Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 64 ~ ” เราควรจะคิดถึงการแต่งงานจริงๆกันซะที...

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น เพื่อความรักของคนทั้งสองเท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นหรือไม่ จึงขอให้อ่านด้วยความบันเทิง และเชื่อมั่นในรักของพวกเขาด้วย ****

ที่บ้านของคู่รักผักกาดหอม
ทั้งคู่กำลังนั่งกินอาหารเช้าอยู่ด้วยกัน โดยที่ฮยอนจุงนั่งกินเงียบๆไม่พูดไม่จา ส่วนฮวางโบก็แอบมองหน้าเขาอยู่เป็นระยะๆ

”เธอต้องไปถึงที่นั่นกี่โมงน่ะ? “ฮวางโบพยายามถามเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

”10 โมงฮะ”ก้มหน้าก้มตากินไม่สนใจใคร

”วันนี้เธอต้องไปที่ไหนเหรอ...?”

”อับกูจอง-ดองฮะ...”

”แล้วรถของเธอล่ะ?”

”ผมจอดทิ้งไว้ที่บ้านฮะ”

”ถ้างั้น...เธอจะเรียกแท็กซี่ไปใช่มั้ย?”

”แล้วจะให้ผมขึ้นรถเมล์ไปหรือฮะ?”

ฮวางโบหน้าจ๋อย...

”...................”

ฮวางโบชักอารมณ์เสียนิดๆ ที่ถามอะไรไปเขาก็ตอบกลับมาห้วนๆ กวนๆอยู่ตลอด.

”...................”

ฮวางโบวางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง จนเสียงดัง“ตึ้ก”

”...................”

เธอสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆก่อนพูดว่า “ ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นขอโทษ!”

”แล้วไงฮะ?”

”เธอกำลังทำอะไรอยู่รู้ตัวรึเปล่า?”

”อะไรล่ะฮะ?”

”เธอยังโกรธอยู่ใช่มั้ย ถึงได้ไม่ยอมคุยกับชั้นเลย...”

”...................”

ฮวางโบจ้องหน้าเขา

ฮยอนจุงได้แต่ถอนหายใจ ลุกพรวดขึ้นมาแล้วเดินไปหยิบขวดน้ำแร่มาจากตู้เย็น...ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่แล้วก็ยกขวดน้ำขึ้นดื่ม

ฮวางโบนั่งขมวดคิ้ว ได้แต่นั่งมองดูฮยอนจุง

หลังจากดื่มน้ำเสร็จก็ไม่ยอมพูดอะไร เดินดุ่มๆไปที่ประตู

“นี่เธอ จะไปไหนน่ะ?” ว่าแล้วก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินตามเขาไป

”ผมจะไปแล้วฮะ...”

”ไม่เอาน่า นี่เธอยังไม่หายโมโหชั้นอีกเหรอ? แต่ชั้นก็ขอโทษเธอแล้วนี่นา”

ฮยอนจุงหายใจออกมาอย่างแรง “ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณขอโทษหรือเปล่าน่ะฮะ”

”เธอหมายความว่ายังไง?”

ฮยอนจุงพูดอย่างจริงจังขึ้นมา “การที่เราอยู่ด้วยกันแบบนี้..มันเป็นเรื่องยากสำหรับผม...”

“ จริงเหรอ?”

”และวันนี้เป็นวันที่ผมรู้สึกแย่สุดๆ...ได้โปรดเข้าใจผมด้วยน่ะฮะ...ผมขอตัวไปก่อนก็แล้วกัน...”

รู้สึกหดหู่ “เมื่อฟังจากที่เธอเพิ่งพูดไป...ชั้นก็คงรั้งเธอไว้ไม่ได้...”

ถอนหายใจ “แต่อย่างน้อยผมก็ดีใจที่สามารถยืนยันเรื่องบางอย่างได้...”

”เรื่องอะไรหรือ?”

”อย่างน้อยคิมฮยอนจุงก็เป็นผู้ชายที่มีสุขภาพดีคนนึง และยังเหมาะที่จะเป็นพ่อพันธ์ชั้นดีเชียวฮะ”

”...................” จ้องหน้าเขา

”เราควรจะแต่งงานกันจริงๆน่ะฮะ ลูกเราโตจะได้ทันใช้ แต่...เฮ้อ ว่าแล้วก็ถอนหายใจต่อ

เธอยังรู้สึกหดหู่ ยืนคอตก พูดไม่ออก

”แล้วผมจะโทรมาหาน่ะฮะ”

”ออกไปข้างนอกก็ระวังตัวด้วยล่ะตอนนี้เป็นเวลาที่คนพลุกพล่านมากๆด้วย...”

ดึงฮูดที่เสื้อขึ้นมาคลุมศีรษะ “ ที่นี่พอจะมีหมวกแก๊ปซักใบมั้ยฮะ...?”

”รอแป๊บนะ! “ เธอรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน ชั่วอึดใจฮวางโบก็กลับออกมาพร้อมกับถือหมวกแก๊ปอยู่ในมือ

”บังเอิญชั้นมีติดมาในกระเป๋าด้วยพอดี เธอสวมซะสิ “ แล้วก็เอื้อมมือไปดึงฮูดของเขาลง ก่อนจะสวมหมวกให้แล้วก็จัดผมม้าข้างหน้าของเขาให้เรียบร้อย จากนั้นถึงได้ดึงฮูดกลับขึ้นมาคลุมให้เขาอีกครั้ง
“โอเค เสร็จแล้วจ้ะ เธอไปได้แล้วล่ะ”

ฮยอนจุงจ้องดูฮวางโบเหมือนกับมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง

ฮวางโบพูดแบบยังเสียใจหน่อยๆ “ไปสิ”

”...................” ส่งสายตาเว้าวอน


เธอทำท่าลังเลแต่แล้วก็เขย่งตัวขึ้นไปจุ๊บที่แก้มของเขา “ชั้นขอโทษน่ะ.”.

เขากัดริมฝีปากตัวเองแล้วมองหน้าเธอก่อนที่จะดึงตัวเธอเข้ามาแนบอก แล้วกอดเอาไว้อย่างแน่นหนาแล้วถอนหายใจลึกๆอีกรอบ

เธอเอาแขนโอบรอบคอของเขาเอาไว้ “ ชั้นขอโทษ...”

เขายังคงกอดเธอเอาไว้ในขณะที่เหลียวมองไปรอบๆห้อง “ แล้วตอนนี้...เราจะไปเจอกันที่ไหนได้ล่ะฮะ?”

”...................”

”เราสามารถจะอยู่ที่นี่ต่อไปได้รึเปล่าน่ะ?”

“เธอเพิ่งพูดเองไม่ใช่เหรอว่ามันเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่จะอยู่กับชั้นตามลำพังน่ะ?”

เขาถอนหายใจแล้วตอบ “ใช่ฮะ”

”ถ้าอย่างนั้น...มันก็คงไม่ใช่เรื่องดีนักถึงแม้ว่าเราจะสามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้...”

”มันก็จริง...แต่ว่า...”

”ทำไมเรื่องระหว่างเรามันถึงได้ยากลำบากแบบนี้น่ะ...?”

”เรื่องของเรามันก็ยากพอดูอยู่แล้ว...แต่นอกเหนือไปกว่านั้น บูอินยังเป็นคนที่มีศีลธรรมอันสูงส่ง...”

” และเธอก็ควรจะเป็นแบบนั้นด้วยเช่นกัน...คอยเตรียมตัวฟังการอบรมศีลธรรมที่เต็มรูปแบบจากชั้นทีหลังก็แล้ว”

เขาหดหู่สุดๆ “อะไรกันฮะ นี่ผมมีภรรยาที่พยายามจะอบรมสามีตัวเองด้วยเหรอเนี่ย...”

เธอยิ้มแบบสำนึกผิด “ชั้นไม่ได้พยายามจะสอนเธอหรอกน่ะ...แต่ชั้นแค่อยากจะแบ่งปันทัศนคติในการมองโลกของชั้นให้เธอได้รับฟังก็เท่านั้นเอง...และชั้นก็อยากจะเรียนรู้จากเธอด้วยเหมือนกันถ้าเธอมีมุมมองหรือรู้เรื่องราวต่างๆที่ดีกว่าชั้น...และชั้นก็จะแบ่งปันส่วนของชั้นให้เธอได้รู้ซึ่งเป็นเรื่องที่เธออาจจะขาดไป...”

เขาจ้องหน้าเธอด้วยสายตาที่จริงจัง “เห็นมั้ยฮะ?”

”จ้ะ ว่าไง?”

”ผมเพิ่งคิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง...”

เธอเริ่มซีเรียสขึ้นมาบ้างแล้ว “เรื่องอะไรหรือ?”

”นี่ผมจริงจังแบบสุดๆเลยน่ะฮะ...ผมว่าเราควรจะคิดถึงการแต่งงานจริงๆกันซะที...”

”ปัญหาทุกๆอย่างมันจะหมดไปในทันที หลังจากที่เราแต่งงานกัน...ผมไม่รู้ว่าทำไมเราถึงได้ต้องมาอยู่หลบๆซ่อนๆกันแบบนี้...”

เธอเริ่มมีสีหน้ากังวล

”ไม่ดีเหรอฮะ...?”

เธอส่ายหน้าน้อยๆ “ บางที..ชั้นว่ามันยังไม่ถึงเวลา...”

“ทำไมยังไม่ถึงเวลาล่ะฮะ?”

”ชั้นไม่มีเวลาพอสำหรับคำอธิบายในตอนนี้หรอกนะ...”

เขาก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ “ ผมควรจะต้องไปจริงๆแล้วฮะ...”

เธอหันมายิ้มให้เขาอย่างเศร้าๆ “ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีน่ะจ๊ะ...”

“ฟังดูเหมือนว่าเราเป็นคู่แต่งงานกันแล้วจริงๆนะฮะ...”

เธอจ้องหน้าเขาเงียบๆอยู่ครู่นึง แล้วก็จุ๊บแก้มเขาอีกครั้ง “Fighting!”

รู้สึกประหลาดใจ “Fighting อะไรกันฮะ? ผมรู้สึกเหมือนกับว่าขาของผมมันอ่อนจนเป็นวุ้นไปแล้ว...”

เธอหัวเราะออกมาแล้วทำท่าเหมือนจะประคองเขา “ฮ่าฮ่าฮ่า...ชั้นขอโทษด้วยนะ”

ฮยอนจุงสวมกอดเธอเอาไว้แล้วหัวเราะไปด้วยกัน

*********************************************************************
23 กันยายน วันถ่ายทำรายการ WGM ที่สตูดิโอ
ในห้องพักของนักแสดง ฮวางโบกำลังนั่งคิดถึงเรื่องบางอย่างด้วยท่าทางกังวลอยู่ที่โซฟา

<บทสัมภาษณ์ของชั้นมันจะออกมาเป็นยังไงน่ะ? อึนมีบอกว่ามันจะถูกตัดต่อ แต่ว่า...ชั้นควรจะไปถามเธอดูดีมั้ย? > ว่าแล้วก็ถอนหายใจ

<ถ้าเกิดเขาเอาบทสัมภาษณ์อันเดิมไปออกอากาศล่ะก็ ฮยอนจุงคงจะต้องผิดหวังอย่างมากเลยล่ะ>

<ไม่ว่ามันออกมาอย่างไร พยายามทำใจเย็นๆเข้าไว้...ฮวางโบ ฮเยจุง>

ย้อนกลับที่ช่วงการสัมภาษณ์ของฮวางโบ

”เลือกหรือค่ะ…?”

”คุณต้องการเวลาที่จะตัดสินใจมากกว่ากว่านี้มั้ยคะ?”

เธอรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง “กรุณา ให้เวลาชั้นอีกนิดเถอะค่ะ”

”....................”

<การที่จะต้องอยู่ทำรายการนี้ต่อไป เค้าจะต้องมาถ่ายทำตั้งแต่ 6 โมงเช้า...ถึงแม้ว่าจะแค่ 2 อาทิตย์ครั้ง...มันก็ยังหนักเกินไปสำหรับฮยอนจุงซึ่งนอนพักผ่อนไม่ค่อยพอ...และเค้ายังต้องเตรียมตัวสำหรับละครเรื่องใหม่อีก นอกจากนี้ชั้นยังได้ยินมาว่า วงของเค้าก็กำลังเตรียมจะออกอัลบั้มใหม่เร็วๆนี้ด้วย>ถอนหายใจออกมา


<แต่ว่าสองครั้งต่อเดือน...นี่มันเป็นโอกาสเดียวที่พวกเราจะได้เจอกัน...> ฮวางโบยังคงคิดอยู่ในใจ ขณะที่อึนมีนิ่งรอคำตอบ

<ฮยอนจุง ชั้นขอเป็นคนที่เห็นแก่ตัวจะได้มั้ย? ชั้นสามารถจะทำเป็นไม่ใส่ใจกับน้ำหนักตัวที่ลดลงเรื่อยๆของเธอแล้วก็มีความสุขอยู่กับการได้พบหน้าเธอได้มั้ย?>

”คุณยังต้องการเวลาคิดต่ออีกมั้ยคะ?” อึนมีถาม

ฮวางโบยังคงสับสน “ชั้นควรจะทำยังไงดีค่ะ?”

อึนมีหัวเราะคิก “คุณมาถามชั้นแบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ มันขึ้นอยู่กับคุณ”

”ชั้น...”

”ค่ะ..พูดต่อสิค่ะ”

”…………” ฮวางโบนิ่งไม่ยอมตอบ

”ช่วยกรุณาพูดว่า ชั้นรักเธอ หรือว่า ชั้นขอโทษ ก็ได้ค่ะ”

ฮวางโบทำท่าลังเลแล้วพูดพึมพำออกมาว่า “ซารา-ง ฮัมนิดา (ชั้นรักเธอ)”

อึนมียิ้มกว้างจนเก็บอาการไม่อยู่ <ในที่สุดคุณก็ได้แสดงความรู้สึกของคุณออกมา> “คุณพูดว่า ซาราง ฮัมนิดา ใช่มั้ยค่ะ?”

”ใช่ค่ะ” <ไม่น่ะ!> “เดี๋ยวก่อนค่ะ!”

”ว่าไงน่ะค่ะ?”

ฮวางโบสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆแล้วพูดว่า “ชั้นจะขอพูดใหม่อีกครั้งค่ะ”

อึนมีงงกับท่าทีของฮวางโบ “อีกครั้งหรือค่ะ?”

”ค่ะ” ฮวางโบพยายามหลบสายตา

”ว่าไงล่ะคะ...?”

ฮวางโบค่อยๆพูดออกมา “ชั้นขอโทษ..”

อึนมีถึงกับตกใจและถามทันที “ทำไมล่ะค่ะ?”

ฮวางโบพยายามฝืนยิ้มออกมา “ ชั้นสนุกมากจริงๆน่ะค่ะกับช่วงเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกัน...ชั้นรู้สึกขอบคุณอย่างมากที่เขาได้ช่วยเปลี่ยนความคิดของชั้นในเรื่องการเดทกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่า...ตอนนี้ชั้นคิดว่ามันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่อะไร...”

ระหว่างที่เธอพูดเธอก็เริ่มอารมณ์อ่อนไหวแต่ก็พยายามยิ้มแล้วพูดต่อ “ แต่ว่า...ถึงแม้ชั้นจะเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า..ชั้นเริ่มจะมองเขาเหมือนกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงเป็นรุ่นน้องของชั้นอยู่ดี...ดังนั้นชั้นถึงรู้สึกไม่สะดวกใจที่จะทำรายการนี้ต่อ...”

”คุณจะไม่ลองมองเรื่องนี้ในอีกด้านที่แตกต่างออกไปล่ะคะ? ลองคิดดูสิค่ะว่าพวกคุณมากันได้ไกลจนถึงขนาดไหนแล้ว”

”ชั้นไม่แน่ใจว่าชั้นจะสามารถรับมือกับมันต่อไปได้แล้ว.และชั้นก็กลัวพวกแฟนคลับของคิมฮยอนจุงด้วยค่ะ”

”คุณอยากจะพูดอะไรกับฮยอนจุงบ้างค่ะ?”

”ก็เหมือนกับตอนที่เราพูดกันตอนอำลาน่ะค่ะ...ชั้นอยากอวยพรให้เขามีชีวิตที่ดี และประสบความสำเร็จในทุกๆสิ่งที่เขาทำ...ตารางงานของเขามันแน่นเกินไปจริงๆค่ะ...”

”คุณคิดว่าเขาจะมีปฎิกริยาอย่างไรบ้างค่ะ?”

”ชั้นหวังว่าเขาจะคิดอย่างเดียวกับชั้นค่ะ...ต่างอวยพรให้กันและกัน ขอให้มีชีวิตที่ดี...”


ที่ห้องพักนักแสดงที่สตูดิโอถ่ายทำรายการ WGM
ฮวางโบนั่งถอนหายใจ...

ฮยอนจุงหันไปมองเธอและเริ่มกังวล <คุณเป็นอะไรรึเปล่าฮะ? หรือว่าคุณพูดว่า “ชั้นขอโทษ” ไปจริงๆ?>

ฮวางโบเงยหน้าขึ้นมา พอสบตากับเขา เธอก็รีบหันหน้าหนีไปอีกทาง

<คุณจะเลิกทำรายการนี้หรือฮะ...? ทำไมล่ะ? ผมไม่อยากจะเลิกนี่! มันเป็นเพราะผมรึเปล่าฮะ? เพราะคุณคิดว่าผมจะเหนื่อยเกินไป? ผมไม่เป็นไรหรอกฮะ...ไม่ฮะ ผมสามารถทำอย่างอื่นได้ถึงแม้จะทำรายการนี้...>

ภายในสตูดิโอ
คู่ผักกาดหอมกำลังนั่งอยู่คู่กันด้วยใบหน้าที่ดูเคร่งขรึม ยิ่งเวลาของการถ่ายทำใกล้จะจบลง บรรยากาศภายในนั้นยิ่งเต็มไปด้วยความตึงเครียด

ในขณะที่บนจอภาพกำลังฉายตอนที่คู่แอนดี้และโซลบิกำลังกล่าวคำอำลาให้แก่กัน แทบจะทุกคนในสตูดิโอต่างก็ตาแดงๆ ร้องไห้ออกมา

ฮวางโบนั่งคิดในใจว่า <การอำลาหรือลาจากมันเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคน...ไม่ว่าจะเป็นใคร...หรือไม่ว่าจะอย่างไร..>

ฮยอนจุงนั่งดูไปก็คิดไปว่า <สองคนนี้..ระหว่างพวกเขาเป็นอะไรกันแน่? พวกเขาเป็นแค่นักแสดงร่วมรายการเท่านั้นเองหรือ? พวกเขาดูดีมากๆเวลาที่อยู่ด้วยกัน.> แล้วก็หันไปชำเลืองมองฮวางโบแล้วคิดต่อไปว่า <ถ้าการอำลาแบบนั้นต้องเกิดขึ้นกับคู่เราล่ะก็.>

สายตาฮยอนจุงเริ่มวอกแว่กด้วยความกังวล พยายามคิดปลอบใจตัวเองว่า < มันจะเป็นการอำลา...แค่เพียงสำหรับรายการเท่านั้น..พวกเราจะไม่ได้เป็นคู่แต่งงานหลอกๆในรายการเรียลลิตี้อีกต่อไป และถ้าบูอินพูดว่า “ชั้นขอโทษ” แล้วล่ะก็...ชั้นจะทำให้เป็นคู่ของเราเป็นคู่ที่แต่งงานกันจริงๆเลย คอยดูสิ!>

<ถ้าอึนมีไม่ได้ขอร้องให้ชั้นเปลี่ยนใจ..ถ้างั้นบทสัมภาษณ์อันก่อนหน้านี้ก็จะถูกนำมาออกอากาศสิน่ะ? แล้ว...การแต่งงานหลอกๆของพวกเราก็จะจบลง..> เธอถอนหายใจอีกครั้ง

<นี่ชั้นทำอะไรลงไปเนี่ย? ชั้นสามารถจะใช้ชิวิตต่อไปได้โดยไม่ได้พบหน้าเธอน่ะเหรอ? ชั้นคงเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ...>

ฮยอนจุงชำเลืองมองฮวางโบและคิดอยู่ในใจ <คุณต้องพูดว่า “ชั้นขอโทษ” ไปแน่ๆเลย...ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะฮะ? มันเป็นเพียงช่วงเวลาเดียวที่ผมสามารถจะอยู่กับคุณได้ตลอดทั้งวัน> ถึงตอนนี้เขาก็รู้สึกหดหู่ในอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากการกล่าวคำอำลาของคู่แอนดี้-โซลบิจบลง
พิธีกร ซูจองก็พูดขึ้นมาว่า “ตอนนี้ถึงเวลาที่จะมาดูผลของคู่อื่นๆบ้างว่า การตัดสินใจครั้งสุดท้ายจะเป็นอย่างไร...แต่ละคนต้องพูดออกมาว่า “ผมรักคุณ/ชั้นรักเธอ” ถ้าต้องการจะอยู่เป็นคู่แต่งงานในรายการต่อไป แต่ถ้าไม่ต้องการก็ให้พูดว่า “ชั้นขอโทษ”

พิธีการ ฮีแจ กล่าวว่า “เราจะมาดูผลของคู่ผักกาดหอมกันเป็นคู่แรกนะครับ”

<ทำใมพวกเราต้องเป็นคู่แรกด้วยล่ะ> ฮวางโบเริ่มเครียดขึ้นมา

ส่วนฮยอนจุงเองก็เครียดไม่แพ้กัน นั่งคิดในใจ < ใครช่วยฉุดผมเอาไว้ไม่ให้วิ่งหนีออกไปจากสตูดิโอหน่อยได้มั้ยฮะ.>


จอภาพกำลังฉายบทสัมภาษณ์ของคู่ผักกาดหอม...

ฮวางโบในห้องสัมภาษณ์ ลังเลแล้วพูดพึมพำว่า “ ซารา-ง ฮัมนิดา”

ฮวางโบหัวใจแทบหยุดเต้นมื่อได้ยินคำตอบของตัวเอง <ขอบคุณพระเจ้า....>

ฮยอนจุงก็หัวใจแทบจะหยุดเต้นเมื่อได้ยินคำตอบของเธอ <เธอพูดว่า “ซาราง ฮัมนิดา” ใช่มั้ย? ชั้นคงไม่ได้ฟังผิดไปหรอกน่ะ?>

อึนมีในห้องสัมภาษณ์ถามว่า “คุณคิดว่าเขาจะมีปฎิกริยาอย่างไรบ้างค่ะ?”

ฮวางโบในห้องสัมภาษณ์ตอบว่า “ชั้นหวังว่าเขาจะคิดอย่างเดียวกับชั้นค่ะ”

<พวกเขาตัดต่อมันออกมาแบบนี้นี่เอง> เธอถอนหายใจออกมา

<คุณพูดว่า “ชั้นรักเธอ” แล้วทำไมคุณถึง...? ผมเกือบจะหัวใจวายไปแล้วน่ะฮะ.> ฮยอนจุงยังคงรู้สึกตื่นเต้นกับคำตอบของเธอ

ภาพต่อไปเป็นภาพของฮยอนจุงในห้องสัมภาษณ์


“บูอินเหรอฮะ? น่าจะเป็น” เขาทำเสียงพึมพำ “ซารา-ง ฮัมนิดา”

ฮวางโบกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นหัวเราะ <ขนาดเรื่องนี้เขายังตอบมันได้ตรงเป๊ะเลยเหรอเนี่ย?...ไม่อยากจะเขื่อเลย!>

อึนมีในห้องสัมภาษณ์ หัวเราะคิก “คุณแน่ใจน่ะค่ะ?”

ฮยอนจุงในห้องสัมภาษณ์ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ ฮะ..ผมรู้จัก...คนที่เหมือนกับผมดี...”

อึนมีในห้องสัมภาษณ์ “แล้วถ้าเกิดเธอไม่ได้พูดแบบนั้นล่ะค่ะ?”

ฮยอนจุงในห้องสัมภาษณ์ยิ้ม “งั้นผมก็จะวิ่งหนีออกไปจากสตูดิโอเลยฮะ...”

ฮยอนจุงในห้องสัมภาษณ์ “คุณรู้มั้ยฮะว่า ผมอาจจะพูดประโยคนี้ไม่ถึง 20 ครั้งในชีวิตของผม? ผมอาจจะเคยพูดมันตอนที่ผมเป็นเด็กๆและอาจจะเป็นตอนที่คนอื่นบอกให้พูด...”

อึนมีในห้องสัมภาษณ์ “คุณต้องการจะพูดเลยมั้ยคะ...?”

ฮยอนจุงในห้องสัมภาษณ์ พูดแบบเขินๆว่า “ ใช่ฮะ” แล้วก็มองไปที่กล้องแล้วพูดต่อ “ครับ ซางรางฮัมนิดา- ผมรักคุณ”

ฮวางโบยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบของเขา <ชั้นขอโทษน่ะ...ชั้นเกือบจะทำความผิดพลาดครั้งใหญ่..แล้วนี่เธอคิดจะวิ่งหนีออกไปจากสตูดิโอจริงๆน่ะเหรอ?>



หลังจากคู่ผักกาดหอมได้รับช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากพิธีกร ทั้งสองคนต่างหันมาชำเลืองมองกันครู่นึง

ฮยอนจุงพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ยิ้มกว้างมากไปกว่านี้ และยังแอบเอามือไปดึงเก้าอี้ของตัวเองให้เข้ามาใกล้ฮวางโบมากขึ้น

ฮยอนจุงก้มมองดอกไม้อย่างสนอกสนใจ <ตอนนี้ชั้นไม่สนใจคู่อื่นแล้วล่ะ..โล่งอกจริงๆเลย วิ้ว!>

ฮวางโบพยายามกลั้นหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจที่ค่อนข้างดังของเขา< เก็บอาการดีใจบ้างก็ได้น่ะ ฮยอนจุง เธอกลัวคนอื่นไม่รู้เรื่องระหว่างเราหรือไงกัน!>

โปรดติดตามคู่รักผักกาดหอม รีมิกซ์ตอนที่ 65 - ทัวร์มด

คำอธิบายท้ายบท
ฮูเบ (รุ่นน้อง) :คำในภาษาเกาหลีที่ใข้เรียกคนที่เด็กกว่า ที่โรงเรียน หรือในที่ทำงานหรือในสาขาอาชีพเดียวกัน




Create Date : 05 กรกฎาคม 2553
Last Update : 5 กรกฎาคม 2553 20:30:47 น. 4 comments
Counter : 625 Pageviews.

 
สวัสดีตอนดึกๆ ฝันดีนะคะ ^^


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 5 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:28:43 น.  

 
ฟิคแปลได้น่ารักดีค่ะยาย เหมือนเรื่องจริงจังเลย มาได้เกินครึ่งทางแล้ว ยายสู้ๆๆ ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะ


โดย: มินมิน IP: 125.25.226.215 วันที่: 5 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:49:12 น.  

 
คะยาย ซางรางฮัมนิดา
ไม่ได้เข้ามาหลายวัน ฝันว่าเข้ามาจะได้เจอทัวร์มดนะเนีย แห้วเลยเรา

ขอบคุณนะคะยาย


โดย: ning IP: 124.120.247.101 วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:47:18 น.  

 
กำลังสนุกเลย สู้ ๆ นะคะยาย


โดย: jum IP: 172.18.84.22, 203.155.220.236 วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:00:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.