Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
25 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 73 ~ ”ผมอยากแต่งเร็วๆแล้วล่ะฮะ”

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น เพื่อความรักของคนทั้งสองเท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นหรือไม่ จึงขอให้อ่านด้วยความบันเทิง และเชื่อมั่นในรักของพวกเขาด้วย ****



ช่วงเย็นของวันศุกร์ ฮยอนจุงกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับฮวางโบในขณะที่ขับรถมุ่งหน้ากลับบ้าน

“คุณจะไปกับผมจริงๆใช่มั้ยฮะ”

ฮวางโบครุ่นคิดซักครู่แล้วตอบ “อือ ก็อาจจะได้น่ะ...”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่มีใครรู้หรอกฮะ”

“แล้วเธอบอกผู้จัดการของเธอว่ายังไง?”

“ผมก็บอกพี่เขาไปว่าผมไปขอร้องให้เพื่อนสุดเลิฟที่ขับรถซิ่งสุดๆเหมือนตีนผีมาช่วยขับให้ พี่เขาจะได้ไปล่วงหน้าก่อนเพื่อจะได้มีเวลาจัดการเรื่องเวทีกับระบบเสียงให้เรียบร้อย..”

“หุหุ อะไรน่ะ? ตีนผีเหรอ?”

ฮยอนจุงหัวเราะลั่น” เฮ้ ทำไมล่ะฮะ~~”

“แต่..เธอยังไม่ได้ทันได้เช็คกับชั้นอีกทีเลยน่ะ ว่าถึงวันนั้นชั้นจะสะดวกหรือเปล่าอ่ะ”

“ก็คุณบอกผมว่า คุณจะไปลองจัดตารางของคุณใหม่ไม่ใช่หรือฮะ?”

“มันง่ายน่ะที่จะพูดแบบนั้นแต่ว่า...เธอนี่”

เขาพูดด้วยนำเสียงห่อเหี่ยว “งั้นแปลว่า คุณมาไม่ได้หรือฮะ?”

“เธอต้องไปถึงที่นั่นกี่โมงเหรอ?”

“ผมต้องไปถึงจอนจูให้ได้ก่อนห้าทุ่มครึ่งฮะ”

“แล้วเธอจะออกจาก World Cup Stadium ได้ตอนกี่โมง?”

“คิวพวกผมขึ้นแสดงตอนเปิดงาน...ก็น่าจะออกจากที่นั่นได้อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 1 ทุ่มน่ะฮะ”

“อย่างนั้นเราก็จะมีเวลาประมาณ 4ชั่วโมงครึ่ง..มันออกจะเฉียดฉิวจริงๆด้วยสิ”..

“ใช่ฮะ...ตกลงคุณจะมาใช่มั้ยฮะ?”

เธอรู้สึกขัดแย้งในตัวเองแต่ก็ตอบไปว่า “โอเคจ้ะ”

“คุณพูดจริงน่ะฮะ?”

“จริงสิ ถึงแม้ว่าชั้นจะไม่ค่อยแน่ใจว่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่รึเปล่าน่ะ”

“คุณทำถูกแล้วล่ะฮะ อย่ากังวลไปเลย”

“หุหุ นี่ถ้าเธอบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วมันจะเป็นอย่างนั้นตามที่พูดจริงๆเหรอ?”

“ใช่เลยฮะ..การทำตามความปรารถนาของสามีมันเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วฮะ”

“โอ้ว พระเจ้า!!! ฮ่าฮ่าฮ่า กล้าพูด”

ช่วงเย็นวันเสาร์ที่ World Cup Stadium
ฮวางโบกำลังขับรถวนหาที่จอดรถในลานหน้าสนามกีฬา ขณะที่มองซ้ายมองขวาหาที่อยู่นั้นเธอก็เห็นรถ Equus สีดำซึ่งดูคุ้นตา เมื่อมองดูป้ายทะเบียนก็มั่นใจว่าเป็นรถของฮยอนจุง เธอจึงจอดรออยู่ใกล้ๆ ไม่นานนักก็เห็นฮยอนจุงกำลังวิ่งตรงเข้ามาที่รถของเธอ

เมื่อเขามาถึง ก็รีบขึ้นไปถอยรถของตัวเองออกมา และให้ฮวางโบจอดรถของเธอแทนที่ จากนั้นฮยอนจุงก็รีบย้ายไปนั่งข้างๆ เพื่อให้เธอขึ้นมานั่งประจำที่คนขับแทนเขา

“ไม่มีใครเห็นพวกเราใช่มั้ย?” เธอรีบหันไปถามทันที

“มันมืดเกินกว่าที่ใครจะเห็นแล้วล่ะฮะ...ไม่เป็นไรหรอก!”

“มันยังไม่ได้มืดขนาดนั้นซักหน่อย”.

“อย่าไปกังวลกับเรื่องบางเรื่องที่มันไม่มีประโยชน์เลยฮะ..”.

เธอหันไปมองหน้าฮยอนจุงแล้วหัวเราะออกมา “พูดจริงๆน่ะ ชั้นไม่รู้ว่าชั้นมาทำอะไรที่นี่...”

ฮยอนจุงยิ้มกว้างและออกอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด “คุณก็กำลังมาช่วยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้สามีของคุณไงฮะ!”

เธอเองก็หันไปยิ้มให้เขาและก็เริ่มเหยียบคันเร่งเตรียมออกรถ “โอเค ไปกันได้แล้วล่ะน่ะ”

“ไปเลยฮะ ฟิ๊วว!”

ภายในรถของฮยอนจุงซึ่งกำลังอยู่บนถนนไฮเวย์ มุ่งหน้าไปที่งานแสดง

“คงเป็นเพราะมันป็นรถที่ดีจริงๆ ชั้นแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองเหยียบจนจะสุดอยู่แล้ว...”

“ที่ผมซื้อรถคันนี้มาเพราะว่าผมก็ชอบขับรถเหมือนกันฮะ แต่โชคไม่ดี ที่ช่วงนี้ผมแทบจะไม่มีโอกาสได้ขับเลย...”

“ตอนนี้กี่โมงแล้วน่ะ?”

เขามองดูนาฬิกาที่หน้ารถ “ทุ่มครึ่งฮะ”

“ชั้นเดาว่า ถ้าเราโชคดีไม่มีอะไรผิดพลาด เราน่าจะไปถึงที่นั่นราวๆห้าทุ่มนะ ถ้าชั้นไม่ได้ไปหลงทางอยู่ในดาวน์ทาวน์น่ะ”

“อืมม ว่าแต่ คุณเริ่มไปขับรถแข่งได้ยังไงกันฮะ?”

“แข่งรถเหรอ?”

“ฮะ มันไม่ใช่กีฬาที่นิยมในหมู่ผู้หญิงซักเท่าไหร่”

“นี่ยังไม่รวมถึง เทกวนโด หรือว่าเปิดขวดโค้กด้วยช้อนใช่มั้ย ฮ่าฮ่า”.

“หุหุ นั่นก็ด้วยฮะ ^^”

“จริงๆแล้ว สมัยก่อนชั้นเป็นคนที่...ขี้อายแล้วก็ขี้ขลาดมากๆ”

เขาหันไปมองเธอทันที

“ตอนที่ชั้นอยู่ไฮสคูล...คนอื่นมักแยกตัวอยู่ห่างๆชั้น...”

“จริงหรือฮะ?”

เธอยิ้มแล้วพูดต่อไปว่า “เพราะชั้นไม่ใช่คนที่หัวไวซักเท่าไหร่ ตอนแรกชั้นถึงไม่รู้ตัว...แต่สักพักชั้นก็พอจะเริ่มเข้าใจ...ชั้นก็เลยพยายามแก้ไขตัวเองเพราะว่าชั้นเกลียดนิสัยที่ขี้ขลาดของชั้น..”

“คุณ? ขี้ขลาด? จริงเหรอฮะ???”

“เธอไม่เชื่อใช่มั้ย?”

“ฮะ ผมไม่เชื่อเด็ดขาด”

“ชั้นยังคงมีนิสัยแบบนั้นหลงเหลืออยู่น่ะ”

“ตอนนี้เหรอฮะ?”

“ใช่ ชั้นมักจะลังเล...และไม่สามารถจะบอกได้ง่ายๆว่าสิ่งที่ชั้นคิดอยู่ในใจมันคืออะไรกันแน่...”

“ผมนึกว่าคุณก็แค่เป็นคนที่ระมัดระวังมากเกินไปเท่านั้น...”

“มันก็เหมือนๆกันล่ะน่ะ แต่ที่เธอพูดเป็นวิธีเรียกให้มันดูดีหน่อยเท่านั้น”

“..................”

“เป็นเพราะว่าชั้นได้ลองทำหลายๆอย่างเพื่อแก้ไขนิสัยขี้ขลาดของชั้น...ชั้นก็เลยกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยกลัวอะไร”.

“คุณมีความกลัวเรื่องต่างๆน้อยกว่าผมอย่างแน่นอนฮะ”

“เพราะว่าเธอมีเรื่องกลัวอะไรต่อมิอะไรมากมายหลายเรื่องน่ะสิ”

“ผมไม่ได้เป็นขี้กลัวขนาดนั้นน่ะ อืม น่าจะเรียกว่าผมไม่ชอบอะไรหลายๆอย่างมากกว่า...”

“เธอเกลียดพวกมันจริงๆเหรอ?”

“ฮะ...ผมเกลียดแมลงปอและตั๊กแตน”

“แล้วกรรไกรกับเข็มฉีดยาล่ะ?”

“นั่นก็ด้วยฮะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า..จริงๆนะชั้นว่ามันก็เหมือนกันน่ะแหละ...แต่ชั้นเดาว่ามันฟังดูน่าสมเพชน้อยว่าถ้าใช้คำว่าเกลียดแทนกลัวน่ะ..หุหุ”

“ผมรู้ฮะ...ว่าแมลงปอมันทำอะไรผมไม่ได้...แต่ดูเหมือนว่ามันจะชอบจองเวรจองกรรมกับผมจังเลย”

“ถ้างั้น...เรื่องกรรไกรล่ะ?”

“อา! มันก็แค่เป็นสิ่งของมีคมซึ่งมีอันตราย...ผมก็แค่พยายามจะป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดอุบัติเหตุตังหากล่ะฮะ...”

ฮวางโบหัวเราะคิกกับคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นของเขา “ ฮ่าฮ่า..ใช่เลย เธอน่ะไม่เคยขาดแคลนคำพูดแก้ตัวแบบซึ่งๆหน้าเลยน่ะ คิมฮยอนจุง!”

จู่จู ฮยอนจุงก็หาวเสียงดังออกมา “ฮาาา~”

“เธองีบไปก่อนก็ได้น่ะ” เธอรีบบอกเขาทันที

“ผมนอนได้จริงๆเหรอฮะ? ถ้าเกิดผมลืมตาขึ้นมาอีกทีปรากฏว่าไปอยู่ที่โรงพยาบาลจะทำไงกันล่ะฮะ?”

ฮวางโบหัวเราะคิกก่อนจะตอบออกไป “หรือบางทีเธออาจจะไปอยู่...บนสวรรค์ก็ได้น่ะ หุหุ”

“ไม่ได้ฮะ~”

“ทำไมล่ะ? ชั้นคิดว่ามันน่าจะดีกว่าที่พวกเราไปนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล..อย่างน้อยตอนที่เธอตายไปแล้ว เธอก็จะไม่รู้สึกอับอายไงล่ะ...”

“อับอาย?”

“เธอจะไม่รู้สึกเลยเหรอ?”

“นี่คุณรู้สึกอับอายเรื่องที่คุณมากับผมงั้นหรือฮะ?”

“ฮา เธอรู้สึกไม่พอใจเพราะชั้นพูดว่ามันจะเป็นเรื่องน่าอายใช่มั้ย?”

“ตอบผมมาสิฮะ คุณรู้สึกอายที่มาอยู่กับผมรึเปล่า?”

“ชั้นไม่ได้อายที่ชั้นอยู่ด้วยกันกับเธอหรอกน่ะ”

“แล้วไง..?”

“แต่ ถ้าเราสองคนไปจบลงที่โรงพยาบาล มันก็จะมีข่าวฉาวต่างๆมากมายออกมาซึ่งเรื่องพวกนั้นแหละที่มันน่าอับอาย...”

“................................”.

...

“นั่นถึงเป็นเหตุผลที่พวกเราควรจะมีการประกาศให้สาธารณชนรับรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราไงฮะ ก่อนที่จะมีรายงานข่าวบ้าๆพวกนั้นออกมา...” ฮยอนจุงได้ที่รีบพูดทันที

“ประกาศให้สาธารณชนรู้? ว้าว คิมฮยอนจุง เดี๋ยวนี้เธอเริ่มใช้คำศัพท์หรูๆแล้วนะเนี่ย”

“อย่ามาแกล้งทำเป็นพูดเล่นลิ้นสิฮะ”

“...............”

“ว่าไงฮะ?”

“แต่รายการ WGM ไม่อยากให้เราทำแบบนั้นนี่นา...”

“งั้นเราเลิกทำรายการก็ได้นี่ฮะ”

“อืมม ..ชั้นว่าตอนนี้พวกเรา...ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปก่อนแล้วกันน่ะ...”

หน้าตาของฮยอนจุงดูหดหู่สิ้นดี

“อย่ารีบร้อนมากจนเกินไปเลย พูดตามจริงเลยก็คือ...มันก็ยังไม่นานเท่าไหร่เลยน่ะ ที่พวกเราเริ่มคบและออกเดทกันอ่ะ”

ฮยอนจุงนั่งนิ่งคิดไปเรื่อย

“เอ นานแค่ไหนน่ะ? 2 เดือนได้มั้ย ฮึ?”

“ผมคิดว่าน่าจะประมาณเดือนครึ่งน่ะฮะ.”

เธอหัวเราะคิก “แค่นั้นเองเหรอเนี่ย? ชั้นรู้สึกเหมือนกับว่า...มันนานเหมือนกับปีนึงแล้วซ่ะอีก”..

“นี่คุณกำลังเริ่มเหนื่อยกับการอยู่กับผมแล้วหรือฮะ?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า...ไม่ใช่อย่างนั้น ชั้นหมายความว่าชั้นรู้สึกคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดีแล้วน่ะ”

“จริงหรือฮะ? ผมก็เหมือนกัน...ตอนนั้น..ผมต้องใช้เวลาตั้งปีครึ่ง กว่าจะรู้สึกสนิทสนมคุ้นเคยกับแฟนเก่าของผมอ่ะ”

“แล้วเธอคบกันอยู่นานแค่ไหนเหรอ?”

“ก็ประมาณ 4 ปีได้มั้งฮะ?”

“......................” ฮวางโบนั่งนิ่งเงียบ

“แต่ตอนนี้ พวกเราเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้นฮะ”

“เธอยังไปเจอเธอคนนั้นอยู่อีกรึเปล่า?”

“ก็เป็นบางโอกาสน่ะฮะ...เพราะว่าพวกเราเป็นเพื่อนโรงเรียนสมัยมัธยมต้น...ผมจะเจอเธอเวลาที่มีนัดรวมรุ่นพวกเพื่อนๆกลุ่มนั้น”

“...............”.

จู่จูเขาก็เอนศีรษะมาใกล้ๆเธอและจ้องที่หน้าของฮวางโบ โดยที่หน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว

“นั่งตัวตรงๆสิ..เธอทำแบบนี้..ชั้นขับรถไม่ถนัดน่ะ”ว่าแล้วก็ใช้มืออีกข้างหนึ่งดันศรีษะให้ห่างออกไป

เขายืดหลังกลับขึ้นมานั่งตรงๆแต่ตาก็ยังคงจับจ้องที่หน้าของเธออยู่

“...............”.

“คุณไม่ชอบ...ให้ผมพูดถึงเรื่องแฟนเก่าหรือฮะ?”

“ไม่ใช่อย่างนั้น”

“แต่ผมว่าคุณไม่ชอบให้ผมพูดถึงน่ะ”

“ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ทุกคนต่างก็มีอดีตกันมาทั้งนั้นแหละ”

“อดีตอะไรหรือฮะ?”

“ชั้นหมายถึง...คืองี้น่ะ...ก็เหมือนกับที่เธอเคยมีแฟนเก่า...แล้วเธอไม่คิดว่าชั้นจะมีเหมือนกับเธอบ้างรึไง?”

“ว่าแต่ผมเล่าเรื่องของผมให้คุณฟังแล้ว ตาคุณบ้างล่ะน่ะ คุณเป็นแฟนกันมานานแค่ไหนฮะ?”

“มันก็ไม่นานเท่าไหร่หรอกน่ะ”

“แล้วนานแค่ไหนล่ะฮะ?”

“ก็คงราวๆ..4 ปีได้มั้ง?”

“หา! นานขนาดนั้นเชียว?”

ฮวางโบทำหน้าประหลาดใจ ขมวดคิ้วแล้วถามกลับไปว่า” เธอกำลังพูดว่าอะไรน่ะ? นานขนาดนั้น?”

“ใช่ฮะ ตั้งนานขนาดนั้น”

“นี่ เธอเองก็คบกับเขาอยู่ 4 ปีเหมือนกันน่ะ! ทำไมถึงได้ทำท่าตกใจเว่อร์ขนาดนั้นล่ะ? “

“แต่ของผม มันเป็น 4 ปีที่ลุ่มๆดอนๆน่ะฮะ...แล้วกว่าจะสนิทกัน..ผมก็ใช้เวลาเข้าไปตั้งปีครึ่ง”

“เอ๊ะ ก่อนหน้านี้เธอเคยบอกว่าปีเดียวไม่ใช่เหรอ?”

“ผมปัดเศษตัวเลขลงไงฮะ! ที่จริงมันคือปีครึ่งต่างหาก”

ฮวางโบถึงกับอึ้งพูดไม่ออก “อ๊า~~”

“นอกจากนี้...ผม..เอ่อ เพราะว่าผมไม่ค่อยชอบเดินจูงไม้จูงมือกันซักเท่าไหร่ดังนั้น...”

“นี่เธอกำลังบอกชั้นว่า เธอไม่เคยจับมือกันเลยน่ะเหรอ?”

“ก็แค่บางครั้งฮะ”...

“ใครจะไปเชื่อ ฮึ?”

“แล้วคุณล่ะฮะ...ไปกันถึงขั้นไหนแล้ว A-B-C-D?”

“อะไรเหรอ? A-B-C-D อะไรของเธอ?”

“ที่แน่ๆคุณต้องมีจับมือกันอยู่แล้ว...ใช่มั้ยฮะ? แล้วช่วง 4 ปีนั้นพวกคุณทำอะไรกันบ้างหรือฮะ?”

“ไม่ต้องพยายามหลอกถามชั้นเลยน่ะ มันไม่สำเร็จหรอก”

“งั้น คุณจับมือกัน (A) แล้วก็...”

“.....................” ฮวางโบอมยิ้มไม่พูด

“แล้วมีกอด (B) กันบ้างมั้ยฮะ?” ฮยอนจุงยังคงหว่านล้อมไม่เลิก

“.....................”


“แล้วจุ๊บ (C) ล่ะฮะ?”

ฮวางโบสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ แต่ยังคงไม่ยอมพูด

“หา! นี่มันยังมีมากกว่านี้อีกหรือฮะ?” <อย่าบอกน่ะว่าคุณไปถึงขั้น “D” แล้ว ><.....>

ฮวางโบกัดริมฝีปากนิ่งเงียบ

“ถ้าคุณไม่ยอมบอกผม ผมจะปล่อยให้สิ่งที่ผมกำลังจิ้นอยู่ในหัวมันเตลิดเปิดเปิงไปมากกว่านี้”

ฮวางโบหันไปจ้องตาเขม็ง <เธออยากจะรู้ไปทำไมเนี่ย>

ฮยอนจุงเอียงคอไปด้านนึงเหมือนกับพยายามจิ้นระเบิดระเบ้อ “อืมม..”.

“หยุดได้แล้วน่ะ” ฮวางโบหันมาตะโกนใส่

“อืมมม...” ได้ผลเขาหันกลับมามอง.

เธอถอนหายใจออกมา “ไม่ชอบจับมืองั้นเหรอ? ฮา ใช่สิน่ะ”

“ไม่นะฮะ ผมไม่ชอบจับมือกันจริงๆ”

“งั้นเธอก็ไม่ชอบแค่จับมืออย่างเดียวน่ะสิ? นอกนั้นเธอชอบจับหมดทุกอย่างใช่มั้ยล่ะ?”

“นี่คุณกำลังค้นหาอะไรอยู่ฮะ? หรือคุณกำลังพยายามจะเอาผิดกับผู้บริสุทธิ์?”

“ผู้บริสุทธิ์? ใครกันแน่? นั่นมันเป็นประโยคที่ชั้นควรจะพูดมากกว่าน่ะ!”

ฮยอนจุงมองค้อนใส่เธอก่อนจะพูดว่า “ทีกับผมจะทำอะไรแต่ละทีดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากไปหมด...แต่ทีกับแฟนเก่าคุณทำไมถึงได้...”

“เธอคิดหรือว่าชั้นจะยอมให้เธอชนะอยู่ตลอดเวลางั้นเหรอ?”

“นี่ถึงเป็นเหตุผลว่าทำไม...มันถึงรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเราคบกันมานานเป็นปีแล้วไงฮะ”

ฮวางโบหัวเราะออกมา “หุหุ! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”

ฮยอนจุงถอนหายใจ “ เฮ้อ งั้นคุณคงต้องจุ๊บกันไปนับไม่ถ้วนแล้วแน่ๆเลย...”

ฮวางโบมองฮยอนจุงจนตาเขียว

“ผมสงสัยจริงๆว่าคุณทำอะไรไปบ้างตลอดช่วง 4 ปีนั้น”

“ตกลงว่า เธออยากไปเจอชั้นที่โรงพยาบาลจริงๆใช่มั้ย?”

ฮยอนจุงทำเลียนเสียงนักข่าวที่รายงานออกทีวี “[ฮยอนจุงผู้ที่กำลังทุรนทุรายอยากจะประกาศเรื่องความรักของเขาให้คนอื่นรับรู้อย่างเป็นทางการให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม] ว้าว คิดว่ามันเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยน่ะ”

“แล้วถ้าพวกเราไปเจอกันบนสวรรค์ล่ะ?”

“ไม่ได้เด็ดขาดฮะ ขอ..บอก~~~”

“งั้น เธอก็หุบปากซะทีสิ!”

ฮยอนจุงยังพูดต่อด้วยท่าทางจริงจัง “ผมยังไม่ทันได้แต่งงานเลย ผมสามารถจะตายได้โดยไม่รู้สึกเสียใจ ก็ต่อเมื่อผมได้ผลิตฮยอนจุงจูเนียร์ออกมาเป็นขโยงก่อนฮะ <เอ๊ะ หรือว่าต้องมีเฮจุงจูเนียร์ก่อนด้วยน้า>...

“โอพระเจ้า! เธอกำลังฆ่าชั้นอยู่น่ะเนี่ย !”

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
ฮยอนจุงลืมตาขึ้นมาหลังจากงีบไปได้พักใหญ่ หันมาถามว่า

“ตอนนี้เราถึงที่ไหนกันแล้วฮะ?”

“เพิ่งจะผ่านเมืองแดจุนไปเองน่ะ”

“นี่มันกี่โมงแล้วฮะ?”

“เกือบจะสามทุ่มแล้วล่ะ...”

“..................”

“มีอะไรเหรอ?”

“ผมต้องไปฉิ้งฉ่องฮะ”

ฮวางโบทำหน้าแปลกใจแล้วก็หัวเราะออกมา “หุหุ อ๋อ ยิงกระต่าย!”

“เราต้องแวะที่จุดพักรถระหว่างทางน่ะฮะ...” ฮยอนจุงรีบบอกสถานที่ทันที

ฮวางโบพยายามกลั้นหัวเราะสุดขีดแต่ก็ไม่สำเร็จ “หุหุ! ฮ่าฮ่าฮ่า พระเจ้า ชั้นอยากจะบ้าตาย”

“ทำไมฮะ? บูอินก็อยากจะเข้าห้องน้ำด้วยเหมือนกันหรือฮะ?”

ฮวางโบหัวเราะจนน้ำตาไหล “ ฮา นี่เธอ บริษัทต้นสังกัดเธอ เขาไม่เคยสอนเรื่องการพูดในที่สาธารณะบ้างเลยเหรอ?”

“หา ว่าไงน่ะฮะ...?”

“ชั้นพูดจริงๆน่ะ เธอน่ะเป็นไอดอล..อ้ากก ชั้นล่ะสงสัยจริงๆเลยว่าพวกแฟนคลับจะรู้บ้างมั้ยว่าเธอเป็นแบบนี้?”

ฮยอนจุงนั่งหาว ไม่ได้สนใจที่เธอพูด “อ๊า รู้อะไรเหรอฮะ?’

ฮวางโบถอนหายใจเฮือกๆสลับกับหัวเราะ “เฮ้อ จริงๆเลยน่ะ”

“คุณกำลังจะบอกอะไรหรือฮะ? ไม่เอาน่า ช่วยพูดอะไรที่ผมสามารถจะเข้าใจหน่อยได้มั้ยฮะ”

“การเลือกใช้คำของเธอมันช่าง...” เธอถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ “ช่วยกรุณาพูดจาให้มันเหมาะสมกับอายุของเธอหน่อยได้มั้ย!”

“อะไรนะฮะ? อาา นั่นน่ะเอง! “ หัวเราะคิกแล้วพูดต่อ “ แหม..ตอนนั้นผมยังงัวเงียอยู่นี่นา”

“โอย เธอนี่ ชั้นไม่ได้พูดเล่นน่ะ”

จากนั้นสักพักฮวางโบก็ขับรถเข้าไปในลานจอดรถของจุดแวะพักกลางทาง เธอมองดูฮยอนจุงแล้วพูดออกมาว่า “ชุดที่เธอใส่นี่มันดู...สะดุดตามากเกินไปจริงน่ะ”

ฮยอนจุงสวมแจ๊คเก็ตหนังสีดำเป็นมันปลาบ นอกจากนั้นทรงผมที่เขาทำในวันนี้เป็นทรงที่รวบผมไปไว้ด้านหลังซึ่งทำให้เห็นหน้าเขาได้อย่างชัดเจนไม่มีอะไรปิดบัง

“คนจะต้องจำเธอได้ในทันทีที่เธอเดินลงไปจากรถแน่นอนเลย” เธอรู้สึกเริ่มกังวล

“ถ้าคนอื่นเขาเห็นผม ก็แปลว่าเขาเห็นน่ะฮะ ผมจะไปทำอะไรได้?”

“แล้วถ้าเกิดมีคนเดินตามเธอมา แล้วเห็นพวกเราอยู่ด้วยกันล่ะ?”

ฮยอนจุงท่าทางกระสับกระส่ายเพราะปวดฉิ้งฉ่องเต็มแก่ ” คุณอยากจะให้ผมทำยังไงหรือฮะ?”

“โอ ตายละ เธอรีบไปห้องน้ำก่อนเถอะ!”

ฮยอนจุงรีบเปิดประตูรถแล้ววิ่งจี๋ตรงไปที่ห้องน้ำ ฮวางโบได้แต่มองตามหลังเขาไป <ต้องมีคนจำเขาได้แน่ๆเลย...เฮ้อ>

ไม่นานนักฮยอนจุงก็วิ่งกลับมาและเปิดประตูด้านหน้าคู่กับคนขับเพื่อเข้าไปนั่ง แต่กลับพบว่า ฮวางโบกำลังนั่งก้มศีรษะคุดคู้อยู่บนเก้าอี้ เธอกระซิบบอกเขาว่า “เธอขับไปน่ะ”

“หา?” เขาถามด้วยความตกใจ

“เร็วๆเข้าสิ แล้วรีบปิดประตูด้วย!” ฮวางโบพูดขณะที่ยังคงมุดอยู่ตรงนั้น

ฮยอนจุงเริ่มตกใจปิดประตูรถตามที่เธอบอก พอหันหน้ามาอีกทางก็เห็นว่า มีคน 2-3 คนกำลังยืนมองอยู่ตรงบริเวณทางเข้าและกำลังชี้นิ้วมาทางนี้ เขาจึงรีบกลับขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ

ส่วนฮวางโบซึ่งยังคงนั่งคุดคู้อยู่ในท่าเดิมรีบบอกว่า “เรารีบออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ!”

เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนั้นแล้ว เขาจึงรีบเหยียบคันเร่งและเร่งความแรงของรถขับออกไปอย่างเงียบๆทันที

สักพักนึงเธอก็ถามขึ้นมาว่า “ตอนนี้ไม่มีใครแล้วใช่มั้ย?”

“ฮะ ปลอดภัยแล้ว”

ฮวางโบค่อยๆเงยศีรษะขึ้นมาแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก “ วิ้ว !! เกือบไป”

“......................”

“......................”


“ทำไมคุณถึงทำอย่างนั้นล่ะฮะ?” ฮยอนจุงถามด้วยความสงสัย

“คนอื่นจะมองเห็นชั้นได้ ถ้าชั้นเป็นคนขับน่ะ”

“......................”

...

“เดี๋ยวเราค่อยสลับที่กันตอนถึงจุดแวะพักอันถัดไปก็แล้วกันน่ะ” เธอพูดด้วยเสียงราบเรียบ

“......................”

“นี่ชั้นบังคับให้เธอต้องขับรถทั้งๆที่เธอยังง่วงนอนอยู่รึเปล่าน่ะ?”

“ไม่ฮะ ผมโอเค...” เขาพูดขณะที่สายตายังจดจ้องอยู่กับทางข้างหน้า

“อีกประมาณครึ่งชั่วโมงจะถึงจุดพักรถอันต่อไปน่ะ “

“โอเคฮะ”

ฮวางโบชักเริ่มแปลกใจกับท่าทางของฮยอนจุงที่ดูเงียบผิดปกติ <มีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นรึเปล่าน่ะ?> “มีอะไรที่ทำให้เธอไม่สบายใจตอนที่อยู่ที่นั่นรึเปล่าน่ะ?”

“ที่ไหนเหรอฮะ?”

“ในห้องน้ำน่ะ”

“ไม่มีฮะ.”

“แต่เธอดูเหมือน...อารมณ์ไม่ค่อยดี...”

“......................”

เธอหันไปมองเขา.

“......................”

<นี่เธอกำลังทำหน้าหงิกหน้างอเพราะเรื่องอะไรอยู่เหรอเนี่ย?>.

30 นาทีต่อมา ฮวางโบก็กลับมาประจำที่คนขับ ในขณะที่ฮยอนจุงนั่งไม่พูดไม่จาแถมยังไม่ยอมมองหน้าเธอ เอาแต่กินขนมขบเคี้ยวที่เธอซื้อมาจากจุดแวะพักอันล่าสุดตอนที่เปลี่ยนที่นั่งกัน

ฮยอนจุงค้นหาอะไรบางอย่างในถุงพลาสติก ก่อนจะหันมาถามฮวางโบว่า “โค้กอยู่ที่ไหนหรือฮะ?”

“ไม่มีอ่ะ”

ฮยอนจุงทำหน้าเศร้าด้วยความผิดหวัง...

“ชั้นซื้อน้ำเปล่ามาให้แทนน่ะ เธอดื่มมันไปแล้วกัน”

“ก็น้ำเปล่ามันไม่อร่อยนี่ฮะ”

“ยังไงก็ ดื่มเข้าไปเถอะน่า”

ฮยอนจุงยังคงทำหน้าเศร้าอีกรอบ “ก็ได้ฮะ” แล้วรับน้ำมาจากฮวางโบขึ้นมาดื่ม

“......................”

“ทำไมจู่ๆ เธอถึงดูอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาได้ล่ะ?”

“......................”

“มันไม่ใช่เพราะว่าชั้นให้เธอไปขับแทนน่ะ..”

“......................”

“บอกชั้นมาสิว่าทำไม...”

ในที่สุดฮยอนจุงก็ตอบออกมา “ผมก็แค่รู้สึก...โกรธ...”

“เรื่อง.เธอโกรธเรื่องอะไรกัน...?”

“ทำไมบูอินถึงได้ระมัดระวังมากซะจน...เหมือนกับว่าคุณต้องการจะเก็บเรื่องนี้ให้เป็นความลับไม่ให้คนอื่นเขารู้เรื่องของเราเลย...”

“สำหรับตอนนี้ พวกเราต้องทำแบบนี้ไปก่อนล่ะน่ะ”...

“แต่สำหรับผม..มันทำให้รู้สึกเหมือนว่าคุณต้องการจะแอบซ่อนความสัมพันธ์ของพวกเราเอาไว้ตลอดไป”

“......................”

“บางครั้งผมก็มีความรู้สึกแบบนี้...” ความรู้สึกของเขาเริ่มทยอยออกมา
...

“ผมมองเห็นประตูที่เป็นทางออกสำหรับพวกเรา แต่ผมมองไม่เห็นวิธีที่จะไปถึงตรงนั้น...ผมมองไม่เห็นทางเดินที่จะนำพาให้เราไปสู่ประตูบานนั้น...”

“......................”


“ผมกำลังมองหาวิธีที่มันง่ายที่สุด แต่มันกลับไม่มีทางเดินไปที่นั่น.....แต่เมื่อผมได้เห็นคุณ...บางครั้งคุณดูเหมือนจะไม่สามารถมองเห็นประตูที่ผมกำลังมองมันอยู่...หรือว่า...คุณกำลังมองบานอื่นอยู่..”

ฮวางโบได้ยินก็ถอนหายใจและรู้สึกหดหู่ ....

“ผมรู้ว่าคุณเป็นคนที่รอบคอบระมัดระวังอยู่เสมอ...แต่ถ้าคุณระมัดระวังมากจนเกินไป...นั่นอาจจะทำให้ผมเจ็บปวดได้...”

ธอสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆอีกครั้ง..

ฮยอนจุงยังคงพูดต่อไป“บางทีเราอาจจะต้องการเวลาให้มากกว่านี้ อย่างที่คุณเคยบอก ถึงแม้ว่าผมจะไม่ต้องการมันอีกแล้วก็ตาม แต่ถ้าบูอินยังต้องการ...งั้นพวกเราก็ต้องการเวลามากกว่านี้...”

“......................”

“......................”



เธอได้แต่นิ่งเงียบและคิดอยู่ในใจอย่างนั้น <ชั้นแค่อยากจะปกป้องเธอ...เพราะชั้นรู้ดีว่า คนเราอาจจะถูกความรักลวงตาเอาได้...ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว..มันไม่เพียงพอที่จะปกป้องเธอได้หรอกน่ะ>

“และถ้าคุณยังต้องการเวลามากกว่านี้...ผมก็จะรอเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ผมพอจะทำได้...” เขายังคงพูดต่อไป

<วิธีการแสดงความรักของเธอ...กับของชั้นมันช่าง...จริงๆนะดูเหมือนมันจะต่างกันสุดขั้วแต่มันกลับให้ความรู้สึกที่เหมือนกันได้...อย่างน่าประหลาด...>

“ผมหวังว่าคุณจะไม่ใช้เวลานานจนเกินไปนักที่จะยืนยัน...”

ฮวางโบพูดอยู่ในใจ <ยืนยัน? เรื่องอะไรน่ะ? มีอะไรที่ชั้นรู้สึกไม่แน่ใจอย่างนั้นเหรอ?>

“มีเรื่องนึงที่ผมมั่นใจมากก็คือ...สำหรับผมแล้ว...คุณคือ “<พรหมลิขิต ? อ้ากกก นี่มันฟังดูเชยมั่กมาก!!!> ฮยอนจุงตัวสั่นขนลุกกับคำพูดของตัวเอง

“...?” <เขาเป็นอะไรของเขาน่ะ?>

“ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่...<คุณคือผู้หญิงคนเดียวในชีวิตของผม? โอพระเจ้า นั่งส่ายหัวไปมา < ชั้นเป็นอะไรไป (ว่ะ)เนี่ย>”

“......................”

ฮยอนจุงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ฮ้าาา”

“...??”

ในที่สุดฮยอนจุงก็ตัดสินใจโพล่งออกมาเลยว่า “ ไม่ว่ายังไง ผมจะต้องแต่งงานกับคุณให้ได้ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ผมต้องตายก็ตาม”

ฮวางโบได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนมือกระตุก “หา!!!.” แล้วรถเริ่มส่ายไปมาตามมือของเธอ!

ฮยอนจุงสะดุ้ง “ได้ไงฮะ คุณน่ะเป็นมือขับรถชั้นเซียนเชียวน่ะ”

ฮวางโบเอามือลูบศีรษะตัวเอง “ฮาา การอยู่กับเธอที่มัน...จริงๆน่ะ...T_T”

”ไม่เอาน่า มันไม่ใช่อะไรที่น่าตกใจจนต้องช็อคขนาดนั้นซะหน่อย! ผมก็พูดแบบนี้อยู่เรื่อยๆ คุณยังไม่ชินอีกเหรอ...”

”เฮ้ออ มันก็จริงน่ะ..แต่ทำไม...” <ทำไมสิ่งที่เธอเพิ่งพูดไปมันถึงฟังดู...จริงจังมากขนาดนั้น?>

”เรื่องของเรื่องก็คือ...” ฮยอนจุงตั้งสติแล้วพูดอีกครั้ง

”อืม ว่ามา?”

”ผมอยากจะแต่งงานเร็วๆแล้วล่ะฮะ”

มือที่จับพวงมาลัยของฮวางโบเริ่มกระตุกอีกครั้ง “นี่เธอออออ!!!!”

ฮยอนจุงเห็นท่าไม่ดีรีบเอื้อมมือไปช่วยจับพวงมาลัยเอาไว้ “อย่าทำแบบนี้สิฮะ!!!! พวกเรายังอายุน้อยเกินไปที่ตายกันตอนนี้นะ!!”

”งั้นเธอก็ช่วยกรุณาหุบปากให้สนิทจะได้มั้ย? ชั้นไม่มีสมาธิในการขับรถเลย...T_T”

ฮยอนจุงจ้องหน้าเธออีกครั้ง “ที่จริงแล้วการแต่งงานมันเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับคุณมากกว่าผมอีกนะฮะ? ทำไมคุณถึงได้ทำท่าสะดุ้งตกใจอะไรปานนั้น?”

ฮวางโบถอนหายใจอย่างแรง “ ฮ้าาา”

”ว่าไงล่ะฮะ? ผมไม่เข้าใจคุณเลย”

”เธอน่ะสิเป็นฝ่ายที่ทำให้ชั้นไม่เข้าใจเอาเลยจริงๆน่ะ ด้วยอายุขนาดเธอเนี่ย ทำไมถึงอยากรีบร้อนที่จะแต่งงานนักล่ะ? เธอจะรีบไปทำไมเหรอ?”

”ก็เพราะว่าผมอยากจะมีชีวิตที่สงบและมีความสุขไง..”

”ว่าไงน่ะ?”

”การปล่อยให้ผู้หญิงของผมต้องอยู่เพียงลำพังในโลกกว้างที่มันโหดร้ายแบบนี้น่ะ มันเป็นสิ่งที่กวนประสาทผมมากพอดู..”

”โอ เธอ นั่นมันเกือบจะเป็นคำพูดแห่งปีได้เลยนะเนี่ย...นี่สมองของเธอทำงานหนักจนควันออกหูแล้วรึยังน่ะ?”

”ก็นิดส์นึงฮะ”

”เธออาจจะหมดสติไปเลยก็ได้น่ะ ถ้าใช้ความคิดมากจนเกินไป คืนนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่เธอต้องทำน่ะ ดังนั้นถนอมพลังงานของเธอเอาไว้บ้างเถอะ”

“ใช่ฮะ ถูกของคุณ งั้นเราค่อยมาคุยกันต่อในตอนหน้าก็แล้วกันน่ะ”

ฮวางโบตอบเสียงอ่อยๆว่า “จ้ะ ไว้ต่อตอนหน้าก็แล้วกัน ตอนที่ 73 มันชักจะยาวเกินไปแล้วล่ะ...”

โปรดติดตาม “คู่รักผักกาดหอม รีมิกซ์ ตอนที่ 74.

คำอธิบายท้ายบท
1. Equus: รถเก๋งซีดานแบบหรูรุ่นหนึ่งของ Hyundai (น่าจะเทียบได้ว่าเป็นรถเบนซ์ของเกาหลี) เป็นรุ่นที่ขายดีในเกาหลี จีน และตะวันออกกลาง
2. A-B-C-D ใช้เรียกเพื่อแสดงของความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักว่าไปถึงขั้นไหนแล้ว A= จับมือ B=กอด C=จูบ D= ... ^^(แบบที่จุงอยากจะทำใจแทบขาดแต่โบก็ไม่ยอมใจอ่อนซะที) หุหุ เคยอ่านในการ์ตูนญี่ปุ่นน่ะค่ะ เวลานักเรียนเขาคุยกันว่าเธอกับแฟนถึงไหนแล้วจะไม่พูดตรงๆแต่จะถามกันว่า A B C หรือ D อะไรแบบนั้น
หมายเหตุจากยาย(นาจา)
สาวๆบางคนในนี้ อาจเลย 4 ขั้นตอนไปเรียบร้อย จนได้มีผลผลิตออกมาหลายหน่อกันแล้ว ชิมิ ชิมิ



Create Date : 25 กรกฎาคม 2553
Last Update : 25 กรกฎาคม 2553 20:34:32 น. 5 comments
Counter : 643 Pageviews.

 
ตอบไปเลย...ฮวางโบ ว่าถึงขั้น D แล้ว
จะได้เห็นคนปวดฉิ่งฉ่อง ดิ้นทุรนทุราย
อุวะ ฮ่าฮ่า

ไหนบอกไม่ชอบอะไรเสี่ยวๆ...ไง
ไอคำพูดที่คิดมาแต่ละอันเนี่ย
ไม่...เสี่ยวเลยเน๊อะ

“งั้นเธอก็ไม่ชอบแค่จับมืออย่างเดียวน่ะสิ? นอกนั้นเธอชอบจับหมดทุกอย่างใช่มั้ยล่ะ?”

ประโยคโดนใจมั่กมาก
เพราะมัน...ใช่เลย โบ
เห็นเนียนประจำ จับโน่นนี่นั่น

จับมือมันไม่อบอุ่น
มันไม่สปราค์กเหมือนจับอย่างอื่นไง...ชิมิ จุง


โดย: OrangeεїзJuice IP: 58.9.84.209 วันที่: 25 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:49:15 น.  

 
ตอนนี้น่ารักมากเลยค่ะ จุง ทำ โบ ตกใจอีกแล้ว ถ้าเป็นเราก็คงใจสั่นไม่แพ้กัน ^_^ สาวๆคนอื่นก็คงเป็นเหมือนกัน ชิมิๆ


โดย: AE IP: 124.122.167.166 วันที่: 25 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:05:59 น.  

 
ซางงงชูวววตอนนี้น่ารักมั่กๆๆเลยจ้ะยาย มีต่อปากต่อคำขำๆกันด้วย และยายก็แปลได้น่ารักจริงๆ ขอบคุณมากๆเลยจ้ะยายคัมซาฮัมนิดา....ยายนาจาสู้ๆๆ...


โดย: มินมิน IP: 125.25.36.14 วันที่: 25 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:52:18 น.  

 
น้องส้ม//จับใจไง มีความหมายสุด เนะ
น้องเอ๋//คนแปลก้ใจสั่น (สู้) ด้วย
มินมิน//นึกว่าหายไปแร้วซ่ะอีก ขอบคุณทุกคอมเม้นท์นะคะ เพราะมันคือการเติมใจให้กันแระกัน จนเต็ม


โดย: ยาย(นาจา) IP: 1.46.250.86 วันที่: 26 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:05:26 น.  

 
ขั้นไหนดีนะ A ..หรือ B ดีนะ
เอาเป็นว่า C แล้วกัน..ไม่นะคงไม่ใช่ D
ใช่ไหม โบ

ขอบคุณนะคะยาย


โดย: ning IP: 124.122.92.93 วันที่: 26 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:18:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.