Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
17 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 98 ~ อบอุ่นในใจ เมื่อชั้นมีเธอ

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น เพื่อความรักของคนทั้งสองเท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นหรือไม่ จึงขอให้อ่านด้วยความบันเทิง และเชื่อมั่นในรักของพวกเขาด้วย ****



ภายในล็อบบี้ สถานที่จัดงานคอนเสิร์ตและมีตติ้งแฟนคลับของ SS501
คู่ผักกาดหอมซึ่งหอบกระป๋องเครื่องดื่มอยู่เต็มอ้อมแขน กำลังยืนมองดูฝูงชนที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่ด้านนอกของกำแพงกระจก

<เธอคงต้องใช้ความกล้าหาญอย่างแท้จริง...ในการที่จะเผชิญหน้ากับความเกลียดชังที่แสดงออกมาชัดเจนขนาดนี้.> ฮวางโบยืนนึกอยู่ในใจขณะที่สายตาจับจ้องอยู่ที่กระจก

“................”.

เมื่อหันไปมองหน้าของอินซุนและกาอึล เธอก็คิดต่อไปว่า <ยังไงก็ตาม...รอยยิ้มที่สดใสและจริงใจของพวกเธอ มันช่างมีพลังเหนืออารมณ์เกลียดชังที่อยู่ข้างนอกนั่น...ขอบคุณมากนะ สำหรับกำลังใจ.>

ที่บริเวณโถงทางเดินใกล้กับทางเข้าด้านหลังเวที
สองคนเดินคู่กันมาตามทางเดินที่ค่อนข้างมืด มีเพียงแสงไฟสลัวๆ เท่านั้น เมื่อใกล้จะถึงทางเข้าไปที่ห้องพักนักแสดง ฮยอนจุงกลับหยุดยืนนิ่งอยู่ที่ด้านหน้าประตู แล้วหันกลับมามองเธอ...

“เข้าไปข้างในกันเถอะ.”ฮวางโบเอ่ยปากชวน

แต่ชายหนุ่มกลับยืนนิ่งคิดในใจว่า <มีบางสิ่งที่ผมสามารถทำให้คุณได้ และก็มีบางสิ่งที่ผมทำให้คุณไม่ได้..ใจจริงของผมแล้ว ผมอยากจะทำให้คุณทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง จริงๆนะฮะ...แต่ผมรู้ว่าผมไม่สามารถจะทำได้...และก็ไม่ควรจะทำเช่นนั้นด้วย...>

“นี่ เธอจะไม่เข้าไปเหรอ?”

ฮยอนจุงฉุกใช้ความคิดก่อนเอ่ยขึ้นมา “ผมรู้ว่าการต้องอดทนอดกลั้นต่อแรงกดดัน...มันคือความยากลำบากในชีวิตของแต่ละคนที่จะต้องแบกรับมันเอาไว้..”.

หญิงสาวยืนนิ่งอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่ในขณะนี้

“แต่ยังไง...บูอิน ได้โปรดจำไว้เสมอน่ะ อย่าลืมว่า ผมอยู่เคียงข้างคุณเสมอ...พวกเรากำลังเดินทางผ่านไปยังประตูสู่ดวงดาวอีกแห่งหนึ่งแล้วน่ะฮะ...”

ฮวางโบถอนหายใจลึกๆก่อนพูดตอบไปว่า “ชั้นอยากจะให้ดาวบ้านเกิดของเธอมันอยู่ใกล้กว่านี้จัง...”

ฮยอนจุงขยับตัวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นและบอกว่า “พวกเราจวนจะถึงที่หมายแล้วล่ะ นี่คือด่านสุดท้ายที่เราจะต้องฝ่ามันไปให้ได้.” พูดจบเขาก็ค่อยๆก้มหน้าลงจูบที่ริมฝีปากของเธออย่างบางเบา สัมผัสอันดูดดื่มทำเอาหญิงสาวเคลิ้มไปอย่างล่องลอยจนลมหายใจติดขัด

ในขณะที่ยืนหลับตาพริ้มรับจุมพิตของเขาอยู่ หญิงสาวคิดในใจไปด้วยว่า <แม้แต่ตอนที่เราไปถึงดาวของเธอแล้ว ชั้นก็ยังต้องการเวลาในการปรับตัวอีกใช่มั้ย...? แต่นั่นมันเป็นเพราะว่าเธออยู่เคียงข้างชั้น...และชั้นก็สามารถจะอยู่กับเธอที่โน่นได้...มันจึงเป็นพลังที่ช่วยเติมความแข็งแกร่งให้กับชั้น และเป็นเหตุผลที่ชั้นจะไปอยู่ที่นั่นกับเธอ ชั้นหวังว่าความรักของเราคงจะเป็นนิรันดร์ ถึงแม้ว่ามันจะไม่เหมือนอย่างในรายการที่เราเคยร่วมกัน เพราะชั้นไม่เคยคาดหวังอะไรเลยนอกจาก..มีเธออยู่เคียงข้างชั้นก็พอ>

ระหว่างที่ฮยอนจุงมอบจุมพิตที่หวานละมุนให้แก่หญิงสาวที่เขารักอย่างดื่มด่ำและล้ำลึกขึ้นเรื่อยๆนั้น กระป๋องเครื่องดื่มที่ทั้งคู่ถืออยู่ก็ค่อยๆตกลงไปบนพื้น ฮวางโบสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกระป๋องหล่นกระแทกกับพื้น แต่ฮยอนจุงกลับไม่สนใจดึงตัวเธอเข้ามาใกล้เขาซึ่งยืนพิงกำแพงอยู่ให้มากขึ้นไปอีก และจากนั้นกระป่องเครื่องดื่มก็ค่อยๆทยอยร่วงลงบนพื้นกลิ้งขลุกๆไปบนทางเดิน

ขณะเดียวกัน ภายในห้องพักนักแสดง หลายคนเริ่มเหลียวมองหาแหล่งกำเนิดเสียงแปลกๆจากด้านนอกห้อง ที่เหมือนกับมีอะไรบางอย่างหล่นลงบนพื้น แบบเป็นจังหวะ

จุนเบบี้ลุกขึ้นพร้อมๆกับพูดว่า “นั่นมันเสียงอะไรน่ะ? “จากนั้นก็เดินไปที่ประตู

คยูจงรู้สึกสงสัยเช่นกัน แต่ไม่ได้พูดอะไรได้แต่เดินตามเบบี้ แต่จองมินกลับตอบ “หรือว่าเสียงหมูสับ”

“นี่ จองมิน เลิกโปรโมทสินค้าได้แล้ว” ว่าแล้วจุนเบบี้แง้มประตูนิดๆแล้วยื่นศีรษะออกไปข้างนอก...ก็เห็นว่ามีกระป๋องเครื่องดื่มกลิ้งอยู่ที่พื้น ในตอนแรกสายตาของเขาจับจ้องไปที่พื้นแต่เมื่อเหลือบสายตามองสูงขึ้นไป เบบี้ก็ถึงกับตะลึงยืนตัวแข็ง

“มีอะไรเหรอ...?”คยูจงกระซิบถามก่อนจะยื่นหน้าออกไปดูบ้าง

จุนเบบี้ไม่ตอบแต่ค่อยๆหันหลังกลับมาทั้งๆที่ยังอ้าปากค้างอยู่...

คยูจงยืนตะลึงตาโตเป็นไข่ห่านไปอีกคน <หา!!! อะไรเนี่ย ลีดเดอร์เรา คราวนี้เรียลลิตี้เลยอ่ะ นี่มันไม่ใช่แค่สติคเกอร์แล้ว>

ม้ามินเริ่มสงสัยเมื่อเห็นหน้าตาของเบบี้จึงรีบลุกเดินไปหา “มีอะไรอ่ะ ไหนชั้นขอหน่อยซิ?”

แต่เบบี้ส่ายหน้าลูกเดียว..<ไม่ใช่ว่ามันไม่มีอะไรหรอกนะ แต่ชั้นบอกไม่ได้นายมาดูเองแล้วกัน แบบว่า เหนือคำบรรยายอ่ะ>

“ไม่เอาน่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น? บอกมาเลยให้ว่อง” ม้ามินทำเสียงเหมือนขัดใจ

แต่คยูจงกลับปิดประตูซะเฉยๆ แล้วบอกไปว่า “ไม่มีไรหรอก แค่คนรักกัน แล้วก็แค่..”

“...?? แค่อะไรกันแน่?”

คยูจงเริ่มพูดเสียงดังจนเกือบจะตะโกนว่า บอกแล้วไงว่า “ไม่มีๆๆๆๆๆๆ ไม่มีอะไรเจงเจง”

จองมินสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยิน “นี่มันอะไร !!! นายเป็นบ้าไปแล้วรึไง ? ถ้าไม่มีอะไร ทำไมต้องต้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ด้วยเล่า? “จองมินเริ่มโวยเสียงดังกลับไปบ้าง

คู่ผักกาดหอมซึ่งกำลังตกอยู่ในภวังค์ของการจุมพิตอันดื่มด่ำ เริ่มได้สติจากเสียงตะโกนของม้ามิน จึงรีบผละออกจากอ้อมกอดของกันและกันในทันที

ฮยอนจุงยิ้มเขินๆแล้วรีบบอกเธอว่า “ผมเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นกันน่ะฮะ...พวกเขามักจะระบายความเครียดออกมาด้วยวิธีแบบนั้น..”.

ฮวางโบส่งยิ้มจางๆให้เขาโดยไม่ตอบอะไร และเมื่อมองลงไปที่พื้นเธอก็เห็นกระป๋องเครื่องดื่มกลิ้งระเนระนาดอยู่เกลื่อนไปหมด “โอ ไม่นะ สงสัยมันจะแตกหมดรึเปล่าเนี่ย”.

ฮยอนจุงก้มลงมองที่พื้นแล้วร้องว่า “อ๊ากส์ ตายละหว่านี่มันกลิ้งไปถึงไหนกันล่ะ?”

คู่ผักกาดหอมช่วยกันเก็บกระป๋องน้ำอัดลมที่ซื้อมาแล้วพากันเดินกลับเข้าห้องพัก และเริ่มจ่ายแจกเครื่องดื่มให้กับเมมเบอร์และทีมงาน

ม้ามินเริ่มซักทันทีว่า “นี่ ทำไมกระป๋องมันถึงเปียกโชกยังงี้ล่ะ?”

“ก็เพราะพวกเราเอามันไปล้างน่ะสิ “ลีดเดอร์ตอบเสียงเรียบๆเหมือนไม่มีอะไร

“อ๊า งั้นเองหรือฮะ ว่าแต่ที่พี่เอามันไปล้าง เพราะว่ามันตกลงไปที่พื้นใช่อ่ะเป่า? “เบบี้ถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

ลีดเดอร์ยังคงเก็บอาการตอบเสียงเนือยๆกลับไปว่า “อืม..ช่าย”

“แล้วนี่ทำตกพื้นหมดทุกกระป๋องเลยเหรอ? มันเปียกหมดทุกอันเลยน่ะเนี่ย” ม้ามินยังไม่หายข้องใจ

“ก็ใช่น่ะสิ” ฮยอนจุงตอบ

“อะไรกัน พวกพี่ 2 คน แค่ถือกระป๋องเครื่องดื่มกลับมาโดยไม่ให้มันตกน่ะ มันจะยากอะไรหนักหนาแค่ไหนนักเชียว? “ จองมินสวมวิญญาณคุณแม่สามีจอมขี้บ่น

เบบี้แทรกขึ้นมามันทีว่า “จริงด้วยฮะ ผมว่ามันเป็นเพราะพวกเขาไปกันแค่ 2 คนน่ะไง”

“...นายว่าไงนะ?” ยองแซงถามทันที แต่ จุนเบบี้กลับยิ้มทำหน้าไร้เดียงสา โดยไม่ตอบอะไร...!!!

ฮวางโบเมื่อได้ยินเบบี้ก็ตกใจ !!! <เขาต้องเห็นตอนที่เราจุ๊บกันแน่เลย โธ่ เด็กๆ พี่แค่แกล้งจุ๊บกันเท่านั้นน่ะ T_T > ว่าแล้วก็รีบหันกลับไปอีกทางด้วยความอาย

“พวกนายก็กินๆเข้าไปเถอะน่ะ...พวกเราอุตส่าห์ล้างกระป๋องมาให้แล้วยังจะเอาอะไรอีกฮึ...”

จองมินจ้องหน้าลีดเดอร์ ต่อด้วยเบบี้ แล้วสุดท้ายก็คยูจง...เสร็จแล้วก็ทำท่าครุ่นคิด...

ลีดเดอร์ยังคงทำหน้าตายไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่จุนเบบี้ท่าทางมีพิรุธทำเป็นแหงนหน้าขึ้นไปมองเพดานแล้วกระพริบตาปริบๆ ส่วนคยูจงออกอาการมากสุดหน้าตาแดงก่ำและรีบหันหลังให้ม้ามินทันที

นักสืบจองมินถอนหายใจอย่างแรงแล้วพูดว่า “โอ๊ะ..หรือว่ามันจะเป็นอย่างที่ชั้นคิดรึเปล่า?”

ยองแซงมองหน้าลีดเดอร์ท่าทางฉุนหน่อยๆแล้วพูดใส่หน้าเขาว่า “ไอ้บ้าเอ๊ย นายเป็นหนูจ้อยจามัยหรือไงถึงได้อยากรู้ไปซ่ะทุกเรื่อง หา”


10 นาทีก่อนถึงเวลาเริ่มแสดงคอนเสิร์ต
เมมเบอร์มายืนรวมกลุ่มกันอยู่ที่ด้านหลังม่านด้วยท่าทางที่ดูตื่นเต้นไม่น้อย

จุนเบบี้ร้องออกมาว่า “อ้ากกส์ ผมตื่นเต้นจังฮะ”

“ทำไมนายถึงต้องเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเลยน่ะ?”ม้ามินว่า

“ไม่เอาน่า ชั้นก็แค่ดีใจที่แฟนคลับมารอดูพวกเราที่นี่มากมาย นี่เป็นช่วงเวลาที่ชั้นชอบมากที่สุดเลยก็ว่าได้น่ะ!”

ลีดเดอร์เดินกลับมาหาฮวางโบ หลังจากที่เขาไปเช็คดูอะไรบางอย่างด้านนอกม่าน

เขาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ดูผิดหวังว่า “ผมน่าจะไปเตรียมหาที่ไว้ให้คุณดูผมดีกว่าน่ะ”.

“ไม่เป็นไรหรอก ชั้นยืนดูเธอจากตรงนี้ก็ได้จ้ะ”

ฮยอนแซงหันไปมองรอบๆและเห็นเก้าอี้พับตัวเล็กๆวางอยู่แถวนั้นจึงบอกว่า “งั้นคุณนั่งดูบนเก้าอี้ตัวนั้นก็ได้ฮะ”

ว่าแล้วเขาก็เดินไปหยิบเก้าอี้มาวางให้เธอในมุมเหมาะๆที่จะสามารถมองเห็นเขาบนเวทีได้ชัดเจน

“ตรงนี้น่าจะโอนะฮะ ถึงแม้ว่าจะอยู่ด้านข้าง แต่คุณก็น่าจะมองเห็นได้ชัดถ้าดูจากจากมุมนี้.”.

ฮวางโบยิ้มให้โดยไม่พูดอะไร...เขาจัดแจงจับตัวเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้แล้วออกคำสั่งทันทีว่า “คุณต้องคอยจับตาดูผมให้ดีๆเลยนะฮะ ห้ามคลาดสายตาแม้แต่เสี้ยววินาที!”

“โอเคจ้ะ...”<แล้วชั้นจะกระพริบตาได้มั้ยเนี่ย?>ฮวางโบตอบพร้อมกับส่งยิ้มและกำลังใจให้อย่างเต็มเปี่ยม

“ถึงแม้ว่าผมยังไม่รู้เลยว่า วันนี้จะออกไปพูดอะไรกับพวกแฟนคลับบ้าง...แต่สิ่งเดียวที่ผมรู้ตอนนี้ก็คือ.ผมสามารถควบคุมสติของตัวเองได้...ตอนที่คุณกำลังมองดูผมเท่านั้น”

หญิงสาวยิ้มแทนคำตอบ

ยองแซงซึ่งจับตามองคู่ผักกาดหอมมาได้สักพัก ค่อยๆเดินหลบออกไปด้านนอก แต่ไม่นานนัก เขาก็เดินกลับมาหาคนทั้งสองเพื่อจะบอกอะไรบางอย่าง “เอ่อ...”

ลีดเดอร์หันกลับไป “ว่าไง? มีอะไรรึเปล่า?”

“...ชั้นมีที่นั่งสำหรับพี่เขาน่ะ”ยองแซงตอบเสียงเรียบๆ

“หา?” ลีดเดอร์รู้สึกแปลกใจสุดๆ ส่วนฮวางโบได้แต่นั่งกระพริบตาพูดอะไรไม่ออก...

“ก่อนหน้านี้..ชั้นไปขอให้...เขาช่วยกันที่นั่งด้านหน้าเอาไว้ให้ที่นึงน่ะ...”

“.....................”

ลีดเดอร์ยิ้มแทบแก้มปริก่อนจะพูดออกมาว่า “เพื่อนรัก นายนี่มันสุดยอดเพื่อนแห่งปีจริงๆ ^^”

“ชั้นไม่อยากจะให้นายวอกแว่กต้องคอยหันไปมองด้านหลังเวทีตลอดเวลา เพราะว่ามองไม่เห็นหน้าบูอินของนาย ชั้นเลยทำแบบนั้นออกไป”

ฮวางโบหลับตาลงด้วยความเขินสุดขีดเมื่อได้ยินที่ยองแซงพูด

ยองแซงหันไปพูดกับเธอเบาๆว่า “เดี๋ยวผมจะพาพี่ไปตรงนั้นเองฮะ”

ลีดเดอร์หันขวับมาถามทันทีว่า “ทำไมล่ะ?” นั่นมันบูอินของชั้น นายจะเป็นคนพาไปทำไมกัน?>”

ยองแซงเหวี่ยงสายตาใส่ลีดเดอร์ก่อนตอบไปว่า “ทำตามที่ชั้นบอกมันจะดูดีกว่านะ สำหรับช่วงเวลาแบบนี้น่ะ! เฮ้อ! ชั้นไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายเป็นลีดเดอร์ของพวกเรา”

ฮยอนจุงยังคงทำหน้านิ่งเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร...

ฮวางโบก้มหน้าลงพยายามเก็บอาการขำของเธอ ก่อนจะพูดออกมาว่า <ชั้นไม่เคยเดาได้เลยว่า ในใจของพวกเธอคิดอะไรกันอยู่.>” จากนั้นก็หันไปบอกยองแซงว่า “กรุณาดูแลชั้นให้ดีดีด้วยน่ะ!”

ยองแซงหัวเราะคิกก่อนตอบไปว่า “กรุณาดูแลผมให้ดีดีด้วยเช่นกันนะครับ”...พูดจบก็ยื่นแขนออกมาให้ฮวางโบ เธอคล้องแขนยองแซงแต่โดยดี และเดินออกไปที่บริเวณที่นั่งของคนดูด้านหน้าพร้อมกัน ฮยอนจุงได้แต่มองตามหลังคนทั้งสองไปโดยมีท่าทางที่ดูกังวลกึ่งระแวงปนหึง

ที่บริเวณจัดการแสดงคอนเสิร์ต
ยองแซงและฮวางโบเดินผ่านผ้าม่านด้านข้างเวทีและปีนลงไปยังบริเวณที่นั่งคนดู เขาเดินนำเธอมายังที่นั่งแถวหน้าซึ่งอยู่ด้านข้างเวที ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นและเริ่มกระจายไปทั่วราวกับระลอกคลื่นหลังจากการปรากฏตัวของเธอที่มียองแซงเป็นคนพามา

ฮวางโบพยายามควบคุมอารมณ์ตื่นเต้นของตัวเอง...และหันไปยิ้มและทักทายกับเด็กสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้ๆกับเธอ “หวัดดีจ้ะ”

ยองแซงหลังจากพาพี่สะใภ้ของเขานั่งที่เรียบร้อยแล้วก็หันไปพูดกับเด็กสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆว่า “ช่วยดูแลพี่เขาด้วยนะ...”

ความรู้สึกที่แสดงออกมาในตอนนั้นของพวกแฟนคลับมีทั้งช็อค ตื่นเต้น และ เบิกบานมีความสุข...

ยองแซงหลิ่วตาให้ฮวางโบก่อนจะเดินกลับไปที่ด้านหลังเวที ส่วนเธอส่งยิ้มที่แสดงถึงความขอบคุณจากใจจริงกลับไปให้

เมื่อยองแซงวิ่งกลับมาถึงด้านหลังเวที ลีดเดอร์ซึ่งกำลังยืนรอด้วยความกังวลรีบพุ่งเข้าไปหาแล้วถามทันทีว่า “เป็นไงมั่ง เธอไปนั่งตรงนั้น...จะโอมั้ยอ่ะ จะมีใครรังแกมั๊ยน่ะ...?”

“นี่นายควรจะเป็นคนที่รู้จักพี่เขาดีกว่าชั้นไม่ใช่เหรอ? แต่ชั้นว่าพี่เขาน่าจะโอนะ..นายไม่คิดอย่างงั้นเหรอ?”

ลีดเดอร์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนพูดออกมาว่า.”เธอเป็นคนที่เปราะบางกว่าที่นายมองเห็นจากภายนอก”

“พี่เขาไม่เป็นไรหรอก..พี่เขารับมือได้อยู่แล้ว.. ก็เหมือนกับที่เขาทำได้ดีมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ดังนั้นหยุดกังวลกับเรื่องนี้ แล้วตั้งใจทำงานได้แล้ว”

ยองแซงพูดให้เขาคลายกังวล แต่ในใจของฮยอนจุงกลับอดเป็นห่วงภรรยาของตัวเองไม่ได้จริงๆ เพราะเขารู้ดีว่า บูอิน มักจะเก็บเรื่องไม่ดีทุกอย่างไว้ที่ตัว และ จะไม่มีวันเผยความรู้สึกออกมาให้เขาได้เห็น นอกจากจะเก็บความเสียใจไว้ในใจ หรือ ไม่ก็ระบายออกโดยการเขียนไดอารี่

บริเวณที่นั่งคนดู ฮวางโบรู้สึกเก้อๆเขินๆ และคิดอยู่ในใจว่า <ชั้นรู้สึกเหมือนกับว่า...กำลังถูกทิ้ง..ให้อยู่บนเกาะร้าง...>

เธอรู้สึกกลัวสายตาแสดงความอยากรู้อยากเห็นจากผู้คนที่อยู่รอบข้าง แต่แล้วก็พยายามต่อสู้กับความกลัวนั้นโดยการเชิดหน้าและมองตรงไปที่เวที และเมื่อมองลอดผ่านชายผ้าม่านเข้าไปฮวางโบเห็นขาของฮยอนจุง ซึ่งเพียงแค่นั้นเธอก็รู้สึกได้ว่าเขากำลังจ้องมองเธอผ่านผ้าม่านผืนนั้นออกมา

เธอนึกในใจขึ้นมาว่า <ถ้านี่คือความยากลำบากในชีวิตที่ชั้นจะต้องแบกรับเอาไว้...ชั้นก็จะยอมรับมัน..อย่างเข้มแข็งให้เหมือนกับเธอ...และกล้าหาญเหมือนกับที่เธอเป็นอยู่ในตอนนี้...>

จากนั้นก็เริ่มหันหน้าไปทักเด็กสาวที่นั่งติดกันว่า “หวัดดีจ้ะ”

เด็กสาวคนที่ 1 ยิ้มอายๆและทักตอบว่า “หวัดดีค่ะ” ก่อนจะหันหน้าไปพูดกับเพื่อนของเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “โอ พระเจ้า ชั้นไม่อยากจะเชื่อเลยอ่ะ ว่าพี่ฮวางโบนั่งอยู่ข้างๆชั้น”

แฟนคลับที่นั่งอยู่แถวๆนั้นเริ่มหันกล้องมาถ่ายภาพเธอ
ฮวางโบเธอก้มหน้าลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนว่า “ไม่เอาน่า วันนี้ชั้นไม่ได้แต่งหน้ามาเลย” ว่าแล้วหันไปพูดกับคนที่นั่งอยู่รอบๆว่า

“ ได้โปรดอย่าเอารูปไปโพสต์ลงในเน็ตเลยนะ แค่เก็บไว้เป็นภาพที่ระลึกส่วนตัวของเธอเองก็แล้วกัน เธอเชื่อกันมั้ยล่ะว่า ชั้นก็เป็นคนดังเหมือนกันนะ”

เด็กสาวๆหลายคนแถวนั้นหัวเราะคิกเมื่อได้ยินที่เธอพูด ฮวางโบยกมือชู 2 นิ้ว โพสท่าให้กับกล้องและโทรศัพท์มือถือที่กำลังถ่ายภาพเธออยู่ พร้อมๆกับพูดว่า

“ว่าแต่ วันนี้พวกเธอมาที่นี่เพื่อจะดูวง SS501 กันไม่ใช่เหรอ? พวกเขาอาจจะอิจฉาชั้นขึ้นมาก็ได้นะถ้าพวกเธอแสดงความสนใจในตัวชั้นมากเกินไปน่ะ” เธอเริ่มปล่อยมุข

เด็กสาวคนที่ 2 พูดขึ้นมาว่า “แต่พวกเขา ก็ชอบพี่ฮวางโบด้วยนะคะ”

เด็กสาวคนที่ 3 พูดเสริมขึ้นมาว่า “หลังจากคอนเสิร์ตแล้ว กรุณาให้พวกเราได้ถ่ายรูปพี่คู่กับพี่ฮยอนจุงด้วยนะคะ”

“เอ่อ ^^ ชั้นสามารถ..จะทำแบบนั้นได้จริงเหรอ?”ฮวางโบอดสงสัยไม่ได้

เด็กสาวคนที่ 1 ว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ใครบอกกันคะว่า พี่ทำอย่างนั้นไม่ได้น่ะ?”

ฮวางโบยิ้มออกมาเมื่อได้ยินก่อนตอบไปว่า “ขอบใจนะจ๊ะ...ชั้นนึกว่าชั้นจะโดนคนปาของใส่หน้าซ่ะอีก”

ทันใดนั้นเองแสงไฟบนเวทีก็สว่างพรึบขึ้นมา หลังจากที่ MC ได้กล่าวนำรายการสั้นๆสักครู่ การแสดงคอนเสิร์ตของวง SS501 ก็เริ่มต้นขึ้น...

ฮวางโบนั่งมองขึ้นไปบนเวทีหัวใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นอยู่ท่ามกลางแฟนคลับ และยิ้มออกมาอย่างเปิดเผยเมื่อเห็นฮยอนจุงลีดเดอร์สุดหล่อยืนอยู่บนนั้น...

<มีผู้คนมากมายอยู่บนโลกใบนี้...ไม่ใช่ทุกๆคนจะสามารถมอบความรักให้กับเธอได้...และก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเกลียดเธอได้เช่นกัน...>

<เพราะว่าชีวิตของพวกเราถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...ชั้นเดาว่าพวกเราคงต้องยอมรับความรัก..และความเกลียดชังของพวกเขา...อย่างเยือกเย็นและด้วยความสำนึกขอบคุณ ความรักและความเกลียดชังทั้งหมดที่ชั้นกำลังได้รับอยู่ในตอนนี้...ขอบคุณพระเจ้า...มันเป็นเพราะเธอ...และที่ชั้นสามารถแบกรับความยากลำบากนี้เอาไว้ได้ก็เพราะ เธอเช่นกัน เพราะชั้น...มีเธอ ซารางเฮ>

โปรดติดตาม คู่รักผักกาดหอมรีมิกซ์ ตอนที่ 99



Create Date : 17 กันยายน 2553
Last Update : 17 กันยายน 2553 16:00:21 น. 5 comments
Counter : 538 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะยาย


โดย: แป๋ว IP: 118.172.192.108 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:16:20:49 น.  

 
ขอบคุณนะคะยาย รอตอนที่99 อยู่นะ เห็นว่าแปลอยู่ เศร้าไปด้วยเลย สู้ ๆๆๆ


โดย: noyhnasangchu2010 IP: 125.26.11.248 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:21:03:12 น.  

 
ขอบคุณยายมากๆเลยจ้า...ขอเป็นกำลังใจให้ยายด้วยคนน้า...ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแต่ยายก็สู้ๆๆๆนะ...ยายนาจาคนดีไฟท์ติ้งงงงงง ^o^ รักยายที่ซู้ดดดดดด...


โดย: มินมิน IP: 125.25.232.249 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:21:25:48 น.  

 
ว้าว ใกล้แล้ว
จะรอตอนต่อนะ
เป็นกำลังใจให้ยายต่อไปค่ะ


โดย: joy&yoo IP: 180.183.9.140 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:23:23:14 น.  

 
ขอบคุณคะยาย ขอบคุณมากๆเลยคะ
สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้คะ


โดย: เจน IP: 125.26.35.92 วันที่: 18 กันยายน 2553 เวลา:13:46:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.