Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 109 ~ สวัสดีคับ คุณแม่

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น เพื่อความรักของคนทั้งสองเท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นหรือไม่ จึงขอให้อ่านด้วยความบันเทิง และเชื่อมั่นในรักของพวกเขาด้วย ****


วันต่อมาที่กองถ่ายละคร F4
ทีมงานถ่ายทำละครและนักแสดงกำลังพยายามตั้งสมาธิในการทำงาน โดยที่มีฝูงชนหนาตายืนมุงดูอยู่รอบๆบริเวณนั้น ฮยอนจุงนั่งมองดูนักแสดงคนอื่นๆที่กำลังถ่ายทำอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ สีหน้าของเขาในเวลานั้นดูเรียบเฉยเป็นปกติและดูจะไม่ใส่ใจกับสายตาที่จ้องมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ระหว่างนั้นเองคิมบอมเพื่อนนักแสดงกลุ่ม F4 ก็เดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับถือถ้วยกาแฟที่มีควันลอยกรุ่นอยู่ในมือ

คิมบอมนั่งลงข้างๆเขาพร้อมกับยื่นถ้วยกาแฟให้ “พี่ฮะ ช่วยรับไว้ด้วยนะฮะ”

ชายหนุ่มหันมายิ้มให้เพื่อนรุ่นน้องพร้อมรับถ้วยมาจากเขาแล้วพูดว่า “ ขอบใจน่ะ”

หนุ่มน้อยคิมบอมพูดยิ้มๆว่า “พี่พูดน้อยมากกว่าที่ผมคิดไว้อีกน่ะ”

ฮยอนจุงทำหน้างงก่อนจะหันไปจ้องหน้าเขา..ถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับนิ่งคิดก่อนถามกลับไปว่า...”นายคาดหวังอะไรจากชั้นเหรอ?”

“ไม่มีอะไรหรอกฮะ ผมคิดว่าผมคงแค่ไม่มีอะไรจะพูดก็เลย..”

“ไม่ใช่มั้ง...เมื่อกี้นายเพิ่งบอกไปเองว่ารู้สึกยังไงกับชั้นน่ะ..”.

“ผมเดาว่า...พี่คงไม่ใช่คนประเภทที่เข้ากับคนได้ง่ายขนาดนั้น? “

“ชั้นไม่ใช่คนที่ช่างพูดหรอกนะ...โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าคนเยอะๆน่ะ.”พูดจบเขาก็แกล้งทำท่าเหมือนจิบกาแฟเพราะที่จริงเขาไม่ชอบอะไรที่ขมๆ

“แปลว่าพี่ตั้งใจทำอย่างนั้นหรือฮะ?”

“ไม่ใช่นะ...มันก็แค่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติน่ะ เรียกง่ายๆก็คือมันเป็นนิสัยของชั้น”


“สำหรับผม...ผมคิดว่าผมจะพูดมากขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ”

“ทำไมล่ะ?”

“ก็เพื่อช่วยทลายกำแพงแห่งความอึดอัดยังไงล่ะฮะ...ถ้าผมยังนิ่งเงียบอยู่ ผมก็จะยิ่งรู้สึกอึดอัดมากขึ้นจากสายตาของคนอื่นๆที่มองผมอยู่ ผมรู้สึกเหมือนกับว่า...อย่างน้อยในขณะที่ผมกำลังพูด...ผมสามารถที่จะไม่ใส่ใจสายตาของผู้คนเหล่านั้นได้”

“แต่ชั้นกลับรู้สึกว่า...คนอื่นจะมองชั้นมากขึ้นเวลาที่ชั้นกำลังพูดน่ะ...และพวกเขาก็จะพูดถึงชั้นมากขึ้นไปอีก...”

“พวกเขาพูดถึงพี่มากขึ้นหรือฮะ?”

เขาถอนหายใจออกมาก่อนพูดต่อไปว่า “คืองี้นะ ชั้นรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขากำลังพยายามอ่านปากของชั้นว่าพูดอะไรอยู่...พวกเขาต่างก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในการอ่านปากด้วยกันทั้งนั้น...ที่จริงแล้วชั้นได้สร้างนิสัยขึ้นมาอย่างนึงคือเวลาที่พูดจะขยับปากน้อยมาก”...(พูดจบก็ยิ้มอย่างขมขื่นออกมา)

“อืมม งั้นหรือฮะ” ว่าแล้วหนุ่มบอมก็แอบชำเลืองมองไปที่ฝูงชนที่อยู่รอบๆ...

“แต่ไง...ถ้าผมไม่พูด..ผมก็ไม่รู้ว่าจะมองไปที่ตรงไหนดี”

“นายไม่จำเป็นต้องมองไปที่ใดที่หนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจงก็ได้นี่นา.” <นายสามารถจะมองสิ่งที่นายกำลังคิดอยู่ในหัวก็ได้...>

หนุ่มบอมหันกลับไปถามทันทีว่า “แล้วพี่กำลังมองอะไรอยู่เหรอฮะ?”

“...หา?”

คิมบอมยิ้มกว้างแล้วพูดแซวทันทีว่า “พี่นี่เป็น...คนช่างฝันน่ะ น่าแปลกใจสุดๆเลยนะเนี่ย!”

“เฮ้อ..นายนี่มันฉลาดเป็นกรดเลยไม่ใช่เหรอ?”

หนุ่มบอมพูดไม่ออกได้แต่หัวเราะคิกๆ...

ระหว่างนั้นฮยอนจุงก็เริ่มคิดถึงปัญหาของตัวเอง เมื่อเห็นว่าคิมบอมหันไปสนใจดูการถ่ายทำที่กำลังดำเนินไป

<ชั้นจะต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม...ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไป ทั้งเรื่องงาน และเรื่องชีวิตส่วนตัวของชั้นมันคงจะ..(พังไปหมด) เฮ้อ..>.ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างดังขณะที่คิดอย่างสับสน

คิมบอมหันกลับมาสนใจหนุ่มรุ่นพี่ทันทีที่ได้ยินเสียงถอนหายใจ แต่ฮยอนจุงยังคงตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองโดยไม่รู้สึกตัว

“แล้ว...พี่รู้สึกยังไงบ้างกับการแสดงของตัวเองน่ะฮะ มาถึงตอนนี้พี่ก็ทำมันมาได้ 2-3 เดือนแล้วน่ะ...?”

ฮยอนจุงถามอีกครั้ง”..หา ว่าไงนะ?”

“??” หนุ่มบอม-อมยิ้มแล้วถามไปว่า “มีอะไรที่มันกวนใจพี่อยู่รึเปล่าฮะ?”

แต่ฮยอนจุงกลับทำหน้าเหมือนไม่รับมุข......?

“ก็เสียงถอนหายใจของพี่น่ะ...สามารถทำให้อะไรก็ตามทะลุเป็นรูขนาดเป้งๆได้เลยนะฮะ”.

หนุ่มคิมผู้พี่ยิ้มอายๆก่อนจะพูดออกมาสั้นๆว่า “โอ งั้นหรือ” <นี่ถ้าชั้นสามารถทำรูขนาดยักษ์ได้จริงๆ...ชั้นจะเข้าไปซ่อนอยู่ในนั้นได้มั้ยนะ? ชั้นสามารถจะหายตัวไปเลยได้มั้ย..? เอ หรือว่าเราสองคนหายตัวไปพร้อมกันเลยน่าจะดีกว่า...? > พอคิดมาถึงตรงนี้เขาก็รีบส่ายศีรษะเพื่อสลัดตัวเองให้หลุดจากความคิดอันสับสนนี้

ส่วนคิมบอมได้แต่นั่งกระพริบตาปริบๆมองดูท่าทางแปลกๆของเพื่อนรุ่นพี่ด้วยความงง-แกมประหลาดใจ ??...

ช่วงเย็นของวันต่อมา
รถของฮยอนจุงจอดอยู่ที่ลานจอดรถของอพาร์ทเม้นท์คอมเพล็กซ์แห่งหนึ่ง ชายหนุ่มกำลังเอนตัวพิงกับพวงมาลัยรถแล้วถอนหายใจออกมาอย่างแรงในขณะที่สายตาจับจ้องไปที่ตึกๆนึงเป็นพิเศษ เขานึกไปถึงการสนทนาทางโทรศัพท์ของเขากับฮวางโบเมื่อ 10 นาทีก่อนหน้านี้

“กว่าชั้นจะทำงานที่นี่เสร็จ...มันก็คงจะดึกแล้วล่ะ..อาจจะประมาณ 4 ทุ่มนะ?”

“งั้น...พวกเราก็ต้องเลื่อนมันออกไปอีกหรือฮะ?”

“พวกเราก็ค่อยทำกันวันหลังก็ได้”...

“ถ้าเรายังเลื่อนเวลาออกไปเรื่อยๆอยู่อย่างนี้...ผมอาจจะลืมไปเลยก็ได้นะฮะ...หรือไม่แน่ผมอาจจะวิ่งหนีไปเลยน่ะ”

“เธอว่าจะลืมเรื่องอะไรเหรอ?”

“ก็ ความรับผิดชอบต่อตัวคุณ...และต่อพ่อแม่ของคุณ”

“แต่ว่าตอนนี้ ชั้นไม่มีเวลาว่างพอที่จะทำจริงๆนี่นา...แล้วชั้นก็ไม่สามารถจะจัดการอะไรได้เลยด้วย.”

ฮยอนจุงได้แต่ถอนหายใจเมื่อนึกถึง...

กลับมาที่ปัจจุบัน เขาพูดพึมพำกับตัวเอง

“ผมอยากจะวิ่งหนีไปไกลๆ...ถ้าสามารถจะทำได้....ผมหวังว่าผมสามารถจะทำเพิกเฉยกับเรื่องนี้ได้...แต่ว่า…”

ในที่สุดฮยอนจุงก็ตัดสินใจลงมาจากรถ เขาเงยหน้าขึ้นไปมองที่ตึกอพาร์ทเม้นท์แล้วเริ่มเดินมุ่งหน้าตรงไปทางนั้น

“ผมไม่สามารถจะทำเพิกเฉยกับมันได้...และผมก็ไม่ควรจะทำเช่นนั้นด้วย...ผมต้องการจะเป็นสามีที่น่าภาคภูมิใจของคุณ...”

ชายหนุ่มยืดไหล่ตรง ถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วเริ่มก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นใจ และพูดต่อไปว่า “และเหนือสิ่งอื่นใด...ผมต้องการจะขอบคุณพวกท่าน...เพราะท่านทำให้คุณได้กำเนิดขึ้นมาในโลกใบนี้ ทำให้คุณได้มาอยู่เคียงข้างผม และ ยังทำให้คุณได้มาเป็นแม่ของลูกๆผมอีกด้วย”

ที่บ้านของครอบครัวฮวางโบ
คุณแม่ของฮวางโบได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้นที่ประตู จึงเดินไปกดที่อินเตอร์คอมแล้วถามไปว่า

“นั่นใครหรือคะ?”

ฮยอนจุงละล้าละลังก่อนจะค่อยๆตอบ“เอ่อ ผมเองฮะ ฮยอนจุง”.(ลูกเขยคุณแม่ไงฮะ)

“ใครนะคะ?” คุณแม่ยายถามเหมือนไม่แน่ใจ จึงมองดูที่หน้าจอมอนิเตอร์และตอบกลับไป “ ฮยอนจุงหรือจ๊ะ?”

“ใช่ฮะ”

“เธอมาที่นี่ได้ยังไงน่ะ มีเรื่องอะไรรึเปล่าจ้ะ?”

“อืมมม ช่วยกรุณาให้ผมเข้าไปข้างในก่อนได้มั้ยฮะ?”

“โอ ! รอเดี๋ยวนะจ๊ะ ขอโทษที”แม่ของเธอรีบจัดแจงไขประตูทันที

ในขณะที่ประตูบ้านเปิดออก ฮยอนจุงยืนเด่นเป็นสง่าในชุดสูทและผูกเนคไทดูเป็นทางการ ส่วนทรงผมก็หวีเสยเรียบอย่างประณีต ราวกับจะไปรับปริญญา เขาส่งยิ้มแบบเขินๆพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ในมือให้กับคุณแม่ยาย

“ดอกไม้สำหรับคุณแม่ฮะ”

“ขอบใจจ๊ะ” พูดจบเธอก้มสูดดมดอกไม้ที่เขายื่นให้ทันที

ที่ห้องรับแขก
คุณแม่ยายยกถาดมาวางข้างหน้าชายหนุ่มพร้อมกับถามว่า “เธอทานข้าวมารึยังจ๊ะ? “

“ไม่เป็นไรฮะ...ไม่ต้องเป็นห่วงผม” เขารีบตอบด้วยท่าทางเกรงใจ

“นี่เธอกำลังบอกว่าเธอยังไม่ได้ทานอะไรมาใช่มั้ย? ไม่ได้นะ...ชั้นจะทำอย่างนั้นได้ยังไงกัน...รอแม่เดี๋ยวนะจ๊ะ..”เธอบอกเขาพร้อมกับเดินกลับเข้าไปในครัว

ฮยอนจุงซึ่งรู้สึกประหม่าจนไม่รู้จะตอบไปว่าอย่างไรดี เขาหันไปมองรอบๆห้องก่อนจะถามขึ้นว่า”เอ่อ...คุณพ่อท่านไม่อยู่เหรอฮะ...?”

คุณแม่ยื่นศีรษะออกมาจากห้องครัวแล้วบอกว่า “อีกไม่นานเขาน่าจะกลับมาแล้วล่ะจ้ะ” เธอส่งยิ้มก่อนพูดต่อไปว่า “เธอน่าจะโทรมาก่อนล่วงหน้าที่จะมาน่ะ”

ชายหนุ่มรู้สึกอายที่เสียมารยาท “ฮะ ต้องขอโทษด้วยนะฮะ” <ที่จริงผมไม่กล้าพอที่จะโทรมาฮะ.คุณแม่...T_T>

“ถ้างั้น...เธอจะรอทานพร้อมกับคุณพ่อเขาเลยมั้ยล่ะตอนที่เขากลับมา?”

“ท่านว่าไงนะฮะ..?” <จาดีเหรอฮะ..ผมคงกินอะไรไม่ลงอ่ะ>

“ชั้นหมายถึงอาหารเย็นนะ...เพราะยังไงเขาก็ต้องกลับมาทานที่นี่อยู่แล้ว”

ฮยอนจุงท่าท่างลุกลี้ลุกลนรีบปฏิเสธทันทีว่า “ไม่ต้องหรอกฮะ....คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงผมจริงๆฮะ...ผมโอเคฮะ”

แต่คุณแม่กลับเหวี่ยงสายตาใส่เขาเแต่ยังพูดยิ้มๆว่า “ไม่นะ ชั้นว่าเธอไม่โอเค”

ชายหนุ่มจำนนด้วยคำตอบได้แต่ก้มหน้าลงมองที่พื้น

คุณแม่รู้ดีว่า ฮยอนจุงว่าเป็นโรคกลัวผู้ใหญ่ เธอจึงยิ้มให้ก่อนจะพูดต่อไป “อาจเป็นเพราะว่าเราเคยพูดคุยกันมาแล้ว 2-3 ครั้งทางโทรศัพท์...ชั้นก็เลยรู้สึกคุ้นเคยกับเธอบ้าง” คุณแม่จ้องหน้าลูกเขยแล้วถามอีกว่า “ นี่แม่เป็นคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้นรึเปล่าจ๊ะ?”

เขาได้แต่หัวเราะออกมาแบบฝืนๆ “ฮ่าฮ่าฮ่า...ผมก็เหมือนกันฮะ” <โธ่ขนาดลูกสาวคุณแม่ กว่าผมจะคุ้นก็ปาเข้าไปเกือบยี่สิบตอนแล้วนะฮะ>

“เธอ...รู้ไว้ด้วยนะ...ว่าชั้นน่ะ...รู้สึกดีดีกับเธอ”คุณแม่พูดราวกับรู้มาก่อนว่าฮวางโบเคยเล่าเรื่องบางอย่างให้ฟัง เธอจึงไม่ต้องการพูดอ้อมค้อม

“หา ท่านว่าอะไรน่ะฮะ?”

“แต่คนที่เขากำลังจะกลายเป็นพ่อตาของเธอน่ะสิ...อืมม..ช่างมันก่อนเถอะ...ไม่มีความจำเป็นที่จะทำให้เธอกลัวล่วงหน้าไปก่อนตอนนี้”

เขาได้ฟังก็รู้สึกหดหู่สุดๆ....ได้แต่ถอนหายใจออกมา...

เวลาผ่านไป 40 นาทีหลังจากที่ชายหนุ่มนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นห้อง เพื่อรอพบกับคุณพ่อของฮวางโบ เขานั่งถอนหายใจออกมาอีกครั้งพร้อมกับชำเลืองมองดูนาฬิกาที่ข้อมือและเริ่มคิดอะไรเรื่อยเปื่อย

<ชั้นอาจจะตายตั้งแต่ยังหนุ่มด้วยอาการหัวใจวาย...พูดจริงๆเลยนะ จากนี้ต่อไป...ชั้นจะต้องคิดให้ดีๆก่อนที่จะลงมือทำอะไรแล้วล่ะ!>

<แต่ยังไง..นี่มันอาจจะเป็นอุปสรรคใหญ่ชิ้นที่สุดที่ชั้นจะต้องผ่านมันไปให้ได้...ถ้าชั้นสามารถทำเรื่องนี้ให้มันจบลงได้ในคืนนี้...ชั้นจะได้รับชัยชนะเหนืออุปสรรคที่ยิ่งใหญ่และหนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิตของชั้น...ชั้นจะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองซักขนาดไหนกันนะเนี่ย...ใช่เลย...ชั้นมันสุดยอดจริงๆ...ชั้นอาจจะไม่ค่อยมีอะไรที่ทำให้น่าภาคภูมิใจได้มากนักในตอนนี้....แต่ดูสิว่าชั้นมาได้ไกลขนาดไหนแล้ว...>

<ว่าแต่...เมื่อไหร่คุณพ่อ(ตา) จะกลับมาซะทีนะ?....,มันก็มีความจริงอยู่ไม่ใช่น้อยจากคำพูดสมัยโบราณของเกาหลีที่ว่า...มันจะดีกว่าที่จะถูกตีให้น่วมซะก่อน...ถ้ามันยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป...ชั้นว่าชั้นคงจะทรุดลงไปกองกับพื้นเพราะหัวใจวายในวินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าท่าน...>

ทันใดนั้นเสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น ฮยอนจุงกระโดดลุกพรวดขึ้นมาอย่างตั้งใจแต่แล้วก็ทรุดกลับลงไปกองที่พื้น

ชายหนุ่มค่อยๆคลานไปตามพื้นห้องเนื่องจากขาของเขาชาไปหมดเพราะเหน็บกินทั้งสองข้าง “อูย.....T_T”

คุณแม่วิ่งไปที่ประตูพร้อมกับส่งเสียงว่า “มาแล้วจ้า รอเดี๋ยวน่ะจ๊ะที่รัก ชั้นกำลังจะเปิดประตูให้แล้วจ้ะ”

ฮยอนจุงซึ่งกำลังคลานสี่ขาโซเซอยู่บนพื้น พอเงยหน้าขึ้นมามองที่ประตูหน้าห้องก็เห็นสุภาพบุรุษสูงวัยท่าทางน่าเกรงขามกำลังยืนมองมาที่เขาด้วยแววตาที่ดูแข็งกระด้าง เขาจึงรีบลุกพรวดขึ้นมาทันที

พร้อมกับกล่าวคำทักทาย “เอ่อ สวัสดีฮะ” ในขณะที่พูดเขาต้องพยายามประคองตัวยืนด้วยการพิงกับเก้าอี้ยาวที่อยู่ใกล้ๆ พร้อมกับกัดริมฝีปากเพื่อต่อสู้กับอาการชาเป็นระลอกๆซึ่งกำลังจู่โจมที่ขาของเขา

“ผม...ชื่อคิมฮยอนจุงครับ”

คุณพ่อ(ตา) ได้แต่ยืนจ้องเขาอยู่เงียบๆโดยไม่พูดอะไร...

ชายหนุ่มรีบเอ่ยปากพูดต่อไปว่า “ต้องขอโทษด้วยนะฮะ...ขาของผมมันไม่เป็นใจเอาซะเลย...พร้อมกับโค้งคำนับ 90 องศาโดยที่มือข้างนึงยังคงนวดที่ต้นขาของตัวเองไปด้วย” <โธ่ นี่ชั้นเป็นอะไรกันนะเนี่ย...? หมดรูปเลยเรา T_T >

คุณพ่อหันไปถามคุณแม่ยายว่า “นี่มัน...อะไรกัน?”

คุณแม่ยายผู้น่ารักตอบสามีของเธอไปอย่างชิลๆว่า “คุณคิดว่ายังไงล่ะคะ? ก็คนๆนึงไง”

พอได้ยินคุณพ่อก็เริ่มเหวี่ยงทันที. “อะไรนะ?”

“ชั้นคิดว่า เขามาที่นี่เพื่อจะพบกับคุณน่ะค่ะ...คุณไปอาบน้ำแล้วก็มาทานข้าวให้เรียบร้อยก่อนแล้วกันนะคะ จะได้ใจร่มๆ”

คุณพ่อตาจ้องมองชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่...

ฮยอนจุงนั่งมองตามหลังไปด้วยสายตาที่ดูสิ้นหวัง...<พระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดกรุณาผมด้วยเถอะฮะ..ถ้าท่านสามารถแยกโลกนี้ออกเป็นสองเสี่ยงได้...ท่านจะกรุณาลงมือตอนนี้เลยจะได้มั้ยฮะ? โอ ไม่ได้ฮะ ลืมตรงนั้นไปก่อน...เอาเป็นว่าท่านช่วยกรุณาส่งพระเยซูลงมาที่โลกมนุษย์อีกซักครั้งจะได้มั้ยฮะ? ไม่นะ...ผมขอท่านอย่างนั้นไม่ได้....ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะไม่มีความหมายอะไรสำหรับผมเลยที่มาที่นี่ในคืนนี้..อ้ากกส์ ผมอยากจะบร้าาา ตาย... นี่ผมจะทำยังไงต่อไปดี?...(ใครก็ได้) โปรดช่วยผมทีสิฮะ...T_T>

ติดตามอ่าน คู่รักผักกาดหอม รีมิกซ์ ตอนที่ 110 ต่อไป





Create Date : 12 ตุลาคม 2553
Last Update : 12 ตุลาคม 2553 16:25:58 น. 2 comments
Counter : 538 Pageviews.

 
อ้าาาา คุณพ่อตามาแล้ว มาลุ้นช่วยจุงกันต่อนะยาย ขอบคุณมากเลยสำหรับฟิค คุณแม่ยายใจดีมากเลยค่ะ


โดย: luck IP: 58.136.48.220 วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:12:53:57 น.  

 
ลุ้นๆ อิจุงสู้ๆ


โดย: prongpawin IP: 183.89.60.220 วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:9:59:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.