Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
4 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 80 ~ ผมคือลูกผู้ชายที่ชื่อ คิมฮยอนจุง

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น เพื่อความรักของคนทั้งสองเท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นหรือไม่ จึงขอให้อ่านด้วยความบันเทิง และเชื่อมั่นในรักของพวกเขาด้วย ****
*************ตั้งแต่ตอนที่ 77 จะไม่เหมือนในรายการแล้วน่ะค่ะ ดังนั้น โปรดอย่าสับสน****************


ที่สวนสนุกเอเวอร์แลนด์
คู่ผักกาดหอมกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเสียงโห่ร้องอื้ออึงซึ่งมีทั้งเสียงเชียร์ให้กำลังใจและเสียงกรีดร้องจากฝูงชนที่อยู่รอบๆบริเวณนั้น

ฮวางโบกวาดตามองไปที่กลุ่มคนดูด้วยความกังวลแต่เธอกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเธอเอง

ฮยอนจุงหันมาพูดกับเธอว่า “ในที่สุดเวลานั้นก็มาถึง”

เธอจ้องหน้าเขาเงียบๆและไม่เข้าใจความหมาย

เขามองหน้าเธอด้วยสายตาที่สงบนิ่งและพูดต่อไปว่า “เวลาที่ต้องกลับไปที่ดวงดาวของพวกเรา”

เธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ใสบริสุทธ์ของเขา เหมือนพยายามจะหาคำตอบจากมัน....

“เหมือนกับที่บูอินเคยพูดไว้ว่า เวลา ที่คุณไม่สามารถจะทำอะไรอย่างอื่นได้แล้ว...”

<เราไม่สามารถจะลังเลใจได้อีกต่อไปใช่มั้ย?> เธอได้แต่ถามเขาอยู่ในใจ

บรรดาทีมงานถ่ายทำรายการ WGM และ ทีมบอดี้การ์ดกำลังล่าถอยจากตำแหน่งที่ยืนอยู่เพราะไม่สามารถจะรับมือกับฝูงชนที่กำลังเริ่มบ้าคลั่งเกินกว่าที่จะควบคุม
พีดีเริ่มกระสับส่ายเมื่อเห็นสถานการณ์ดูไม่ค่อยดี เขาจึงตะโกนบอกทุกคนว่า “พวกเรารีบออกไปจากตรงนี้กันดีกว่า”

อึนมีเดินเข้ามาบอกคู่ผักกาดหอมว่า “ชั้นคิดว่าพวกเราคงไม่สามารถจะถ่ายทำต่อไปได้แล้วล่ะค่ะ” เธอมองหน้าฮยอนจุงด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยสบอารมณ์

ฮยอนจุงไม่ตอบอะไร เขารีบเอามือโอบไหล่ของฮวางโบและเริ่มพาเธอเดินออกไปจากบริเวณนั้นด้วยอย่างรวดเร็ว...

ผู้จัดการของฮยอนจุงซึ่งใช้ความพยายามอย่างหนักในการฝ่าฝูงชนเข้ามา เขาเดินตรงมาที่คู่ผักกาดหอมแล้วเอามือจับไหล่ของฮยอนจุงเอาไว้ แล้วตะโกนเรียกทันที “นี่ ! คิมฮยอนจุง”

เขาขยับแขนที่โอบไหล่ของเธอให้กระชับขึ้นก่อนจะหันไปพูดกับพี่ผู้จัดการว่า “ผมว่า เราออกไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่าฮ่ะ”

“นายปล่อยเธอได้แล้ว แล้วนายก็ต้องไปกับชั้นเดี๋ยวนี้ด้วย” ผู้จัดการตัวดีออกคำสั่ง

เขาพูดตอบไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังสุดๆว่า “ไม่ฮะ ผมต้องอยู่เพื่อปกป้องบูอิน” เขาถอนหายใจออกมาแล้วพูดต่อไปว่า “ ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมเป็นเจ้าบ่าวที่เหมือนกับอ๊อกซิเจนของเธอ ผมจะปล่อยเธอแบบนี้ไม่ได้”

ผู้จัดการเมื่อเจอประโยคนี้เข้าไปพี่ผู้จัดการถึงกับอึ้งพูดไม่ออก “นายนี่กล้าดียังไงถึงมาพูดแบบนี้กับชั้น...”

“ผมส่งเธอเสร็จแล้ว ผมจะตามไปพบพี่ที่ลานจอดรถแล้วกันน่ะฮะ” ฮยอนจุงพูดพลางเดินออกไป ส่วนฮวางโบได้แต่ฟังเงียบๆและเดินตามไป...

ทั้งสองคนเดินไปตามทางที่บอดี้การ์ดพยายามจะช่วยกั้นฝูงชนเอาไว้ให้

ระหว่างที่เดิน ฮยอนจุงกระซิบกับฮวางโบว่า” ผมเพิ่งจะคิดได้ตอนนี้เองฮะ ว่าถ้าเราไม่มีทางที่จะเดินไป เราก็ควรต้องวิ่งชนทะลุกำแพงออกไป “

“งั้น...ชั้นคงต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเผชิญกับความเจ็บปวดแล้วสิน่ะ” เธอหันไปบอกเขา

“ผมว่าคุณคงจะต้องเจ็บปวดแน่ๆ ไม่ว่าจะกระโดดข้ามกำแพงหรือฝ่าทะลุมันออกไป”

“ชั้นหวังว่าอย่างน้อยเราจะยังคงมีชีวิตรอดหลังจากนั้น....”

ฮยอนจุงกระชากตัวเธอเข้ามาใกล้ๆแล้วพูดว่า “ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจกันอยู่ ทุกอย่างต้องโอเค ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณห้ามพูดเรื่องตายเป็นอันขาดน่ะ”

เธอค่อยๆยิ้มออกมาแล้วบอกว่า “จ๊ะ อย่าห่วงไปเลยน่ะ” <ชั้นยังไม่ยอมตายง่ายๆหรอก>

ภายในรถแวนของฮยอนจุง
เขานั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง ในขณะที่ผู้จัดการกำลังพูดโทรศัพท์อยู่กับใครบางคนด้วยหน้าตาที่เคร่งเครียด
“ครับ...ท่านประธาน...เกิดปัญหาขึ้นระหว่างการถ่ายทำครับ”

ฮยอนจุงได้แต่นั่งฟังบทสนทนาของพวกเขาอยางเงียบๆ....

ผู้จัดการหันมาจ้องหน้าฮยอนจุงด้วยสีหน้าบึ้งตึ้ง “ ตอนที่เรากำลังพูดกันอยู่นี่...ผมกำลังจะพาเขาไปที่นั่น...ครับ....”

“.........

ภายในรถแวนของฮวางโบ
เธอพยายามหลบเลี่ยงสายตาของผู้จัดการที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความตกตะลึง โดยการมองออกไปข้างนอกกระจกรถอย่างไร้จุดหมาย อินจุง-สไตล์ลิสต์ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆเธอถอนหายใจออกมาดังๆ

แต่จู่ๆฮวางโบก็นึกขึ้นมาได้ยังไม่ได้อ่านจดหมายของคยูจงที่อยู่ในกระเป๋า จึงหยิบมันออกมาดูและอ่านอยู่ในใจ.

ถึง..พี่สะใภ้คนดี
ได้โปรดช่วยให้พี่ฮยอนจุงอยู่กับวงของเราต่อไปด้วยน่ะฮะ
พี่ไม่คิดว่าการแต่งงานมันเป็นเรื่องที่ออกจะเร็วเกินไปหน่อยสำหรับเขาหรือ?
พวกเราเองก็ต้องการลีดเดอร์ของเราด้วยเหมือนกัน
ถ้าพี่ฮยอนจุงยังคงทำตัวดื้อดึงแบบนี้ สิ่งต่างๆมันจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับพวกเราจริงๆฮะ
พวกพี่สามารถจะแต่งงานกันหลังจากนี้ได้เมื่อเวลาผ่านไปอีกซักระยะนึง แต่ถ้าพี่ต้องการจะทำอย่างนั้นจริงๆในตอนนี้ พวกเราจะยอมถอยให้ก้าวนึงก็ได้ฮะ คือตอนนี้ให้พี่หมั้นกันไปก่อน
ได้โปรดอย่าโกรธหรือเกลียดพวกเราเลยน่ะฮะที่มาพูดเรื่องแบบนี้กับพี่
พวกเราก็รัก...ไม่ใช่สิ..ชอบพี่มากด้วยเหมือนกัน พูดจริงๆน่ะฮะ
ยังไงก็ตาม พวกเราก็จะเชื่อในการตัดสินใจที่ชาญฉลาดของพี่สะใภ้ฮะ
จาก...น้องเขยที่แสนดี

ฮวางโบค่อยๆยิ้มออกมาในขณะที่อ่านจดหมายของน้องเขย “พวกเขา...น่ารักกันมากเลย”

ที่ออฟฟิศของท่านประธานบริษัทต้นสังกัดของฮยอนจุง
ท่านประธานชิกุนกำลังวุ่นวายอยู่กับการรับโทรศัพท์เพราะทุกสายในบริษัทต่างกระหน่ำดังอย่างไม่หยุดหย่อน ในตอนนั้นเองประตูก็เปิดออก ฮยอนจุงถูกพี่ผู้จัดการฉุดกระชากลากถูเข้ามาอยู่ในห้อง จากนั้นก็ปล่อยเขาไว้แล้วเดินออกไปจากที่นั่นโดยไม่พูดอะไร

ระหว่างที่พูดโต้ตอบทางโทรศัพท์อยู่สายตาของประธานชิกุนกลับจ้องเขม็งไปที่ฮยอนจุง “ ใช่ครับ คุณนักข่าวคิม...มันเป็นแค่อุบัติเหตุที่อาจจะดูพิลึกพิลั่นไปนิดนึง...พวกเขาก็แค่อินไปกับคอนเซ็ปท์ของรายการมากไปหน่อย ใช่ครับ คุณสามารถยืนยันเรื่องนี้ได้เลย...ผมคิดว่าที่ข่าวเรื่องนี้มันถูกใส่สีตีไข่จนออกมาเว่อร์เกินเหตุ ก็เพราะตอนนั้นมีคนอยู่เยอะแยะมากมาย...คุณก็ทราบนี่ครับว่าไอ้การเล่าเรื่องปากต่อปากไปเรื่อยๆน่ะผลมันจะออกมาเป็นยังไง...?”

10 นาทีผ่านไปการสนทนาระหว่างท่านประธานฯกับนักข่าวคิมจึงสิ้นสุดลง หลังจากที่เขาวางสาย ประธานชิกุนก็มายืนประจันหน้ากับฮยอนจุง จ้องตาเขม็งโดยไม่พูดอะไรออกมา ฮยอนจุงยังคงยืนนิ่งหน้าตายไม่แสดงความรู้สึกใดๆ...

ในที่สุดประธานชิกุนก็เริ่มยิงคำถามแรกใส่เขา “ นายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ?”

“....................”ฮยอนจุงยืนนิ่งอย่างสงบเสงี่ยม

ประธานถอนหายใจก่อนจะนั่งบนโซฟาและชี้เชิญให้ฮยอนจุงนั่งลงที่เก้าอี้ที่อยู่ตรงข้าม “นั่งลงก่อนสิ”

ฮยอนจุงโค้งคำนับแล้วค่อยๆทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างช้าๆ...

ประธานชิกุนจ้องหน้าฮยอนจุงอยู่พักนึง ก่อนจะตั้งคำถามราวกับสอบสวนผู้ต้องหาก็ไม่ปาน

“ที่นายทำมันลงไปก็เพื่อรายการโชว์ใช่มั้ย?”

“เปล่าฮะ” เขาตอบเสียงหนักแน่น

ท่านประธานขมวดคิ้วแล้วถามต่อไป “ถ้าอย่างนั้น...?”

ฮยอนจุงเผยความรู้สึกของตัวเองทันที “ผมก็แค่ทำมันลงไป”

“แค่ทำงั้นเหรอ” ท่านประธานถามย้ำ

“ใช่ฮะ”

“ทำไม?”

“..........................”

ท่านประธานถามอีกรอบด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม “ชั้นถามว่า... ทำไม?”

“เพราะผมอยากทำฮะ”เขาเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยความมั่นใจ

“ว่าไงน่ะ?”

“ที่ผมทำลงไปก็เพราะผมต้องการจะทำฮะ” ฮยอนจุงยังคงย้ำคำเดิม


ท่านประธานนั่งอึ้งพูดไม่ออก “นายนี่มัน...”

“………………….”

“นายไม่สามารถจะทำทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ใจนายต้องการได้หรอกน่ะ ถึงแม้ว่าบุคลิกของนายมันจะ 4-D ซักแค่ไหนก็ตาม”


บรรยากาศยังคงมีแต่ความตึงเครียด

“คิมฮยอนจุง”

“ฮะ?”

“ชั้นคิดว่าการที่นายเป็นคนที่จริงใจและเปิดเผยน่ะมันเป็นเรื่องที่ดี...มันทำให้นายสมกับเป็นลูกผู้ชาย...แต่ยังไงมันก็มีเรื่องบางเรื่องที่นายสามารถทำได้และบางเรื่องที่ทำไม่ได้...เฮ้อ..นี่ชั้นยังต้องสอนเรื่องพื้นๆในการเป็นลีดเดอร์ของวงไอดอลให้กับคนที่อายุเกิน 22 ปีแล้วด้วยหรือเนี่ย?” ท่านประธานเริ่มตั้งต้นเทศนา

“ผมจะไม่ทำในเรื่องที่ไม่ควรทำหรอกฮะ” เขาตอบออกไป.

“แล้วการกระทำของนายในวันนี้ล่ะ? อย่าบอกนะว่าชั้นฟังมาผิดไปน่ะ?”

“ผมไม่ทราบว่าท่านได้ยินมาว่ายังไงบ้าง...”

ท่านประธานทำหน้าประหลาดใจสุดๆ “ชั้นได้ยินมาว่านายจูบฮวางบูอิน เอ่อ ชั้นหมายถึงฮวางโบน่ะ ต่อหน้าต่อตาคนมากมายที่สวนสนุก...แต่ที่ร้ายที่สุดคือนายดันจูบปากกกกน่ะ!”

ฮยอนจุงมองหน้าประธานฯแล้วตอบไปว่า “ใช่ฮะ ที่ท่านได้ยินมาถูกต้องทุกคำ เดี๋ยวนี้ใครๆก็ยืนจูบกันตามท้องถนนให้เห็นเยอะแยะนี่ฮะ...”

ประธานชิกุนตบโต๊ะพร้อมกับตะโกนออกมา “แต่นายไม่เหมือนพวกเขานี่ นายเป็นป็อปสตาร์ และไอดอล! ไม่รู้เลยรึไง”

ฮยอนจุงท้วงขึ้นทันที “แล้วทำไมไอดอลอย่างผมถึงทำแบบนั้นไม่ได้ล่ะฮะ?”

ประธานอึ้งและงงอีกครั้ง “อะไรน่ะ?”

“ผมไม่ใช่ผู้เยาว์น่ะฮะ อายุผมเกิน 20 แล้ว ผมบรรลุนิติภาวะและสามารถแต่งงานได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง” ฮยอนจุงเริ่มอธิบายเป็นชุด

“นายว่าอะไรน่ะ”ท่านประธานฯถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“และฮวางบูอินก็ไม่ใช่ผู้เยาว์แล้วเช่นกัน...เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่มีสามีแล้ว และผมเองก็ยังไม่ได้แต่งงานเหมือนกัน ดังนั้นไม่เห็นจะมีอุปสรรคใดๆทางกฎหมายที่ห้ามไม่ให้เราจุ๊บกันนี่ฮะ”

ประธานนั่งอึ้งกิมกี่หน้างอเป็นม้าหมากรุก หลังจากได้ยินคำอธิบาย

“นอกจากนี้พวกเราก็ยังเป็นคู่แต่งงานกันอยู่ แล้วมันผิดตรงไหนเหรอฮะที่เราจุ๊บกันน่ะ?”

“พวกนายไม่ใช่คู่แต่งงานกันจริงๆซักหน่อย...มันก็แค่คู่แต่งงานหลอกๆในรายการเรียลลิตี้เท่านั้น...ชั้นถามนายจริงๆเหอะ นี่นายแยกแยะเรื่องแค่นี้ไม่ออกเลยรึไง?”

“ถึงแม้...มันจะเป็นแค่เรียลลิตี้หลอกๆ แต่เราก็ยังเป็นคู่แต่งงานกันอยู่ดีฮะ” ฮยอนจุงยังเถียงไม่เลิก

ประธานฯได้ยินก็แดกดันกลับทันที “งั้นเหรอ แล้วทำไมนายไปไม่อยู่ด้วยกันซะเลยล่ะ?”

“ใจจริงผมอยากอยู่ฮะ แต่มีคนบอกผมว่าพวกเราจะทำแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อแต่งงานกันจริงๆแล้วเท่านั้น...”

“อะไรน่ะ? ใครเป็นคนบอกนายอย่างนั้น?”

“ฮวางบูอินฮะ”

“ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึง...?” นี่เธอทำอะไรลงไปกับเด็กคนนี้เนี่ย” ประธานฯถึงกับสบถออกมา

ฮยอนจุงได้ยินเช่นนั้นถึงกับพูดไปอย่างเคืองๆว่า “ ผมไม่ใช่เด็กแล้วน่ะฮะ!”

ประธานฯมองหน้าเขาแล้วพูดต่อ “นายคิดว่าตัวเองไม่ใข่เด็กแล้วน่ะหรือ? เชื่อชั้นเถอะ ว่านายยังเป็นเด็กที่ไม่รู้จักแยกแยะความแตกต่างระหว่างเรื่องจริงกับรายการเรียลลิตี้หลอกๆน่ะ”

“เพราะอย่างงี้ไง ผมถึงอยากจะทำให้มันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาฮะ...”

คำพูดของเขาราวกับเทน้ำมันราดลงไปในกองฟืน “อะไรน่ะ...?”

“มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดสุดๆเวลาที่คนอื่นๆชอบพูดย้ำว่า มันเป็นแค่เรียลลิตี้หลอกๆ...ดังนั้นผมจึงอยากจะแต่งงานกับเธอแบบจริงจังไปเลย”

“นี่ ! คิมฮยอนจุง!”

“ฮะ ท่านประธาน”

“นายต้องรู้จักระมัดระวังสิ่งที่นายกำลังพูดให้มากกว่านี้น่ะ...มันไม่เป็นไรที่นายจะพูดแบบนั้นออกมาตรงนี้.แต่ต้องไม่ใช่ในที่สาธารณะ เพราะฉะนั้น อย่าได้ทำแบบนั้นเป็นอันขาด! เข้าใจมั้ย?”

“ระมัดระวังในสิ่งที่ผมกำลังพูดอยู่...?” เขาทวนคำถาม

ประธานลังเลเล็กน้อยก่อนตอบไปว่า “ใช่ ก็อย่างเรื่องที่ว่านายอยากจะแต่งงานบ้างล่ะ..หรือว่านายโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว..ยังไงก็ตามอย่าพูดอะไรที่มันจะกลายเป็นหัวข้อข่าวขึ้นมาได้อีก”

ฮยอนจุงพยักหน้าราวกับเข้าใจ “ถ้างั้น...ผมควรจะแต่งงานเงียบๆโดยไม่ต้องบอกใครเลยดีมั้ยฮะ?”

ท่านประธานฯสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินข้อสรุปจากเขา “ นี่!!!นายเป็นบ้าอะไรขึ้นมา จู่ๆก็อยากจะแต่งงานขึ้นมาอย่างงี้?”

“ก็เพราะพวกเรารักกันนี่ฮะ!” ฮยอนจุงตอบเสียงหนักแน่น

ประธานได้ฟังแทบตกเก้าอี้เมื่อได้ยินคำตอบ “อะไรของนายเนี่ย?”

ฮยอนจุงยังคงพูดต่อไปโดยไม่ได้สนใจปฎิกริยาของท่านประธานฯ “เพราะว่าพวกเรารักกัน เราจึงต้องการที่จะอยู่ด้วยกันไงฮะ...และเราสามารถจะทำอย่างนั้นได้ก็ต่อเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว...”

“รักกันเหรอ?” ประธานทวนคำถามเพราะไม่แน่ใจสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน

“ใช่ฮะ”

“ฮ้าาาา นายรักเธออย่างงั้นรึ....?”

ฮยอนจุงมองหน้าประธานฯแล้วตอบอย่างจริงจัง “ใช่ฮะ ผมรักเธอ”

ประธานฯ อึ้งอีกครั้งแล้วพูดต่อไปว่า “ ดังนั้น นายจึงอยากจะแต่งงานงั้นสิน่ะ...?”

“ถูกต้องเลยฮะ”

ท่านประธานฯนิ่งไปสักพักก่อนจะเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สงบเยือกเย็น “ฮยอนจุง”

“ฮะ?”

“ช่วยใช้ความคิดให้เหมือนกับที่ผู้ใหญ่เขาคิดหน่อยได้มั้ย นายไม่สามารถจะแต่งงานเพียงเพราะเหตุผลแค่นั้นหรอกน่ะ”...

“แล้วเหตุผลของผมมันผิดอะไรตรงไหนหรือฮะ?”

“มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ การแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องที่เธอทำไปเพียงเพราะว่าต้องการจะอยู่ด้วยกันเท่านั้น”

“ถ้างั้น...คุณยังต้องการเหตุผลอะไรอีกเหรอฮะที่จะแต่งงาน?”

ประธานฯ นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา “ก็อย่างเช่น...ผู้ชายควรจะต้องเป็นคนที่เลี้ยงดูครอบครัว...นายก็ต้องหาเงินให้ได้มากพอก่อน”.

“ถ้าท่านหมายถึงเรื่องนั้นล่ะก็ อย่าห่วงไปเลยฮะ ผมมีเงินเก็บอยู่ไม่ใช่น้อย...และผมก็มั่นใจว่าผมสามารถจะทำได้ทุกอย่างเพื่อให้เธอและครอบครัวของเราสบาย”


ท่านประธานฯเริ่มถอนหายใจ < เฮ้อ! ไอ้เจ้านี่มันเถียงคำไม่ตกฟากเลยจริงๆ> “และนายก็ต้องเตรียมพร้อมทางด้านอารมณ์และจิตใจในการสั่งสอนเลี้ยงดูลูกของนายตอนพวกเขาเกิดมา”

“โอ๊ะ เรื่องนั้นยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงเลยฮะ! ฮวางบูอินบอกผมว่า ผมน่ะดูเป็นผู้ใหญ่กว่าใครๆที่เธอเคยเจอ”

ท่านประธานทนเก๊กมาดนิ่งต่อไปไม่ไหว ระเบิดออกมาว่า “ นี่เธอคนนั้นทำอะไรกับนายเนี่ย เจ้าเด็กบ้าเอ๊ย?”

“เธอเป็นคนที่รู้จักผมดีมากกว่าใครๆ หรือบางทีอาจจะมากกว่าพ่อแม่ของผมด้วยซ้ำไป? เธอไม่ใช่คนที่จะทำอะไรที่แย่ๆกับผม และเธอก็รู้ดีว่าผมไม่ใช่เด็กแล้ว” ฮยอนจุงปล่อยประโยคเด็ดออกไป

“โอเค เอาเป็นว่าที่เธอพูดมามันก็ถูก...แต่ยังไงนายก็ยังไม่ได้ไปเป็นทหารเพื่อรับใช้ชาติเลยน่ะ ดังนั้นถ้านายคิดจะแต่งงาน มันก็อาจจะ....” ท่านประธานเริ่มใช้เหตุผลอื่นมาบัง

“คุณชาอินเพียวยังเคยเข้ากรมหลังจากที่เขาแต่งงานเลยนะฮะ และตอนนี้คู่ของพี่เขาก็ออกจะมีความสุขกันดีนี่ฮะ”ฮยอนจุงยังคงไม่ลดละหาเหตุผลมาลบล้าง...

“อืมม..แต่ว่าเขาก็อายุมากกว่าเธอเยอะเลยนะตอนที่เริ่มชีวิตแต่งงานน่ะ”ประธานฯเริ่มหาเหตุผลอื่น

“นี่ท่านกำลังจะบอกผม ว่าผมสามารถจะแต่งงานได้หลังจากที่ผมออกจากกรมทหารใช่รึเปล่าฮะ?”

“นายเข้าใจถูกต้องแล้ว” ท่านประธานฯตอบ...

ฮยอนจุนตอบอย่างไม่ลังเลว่า “งั้น..ผมจะไปเข้ากรมตอนนี้เลยฮะ”

“อะไรน่ะ?”

“ผมจะรีบเข้ากรมไปรับใช้ชาติให้เสร็จไวๆ และจะได้รีบออกมาแต่งงานกับเธอ”

“นี่ ฮยอนจุง แล้วเรื่องวงล่ะจะทำยังไง...?” ท่านประธานฯทิ้งไพ่ใบสุดท้าย

“วง? ท่านหมายถึงวงของผมหรือฮะ?”

“ก็ใช่น่ะสิ จะเกิดอะไรขึ้นกับวงของนายถ้าจู่ๆนายก็เข้าไปอยู่กรมทหาร?”

“จริงๆน่ะฮะ แล้วมันมีวิธีอย่างอื่นที่ผมจะทำได้อีกหรือฮะ? ท่านบอกผมว่าควรจะต้องเข้ากรมฯรับใช้ชาติให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยแต่งงาน แต่ผมก็ไม่สามารถทำงานกับวงต่อไปได้ถ้าผมไปเป็นทหาร”

“ถ้างั้น นายก็อย่าแต่งงานสิ”

ฮยอนจุงจ้องหน้าประธานฯแล้วถามขึ้นทันที “อย่าแต่งงาน? ทำไมล่ะฮะ?”

“ก็นายยังอายุน้อยอยู่เลย มันเร็วเกินไปที่จะแต่งงาน”

“ไม่ฮะ ผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”

“รู้มั๊ยว่า การเป็นผู้ใหญ่ของนาย ไม่ใช่ว่าแค่ตัวโตสูงใหญ่หรอกน่ะ!!!!”

ฮยอนจุงนิ่งฟังอย่างเดียว...

“ฮาาา ชั้นไม่อยากจะเขื่อเลย...ชั้นเลือกนายเข้ามาอยู่ที่นี่ตอนที่นายยังเป็นเด็กไม่ประสีประสาอะไรและชั้นก็คอยเลี้ยงดูปลุกปั้น...”

“ท่านฮะ ผมรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณอย่างมากกับทุกสิ่งที่ท่านได้ทำมา”...

“............................................”

“ผมรู้สึกขอบคุณ ที่ท่านปลุกปั้นให้ผมเป็นป็อปสตาร์ ซึ่งเมื่อในอดีตผมเป็นเพียงแค่เด็กที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร...”

ท่านประธานมองหน้าฮยอนจุง...

“มีอยู่หลายครั้งเหมือนกันที่ผมแทบจะลืมไปว่าตัวเองเป็นใคร แต่ต่อให้ผมเปลี่ยนไปแค่ไหน ผมก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม”

ท่านประธานเซอร์ไพรส์กับคำพูดของเขา...

“ผม...คิมฮยอนจุง ลีดเดอร์ของวง SS501 และตอนนี้กำลังเตรียมตัวจะเป็นนักแสดง...แต่เขาก็ยังคงเป็นคิมฮยอนจุงคนเดิม” ฮยอนจุงพูดเสียงดังฟังชัด

ประธานฯนิ่งเงียบฟังเขาพูด

“ผมยังเป็นคิมฮยอนจุง คนที่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆแล้วคืออะไร และเขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บรักษาคนที่เขารักเอาไว้...”

“นายคง...”

“ผมต้องขอโทษท่านด้วย ที่จู่ๆก็พูดถึงเรื่องแต่งงานขึ้นมา ผมรู้ว่าท่านต้องการจะบอกว่า มันเป็นทางเลือกที่เป็นอันตรายต่ออนาคตของวง SS501 หรืออาชีพการงานของผมในธุรกิจบันเทิง”

“นาย..............”


ฮยอนจุงพูดต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ประธานได้พูด “แต่ยังไง...ขอได้โปรดกรุณาใช้เวลาพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย เพราะมันไม่มีกฎหมายใดๆ ที่ห้ามไม่ให้ไอดอลแต่งงานน่ะฮะ”

เขาหยุดนิ่งแล้วพูดต่อ “ใครจะไปรู้ฮะ? ผมอาจจะเป็นลีดเดอร์คนแรกของวงไอดอลในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงที่แต่งงานและประสบความสำเร็จในการทำงานโด่งดังไปทั่วก็ได้”.

ตอนนี้หน้าของท่านประธานช๊อคประหนึ่งเหมือนถูกผีหลอก “นาย..นี่นายใช่คิมฮยอนจุงจริงๆรึเปล่า?”

“ทำไมฮะ? ท่านคิดว่าผมกำลังถูกผีเข้าหรือฮะ?”

“ใช่ชั้นว่านายต้องถูกผีเข้าแน่นอน”

“ผมคือคิมฮยอนจุงตัวจริงเสียงจริงฮะ” เขายิ้มกว้างแล้วพูดต่อไปว่า “ผมต้องขออภัยท่าน เพราะปกติแล้วผมจะไม่ค่อยได้พูดอะไรที่มันยืดยาวแบบนี้...”

“ฮยอนจุงที่ชั้นรู้จัก...เขาจะไม่พูดประโยคอะไรที่มัน..ดูดีไม่มีที่ติ แล้วก็ไม่พูดประโยคที่มันยาวๆแบบนี้ด้วย”

“ท่านพูดถูกฮะ ปกติผมก็เป็นแบบที่ท่านว่า...แต่เรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซีเรียส ผมจึงต้องอธิบายยืดยาว เพื่อให้ท่านได้เข้าใจประเด็นของผม...มิฉะนั้นแล้วท่านอาจจะไม่ใส่ใจรับฟังมันอย่างจริงจัง”

ท่านประธานถึงกับบ่นอยู่ในใจ <เจ้าเด็กนี่มันรู้ดีทุกอย่างเลยน่ะ>..

“ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องช็อคสำหรับท่านมากแค่ไหน และท่านรู้สึกสับสนมากเพียงใดในตอนนี้....แต่ว่าผมต้องการที่จะแต่งงานจริงๆน่ะฮะ” ฮยอนจุงพยายามไล่เรียงเหตุผลมาทั้งหมดเพื่อเหตุผลเดียว

ท่านประธานฯตกตะลึง นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆพูดออกมาว่า “ ชั้น ชั้นอยากจะขออะไรบางอย่างจากนายจะได้หรือเปล่า?”

“เรื่องอะไรหรือฮะ เชิญท่านว่ามาได้เลย?”

“นายอย่าเพิ่งไปพูดเรื่องนี้กับคนอื่นเลยน่ะ? โดยเฉพาะคำว่า แ-ต่-.ง -มัน..เอ่อ” ท่านประธานพูดเบาจนคล้ายกระซิบ

“ห้ามบอกใครเลยหรือฮะ” ฮยอนจุงถามเบาๆเช่นกัน

“ใช่...นายอย่าเพิ่งไปพูดเรื่องแบบนี้กับใครจนกว่านายจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาด”...

“ผมก็พอจะเข้าใจเรื่องนี้พอสมควรแล้วฮะ. และผมคงต้องระวังพวกนักข่าวให้เป็นพิเศษด้วย..”.

“ใช่แล้วล่ะ....พวกนักข่าว ตัวอันตรายที่สุด”

“...........”

ท่านประธานฯนั่งมองฮยอนจุงด้วยสายตาที่ดูงุนงงแกมประหลาดใจ ในขณะที่เขามองกลับด้วยแววตาสงบนิ่ง

โปรดติดตามคู่รักผักกาดหอม ริมิกซ์ตอนที่ 81 – เพราะ...พวกเราคือ SS501

คำอธิบายท้ายบท

การเป็นทหารรับใช้ชาติ: ในประเทศเกาหลีใต้ ผู้ชายทุกคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์อายุระหว่าง 18 ถึง 35 ปี ต้องไปปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารเพื่อรับใช้ชาติในระยะเวลาประมาณ 24-28 เดือน




Create Date : 04 สิงหาคม 2553
Last Update : 4 สิงหาคม 2553 20:53:53 น. 3 comments
Counter : 918 Pageviews.

 
ไม่รู้ว่าจะขำดีหรือเปล่า? จุงกี้นี่กวนได้ใจจริงๆ สมแล้วที่เป็น 4 D 555 ขอบคุณยายมากๆเลยจ้า ยายสู้ๆ^_____^


โดย: มินมิน IP: 202.91.19.201, 64.255.180.151 วันที่: 4 สิงหาคม 2553 เวลา:22:09:18 น.  

 
5555555 ขอหัวเราะหน่อยนะยาย อิอิ ขำอีจุงจริงๆ 555 ตอนแรกเหมือนจะซีเรียส แต่ตอนท้ายมาเจอคำพูดอีจุง อึ้ฃเหมือนกัน ท้ายสุดสงสารท่านประธานจริงเอ๋อรับประทานเลย แต่พวกน้องๆน่ารักได้ใจจริงๆ


โดย: คิมยองบิ IP: 182.232.105.228 วันที่: 4 สิงหาคม 2553 เวลา:23:24:38 น.  

 
ต้องอย่างนี้ซิจุง ผมทำเพราะผมอยากจะทำ ... ผมอยากแต่งงาน...

ขอบคุณนะคะยาย


โดย: ning IP: 124.121.209.125 วันที่: 11 สิงหาคม 2553 เวลา:19:51:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.