Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
22 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
ตอนอวสาน (100) - เป็นใครสักคนที่สามารถจะช่วยเหลือมนุษย์บนโลกใบนี้ได้

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น เพื่อความรักของคนทั้งสองเท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นหรือไม่ จึงขอให้อ่านด้วยความบันเทิง และเชื่อมั่นในรักของพวกเขาด้วย ****

ภายในบริเวณสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ต
คู่ผักกาดหอมกำลังนั่งเหยียดขาอยู่บนพื้นเวที บรรดาแฟนคลับยืนต่อแถวเหยียดยาวเพื่อรอคิวถ่ายรูปกับพวกเขา ส่วนเมมเบอร์ทั้ง 4 ก็มาโพสท่าถ่ายรูปกับแฟนคลับด้วยเช่นกัน มาถึงตอนนี้ก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว พวกเขาเริ่มเหนื่อยและเพลียมากๆแต่แถวของแฟนคลับที่รอถ่ายรูปยังเหลืออยู่เกินครึ่ง...

“ผมหิวจังเลยฮะ”ฮยอนจุงบ่นพึมพำ

ฮวางโบได้ยินก็ถอนหายใจก่อนตอบไปว่า “ยังไงซะเธอก็ต้องอยู่ถ่ายรูปกับแฟนคลับจนถึงคนสุดท้ายเพราะเธอเป็นคนเริ่มเองนี่นา...โทษใครไม่ได้หรอกนะ...ทนไปก่อนก็แล้วกันถึงแม้จะหิวจนไส้แทบขาดก็ตาม”.

ในตอนนั้นเองก็ถึงคิวของเด็กสาวคนนึง เธอมานั่งลงข้างๆฮยอนจุง แล้วยกมือขึ้นโอบไหล่ของเขาแล้วถามว่า “ชั้นทำแบบนี้ตอนถ่ายรูปได้มั้ยคะ?”

ฮยอนจุงมองหน้าเธอก่อนตอบไปสั้นๆว่า “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”

หลังจากถ่ายรูปเสร็จเธอก็หันไปพูดกับฮยอยจุงโดยไม่มีที่ท่าสนใจฮวางโบแม้แต่น้อย ” ขอบคุณนะคะ พี่ชาย!”

“ไหนขอพี่ดูกล้องเธอหน่อยได้มั้ย?..ฮยอนจุงถาม

“ทำไมล่ะคะ?”

“พี่อยากดูหน่อยว่าเธอถ่ายอะไรไปบ้างน่ะ”

เด็กสาวเหลือบตาลงทำท่าลังเลเล็กน้อยก่อนจะส่งกล้องให้กับเขา...

หลังจากกดดูรูปภาพในกล้องเขาก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “ทำไมถึงไม่มีพี่ฮวางโบอยู่ในรูปด้วยล่ะ?”

เด็กสาวหลบตาเขาโดยไม่พูดอะไร...

ฮวางโบได้ยินก็ถอนใจออกมาและเอาศอกกระทุ้งสีข้างเขาเบาๆและพูดว่า “เธอบอกว่าหิวไม่ใช่เหรอ? อย่ามาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้เลยนะ รีบๆถ่ายรูปกันต่อเถอะ”

แต่ฮยอนจุงยังไม่ยอมเลิกจ้องหน้าเด็กสาวแล้วถามย้ำว่า “ทำไมเธอถึงไม่ถ่ายรูปพี่ฮวางโบล่ะ?”

“ชั้นมาที่นี่ก็เพื่อมาดูพี่ชายนะคะ ส่วนคนอื่นน่ะชั้นไม่สนใจหรอกค่ะ”

ฮยอนจุนพยักหน้าพร้อมๆกับพูดว่า “อ๋อ พี่ว่าพี่คงไม่สามารถจะบังคับให้เธอยอมรับเรื่องของพวกเราได้...แต่ยังไงวันนี้มันก็เป็นวันพิเศษสำหรับพี่ ดังนั้นพี่จึงอยากให้เธอถ่ายรูปร่วมกับพวกเราด้วยกัน”...

“ชั้นมาถ่ายรูปพี่ชาย ก็เพราะวันนี้มันเป็นวันพิเศษค่ะ”

“แล้วทำไมเธอถึงคิดว่าวันนี้ถึงเป็นวันพิเศษสำหรับพี่ล่ะ?”

“ก็เพราะวันนี้เป็นวันมีทติ้งแฟนคลับพี่ไงคะ”

.”...................”

หลังจากนั่งฟังเงียบๆมาพักนึงฮวางโบก็พูดขึ้นมาว่า “พอเถอะนะ” ว่าแล้วหันไปบอกเด็กสาวว่า “เธอไปได้แล้วล่ะจ้ะ คนอื่นจะได้ถ่ายต่อ”

แต่เด็กสาวคนนั้นกลับถลึงตาทำหน้าบึ้งใส่ฮวางโบ “อย่ามายุ่งกับชั้นได้มั๊ย”

ฮวางโบเห็นท่าทางแบบนั้นก็ตกใจ !!!...แต่ก็แค่ถอนหายใจเบาๆโดยไม่พูดอะไร

ฮยอนจุงเมื่อเห็นปฏิกิริยาเช่นนั้น มองหน้าเด็กสาวแล้วถามขึ้นทันที “เธอชอบพี่หรือเปล่า?”

เด็กสาวตอบโดยไม่กล้ามองหน้าว่า “ชอบค่ะ”

ไอดอลหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “ถ้างั้น...ได้โปรดอย่ามองพี่เขาด้วยสายตาแบบนั้น...”

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยแววตาที่ดูเหมือนรู้ว่าตัวเองทำนิสัยที่ไม่ดีออกไป

ฮวางโบเอื้อมมือมาฉุดแขนของเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนว่า “ปล่อยเรื่องนี้ไปเถอะนะ..เลิกพูดเถอะ...ชั้นขอล่ะ..”

แต่เด็กสาวกลับพูดโพล่งขึ้นมาว่า “ชั้นคิดว่า ไอ้การแลกเปลี่ยนคำสัญญาอะไรนั่นน่ะมันเป็นเรื่องตลกและงี่เง่าชัดๆ ชั้นรับไม่ได้หรอกค่ะ!!”

ฮยอนจุงถามกลับไปทันทีว่า “มันดูเหมือนเรื่องตลกและงี่เง่าสำหรับเธองั้นเหรอ?”

เด็กสาวถามย้อนกลับอย่างไม่เกรงกลัวว่า “งั้น...พี่คงคิดสิน่ะ ว่ามันออกมาดูจริงจังและเป็นทางการน่ะ?

“มันอาจจะดูเหมือนเรื่องตลกสำหรับเธอ...แต่สำหรับพี่มันเป็นพิธีการที่จริงจังจริงๆน่ะ”ฮยอนจุงเริ่มรู้สึกหงุดหงิดแต่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้

เด็กสาวถอนหายใจออกมาก่อนพูดต่อไปว่า “พี่บอกว่าต้องการพยานมาร่วมรับรู้..แต่แย่หน่อยนะคะที่พยานไม่ได้รู้สึกจริงจังหรือซาบซึ้งไปกับพิธีบ้าๆนั่นด้วยเลย”

<ถึงแม้เด็กคนนี้จะเป็นคนที่ดูอวดดีและไม่มีมารยาท แต่เธอก็ปากกล้า(ดี) ไม่ใช่ย่อยเลยล่ะ>ฮวางโบนั่งคิดในใจและเผลอยิ้มออกมา

เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันทีว่า “อย่ามาหัวเราะเยาะชั้นน่ะ”

ฮยอนจุงทำหน้างง “พี่ไม่ได้หัวเราะเธอน่ะ?”

“ไม่ใช่พี่ค่ะ~”เด็กสาวพูดพร้อมกับมองฮวางโบด้วยสายตาดุดัน

ฮยอนจุงหันไปมองหน้าฮวางโบ และมองดูเธออยู่อย่างนั้น

“ขอโทษทีจ้ะ...นี่ชั้นทำให้เธอโกรธเหรอ? ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะให้เธอคิดอย่างนั้นหรอกนะ” ฮวางโบรีบตอบทันที

เด็กสาวทำหน้าถมึงทึงก่อนจะพูดออกมาว่า “พี่มันทุเรศสุดๆเลยน่ะ”

ฮยอนจุงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจและถามไปว่า “นั่นเธอว่าพี่หรือว่าพี่ฮวางโบ?”

เด็กสาวถลึงตามองฮวางโบแล้วพูดว่า “ชั้นน่ะมองเห็นทะลุปรุโปร่งทุกอย่างเลยน่ะ เธอน่ะล่อลวงพี่ชายของพวกเรา เธอต้องการใช้ความดังของพี่ฮยอนจุงเพื่อสร้างกระแสให้ตัวเธอเองใช่มั๊ย ชั้นรู้หรอกว่าเธอไม่ได้ชอบพี่ฮยอนจุงอย่างจริงจัง.”

ฮวางโบได้ยินก็ตกตะลึง <อะไรนะ !!! ชั้นไปทำแบบนั้นเมื่อไหร่กัน> “ล่อลวง สร้างกระแสเหรอ?”

ฮยอนจุงเริ่มโมโหจนเก็บอาการไม่อยู่โวยกลับไปว่า “นี่สาวน้อย พี่ว่าเธอควรระมัดระวังคำพูดของเธอหน่อยนะ”

เด็กสาวยืนหน้าตาแดงก่ำและพูดเสียงดังต่อไปว่า “ชั้นรู้สึกสงสารพี่ชายค่ะ พี่น่ะดีเกินไปสำหรับเธอ ชั้นไม่สามารถจะเข้าใจพี่ได้เลยจริงๆ ว่าทำไมพี่ถึงไปชอบผู้หญิงแบบนั้นได้?”

ฮยอนจุงได้ยินก็ร้องออกมาว่า “อะไรน่ะ !!!” <เธอจะมารู้ดีกว่าชั้นได้ยังไง ยัยเด็กบ้า>

ฮวางโบได้แต่หันหน้าหนีไปอีกทางเพราะเข้าใจความรู้สึกของแฟนคลับที่หวงไอดอลที่ตัวเองรัก ทั้งๆที่ในใจของเธอเองก็คงสงสัยเหมือนกัน <เธอห้ามพี่ฮยอนจุงมีความรักได้ แล้วพี่ฮยอนจุงจะมาอยู่กับเธองั้นเหรอ โธ่ช่างน่าขันจริงๆ เด็กน้อย > ว่าแล้วเธอก็ถอนหายใจออกมา...

ในเวลานั้นแฟนคลับคนอื่นๆที่กำลังอยู่ในแถวรอถ่ายรูปก็เริ่มส่งเสียงบ่นพึมพำของแฟนคลับหลายคนก็ส่งเสียงดังฟังแทบไม่ได้ศัพท์

[ชั้นอยากให้พวกเขารีบๆถ่ายให้เสร็จซะที เมื่อยจะแย่อยู่แล้ว”]

[ยายเด็กแก่แดดคนนั้นเป็นอะไรของเขาน่ะ? ]

[ที่จริงแล้ว ชั้นรู้สึกดีใจนะที่เธอกล้าพูดออกมาแบบนั้นน่ะ]

[ใช่เลย พิธีการแลกเปลี่ยนคำสัญญาอะไรนั่น มันดูเหมือนเรื่องตลกมากกว่า..]

[ถูกต้องที่สุด พี่ชายของเราน่ะดีเกินไปสำหรับเธอ]

[แต่พวกเราจะสามารถทำอะไรได้ล่ะ...ถ้าเขาชอบเธอจริงๆน่ะ...? ]

เสียงกระซิบพูดคุยและเสียงบ่นในแถวเริ่มมากขึ้นและบางครั้งก็ดังขึ้นมาเป็นระยะๆจนสามารถได้ยินอย่างชัดเจน...

ฮวางโบนั่งคิดในใจว่า < มีหลายๆเรื่อง...ที่พวกเราสามารถพุ่งชน...หรือว่ากระโดดข้ามปัญหาและอุปสรรคไปได้...แต่ว่าในตอนนี้ พวกเราควรจะต้องทำยังไง...? ควรพุ่งชนหรือว่ากระโดดข้ามไปดีน่ะ...>

ฮยอนจุงหันไปถามยองแซงซึ่งยืนอยู่ด้านล่างของเวทีว่า “ไมโครโฟนอยู่ที่ไหน?”

ยองแซงมองไปรอบๆแล้วชี้ไปที่ด้านหลังของฮยอนจุง “อยู่โน่นไง”

ฮยอนจุงรีบเดินไปหยิบไมค์แล้วหันมามองแฟนคลับคนอื่นๆที่เหลือแล้วถามว่า “นี่พวกเธอคิดด้วยเหมือนกันรึเปล่า ว่าพิธีการก่อนหน้านี้มันดูเหมือนเรื่องขำๆและตลกมากกว่าน่ะ?”

หลังจากมีเสียงตอบพึมพำที่ฟังไม่ได้ศัพท์ในตอนแรก ไม่นานก็เริ่มมีเสียงตอบดังๆขึ้นมาจากแฟนคลับที่ยืนอยู่ในแถวว่า “ใช่ค่ะ มันดูไม่ใช่เรื่องจริงจัง แค่ทำเล่นๆแบบขำๆเท่านั้น...”

ฮยอนจุงถามกลับไปทันทีว่า “งั้น...พวกเธอคิดว่าพี่เป็นคนที่เห็นว่าความรักเป็นเรื่องเล่นๆ หรือว่าเรื่องตลกอย่างนั้นใช่มั้ย?”

เสียงพึมพำในแถวเงียบกริบลงในทันที

“เฮ้อ” เขาถอนหายใจก่อนจะพูดต่อไป “ถ้าสิ่งที่พี่ทำไปเมื่อกี้มันออกมาดูเหมือนเรื่องตลก มันคงเป็นความผิดของพี่ ที่พี่ทำให้มันออกมาเป็นแบบนั้น นั่นเป็นเพราะพี่ไม่ชอบอะไรที่มันดูเป็นการเป็นงาน...อืม..ไม่ใช่สิ..ที่จริงต้องพูดว่าพี่ไม่ชอบทำตัวให้มันดูจริงจังมากเกินไปต่างหาก ดังนั้น ต้องพูดคำว่า ขอโทษจริงๆ...แต่ไม่ใช่สำหรับพวกเธอนะที่พี่ต้องขอโทษ” ว่าแล้วเขาก็หันไปมองฮวางโบ “ สำหรับผู้หญิงของพี่ตังหากล่ะ”

แฟนคลับต่างยืนอ้าปากค้างด้วยความเซอร์ไพรส์ในคำพูดของเขาไปพักนึง ก่อนจะเริ่มเม้าท์แตกกันต่อทันที

ฮวางโบทำอะไรไม่ถูกได้แต่ก้มหน้าลงแล้วยกมือขึ้นมากุมศีรษะ

“ถึงแม้มันอาจจะดูเหมือนเรื่องตลกสำหรับพวกเธอ...แต่พี่สาวเขารู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องขำๆ..”.

ฮวางโบได้ยินถึงกับต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นหัวเราะ...

ฮยอนจุงยังคงพูดต่อโดยไม่สนใจว่าจะมีใครฟังหรือไม่ “มันเป็นเรื่องน่าอายที่พยานไม่ได้รู้สึกจริงจังไปกับพิธีการนี้” เขาหันไปมองรอบๆแล้วยักไหล่ก่อนพูดต่อว่า ” แต่พี่คงจะทำอะไรไม่ได้..ตราบใดที่คนสองคนซึ่งได้มอบคำสัญญาให้แก่กันในพิธีนี้รู้สึกจริงจังกับมัน...อ้อ...มีอีกเรื่องนึง”

แฟนคลับได้แต่ตะลึงอึ้งกิมกี่อันอีกครั้ง!

“พี่อาจจะเป็นพี่ชายที่มีค่าสำหรับพวกเธอ...แต่.” ฮยอนจุงเอียงศีรษะไปทางฮวางโบแล้วพูดต่อว่า “ พี่ฮวางโบก็เป็นคนสำคัญที่มีค่าสำหรับแฟนคลับและก็พี่ชายคนนี้ด้วยเช่นกัน! ถ้าพวกเธอพูดอะไรที่แย่ๆกับพี่ฮวางโบ พี่ชายคนนี้ก็ได้ยินสิ่งที่พวกเธอว่าเช่นกัน และพี่เองก็คงจะไม่สามารถบ่นหรือทำอะไรกับสิ่งที่พวกเธอพูดออกมาได้”

มีเสียงตะโกนขึ้นมาจากแฟนคลับบางคนว่า “ถ้างั้น ก็ไม่ต้องไปเจอกับเธออีกสิ”

“นี่เธอต้องการให้พี่เป็นไอ้ขี้ขลาดที่ชิ่งหนีคนที่ตัวเองรักเพราะว่ากลัวที่จะได้ยินคำพูดแย่ๆพวกนั้นน่ะเหรอ? พวกเธอจะรู้สึกพอใจที่ทำให้พี่กลายเป็นไอ้บ้าขี้แพ้แบบนั้นเหรอ?”

หลายคนได้แต่ยืนถอนหายใจเฮือกๆเมื่อได้ยินคำถามของลีดเดอร์

“นอกจากนี้...ใครล่อลวงใครกัน?” ฮยอนจุงทำหน้าเหมือนโดนดูถูกอย่างแรงและพูดต่อไป “ในสายตาของพวกเธอ พี่ดูเป็นผู้ชายที่ง่ายขนาดนั้นจริงๆเหรอ? นี่พวกเธอคิดว่าพี่จะถูกล่อลวงได้ถ้าเพียงแค่มีคนพยายามน่ะหรือ? โอ้ว พวกเธอนี่เกินไปจริงๆเลยนะ ไหนพวกเธอบอกว่าชอบพี่ แต่ทำไมกลับพยายามผลักไสไล่ส่งให้พี่กลายเป็นคนงี่เง่าแบบนั้นไปได้ล่ะ”...

เด็กสาวยืนสะดุ้งทำหน้านิ่วกันเป็นแถบๆ ขณะฟังลีดเดอร์โวย

“อ้อ เรื่องสุดท้ายน่ะ ทำไมพี่ถึงชอบผู้หญิงแบบนั้นเหรอ? ก่อนอื่น คำถามนี่มันผิดน่ะ เธอไม่ใช่ “ผู้หญิงแบบนั้น” แต่เป็น ”ผู้หญิงหนึ่งเดียวคนนั้นต่างหาก และพี่รักเธอ เพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในโลกที่ไม่มีใครเหมือนใคร และ ไม่มีใครเหมือน”

แฟนคลับสาวๆยืนเงียบแต่แล้วก็มีคนพูดดังๆขึ้นมาว่า “ทุกคนต่างก็เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคนเดียวโลกไม่เหมือนใครกันทั้งนั้นแหละ.”

ฮยอนจุงยิ้มกว้างก่อนตอบไปว่า แฟนคลับของพวกเรานี่ฉลาดจริงๆเลยนะ...ใช่แล้วล่ะ เธอพูดถูก...มันเป็นเรื่องดีที่เราจะมีความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าของตัวเราเอง...ตอนที่พี่พูดว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกที่ไม่เหมือนใครน่ะ...หมายถึงว่า...”

ฮวางโบรู้สึกเพลียและเมื่อยสุดๆ ก็เลยทรุดลงไปนั่งขดตัวอยู่ที่พื้นเอามือท้าวคางรอฟังคุณสามีว่าจะพูดอะไรต่อ...

“สิ่งที่พี่ตั้งใจจะบอกก็คือ เธอเป็นเพียงคนๆเดียวในโลกที่เป็นผู้หญิงในสายตาของพี่ พี่จะไม่สนใจเลยถ้ามีผู้หญิงอื่นนุ่งกระโปรงสั้นๆหรือว่าทำท่าน่ารัก...แต่ถ้าผู้หญิงของพี่คนนี้นุ่งกระโปรงสั้นๆล่ะก็...มันจะกวนใจพี่สุดๆจนแทบจะทำอะไรไม่ได้...และพี่รู้สึกหงุดหงิดมากเพราะเธอยังไม่ยอมทำท่าน่ารักให้พี่ดู..มันทำให้พี่จะเป็นบ้าตาย...พี่คิดถึงเธอถึงแม้ว่าจะได้เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน...ถ้าวันไหนพี่ไม่ได้เห็นหน้าเธอพี่จะรู้สึกเหมือนอะไรมันขาดหายไป...เห็นมั้ยล่ะว่าพี่ผอมลงไปตั้งเยอะ? นั่นเป็นเพราะเธอคนนั้นคนเดียว พี่นอนไม่หลับเลยช่วงที่อยู่มาเก๊าเพราะว่าพี่ไม่ได้เห็นหน้าเธอ...ดูสิตอนนี้รอยคล้ำใต้ตามันกลายเป็นเพื่อนสนิทของพี่ไปแล้ว...”

ฮวางโบได้ยินก็ก้มหน้าลงแอบหัวเราะคิกๆพลางคิดในใจว่า “โอ อารายเนี่ย แฟนคลับของเธอก็ใช่ย่อยที่ดันเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาแบบจริงจังราวกับเป็นปัญหาระดับชาติ”

ชายหนุ่มยังพูดต่อไปว่า “พวกเธอน่ะอาจจะยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจ..ดังนั้นพี่จะบอกให้เธอรู้ถึงบางอย่างที่มีความสำคัญมากๆเกี่ยวกับความรัก”

กลุ่มเด็กสาวยังคงยืนหน้านิ่วไม่พูดไม่จา

“ความรักคือ..”เขาหันไปมองฮวางโบ

ฮวางโบรีบยกมือขึ้นมาปิดหน้า...แต่ก็แอบมองดูฮยอนจุงผ่านระหว่างซอกนิ้วของตัวเอง

“มันคือบางอย่างที่คนสองคนร่วมสร้างมันขึ้นมา คนเราจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทันทีเมื่อมีความรัก และได้มีโอกาสเติมเต็มหัวใจและชีวิตกันและกัน พวกเธอรู้มั้ยว่าพี่ได้เปลี่ยนไปมากแค่ไหนตั้งแต่ที่พี่เริ่มตกหลุมรักเธอ? พวกเธอรู้สึกกันได้บ้างมั้ย? สำหรับพี่แล้ว 6 เดือนที่ผ่านมารู้สึกเหมือนกับว่าได้ใช้เวลาผ่านไป 5 ปี นั่นล่ะพี่เปลี่ยนไปถึงขนาดนั้นพวกเธอดูออกกันบ้างหรือเปล่า” เขายิ้มและพูดต่อด้วยความภาคภูมิใจ

“ พี่ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วจริงๆ....แต่เมื่อพวกเธอมีความรัก...แล้วเธอและคนรักของเธอยังคงมีชีวิตที่ยุ่งเหยิงสับสนอยู่ล่ะก็....นั่นมันไม่ใช่ความรักที่แท้จริง...หรือว่าจะต้องมีอะไรที่ผิดพลาดเกิดขึ้นในวิถีทางแห่งความรักของพวกเธออย่างแน่นอน”

ฮวางโบอมยิ้มพร้อมกับคิดในในว่า “โอ คุณคิมฮยอนจุง สามีชั้น ช่างเป็นนักพูดฝีปากเอกจริงๆนะนี่.”..

ฮยอนจุงยืนนิ่งกระพริบตาทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนดำเนินรายการ”ฮยอนจุงสอนน้อง”ต่อไปว่า

“ว่าไปแล้วมันก็ทำนองเดียวกับวิธีการแสดงออกของความรักของพวกเธอที่มีต่อพวกพี่น่ะ..พวกเธอเธอบอกว่ารักพี่..แต่บางครั้ง มันก็ทำให้เราต้องยุ่งยากลำบากใจ...และพวกเธอก็เหมือนกัน...ถึงแม้จะมีคนบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะเริ่มรักใครซักคน..แต่นั่นมันสำหรับกรณีความรักระหว่างชายหญิงแบบคู่รัก พวกเธอไม่คิดบ้างหรือว่า เธอควรจะมีความสุขเมื่อได้รักพวกพี่ในฐานะแฟนคลับ? จริงๆแล้วพวกพี่คือใครกัน...สำคัญขนาดไหน? พวกพี่มีค่ามากขนาดที่พวกเธอถึงกับต้องคอยไล่ตามโดยไม่ต้องกินข้าวกินปลา ไม่หลับไม่นอนหรือแม้แต่เรียนหนังสือน่ะ?”

เสียงสาวๆตอบพร้อมเพรียงกันว่า “ใช่แล้วค่ะ พี่คือชีวิตของพวกเรา”

ลีดเดอร์เริ่มกังวลเมื่อได้ยินคำตอบ...จ้องมองแฟนคลับอยู่ครู่นึงก่อนจะว้ากออกมาดังๆว่า “มีสติกันหน่อยสิ !!! ทำไมพวกพี่ถึงเป็นชีวิตของพวกเธอได้ล่ะ? พวกเธอจะทำยังไงกันตอนที่โตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ไร้สมองเพราะมัวแต่วุ่นวายไล่ตามพวกพี่จนไม่เป็นอันเรียนแล้วก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้น่ะ? พวกเธอรู้มั้ยว่าคติพจน์ในการดำเนินชีวิตพี่คืออะไร?”

แฟนคลับสาวๆทำหน้าเศร้าไม่ตอบอะไร...

“คติพจน์ของพี่ก็คือ “ เป็นใครสักคนที่สามารถจะช่วยเหลือมนุษย์บนโลกใบนี้ได้” พวกเธอรู้กันบ้างรึเปล่า?”

“พวกเรารู้ค่ะ”

“พี่...จะไม่มีวันยอมรับแฟนคลับที่ใช้ชีวิตอย่างไร้สาระโดยไม่คำนึงถึงอนาคตของตัวเองอย่างเด็ดขาด เพราะพี่เกลียดการใช้ชีวิตแบบนั้น..พี่รับไม่ได้จริงๆ ถ้าแฟนคลับของพวกเราทำตัวอย่างนั้น...”

แฟนคลับพอได้ยินก็เริ่มทำหน้าหดหู่ บางคนถอนหายใจออกมาดังๆ บางคนก็เริ่มมีเสียงสะอื้น...

“พี่อยากจะให้พวกเราเป็นความทรงจำที่ดีในชีวิตของพวกเธอ..ซึ่งพวกเธอสามารถนึกถึงได้โดยมีรอยยิ้มบนใบหน้าถึงแม้เวลาจะผ่านไปซักอีก 20 หรือ 30 ปี...พี่อยากจะให้วง SS501 ของเราช่วยมอบพลังความแข็งแกร่งและความสุขให้กับพวกเธอในยามที่เหน็ดเหนื่อยและคร่ำเคร่งจากการเรียน และสำหรับคนที่มักจะเข้าใจผิดอยู่เสมอๆ...แต่พี่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ถ้าพวกเธอมอบความรักให้เรามากเกินไป จนสามารถละทิ้งการเรียนและอนาคตของตัวเองมาไล่ตามพวกเราและบางครั้งก็ก้าวก่ายมาชีวิตส่วนตัวของพวกเรา ที่พี่พูดมาทั้งหมดหวังว่าพวกเธอคงเข้าใจน่ะ“ฮยอนจุงกล่าวสรุปและคิดว่าสิ่งที่เขาต้องการจะบอกกับแฟนคลับไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือความรัก เขาหวังใจว่ามันคงจะได้ผลซัก 2 เปอร์เซนต์ก็ยังดี

เสียงสะอึกสะอื้นของเกลุ่มเด็กสาวเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

“พี่ว่าพี่คงจะต้องเขียนจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการหรืออะไรซักอย่าง หลังจากที่พี่ได้พูดเรื่องแบบนี้กับพวกเธอไป” ชายหนุ่มหันไปถามยองแซง “นายว่าบริษัทต้นสังกัดเราจะบังคับให้ชั้นเขียนมั้ยอ่ะ?”

ยองแซงตอบเสียงเหนื่อยๆกลับไปว่า “ไม่รู้อ่ะ ชั้นว่านายรีบๆทำวันนี้ให้มันจบก่อนดีมั้ย”

“ตอนนี้พี่เหนื่อยมากจริงๆนะ...เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ...แล้วก็เพิ่งบินจากมาเก๊าเมื่อเช้านี้และนี่ก็ยังต้องถ่างตามาจนกระทั่งตอนนี้ พวกเธอว่าหน้าตาพี่ในละคร F4 มันจะยังออกมาดูดีได้มั้ยน่ะ ถ้าเกิดมันยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ? เห็นรอยคล้ำใต้ตาพี่รึเปล่า? มันไม่ใช่แค่เรื่องขำๆ...ใช่มั้ย? ลีดเดอร์เริ่มเปลี่ยนเป็นรายการ “คุยไป บ่นไป” แทน

แฟนคลับเริ่มทำท่าแหยงๆกับคำบ่นปนคำขู่ของเขารีบรับว่า “ใช่ค่ะ”

“นั่นเป็นเหตุผลว่า...ตอนนี้เราควรมาถ่ายรูปหมู่แทนก็แล้วกันนะ พี่ขอโทษด้วยน่ะสาวๆทุกคน”

เสียงจ้อกแจ้กดังขึ้นอีกครั้งหลังได้ยินว่าจะได้ถ่ายแค่รูปหมู่

“แต่ยังไง” ไอดอลหนุ่มหยุดชะงักแป๊บนึงเพื่อรอให้เสียงเงียบลงแล้วพูดต่อ

“พี่หวังว่าพวกเธอจะมีความรู้สึกดีๆกันในวันนี้ที่ได้ยินบทเรียนอันทรงคุณค่าจากอาจารย์คิมฮยอนจุง เอาล่ะ พอแค่นี้...ทุกคนมารวมกันทางนี้เลย..เราจะมาถ่ายรูปหมู่กัน แล้วก็จะได้จบงานวันนี้แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านได้แล้ว”

แฟนคลับต่างยืนบ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจ...และยังทำท่าลังเลไม่ยอมเดินมารวมกลุ่มกัน

“เอ้า..เร็วเข้าสิ” ลีดเดอร์ส่งเสียงเร่งเร้า “ถ้าพวกเธอยังไม่มายืนรวมกันตรงนี้ตอนที่พี่นับ 1 ถึง 3 ไม่งั้นพี่ก็จะกลับบ้านเลยนะ...หนึ่ง..สอง..”เขาเริ่มนับทันทีแบบไม่ให้ตั้งตัว

แฟนคลับชะงักไปครู่นึงแต่แล้วก็รีบเบียดเสียดกรูกันเข้ามาเพื่อจะยืนข้างๆลีดเดอร์สุดหล่อ

“เฮ้ สาวๆ ช่วยกรุณาเว้นที่ไว้ให้เมมเบอร์คนอื่นๆด้วยน่ะ จะได้เกิดกันถ้วนหน้า”

เมมเบอร์ทั้ง 4 ซึ่งหน้าตาดูเหนื่อยล้ากันสุดๆค่อยเดินลากขาเข้ามายืนอยู่กลางวงล้อมของแฟนคลับ

ลีดเดอร์ยังออกคำสั่งจัดระเบียบต่อไปว่า “คนเยอะเกินไปแล้วล่ะ เรามาแบ่งเป็นกลุ่มละ 10 คนก็แล้วกันน่ะ”

ว่าแล้วก็หันไปบอกกลุ่มเด็กสาวที่ยืนอยู่ริมๆด้านนอกว่า “ นี่หยุดดันเข้ามาได้แล้ว พวกเธอยืนอยู่ตรงนั้นก่อน” ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นโอบไหล่ฮวางโบ ตั้งท่าเตรียมถ่ายรูป “ โอเค แล้วใครจะเป็นคนถ่ายล่ะ?” ฮยอนจุงหันไปมองเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง “อ๊ะ นั่นไง ประธานแฟนคลับฯ...มานี่เลย..วันนี้พี่จะให้เธอได้รับเกียรติในวันนี้ ช่วยถ่ายรูปให้พี่หน่อยน่ะ.^^”

ประธานแฟนคลับรีบรับกล้องถ่ายรูปมาด้วยความเต็มใจ ช่วงเวลาขณะถ่ายรูปซึ่งมีเสียงดังจ้อกแจ้กและไร้ระเบียบทางสังคม

ฮวางโบพูดพึมพำกับเขาว่า “วันนี้เธอใช้ความคิดเกินไปแล้วล่ะ...เธอคงต้องหิวมากแน่ๆเลยใช่มั้ย”

“ผมอาจจะเป็นลมไปเลยก็ได้ในตอนนี้ ดังนั้นคุณจะต้องเป็นคนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในเรื่องนี้น่ะ เข้าใจหรือเปล่าฮะ”

“ทำไมถึงเป็นชั้นล่ะ?”หญิงสาวหันกลับไปถามพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ

“ก็ทั้งหมดนี่...เป็นความพยายามอย่างสุดชีวิตของผมที่จะรักษาคุณเอาไว้ไงฮ่ะ ว่าไปแล้ว.ผมก็รู้สึกผิดน่ะฮะ เพราะว่าผมอายุยังน้อย...ทำไมพระเจ้าถึงได้ส่งผมมาเกิดช้าเกินไปน่ะ...?”

ฮวางโบถามยิ้มๆกลับไปว่า “ถ้าเธอไม่ได้มาเกิดช้าอย่างนี้ เธอคิดหรือว่าเราจะได้มาเจอกันในฐานะคู่รักต่างวัยเหรอ เธอว่ามั๊ย?.”

“นั่นสิฮะ ประเด็นที่คุณพูดมันก็ถูกน่ะ...”

คยูจงซึ่งยืนฟังคู่ผักกาดหอมคุยกันจากด้านหลังพูดพึมพำขึ้นมาว่า”หรือไม่เช่นนั้น คนคนนั้นก็อาจจะเป็นผมก็ได้น่ะ”

ลีดเดอร์หันขวับมาเหวี่ยงสายตาใส่คยูจงทันที <หน็อย พูดอะไรของนายเนี่ย คิดจะตีท้ายครัวรึไง>

คยูจงทำหน้าตาย ไม่ยอมสบตาลีดเดอร์ แต่กลับขยับตัวเข้าไปใกล้กับฮวางโบมากกว่าเดิม.

“ทำไมนายถึงไม่... โน่นย้ายไปยืนตรงโน้นให้ไวเลย~~~”ลีดเดอร์จอมขี้หึงชี้นิ้วไปอีกฝั่ง

คยูจงทำหน้ามุ่ยพร้อมกับถามว่า “ทำไมล่ะฮะ ผมอยากยืนตรงนี้มากกว่านี่นา แบบว่าอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกอ่ะ?”

“นี่ยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าทำไม?”ฮยอนจุงเริ่มเสียงเข้มและสีหน้าเริ่มไม่พอใจกับน้องชายคนนี้แล้วสิ เขาอดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าสิ่งที่คยูจงทำอยู่นี่คือการแกล้งหรือว่าทำจริงๆ

“ก็ผมไม่อยากไปอยู่ตรงโน้นนี่นา..ผมจะยืนข้างหลังพี่สะใภ้ตรงนี้อ่ะ”

ฮวางโบหันกลับมาถามว่า “พวกเธอสองคนทำอะไรกันน่ะ?...เถียงกันอย่างกับเป็นเด็กเล็กเลยนะ...คยูจงจ๊ะยืนตรงนั้นแหละดีแล้ว นี่ลีดเดอร์ของเธอจู่ๆก็ทำเป็นใจร้ายโดยไม่มีสาเหตุไปซ่ะงั้น เฮ้อ”

ฮยอนจุงเหวี่ยงสายตาใส่เธอเล็กๆก่อนถามไปว่า “คุณไม่รู้จริงๆเหรอฮะ ว่าผมเป็นอะไร”

“แน่นอน ต้องรู้สิ ชั้นรู้...ว่าคยูจงเขาชอบชั้นมาตั้งแต่แรก...เขาน่ะเป็นคนที่มีรสนิยมดีในเรื่องผู้หญิงน่ะ ^^ ฮิฮิ”ฮวางโบแกล้งยั่วโมโหฮยอนจุง

แต่คำพูดหาได้ทำให้คยูจงหวั่นไหวไม่ มิหนำซ้ำยังกลับไม่สนใจแถมแลบลิ้นใส่ลีดเดอร์ “แบร่ !! “ เท่านั้นยังไม่พอเอามือไปวางบนไหล่ของฮวางโบแล้วยืนยืดตัวตรงเก๊กท่ายักคิ้วรอถ่ายรูปเต็มที่

ลีดเดอร์ตาโตเป็นไข่ห่าน “นาย !!!” <คยูจงเอ๋ย กลับไปนายตายแน่ นี่นายกล้ามากเลยน่ะ บังอาจมาแต๊ะอั๋งบูอินของชั้น> พูดจบก็ระดมตีที่แขนของคยูจงพร้อมกับตะโกนว่า “เอามือของนายออกไปเดี๋ยวนี้น่ะ !!!”

ฮวางโบตกใจกับอาการหึงของคุณสามี “ไม่เอาน่า มีคนดูอยู่ตรงนี้ตั้งเยอะแยะ ไม่อายบ้างหรือไง”

เมื่อได้ยินคำพูดของฮวางโบ จึงทำให้อาการหึงไม่เข้าเรื่องของฮยอนจุงหยุดแต่สายตายังคงจิกไปที่คยูจงและกระซิบเบาๆว่า “นาย...มีคำขออะไรก่อนตายบ้างมั้ย?”

คยูจงมองค้อนลีดเดอร์แต่แล้วก็ยอมเอามือออกจากไหล่ของเธอพร้อมทำปากขมุบขมิบบ่นเบาๆว่า “โธ่เอ๊ย นี่ถ้าชั้นได้ทำรายการ WGM ล่ะก็ ฮยอนจุงเหรอจะมาสู้คยูจง T_T”

“หึ เจ้าโง่ นี่นายคิดว่าใครๆก็สามารถทำได้งั้นเหรอ? นายน่ะมันยังเป็นแค่เด็กประถม จะมาเที่ยบระดับมหาลัยแบบชั้นเหรอ ชิ ฝันไปเหอะ”

ฮวางโบหาวออกมาก่อนจะพูดเสียงเหนื่อยๆว่า “นี่พวกเธอยังไม่เลิกอีกเหรอ? มาถ่ายรูปกันให้เสร็จๆซะทีเถอะน่ะ ชั้นง่วงแล้ว”

เมื่อได้ยินคำว่า ง่วง ฮยอนจุงหยุดยิ้มอย่างมีเลศนัย และจัดแจงตะโกนให้ช่างภาพกิติมศักด์ถ่ายรูป ระหว่างที่ถ่ายรูปนั้น ฮยอนจุงกับคยูจงก็ยังมีโต้เถียงกันตลอดแทบจะทุกช็อต ฮวางโบได้แต่มองอย่างอ่อนใจ จองมินนั่งหาวหวอดๆ ขณะที่เบบี้นั่งขยี้ตาซึ่งปรือจวนจะหลับมิหลับแหล่ ยองแซงตาปิดสนิทและดูเหมือนว่ากำลังจะเข้าฝันไปหาพระอินทร์อีกไม่กี่นาทีแน่นอน แต่ในใจใครจะรู้บ้างว่า หลังจากถ่ายรูปกับแฟนคลับเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฮยอนจุงจะทำอะไรต่อจากนี้

คู่รักผักกาดหอม รีมิกซ์ จบแล้วค่า

**************************************************
ขอบคุณแฟนฟิคทุกครั้งที่ให้กำลังจัยคู่รักผักกาดหอมรีมิกซ์ตั้งแต่ตอนที่ 1 จนมาถึงตอนอวสาน มีความสุขใช่มั๊ยล่า ยายเองก็มีความสุขไม่แพ้กัน

แล้วก็ต้องขอบคุณพี่เมี่ยงที่ช่วยแปลฟิคซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของยาย วิ้ว อย่าลืมที่สัญญากันไว้ว่าเราจะเลิกแปลฟิค จนกว่าพวกเขาจะแต่งงานน่ะ

ขอบคุณที่รักจุงโบ ขอบคุณจุงโบที่รักกัน
ยาย(นาจา)
박 나 자




Create Date : 22 กันยายน 2553
Last Update : 22 กันยายน 2553 0:53:41 น. 5 comments
Counter : 473 Pageviews.

 
ชอบฟิคคู่รักผักกาดหอมรีมิกซ์เรื่องนี้มากคะ ยายนาจาแปลได้น่ารัก น่าติดตามทุกๆตอนเลยคะ จะรอติดตามเรื่องต่อๆไปนะคะ ขอบคุณที่มี joongboให้เราได้ตกหลุมรัก จะรักตลอดไป


โดย: dexmun IP: 182.53.48.163 วันที่: 22 กันยายน 2553 เวลา:3:09:50 น.  

 
ถึงตอนจบแล้ว ไม่อยากให้จบเลย เคยอ่านคำนำเห็นว่ามีภาค 2 ด้วย ยายจะแปลต่อไหมค่ะ อยากอ่านต่อค่ะ ยายแปลต่อน่ะค่ะ จะเป็นกำลังใจให้ตลอดไปค่ะ เพราะรักจุงโบมากมาย


โดย: บุ๋ม (08) IP: 122.154.23.3 วันที่: 22 กันยายน 2553 เวลา:9:16:58 น.  

 
มาถึงตอนที่ 100 ขอบคุณครับยายที่มีฟิตดีๆๆๆๆ มาให้พวกเราได้อ่าน ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยของยาย สู้สู้สู้นะครับ และก็รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ขอบคุณครับ


โดย: hunny IP: 124.120.42.24 วันที่: 22 กันยายน 2553 เวลา:21:28:49 น.  

 
มาขอบคุณยายนาจาและคุณเมี่ยงแรงๆอีกครั้ง สำหรับการเสียสละมาแปลฟิคน่ารักๆของจุงโบให้พวกเราชาวจุงโบได้มีความสุขกัน แฮ่ๆๆเป็นทางการเชียว...ตอนที่ 100 นี่ช่างประทับใจจริงๆ กิกิกิ ครบทุกรสเลย,มีอบรมแฟนคลับ,มีห่วงและหวง,มีหวาน,มีหึง กิกิกิ ยิ้มปากฉีกถึงหูแล้วจ้ายาย รักษาสุขภาพให้แข็งแรงน้าจะได้รักจุงโบเต็มเหนี่ยว อิอิอิ ^o^ kamsahumnida ยายนาจาและทีมงานสู้ๆๆๆ ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ อิอิอิ จะเลี่ยนไปไหนเนี่ย....


โดย: มินมิน IP: 125.25.229.160 วันที่: 22 กันยายน 2553 เวลา:21:49:11 น.  

 
อ่า...จบซะแล้ว ใช้เวลา 3 วันกว่า(เพราะดันมาเริ่มอ่านช่วงสอบพอดี)
ยังไม่อยากให้จบเลยน๊า ^^ ตอนนี้จุง 4D พูดเยอะเปงพิเศษ รักโบเยอะน๊า
ขอบคุณมากนะคะที่แปบฟิกดีๆน่ารักๆแบบนี้มาให้อ่านกัน


โดย: nolirin IP: 27.55.36.171 วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:19:40:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.