ายังมีสมาชิกรุ่นเก่าๆวนเวียนกันแถวนี้อยู่มั้ย เช่นเฮียคลายเครียด, ปลานิวจิ๋ว, ป้าฉลวย, นักดูดาว ฯลฯ (ปล. เมื่อเดือนก่อนๆเจอเฮียคลายเครียดที่สตาร์บัคส์แต่ไม่ได้ทัก เพราะผมว่าเฮียคงไม่รู้จักหน้าผม 55+) คิดถึงทุกคนนะครับ

แก้ไขเมื่อ 24 ม.ค. 53 18:31:03

แก้ไขเมื่อ 24 ม.ค. 53 18:09:52

แก้ไขเมื่อ 24 ม.ค. 53 18:07:28

จากคุณ : CuRious_Boy


เสริมอีกนิดสำหรับเรื่องการติดยอดดอยไม่ว่าจะดอยสูง ดอยต่ำ
สำหรับผมมีวิธีการแก้ง่ายๆ แต่ทำยาก.... ทว่าทำได้จะเป็นศรีแก่ตัวครับ

วิธีการคือ..คิดง่ายๆครับ
ตอนนี้มองตลาดไปในทางดีหรือแย่มากกว่ากัน?

ถ้ามองว่าดีก็กอดไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น(จนกว่าจะถึงลิมิตที่ตั้งไว้)
ถ้ามองว่าแย่แต่ดันซื้อไปแล้วก็ขายทิ้งทุกราคา อย่านั่งเพ้อฝันว่าขอให้ตัวเองมองผิด

แล้วซื้อกลับเมื่อมองว่าดี อย่าไปกลัวว่าต้องซื้อถูกหรือแพงกว่าเดิม



ถ้าคุณทำได้ตรงตามนี้จริง ไม่ว่าจะเป็นยังไง ทำซ้ำไปเรื่อยๆ การกระทำของคุณจะส่งผลให้ผลตอบแทนเป็นบวกใน long-run
เพราะว่าการกระทำข้างต้นก่อให้เกิด upside gain > downside risk
มันเป็น logic ง่ายๆในแง่มุมของความน่าจะเป็น


แต่ถ้าทำแล้วผลตอบแทนยังเป็นลบอยู่ อย่าโทษอะไร หันมาดูการวิเคราะห์ของตัวเองนั่นแหละว่าพลาดไปตรงไหน เพราะวิธีการน่ะถูกแล้ว

แต่เมื่อไหร่ที่คุณถือหุ้นทั้งที่คุณมองว่าตลาดแย่ ต่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายลงเอยเป็นกำไร... ระยะยาวคุณก็เจ๊งอยู่ดี ถ้ายังเคยตัวทำแบบนี้อีก เพราะวิธีการมันผิด

บอกแล้วพูดง่าย แต่ทำยาก ... ทว่าถ้าทำได้ก็จะเป็นยอด trader เหนือ trading system ใดๆในโลกครับ ;)

จากคุณ : CuRious_Boy

ผมว่านะ ปรับพอร์ทให้สมดุลย์ จะดีกว่า แค่สงครามราคา ใครซื้อหุ้นได้ราคาถูกสุดคนนั้นย่อมได้เปรียบ คัทมั้ง ชอร์ทอะเก้นพอร์ทมั้ง ถัวมั้ง แล้วแต่คนจะเลือกใช้ คิดเหรอว่ารายย่อยที่ซื้อๆ อยู่อะเป็นรายย่อยจริงๆ ทั้งหมดไม่ได้เป็นนอมินีของใคร วลีทองที่ผมเอาตัวรอดมาได้หลายปีนี้คือ อย่าซื้อหมดพอร์ท อย่าเล่นหลายตัวนัก อย่ารักหุ้นปั่น ผิดทางให้ถอย คอยซื้อเมื่อราคาแบกะดิน
เอาภาพง่ายๆ ระยะเดือนนี้ถึงเดือนหน้า

ปัจจัยต่างประเทศ
-ความกังวลขึ้นดอกเบี้ย
-หนี้ภาครัฐแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะปีก่อนเอาเงินไปแปลงหนี้ภาคเอกชนมาเป็นของตัวเอง
-ดอลล่าร์เริ่มแข็ง
-ปากโอบามา
-ราคาโภคภัณฑ์ดรอปลง
-อื่นๆที่คาดไม่ถึง

ปัจจัยในประเทศ
-"ไม่ชนะไม่เลิก" กำหนดปฏิทินไว้แล้ว หลังวันวาเลนไทน์เจอกันกลางกรุง
ไม่จบแค่คำขู่แบบสัปดาห์ก่อน จึงยังบิ๊วประเด็นได้อีกทั้งเดือน
-ความขัดแย้งแก้รัฐธรรมนูญ
-แบงก์ชาติก็แย้มไอเดียขึ้นดอกเบี้ยมาบ้างแล้ว
-สามจี ก็อีกนาน เลื่อนแล้วเลื่อนอีก
-อื่นๆ ที่คาดไม่ถึง

ลองช่วยกันประมวลดูว่า เรื่องอันเป็นมงคลเหล่านี้ จะทำให้หุ้นขึ้นไป 800 จุดได้หรือไม่

หากขึ้น เป็นการขึ้นเพื่อไปต่อ หรือขึ้นเพื่อลง

ใครเก่งกราฟก็นำผลสะเทือนเหล่านี้ ไปประมวลความเป็นไปได้ของทิศทางกราฟ

และท่านจะได้คำตอบ ว่า ควรทำอย่างไร

ดอยต่ำก็ช้ำน้อย

ดอยสูงก็ถามใจตัวเอง ทนถือไหวไหม ถ้าถือหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีจะถือรับปันผลไหวหรือเปล่า

ส่วนคนถือหุ้นเน่า ประเมินแล้วว่าไร้อนาคต ปันผลชาติหน้าแน่ๆ ก็กำหนดจุดยอมรับขาดทุน ไว้ที่เท่าไหร่ เช่น ที่ยี่สิบเปอร์เซนต์ สามสิบเปอร์เซนต์ ห้าสิบเปอร์เซนต์ก็ว่ากันไป

ถ้าตัดสินใจแล้วว่าคัทลอสแน่ๆ ก็ฮาราคีรีตนเองซะ แป๊บเดียวกินได้นอนหลับ เชื่อสิ แล้วจะรู้ว่า แม้เงินน้อยลง แต่สุขใจที่อำนาจซื้อมากขึ้น เป็นอย่างไร

และที่สำคัญ ถ้าประเมินแล้วทิศทางขาลงแน่ๆ

โปรดอย่ากางตำราไทยเฉลี่ยซื้อขาลง

เพราะในตำราฝรั่งไม่เคยเขียนให้ซื้อเฉลี่ยขาลง ...

จากคุณ : เอกาก้า





Create Date : 25 มกราคม 2553
Last Update : 27 มกราคม 2553 20:32:23 น. 3 comments
Counter : 242 Pageviews.

 
แอบแว๊บมาอ่านหาความรู้ครับ ขอบคุณมากๆ เลยครับ

แว๊บมาทักทายนาทีสุดท้ายวันอาทิตย์ หมดเวลาพักผ่อนแล้วเนอะ ขอให้สนุกกับการใช้ชีวิตวันธรรมดานะครับ ^^



โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 25 มกราคม 2553 เวลา:1:16:35 น.  

 
ของผมเพิ่งเริ่มเล่นปีที่แล้ว ก็เล่นไปเรื่อยๆ ครับ กำไรได้ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ที่ช่วยมากคือช่วยเก็บเงินได้เยอะและเร็วมากขึ้นกว่าเดิมที่เก็บแทบไม่ได้เลย

ผมว่าหุ้นมันก็ต้องเล่น ๆ ไปเรื่อย ครับ เพียงแต่ขาลงไม่เล่น หรือเล่นให้น้อยสุด แต่แนวที่พวกผมเล่นกันเป็นหลักคือสะสมหุ้นเพื่อปันผล ก็เลยไม่ใส่ใจเท่าไหร่ หุ้นยิ่งถูกยิ่งชอบ จะให้ผมไปเล่นตอนถึง 1000 จุดคงไม่ไหว

ของแบบนี้ สไตล์ใครสไตล์ท่านครับ


โดย: DarthTrowa วันที่: 25 มกราคม 2553 เวลา:3:30:04 น.  

 
$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$ อโคจร



....................ขอบคุณ.............................................




WWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWW 7511


โดย: light อดีตแมงเม่า IP: 118.173.26.126 วันที่: 25 มกราคม 2553 เวลา:12:32:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรบนอกตลาด
Location :
พะเยา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เส้นทางที่คุณเดินอยู่ตอนนี้ยังคงเป็นเส้นทางที่จะนำคุณไปสู้เป้าหมายชีวิตอยู่หรือเปล่า
สำหรับใครหลายๆคน อาจจะลืมเส้นทางที่ตัวเองเคยขีดไว้เพื่อมุ่งสู้เป้าหมายของแต่ละคน แต่สิ่งที่สำคัญที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย อยู่ที่ความคิดของเราเป็นหลัก ขอเพียงเราพยายามนึกถึงเป้าหมายบ่อยๆ แล้วเส้นทางที่เราเคยลืมจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเป้าหมายที่เคยอยู่ไกลเราก็จะไปถึง
นักรบนอกตลาด
Google
จำนวนผู้ชมออนไลน์ : Users Online
จำนวนผู้ชมทั้งหมด รวมทั้งหมด คน
Friends' blogs
[Add นักรบนอกตลาด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.