Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
22 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 114- คิดถึงเธอแทบใจจะขาด

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น เพื่อความรักของคนทั้งสองเท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นหรือไม่ จึงขอให้อ่านด้วยความบันเทิง และเชื่อมั่นในรักของพวกเขาด้วย ****



ที่ห้องนอนในอพาร์ทเม้นท์ของฮวางโบ
ฮยอนจุงและฮวางโบกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอยู่บนเตียง

ชายหนุ่มค่อยๆประคองศีรษะของภรรยาออกจากวงแขนของเขาแล้ววางลงบนหมอนอย่างทะนุถนอมก่อนจะบอกเธอว่า “หลับฝันดีนะฮะ..ที่รักของผม”

หญิงสาวส่งยิ้มหวานแล้วตอบไปว่า “จ้ะ..เธอก็เช่นกันนะ”

แต่ก่อนที่เธอจะหลับตาลงชายหนุ่มกลับพูดขึ้นมาลอยๆว่า...”ที่ผมบอกคุณไปก่อนหน้านี้...ผมหมายความอย่างนั้นจริงๆนะฮะ”

“หา? เรื่องไหนเหรอ?”

“ที่ผมพูดอ่ะ ผมซีเรียสจริงๆน่ะฮะ...คุณอย่าใส่เสื้อผ้าแบบที่มันปิดอะไรไม่ค่อยมิดอีกนะ!”

“ชั้นใส่ไม่ได้เลยเหรอ? แม้แต่ตอนที่ขึ้นแสดงบนเวทีด้วยเนี่ยนะ?”

“ตราบใดที่มันไม่(โป๊) มากจนเกินไป...ผมก็จะยอมหยวนๆให้คุณเป็นกรณีๆไปฮะ”.

“โอเคจ้ะ เรานอนกันได้แล้วน่ะ” พูดจบเธอก็ซุกตัวอยู่ใต้ไหล่อันกว้างและอบอุ่น แล้วค่อยๆหลับไปอย่างมีความสุข

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาที่ออฟฟิศของท่านประธานบริษัทต้นสังกัดของฮยอนจุง
ชิกุนกับฮยอนจุงกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่เก้าอี้ยาวภายในห้อง

“ล้มเลิกมันไปเถอะ” เสียงท่านประธานพูดกับเขา แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจว่า...ไม่...เดี๋ยวก่อน

ชายหนุ่มนั่งเงียบและมีสีหน้าที่ดูผิดหวัง

“ท่านคุยกับพวกเขาแล้วหรือฮะ...?”

“อืมม...ใช่...”

“แล้วพวกเขาไม่โอเคหรือฮะ?”

“ใช่เลย”

ฮยอนจุงถอนหายใจออกมาอย่างแรงเมื่อได้ยินคำตอบจากชิกุน...

“แล้วนายคาดหวังว่าจะได้คำตอบว่าอะไรเหรอ? มันแน่นอนอยู่แล้วที่พวกเขาจะตอบว่า “ไม่”...สำหรับในตอนนี้นายก็สามารถจะ...” เขาหยุดชะงักไปแล้วพูดต่อในใจว่า <นายน่าจะลองทบทวนและคิดอีกซักทีน่ะ..>

“....................”

ชิกุนมองฮยอนจุงด้วยแววตาที่เห็นอกเห็นใจอยู่ครู่นึงแต่แล้วก็ทำหน้าขึงขังและพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “มีอีกเรื่องนึงนะ...ต่อไปนี้ชั้นจะไม่ยอมยกโทษให้นายเรื่องที่ชอบแอบหลบออกไปจากที่พักของวง SS501 ตามอำเภอใจอีกแล้ว นับจากนี้ไปนายมีเส้นตายเคอร์ฟิวตอนเที่ยงคืนต้องกลับมาให้ถึงบ้าน ยกเว้นแต่จะมีตารางงานที่ต้องทำ...เข้าใจมั้ย...นี่นายรู้รึเปล่าว่าชั้นยอมผ่อนปรนให้นายมากแค่ไหนแล้ว ห?”

ชายหนุ่มรู้สึกช็อคเมื่อได้ยินชิกุนยื่นคำขาด “แต่ท่านประธานฯฮะ”<ไม่ได้นะฮะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ผมคงแห้งเหี่ยวตายกันพอดี>

“เฮ้อ..จากนี้ไป...ชั้นต้องทำในสิ่งที่ชั้นจำเป็นต้องทำให้ถูกต้องซ่ะที...ชั้นถูกนายปั่นหัวมานานเกินพอแล้ว..และถ้าขืนชั้นยังปล่อยให้เรื่องต่างๆมันเป็นไปตามที่นายต้องการล่ะก็...เฮ้อ...(พังกันหมดแน่)”

เมื่อได้ยินที่ชิกุนพูดฮยอนจุงเริ่มมีความรู้สึกหลายๆอย่างสับสนปนเปภายในใจ....

“มันเป็นความรับผิดชอบและเอกสิทธิ์ของชั้นในการบริหารจัดการตารางงานและชื่อเสียงของนาย...ในขณะที่นายยังมีสัญญาอยู่กับทางบริษัท นายอย่าลืมเรื่องนี้ไปซะล่ะ”

“ที่ชั้นกำลังพูดกับนายแบบนี้เพราะว่าชั้นเป็นห่วง..ภาพลักษณ์ของนายมันอาจจะเสียหายได้ถึงแม้ความผิดพลาดที่นายทำมันอาจจะเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว...แต่นั่นอาจจะเป็นอันตรายถึงขั้นที่นายต้องหมดอนาคตในวงการนี้ไปเลยก็ได้”

ชายหนุ่มรู้สึกหดหู่สุดขีดถามกลับไปว่า “ผมสามารถจะ...”

แต่เขาแค่เกริ่นก็เจอชิกุนสวนกลับมาทันทีว่า “ไม่ ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เรื่องต่างๆมันเลยเถิดมามากเกินพอแล้ว การที่นายหนีจากกองถ่ายละคร F4 ตามใจชอบมันก็เพียงพอแล้วสำหรับการถูกลงโทษอย่างเป็นทางการน่ะ แล้วเรื่องแอบไปแต่งงานแบบลับๆโดยไม่ได้บอกกล่าวพวกเราเลยอีกล่ะ? นายรู้มั้ยว่า...ชั้นสามารถจะฟ้องนายได้เลยนะ...สำหรับเรื่องนั้น....”

ชายหนุ่มพูดเสียงเข้มขึ้นมาทันที “ว่าไงนะฮะ?”

“เอางี้นะ ถ้ามันเป็นกรณีที่ว่าชื่อเสียงของนายถูกทำลายย่อยยับเกินกว่าจะกอบกู้กลับคืนมาได้เพราะนายไม่ยอมรับและไม่ให้ความร่วมมือกับการบริหารจัดการของพวกเรา ดังนั้นบริษัทก็จะสูญเสียกำไรมหาศาลเนื่องจากนายไม่สามารถจะทำงานในวงการนี้ต่อไปได้เพราะชื่อเสียงมันป่นปี้ไปหมดแล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นต่อไปว่า “ นายอาจจะต้องจ่ายเงินชดใช้ในส่วนที่เราได้ลงทุนไปกับนายทั้งหมดตั้งแต่แรกเริ่ม...”.

ชายหนุ่มทำหน้านิ่วพร้อมกับพูดออกมาว่า “นี่มัน..”<ข่มขู่กันชัดๆอ่ะ>

“ชั้นขอโทษด้วย ถ้าทำให้นายเสียความรู้สึกแต่นี่มันคือเรื่องของธุรกิจ...ขอให้เข้าใจด้วยนะ”.

“..............”

“เฮ้ ชีวิตจริงมันไม่ใช่เรื่องอะไรที่มันง่ายๆอย่างนั้นหรอกนะ ฮยอนจุง ที่ชั้นพูดมามันอาจจะฟังดูโหดเกินไป แต่นี่คือสิ่งที่ถูกต้องที่ควรกระทำและเป็นวิธีที่ดีที่สุดด้วย...”

“ท่านประธานฮะ”ชายหนุ่มเอ่ยปากเรียกด้วยสีหน้าที่ดูตื่นๆ

“นายอย่ามามองชั้นด้วยสายตาอย่างนั้นนะ ที่ชั้นกำลังทำไปทั้งหมดนี้ก็เพื่อนาย...นายก็ทนทนไปก่อน มันคงไม่ทรมานเท่าไหร่หรอกน่า...ก็แค่หลังจากละคร F4 จบเท่านั้นเอง...”

เขายังคงมองหน้าชิกุนด้วยท่าทางกระวนกระวาย...

“วิธีนี้มันก็เป็นวิธีที่เราเคยใช้มาก่อนแล้วนี่น่ะ ดังนั้น ชั้นว่านายก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร ใช่มั๊ย?”

“ดังนั้น ผมก็ต้องระมัดระวังตัวใช่มั๊ยฮะ...”

“ใช่ นายต้องระวังตัวให้มากถึงมากที่สุด ทุกคนรู้กันหมดแล้วว่าพวกเธอกำลังคบกันอยู่...แต่ยังไงมันก็จะเป็นเรื่องที่อันตรายและเป็นการกระทำที่ไม่มีความยั้งคิดอย่างยิ่งถ้าเกิดมีคนเห็นพวกเธอสองคนออกมาจากบ้านเดียวกันในตอนเช้าน่ะ”

ชายหนุ่มนั่งตาลอยจ้องมองเพดานโดยไม่พูดอะไร...

“ฮยอนจุง” <นี่ฟังชั้นอยู่รึเปล่าเนี่ย>

“ฮะ”

“อย่างที่นายเคยพูดไว้นะ...ว่านายเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วหลังจากที่นายแต่งงาน...นายจำเป็นต้องตัดสินใจและลงมือกระทำอย่างชาญฉลาดเพื่อเป็นการปกป้องสิ่งที่เป็นของๆนายให้ดีๆ...”

“.................”

“เพราะว่านายดูจริงจังแน่วแน่กับการแต่งงานอย่างมาก...ถ้างั้นชั้นสามารถจะคาดหวังว่านายกำลังทำตัวให้เหมือนผู้ใหญ่จริงๆอย่างนั้นได้ใช่มั้ย?”

...เขาได้แต่หลับตาลงโดยไม่พูดโต้ตอบใดๆ...

“นี่ นายอย่าทำท่าเหมือนกับว่าโลกมันจะแตกไปต่อหน้านายในวันนี้ไปหน่อยเลยน่ะ...เวลาสี่เดือนมันผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่นายไม่ทันรู้ตัว”

“ฮาาา”.เขาได้แต่ร้องออกมาด้วยสีหน้าที่ดูทุกข์ทรมานใจสุดๆ

“โธ่เอ๊ย..”ชิกุนบ่นออกมาพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ <ชั้นไม่ควรปล่อยให้นายไปร่วมในรายการเรียลลิตี้แต่งงานบ้าๆนั่นเลยให้ตายสิ...>

วันต่อมาที่สถานที่ถ่ายทำรายการของฮวางโบ
ขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งหัวเราะอยู่ท่ามกลางแขกรับเชิญที่มาร่วมรายการ เธอก็รู้สึกได้ว่าโทรศัพท์มือถือของเธอกำลังสั่น จึงรีบหยิบขึ้นมาอ่านข้อความซึ่งสามีสุดที่รักส่งมา

”คุณกำลังยุ่งอยู่รึเปล่าฮะ?”

”ชั้นกำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทำจ้ะ”

”โอเคฮะ”

ระหว่างช่วงพักเบรค หญิงสาวโทรกลับไปหาฮยอนจุงแต่เขากลับไม่รับสาย เธอจึงส่งข้อความไปแทน

หลังจากถ่ายทำรายการเสร็จในช่วงบ่ายแก่ๆ ขณะที่ฮวางโบกำลังเตรียมตัวจะขับรถกลับบ้าน เธอลองโทรหาคุณสามีอีกครั้งแต่แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความผิดหวังเมื่อได้ยินสัญญาณสายไม่ว่าง

หญิงสาวเอนตัวพิงกับเบาะที่นั่งในรถแล้วบ่นพึมพำว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ? ทำไมวันนี้ชั้นถึงติดต่อเธอไม่ได้เลยนะ? ก่อนจะตัดสินใจส่งข้อความไปหาเขาอีกครั้ง”


” ชั้นกำลังจะกลับบ้านแล้วนะ เธอโทรหาชั้นหน่อยนะจ๊ะหลังจากเสร็จงานของเธอแล้ว”

ที่อพาร์ทเม้นท์ของฮวางโบ
หญิงสาวกำลังนั่งมองโต๊ะอาหารด้วยแววตาที่ดูว่างเปล่าทั้งๆบนนั้นมีอาหารนานาชนิดที่เธอเตรียมไว้เป็นอาหารเย็นวางอยู่เต็มไปหมด

เธอนั่งกัดริมฝีปากด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ “นี่วันนี้เขามีงานถ่ายละคร F4 ด้วยหรือ? ชั้นจำได้ว่าเขาเคยบอกว่าอาทิตย์นี้ต้องไปถ่ายวันอังคารกับพฤหัสนี่นา..เฮ้อ..เขาไม่รับสายที่ชั้นโทรไปเลยอ่ะทำไงดี...”

ที่ด้านนอกสตูดิโออัดเสียง

“ผมจะออกไปข้างนอกสักพักใหญ่ๆนะฮะแล้วจะรีบกลับที่บ้านพักก่อนเที่ยงคืน” ฮยอนจุงบอกกับพี่ผู้จัดการ

“ชั้นจะเชื่อได้ไงว่านายจะกลับมาจริงอ่ะ? ชั้นไว้ใจนายไม่ได้อีกต่อไปแล้ว... “

“ผมให้สัญญาแบบลูกผู้ชายกับท่านประธานแล้วฮะ...ถ้าเกิดผมไม่รักษาไพ่ใบสุดท้ายของผมเอาไว้..”

“ถ้านายไม่ทำแล้วจะเป็นไงเหรอ?”

ชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงคำพูดของชินกุน...
[ ถ้านายประพฤติตัวดีและทำตามที่ชั้นบอกจนไปกระทั่งละคร F4 มันจบล่ะก็...ชั้นจะลองพิจารณาเรื่องการแต่งงานอย่างเป็นทางการของนายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าในมุมมองที่เป็นด้านบวกมากขึ้น]

“ถ้าผมไม่ทำ เรื่องต่างๆก็จะยิ่งยากลำบากมากขึ้นสำหรับผม ดังนั้นผมจะต้องรักษาสัญญาอย่างสุดชีวิตฮะ”
ชายหนุ่มยืนยันกับพี่ผู้จัดการ

แต่ดูเหมือนผู้จัดการจะยังไม่เชื่อสนิทใจซักเท่าไหร่ “แล้วถ้านายยังไม่ทำตามที่บอกล่ะ....?”

“ถ้าพี่ขอให้ผมทำอะไร ผมจะยอมทำตามที่พี่ต้องการทุกอย่างเลย”

“นี่นายหมายความอย่างงั้นจริงๆอ่ะ?”

“จริงสิฮะ...เร็วๆหน่อยฮะพี่แล้วช่วยคืนโทรศัพท์ผมมาด้วย!” เขาเริ่มส่งเสียงเร่งเร้า

แต่พี่ผู้จัดการยังยื้อต่อไปว่า “นายจะทำทุกอย่างตามที่ชั้นสั่งจริงๆใช่มั้ย?”

“ฮะพี่...คืนผมมาเลยฮะ...ให้ไว”

“อ่ะ เอาของนายคืนไป” (ฮึ...ทำท่ายังกับจะลงแดง...โดนยึดโทรศัพท์แค่วันเดียว)

ชายหนุ่มรับโทรศัพท์กลับมาแล้วรีบกล่าวลาทันที “เจอกันพรุ่งนี้ฮะพี่ “ จากนั้นวิ่งอ้าวไปที่รถของเขา..

ที่บ้านของฮวางโบ
หญิงสาวยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวเงียบๆราวกับรูปปั้นประดับโต๊ะ

ในขณะนั้นฮยอนจุงก็มาถึงล๊อบบี้ของอพาร์ทเม้นท์แล้วและกำลังยืนรอลิฟท์อยู่แต่ลิฟท์เจ้ากรรมดันค้างอยู่ที่ชั้น 21 นานมากเสียจนชายหนุ่มอดทนรอต่อไปไม่ไหวจึงวิ่งขึ้นบันไดไปแทน เขาวิ่งกึ่งกระโดดขึ้นบันไดไปจนถึงชั้น15 ซึ่งเป็นชั้นที่พักของฮวางโบ

ในเวลาเดียวกันหญิงสาวซึ่งกำลังนั่งมึนสับสนทำอะไรไม่ถูกจ้องมองอะไรเรื่อยเปื่อยไปรอบห้องอย่างเลื่อนลอยพร้อมกับกัดเล็บเพื่อคลายเครียด จู่ๆก็ต้องสะดุ้งโหยงเพราะได้ยินเสียงกริ่งที่หน้าประตู เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วรีบวิ่งไปที่ประตูหน้าห้อง ทันทีที่ประตูเปิดออกฮยอนจุงก็โผล่พรวดเข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและหายใจหอบราวกับไปวิ่งแข่งโอลิมปิคมา สองร่างโผเข้าหากันอย่างแม่เหล้กดึงดูดกันและกันไว้ เขาใช้เท้าแตะไปที่ประตูให้มันปิดอย่างรวดเร็ว สองแขนกอดรัดร่างเธอจนไม่มีอากาศผ่านเข้าไปได้ จูบรุนแรงจากเขาบดขยี้ลงมาที่ริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อน ก่อนที่เธอจะผละริมฝีปากบางแล้วถาม

“เธอหายไปไหนมาทั้งวันเลยน่ะ? “

ชายหนุ่มช้อนตัวฮวางโบขึ้นมาและอุ้มเธอตรงดิ่งไปที่ห้องนอน ในตอนนั้นหญิงสาวเริ่มตอบรับการทักทายของสามีหนุ่มด้วยการจูบเขากลับไปอย่างดูดดื่ม

ชายหนุ่มพูดยิ้มๆด้วยเสียงอู้อี้ว่า “.ผมมองไม่เห็นทางเลยอ่ะ”

พูดไม่ทันขาดคำเขาเดินชนเข้ากับกรอบประตูห้องนอนทำให้ขาของภรรยาสุดสวยไปฟาดกับกรอบประตูจังๆ

หญิงสาวร้องเสียงหลง แต่ใบหน้ายังคงยิ้มแย้มด้วยความสุข

“อุ๊บส์! โทษทีฮะ “แต่ก็อุ้มเธอเดินต่อเข้าไปแล้วล้มลงนอนบนเตียงแล้วถอดปราการที่ป้องกันเรือนร่างเธอออกอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวนอนหายใจหอบถี่พร้อมกับพูดว่า “วันนี้ชั้นติดต่อเธอทางโทรศัพท์ไม่ได้เลยนะ..”

ชายหนุ่มบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่ดูเสียใจ “มีบางอย่างเกิดขึ้นฮะ...ขอโทษด้วยนะ” ว่าแล้วรีบประทับจูบให้ภรรยาเป็นการขอโทษอีกครั้ง

หญิงสาวยกมือขึ้นมาโอบรอบคอสามีสุดที่รักและพูดว่า “ชั้นคิดถึงเธอ! ชั้นคิดถึงเธอทั้งวันเลยอ่ะ!!”

ชายหนุ่มค่อยๆเลื่อนริมฝีปากลงมาจุมพิตที่ซอกคอของเธอพร้อมกับกระซิบถามว่า “คุณคิดถึงผมเหรอ ...มากแค่ไหนฮะ?”

“อ๊าา...ได้โปรดอย่าถามอะไรชั้นแบบนี้เลยนะ...”

ชายหนุ่มก้มลงมองหน้าภรรยาแล้วพูดยิ้มๆว่า “คุณคิดถึงผมจนแทบขาดใจตายได้...แต่ว่าห้ามคุณตายเป็นอันขาด..เข้าใจมั้ยฮะ”

หญิงสาวแกล้งมองค้อนใส่สามีพร้อมกับบอกว่า “ฟังดูเหมือนเธอกำลังบอกให้ชั้นไปตายอย่างงั้นแหละ”

“ไม่ฮะ คุณตายไม่ได้เด็ดขาด...ไม่ว่ายังไงก็ตาม เพราะถ้าคุณตาย ผมคนนี้ก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไรน่ะฮะ”...พูดจบเขาก็ระดมจูบด้วยความรักความคิดถึง

“ห้ามคุณรู้สึกชินกับการอยู่คนเดียวเป็นอันขาดนะฮะ! คุณต้องคิดถึงผมจนแทบขาดใจตาย...แล้วก็ห้ามทำตัวให้ชินกับความเหงาถึงแม้ผมจะทิ้งให้คุณต้องอยู่คนเดียว....คุณต้องคิดถึงผมราวกับว่าคุณกำลังจะตาย” แล้วกายหนาก็อยู่บนร่างอันบอบบางพร้อมส่งสายตาหวานซึ้ง

“บทเริ่มต้นของการรอคอยมันได้เริ่มขึ้นแล้วใช่มั้ย?...แต่ถึงยังไงชั้นก็สามารถจะรอเธอได้ตลอดไป....ถึงแม้ชั้นจะคิดถึงเธอแทบตายก็ตาม...เพราะว่าในที่สุด เธอก็จะวิ่งกลับมาหาชั้น...มามอบความรักให้กับชั้นเหมือน ณ ขณะนี้....ซารางเฮ...”

แล้วสงครามแห่งความรักก้ผ่านพ้นไป แต่ชายหนุ่มยังคงไม่พอกับสิ่งที่เขาห่างหายจากเธอไปตั้งหนึ่งอาทิตย์ เขายังต้องการสัมผัสเธออีก และหากเป็นไปได้เขาอยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้ หยุดแค่ตอนนี้ และมีเพียงแค่ เราสองคน

โปรดติดตามคู่รักผักกาดหอมรีมิกซ์ ตอนต่อไป



Create Date : 22 ตุลาคม 2553
Last Update : 22 ตุลาคม 2553 21:00:15 น. 2 comments
Counter : 590 Pageviews.

 
ยายคะ ขอเข้ามาเม้นท์ คนแรกเลยแล้วกัน ขอบคุณมากค่ะ ที่มาอัพฟิคให้อ่านตลอด รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ

ยิ่งอ่านก็ยิ่งสัมผัสได้ถึึงความรักของทั้งคู่
ยิ่งห่างกันก็ยิ่งคิดถึงกันมากเท่านั้น


โดย: luck IP: 115.87.92.83 วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:22:22:50 น.  

 
กรี๊ดดดดด น่ารักมากครับยาย หวานมากกกเลย ขอบคุณนะครับยายรักษาสุขภาพด้วยนะครับยาย สู้สู้สู้


โดย: hunny IP: 124.122.103.149 วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:22:34:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.