Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
25 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 60 ~ หลักฐานแห่งความความทรงจำ

***ฟิค <แปล> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนแต่งขึ้น เพื่อความรักของคนทั้งสองเท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นหรือไม่ จึงขอให้อ่านด้วยความบันเทิง และเชื่อมั่นในรักของพวกเขาด้วย ****



ช่วงเย็นที่บ้านของคู่ผักกาดหอม
ทั้งสองคนกำลังนั่งกินกระเพาะหมูย่างเป็นอาหารเย็นกันอยู่ที่โต๊ะกาแฟในห้องนั่งเล่น ฮยอนจุงหยิบขวดโซจูขึ้นมาแล้วหันไปพูดกับฮวางโบว่า “นี่ฮะ ผมมีเครื่องดื่มพิเศษสำหรับคืนนี้ “

เธอกระพริบตาแล้วถามด้วยความแปลกใจว่า “โซจูเหรอ?”

<ผมรู้ว่าคุณไม่ค่อยชอบดื่มเหล้าแรงๆ...แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นโอกาสเหมาะที่เราจะนั่งดื่มด้วยกันในคืนนี้...>
“เรามาดื่มกันคนละแก้วแล้วกันน่ะฮะ”

”ปกติชั้นจะไม่ค่อยดื่ม... แต่มาดื่มกันนิดหน่อยคืนนี้คงไม่เป็นไร”

”ที่จริงแล้ว...”

”หืมม?”

”ผมกำลังรู้สึกกังวลนิดๆ.”.เขามองเธอแล้วก็หัวเราะคิก

”หา?” เธอหันไปถาม

เขายิ้มอย่างมีเลศนัย “หลังจากที่คุณดื่มโซจูเข้าไป...อีก 2-3 ชั่วโมงต่อมา...คุณอาจจะค่อยๆกลายเป็นแบบนี้” พูดจบเขาก็ทำเป็นเอนศีรษะไปพิงที่เก้าอี้โซฟาแล้วแกล้งทำเสียงเหมือนคนเมา

“นี่ คิมฮยอนจุง เธอเคยทำอะไรให้ชั้นบ้างมั้ย?..หาาา...? แล้วนี่แหวนของชั้นที่ซ่อนอยู่ในอาหารน่ะ...มันอยู่ที่ไหนกัน...? ถ้าเกิดคุณกลายเป็นแบบนี้ล่ะฮะ?”

”ฮ่าฮ่าฮ่า...ใช่เลย...คอยดูไปก็แล้วกัน”
<ชั้นไม่สนหรอกน่ะว่าจะมีแหวนซ่อนอยู่ในอาหารรึเปล่าน่ะ แต่ชั้นกลัวว่าตัวเองจะเมาต่อหน้าพวกทีมงานน่ะสิไม่ว่า..^^'>

แล้วทั้งคู่ต่างผลัดกันรินเหล้าให้กัน

”เราควรจะพูดว่าดื่มเพื่ออะไรดีฮะ?
<อย่าลืมความรู้สึกครั้งแรกที่เรารักกันถึงแม้เวลาจะผ่านไปอีกหลายปี...?>

”หลายปีเหรอ? เปลี่ยนเป็น” หลายศตวรรษ” เลยดีมั้ย”
<จนกระทั่งพวกเรากลายเป็นคุณตาคุณยายไปจริงๆ...หรือจนกระทั่งเธอเดินทางจากดาวโลกไป>

“ฮะ หลายศตววรรษ”
<ชั้นควรจะถ่มน้ำลายออกมาด้วยมั้ย? พวกเราจะไม่ยอมเลิกกันเพราะว่าการถ่ายทำรายการที่งี่เง่าตอนนี้หรอกน่ะ>

ทั้งสองชนแก้วกัน “ อย่าลืมความรู้สึกครั้งแรกที่เรารักกันถึงแม้เวลาจะผ่านไปอีกหลายศตวรรษ” ฮวางโบเป็นฝ่ายที่พูดประโยคนั้นออกมาก่อน

ฮยอนจุงพูดออกมาเช่นกันว่า “อย่าลืมความรู้สึกครั้งแรกที่เรารักกันถึงแม้เวลาจะผ่านไปอีกหลายศตวรรษ “
<ผมจะรักคุณ...บูอิน ให้เหมือนกับที่เป็นอยู่ในตอนนี้...และจะรักให้ยาวนานไปยิ่งกว่าหลายศตวรรษเลยฮะ>

ฮวางโบหันหน้าไปด้านข้างเล็กน้อยก่อนที่จะยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด...

แต่แล้วจู่ๆฮยอนจุงกลับแหงนคอกลับไปด้านหลังแล้วพูดเสียงอ้อแอ้ออกมาว่า “ฮวา..บูอิน.”

”หุ...ว่าไง..เธอมีปัญหาอะไรเหรอ?”

”ฮ่าฮ่าฮ่า”
<ผมไม่มีปัญหาอะไรกับคุณหรอกฮะ บูอิน...แต่ผมมีกับพวกทีมงานตังหากล่ะ..>

”เหล้านี่มันช่างมีพลังที่ลึกลับบางอย่างน่ะ.” ..

ฮยอนจุงมองหน้าเธอแล้วถามว่า “ คุณไม่ได้...เมาอยู่หรือฮะ?”

”ชั้นเมาแล้วล่ะ งั้นวันนี้ชั้นจะพูดทุกอย่างตามที่ชั้นต้องการ...”

เขายิ้มกว้างออกมา “ เชิญคุณตามสบายเลยฮะ!”
<ใช่แล้ว วันนี้เราควรจะแสดงฉากนั้นออกมาดีมั้ย?)

“……..”
<ถ้าเพียงว่าชั้นสามารถจะพูดทุกอย่างได้โดยไม่ต้องแคร์อะไร...>

“………..”
<ซักวันหนึ่ง ผมจะป่าวประกาศออกทีวีให้มันดังๆว่า ในใจของผมคิดอะไรและมีใครอยู่ในนั้น.>

หลังจากเงียบไปครู่นึงฮวางโบก็เริ่มพูดอกมาว่า “ชิลลาง...ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการแต่งงานหลอกๆในรายการเรียลลิตี้…”

<แต่พวกเราไม่ใช่แค่คู่รักหลอกๆนี่ฮะ.> เขาถามเธออยู่ในใจ

”ชั้นรู้สึกขอบคุณมากๆ..และก็สนุกมากด้วย...ชั้นก็ไม่แน่ใจว่าขอโทษเรื่องอะไร.”
<ชั้นรู้สึกเสียใจอยู่เสมอเพราะว่าชั้นไม่มีความมั่นใจมากพอ...และหลายๆอย่างมันกลายเรื่องที่ยากลำบาก

“แต่ชั้นขอโทษน่ะและขอบคุณมากด้วย”
<ชั้นรู้สึกขอบคุณสำหรับความรักของเธอที่มีให้ชั้น....ชั้นรักเธอ...ฮยอนจุง>

ฮยอนจุงยิ้มแล้วพูดว่า “ คุณรู้มั้ยฮะว่าผมก็รู้สึกแบบเดียวกัน? ผมก็ไม่รู้ว่าขอโทษเรื่องอะไร “
<ผมขอโทษที่เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้...และที่ผมไม่สามารถตะโกนออกมาดังๆว่า “ผมรักคุณ”>

“ ผมขอโทษและผมก็สนุกมากๆ ผมมีความสุขกับสิ่งที่ผ่านมา”
<และผมก็จะมีความสุขต่อไปในอนาคตข้างหน้าด้วย..ในเวลาไม่นานนักต่อจากนี้ ผมจะตะโกนบอกให้โลกรู้ว่า ที่ผมมีความสุขก็เพราะคุณ...เมื่อคุณเข้มแข็งมากกว่านี้และเมื่อผมเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้>

“ถ้าผมได้แต่งงานจริงๆ ผมคงต้องคิดถึงช่วงเวลานี้มากทีเดียวฮะ”
<มันก็ไม่เลวน่ะฮะที่จะมีความทรงจำแบบนี้ก่อนที่เราจะแต่งงานกันจริงๆน่ะ...ผมจะได้ค้นพบตัวเองว่ายังมีข้อบกพร่องตรงไหน เพื่อที่ว่าต่อไปผมจะเป็นสามีที่ดีได้ในอนาคตของคุณ >

”ไม่ว่าต่อไปชั้นจะแต่งงานไปกับใคร...ชั้นจะไม่ลืมเธอเลยน่ะ”
<นี่มันคงจะกลายเป็นความทรงจำด้วยเช่นกัน ซักวันนึง....?>

”ฮะ”
<มันจะไม่มีทางเป็นคนอื่น...ต้องเป็นแค่ผมเดียวเท่านั้น!>

”พอถึงตอนนั้น...บางทีชั้นอาจจะรู้สึกว่านี่มันแตกต่างกับการแต่งงานในชีวิตจริง”
<ชั้นคงจะไม่ได้ใช้ชีวิตแบบนี้ถ้าไม่มีเธอ...>

“หรือชั้นอาจจะคิดว่า โอ? นี่มันเหมือนกันเลยนี่นา”
<ถ้าชั้นสามารถอยู่ร่วมกับเธอ สิ่งต่างๆก็จะเหมือนกับที่เป็นอยู่ในตอนนี้ตลอดเวลา..ชั้นจะมีความสุขอย่างมากถึงแม้ว่าเธอจะคอยแกล้งชั้นก็ตาม...ชั้นสามารถค้นพบความสุขได้จากรอยยิ้มที่ดูซุกซนไร้เดียงสาของเธอ>

”ไม่ฮะ ผมหมายถึงว่าผมจะใช้ชีวิตเหมือนกับที่ทำอยู่ตอนนี้.”
<เพราะว่าผมจะอยู่กับคุณไงฮะ บูอิน...คุณเป็นคนที่คอยมองดูผมและมีรอยยิ้มให้อยู่เสมอ...ถึงแม้ว่าผมจะทำให้คุณต้องร้องไห้ก็ตาม.>ฮยอนจุงคิดพลางมองตาฮวางโบ


เธอพูดยิ้มๆว่า “ เราทั้งสองคนจะต้องมีความสุข...ถ้าเราสามารถใช้ชีวิต.” แล้วก็จ้องหน้าฮยอนจุง “แบบนี้ต่อไป”

เขายิ้มให้เธอก่อนตอบสั้นๆว่า “ ใช่ฮะ”

<นี่มันต้องจบลงจริงๆน่ะเหรอ? มันจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราถ้าเราต้องออกจากรายการจริงๆ? > ฮวางโบอดคิดในใจไม่ได้

<ถึงแม้ว่าการถ่ายทำวันนี้มันจะยากมากๆ...แต่มันก็ช่วยยืนยันความจริงบางอย่างที่เห็นได้ชัดเจน...ว่า ไม่มีของที่มีค่าใดๆซึ่งจะสามารถได้มาอย่างง่ายๆ.>

เธอจ้องมองเขาแล้วคิดในใจว่า <เธอโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากเลยน่ะ เธอดูเหมือนเด็กน้อยจริงๆในตอนแรกๆ...ไม่ใช่สิ เธออาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปก็ได้ แต่ว่าชั้นเองที่มองเธอต่างแตกไปจากเดิม...>

ฮยอนจุงยกขวดโซจูขึ้นมาแล้วถามว่า “ คุณอยากดื่มอีกซักแก้วมั้ยฮะ?”

ฮวางโบยิ้มแล้วแกล้งถามว่า “ ถ้าชั้นเกิดเมาขึ้นมาจริงๆ แล้วทำเรื่องขึ้นมาล่ะ?”

”ไม่เป็นไรฮะ ผมรับได้ทุกอย่าง ขอแค่อย่ามาอ้วกรดเสื้อผมก็แล้วกัน”…

”หุหุ! นี่เธอ ระวังหน่อยก็แล้วกัน! มันอาจจะเกิดขึ้นจริงๆก็ได้น่ะ..”

ฮยอนจุงจิ้นภาพในหัวแล้วหัวเราะออกมา “ หุหุ..ผมควรจะขอให้พี่สไตล์ลิสช่วยเปลี่ยนชุดเป็นของผมเอง”

”ฮ่าฮ่าฮ่า...เอ้า เทมาเลย “ ยื่นแก้วเปล่าของเธอส่งให้เขา

คู่ผักกาดต่างผลัดกันรินโซจูให้กันเป็นรอบที่ 2

”ผมเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้.” .เขานิ่งคิดต่ออีกนิดก่อนพูดว่า “ มันเป็นเรื่องที่ดีมาก...ที่ได้อะไรบางอย่างมาครอบครอง...”

ฮวางโบมองหน้าฮยอนจุง.

”โดยเฉพาะถ้าสิ่งนั้นทำให้เราต้องใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าจะได้มา...นั่นยิ่งทำให้มันมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น..”. เขายังคงพูดต่อไป

เธอนิ่งเงียบ ได้แต่จ้องหน้าแล้วคิดในใจว่า <ใช่จ้ะ ถ้าการรักเธอมันเป็นการตัดสินใจที่ทำได้ง่ายๆ ชั้นจะรู้สึกสิ้นหวังขนาดนี้มั้ย? ถ้าการรักเธอทำให้ชั้นต้องสูญเสียทุกอย่างที่ชั้นมี แม้แต่ลมหายใจสุดท้ายของชั้น...ชั้นจะรู้ถึงคุณค่าที่แท้จริงของความรักมั้ย...? >
“ใช่จ้ะ เธอพูดได้ดีมาก”

”ที่ผ่านมามันเป็นเรื่องยากสำหรับผมในการทำรายการโชว์นี้.” เขาหันไปชำเลืองมองไปที่ทีมงานแล้วพูดต่อ

“และมาถึงตอนนี้มันก็ยังคงยากอยู่..แต่เพราะว่าผมได้รับบางสิ่งบางอย่างที่มันยิ่งใหญ่.:” แล้วก็หันมาทางฮวางโบ
<ผมสามารถยกโทษให้ได้ในทุกๆเรื่อง เพราะว่าตอนนี้ผมมีคุณอยู่เคียงข้าง...ในเวลาที่ผมรู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจในอาชีพการงานของผม...ในเวลาที่ผมเหมือนกับคนตาบอดมองไม่เห็นทาง เพราะว่าความฝันของผมมันยังอยู่ไกลเกินเอื้อม...และในเวลาที่ผมแทบไม่มีเวลาจะหายใจเพราะว่ามีสิ่งต่างๆมากมายที่ผมต้องทำ...เพราะว่าตอนนี้ผมมีบูอิน คนที่มีค่าอย่างมากมายสำหรับผมอยู่ข้างๆ...ดังนั้นผมจึงมีเหตุผลในการที่จะทำมันต่อไป...>

”ชั้นเคยมาจากอ่านหนังสือเล่มนึงนะ..ในนั้นเขียนว่า..คนเราจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาได้ ก็ด้วยความอดทน”

”ความอดทนหรือฮะ?”

”ใช่จ้ะ มันเป็นหนังสือนิยายน่ะ...มีฉากนึงที่ฮีโร่หญิงในเรื่องได้สารภาพว่า เธอค้นพบเหตุผลใหม่ของการมีชีวิตอยู่ด้วยความรัก...”

”การอดทนมันเป็นเรื่องที่ยากมากเลยน่ะฮะ”

”แต่เพราะว่าสิ่งตอบแทนที่เราจะได้รับมันยิ่งใหญ่...มันจึงไม่มีการเติบโตใดๆที่มาได้โดยปราศจากความอดทน...ชั้นว่าประโยคที่เขาเขียนไว้น่าจะประมาณนี้นะ “ สิ่งที่ทำให้คนเราเติบโตคือความทุกข์ทรมานและความอดทน และเหตุผลของความอดทนก็คือความรัก” ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคู่แต่งงานหลอกๆในรายการเรียลลิตี้...แต่ชั้นก็ได้เรียนรู้ที่จะอดทนเมื่อชั้นมั่นใจแล้วว่าชั้นรักชิลลาง...ชั้นเองก็คงโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นในระหว่างนั้นด้วย”

<ชั้นได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการที่ชั้นได้รักเธอ..การเผชิญหน้ากับความเป็นจริง...เผชิญกับความกลัวของตัวเอง...และการพึ่งพิงคนอื่นในเวลาที่ชั้นอ้างวางเดียวดาย...>

”ผมก็เหมือนกันฮะ”
<ผมได้เรียนรู้ ถึงความหมายของการปกป้องบางสิ่งบางอย่างที่มีค่า...รู้ว่าผมต้องรู้จักอดทนในบางเวลา...และรู้จักการดูแลเอาใจใส่คนอื่น...จากการที่ผมได้รักคุณ...>

เธอพูดอย่างเยือกเย็นว่า “ ถ้ามันเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ...ชั้นควรจะเรียกเธอว่า ฮยอนจุง หลังจากนี้มั้ย...?”

ฮยอนจุงสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆก่อนตอบเธอว่า “งั้นผมก็ควรจะเรียกคุณว่า ซันเบนิม (รุ่นพี่) ? “ พูดไปเขาก็นึกถึงครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน

ย้อนระลึกกลับไปที่มีทติ้งครั้งแรกก่อนถ่ายทำรายการ WGM

อึนมีกล่าวว่า “ชั้นจะปล่อยให้พวกคุณคิดเอาเองแล้วกันนะคะว่าจะเรียกกันว่ายังไงดี”

”ให้เราคิดเองหรือคะ?”


”ใช่ค่ะ แล้วแต่คุณสองคน คู่อื่นๆเขาก็คิดกันเองเหมือนกันค่ะ”


”รุ่นพี่ ดีมั้ยฮะ?” ฮยอนจุงเสนอ

”ว่าไงน่ะ?”

”ผมเรียกคุณว่ารุ่นพี่ได้มั้ยฮะ?”

“อะไรกัน?”

อึนมีได้ยินถึงกับยิ้มออกมา “เอ่อ นั่นมันคง...ดูมากไปหน่อยมั้งค่ะ”

เขาหันไปมองหน้าเธอ “ไม่ดีเหรอฮะ?”

เธอจ้องหน้าเขาแล้วถามว่า “เธอจะเรียกภรรยาตัวเองว่ารุ่นพี่ได้ยังไงกัน?”

ฮยอนจุงยืนกระพริบตาด้วยความงงๆ...

ย้อนกลับมาที่ปัจจุบัน


”เธอเรียกชั้นให้มันดูเป็นทางการน้อยกว่านี้ไม่ได้รึไง? รุ่นพี่มันดู...”

”ถ้างั้น...นูน่า..หวัดดีฮะ? โอ กว่ามั้ยฮะ “
<คุณอยากให้ผมเรียกคุณเหมือนกับที่คนอื่นๆเขาทำกันเหรอ? มันรู้สึกแปลกๆเวลาที่เรียก บูอินว่า นูน่า...>

เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ งั้นชั้นก็จะทักว่า หวัดดีจ้ะ กลับไปเหมือนกัน”

<ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นอันขาด!> เขายิ้มกว้างแล้วบอกเธอว่า
“ ถ้าคุณไม่เห็นหน้าผม...ก็คิดซะว่าผมออกจากวงการไปแล้วน่ะฮะ”
<ผมขอหนีหน้าไปไกลๆยังจะดีซะกว่า มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆคุณแต่ต้องเรียกคุณว่า นูน่า...>

”นี่เธอ” แล้วก็หัวเราะออกมา

”.อืมม งั้นคุณก็เติบโตขึ้นมาจากความอดทนใช่มั้ยฮะ?”

”หา?”

”เรามาทำมิชชั่น บทลงโทษอันสุดท้ายกันดีกว่า.”

เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วพูดต่อ “มันถึงเวลาที่คุณจะต้องเติบโตขึ้นไปอีกขั้นแล้วล่ะฮะ”
<กล้าๆทำมันไปเลย มันเป็นแค่เรื่องจิ๊บๆสำหรับพวกเราน่ะ..^^>

เธอรู้สึกประหลาดใจนิดๆ “ อา มิชชั่น...?” ยกมือขึ้นมาเกาหัวและยิ้มอายๆก่อนพูดว่า

“มันไม่ดูแปลกๆไปหน่อยเหรอที่จะทำมันหลังจากที่เราเพิ่งกินกระเพาะหมูย่างกันเสร็จน่ะ?”

”กระเพาะหมู?” รีบหยิบกะเพาะหมูขึ้นมาจากจานชิ้นนึงแล้วถามต่อไปว่า

“ ถ้างั้นเราควรจะมาทำแบบนี้แทนมั้ยฮะ? เหมือนตอนที่เราเล่นเกมกินแท่งขนมปังเคลือบช็อกโกแล็ตในตอนพิเศษเทศกาลชูซ็อกน่ะฮะ? “
<เราควรจะทำให้มันเป็นข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งไปเลยมั้ย? ไหนๆพวกเราก็เมากันอยู่แล้วนี่นา..>

<หา!!! นี่เธอคงไม่ได้คิดจะทำมันจริงๆใช่มั้ย? ยิ้มและพยายามซ่อนความเขินอาย>
“อือ..ชั้นว่ามันสั้นเกินไปน่ะ..”

”โอเคฮะ งั้นเรามาจุ๊บแก้มกันเหมือนเดิมก็ได้ “ พูดจบก็เอามือไปปัดผมตรงข้างแก้มเหน็บไว้หลังหู เพื่อเตรียมที่ให้เธอจุ๊บ

”นี่ชั้นต้องทำจริงๆเหรอ?”

”มันเป็นมิชชั่นน่ะฮะ...เร็วเข้าบูอิน ลงมือเลยฮะ!”

”อ๊า..นี่ชั้นบ้าไปแล้วรึเปล่าเนี่ย”

ก่อนที่เธอจะขยับตัวเข้ามาใกล้ ฮยอนจุงก็ร้องออกมาว่า “เดี๋ยวน่ะฮะ” เขาคว้ากระดาษทิชชูขึ้นมาซับที่แก้ม “โอเค เรียบร้อยแล้วฮะ”

เธอหัวเราะคิก “เธอทำอะไรน่ะ?”

”ผมเกรงใจน่ะฮะ เหงื่อมันออกก็เลย...”

”หุหุ..โอพระเจ้า!”

”เร็วเข้าฮะ เริ่มได้แล้ว!” พูดจบก็นั่งหลับตาด้วยความตื่นเต้น

เธอสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ “ วิ้ว..”
<นี่มันยิ่งทำให้ชั้นตื่นเต้นมากขึ้นไปอีกน่ะเนี่ย.>

“เอ่อ...ขอชั้นดื่มอีกแก้วนึงได้มั้ย?”

ฮยอนจุงนั่งจ้องไปข้างหน้าด้วยสายตาที่มุ่งมั่น.ตอบเธอไปว่า “ได้สิฮะ”



ในขณะที่ฮวางโบทำท่าลังเล หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้น
<ชั้นรู้สึกเหมือนกับว่าความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน...โวว..ชั้นตื่นเต้นสุดๆเลยนะ..เอ ใช่ตอนที่เราถ่ายรูปกันที่สตูดิโอรึเปล่านะ? ไม่ใช่ มันเร็วๆนี้นี่นา..อาาา...นึกออกแล้ว ตอนนั้นเอง!>

เขานึกถึงตอนที่นั่งกินอาหารว่างเบาๆตอนดึก แล้วก็รู้สึกกระวนกระวายเมื่อได้ยินเสียงที่ฮวางโบกำลังล้างหน้าล้างตาอยู่ในห้องน้ำ...ตอนที่หัวใจของเขาเต้นรัวขณะที่เธอออกมาจากห้องน้ำและเดินเข้ามาใกล้เขา ในคืนนั้นเขารู้สึกว่าตัวของเขาแข็งทื่อชาไปทั้งตัวและแทบจะไม่กล้ามองเธอเลย...

<หัวใจเต้นตึกตัก โวว...นี่มันก็แค่จุ๊บที่แก้มเอง...แต่ว่า..ชั้นกำลังจะบ้าตายอยู่แล้วน่ะ... นี่ชั้นเป็นอะไรไปนะ?>
เขาเอื้อมมือไปหยิบใบผักกาดหอมขึ้นมาใส่ปากเคี้ยวอย่างเมามันเพื่อแก้เครียด

<มันก็แค่จุ๊บที่แก้ม...แต่ทำไมชั้นถึงรู้สึกเหมือนกับคืนแรกของเราที่ได้อยู่ด้วยกันที่นี่ล่ะ...T_T >
ตึกตัก...ตึกตัก..ตึกตัก...เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นรัว...

ฮวางโบเห็นท่าทางที่ดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดของฮยอนจุง ก็รู้สึกแปลกใจและทำให้เธอเองยิ่งรู้สึกเครียด “ชั้นจะทำมันแล้วล่ะน่ะ”

ฮยอนจุงซึ่งนั่งหลับตาปี๋เคี้ยวใบผักกาดหอมตอบไปว่า “ได้เลยฮะ” เขายกมือขึ้นมากำหมัดทำท่าสู้ๆเหมือนให้กำลังใจตัวเอง ในขณะที่หัวใจก็ยังคงเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น...

ในขณะที่ฮวางโบกำลังเอื้อมมือของเธอที่เริ่มสั่นเล็กน้อยเพื่อไปจับหน้าของเขา...ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะพอดี...

ฮยอนจุงสะดุ้งและลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ “ อะไรกันฮะ?”

ฮวางโบผงะออกมาจากเขา นึกในใจ < พระเจ้า>
“อา...ขอบคุณพระเจ้า” ฮวางโบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
“ ชินบองซันโทรมาน่ะ “

เขารู้สึกเซ็งสุดๆ <นี่ชั้นต้องกลับไปตั้งต้นนับหนึ่งใหม่อีกแล้วเหรอเนี่ย? ถ้ามันเป็นครั้งเรกของพวกเราจริงๆล่ะก็...T_T นี่มันก็ไม่มีอะไรแค่จุ๊บที่แก้มเท่านั้นเอง...อ๊าส..โธ่เว้ย!>

เธอรีบกดรับสาย “ อ๊า บองซัน ขอบคุณมากจ้ะ”

”นี่เธอกำลังพูดเรื่องอะไรเนี่ย? เธอเหงาขนาดนั้นเลยเหรอถึงกับขอบคุณที่ชั้นโทรมาน่ะ?” บองซันถามด้วยความสงสัย

”ไม่ใช่อย่างนั้น...ชั้นกำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทำน่ะ”.

”กำลังถ่ายทำ? โอ รายการ WGM สิน่ะ?...แล้วนี่ชั้นรบกวนเวลาของเธอรึเปล่า?”

”ใช่เลยล่ะเธอโทรเข้ามาขัดจังหวะพอดี..”.

”อ้าว แล้วเธอมาขอบคุณชั้นทำไมกัน?”

”ตอนนี้...เพราะว่าชั้นเป็นฝ่ายที่เล่นเกมแพ้ ก็เลยถูกลงโทษโดยการจุ๊บที่แก้มของฮยอนจุงน่ะ...เธอโทรมาตอนที่ชั้นกำลังจะลงมือทำพอดี...”

บองซันตะโกนตอบกลับมาว่า “งั้นก็ทำเลยสิ!”

ฮยอนจุงได้ยินก็แอบขำ “หุหุ!”

”ฮ่าฮ่า...แหม มันไม่ได้ทำได้ง่ายๆขนาดนั้น...T_T”

”นี่เธอ? ขอชั้นคุยกับฮยอนจุงหน่อยได้มั้ย?”

ฮวางโบยื่นโทรศัพท์ส่งให้เขา แล้วส่งสายตาเหมือนกับบอกว่า พูดเลย ตามสบาย

เขายื่นมือไปรับโทรศัพท์จากเธอด้วยท่าทางลังเล ก่อนจะค่อยๆพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูระมัดระวังว่า “สวัสดีฮะ?”

”โอว ฮยอนจุง” บองซันทักทายกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูร่าเริง

เขากระพริบตาและดูท่าทางเกร็งๆ “ โอ สบายดีมั้ยฮะ?”

”นี่เธอสองคนกำลังถ่ายทำตอน “ทริปอำลา” กันอยู่ด้วยใช่มั้ย?”

”หา? ทำไมคุณถึง...?”

”ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นล่ะ...”

เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูขมขื่น “ อย่างงั้นหรือฮะ”

”ถ้าเธอยังอยากจะทำรายการต่อไปและเปลี่ยนตัวเฉพาะภรรยาแล้วล่ะก็...ชั้นเข้าไปสวมบทแทนได้น่ะ.”..

หัวเราะออกมาแบบแปลกใจสุดๆ “ ฮ่าฮ่า...ไม่ใช่ฮะ ไม่ใข่แบบนั้น”

ฮวางโบได้ยินถึงกับอึ้ง
<จริงๆนะ..ทุกวันนี้เราจะไว้ใจใครไม่ได้เลย...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอเป็นเพื่อนของชั้น>

ฮวางโบรีบแย่งโทรศัพท์กลับมาจากเขาแล้วพูดกลับบองซัน
“นี่เธอ! หยุดพูดเรื่องไร้สาระแล้วก็วางหูไปได้แล้ว!”

”หา! นี่เธอ ใครบอกให้เธอเอาโทรศัพท์มาจากเขาเนี่ย? ชั้นกำลังพูดอยู่กับฮยอนจุงน่ะ..ได้ไงเนี่ย?”

”ฮุ...ตอนนี้เขากลัวเธอจนตัวซีดตัวสั่นแล้วล่ะ.”.

ฮยอนจุงนั่งเถียงในใจว่า < ผมไม่ได้กลัวจนตัวสั่นหรอกฮะ...เพียงแต่ว่าเธอดูเหมือนจะเป็นคนละสายพันธุ์กับผมน่ะ...>

เธอยิ้มแล้วตอบไปว่า “ เอาล่ะ ไว้ชั้นจะโทรหาเธอหลังจาก...ที่ชั้นทำมันสำเร็จแล้วน่ะ”

พูดจบก็วางสายทันที หลังจากนั้นบรรยากาศก็เริ่มกลับมาอึดอัดอีกครั้ง เธอได้แต่นั่งนิ่งจ้องมองไปข้างหน้า

”เรามาเริ่มกันใหม่แล้วกันฮะ “


เธอทำท่ากำหมัด สู้ๆ “ โอเคจ้ะ.” หันไปถามเขาว่า “ เธอมีอะไรที่อยากจะพูดกับแฟนคลับของเธอก่อนบ้างมั้ย? “
<ชั้นรู้สึกกลัวน่ะว่าหลังจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นมั้ย...ช่วยทำอะไรให้หน่อยเถอะนะ..T_T>

”โอเคฮะ” เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆและมองจ้องไปที่กล้องซึ่งกำลังถ่ายอยู่
<ตั้งใจฟังให้ดีๆน่ะ! เด็กๆทั้งหลาย...ชั้นกำลังจะให้ช่วงเวลาพิเศษเพื่อให้เธอได้ปรับตัวปรับใจ.>

แล้วก็เริ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่น่ารักและมีเสน่ห์ในแบบของเขา
“ หวัดดี Triple S ที่รักทุกคน เป็นยังไงกันบ้าง?”

ฮวางโบได้ยินถึงกับทึ่ง
<ว้าว นี่เธอพูดจาให้ดูมีเสน่ห์ได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ? มันช่างดูแตกต่างจากที่เธอพูดกับชั้นมากเลยนะ...^^> “หุหุ”

”พี่กำลังจะถ่ายฉากจุ๊บแก้มนะ...ดังนั้นได้โปรดเข้าใจพี่ด้วย.”
<แล้วพวกเธอจะทำอะไรได้ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจก็ตาม..? > จากนั้นก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่น่ารักแบบเต็มลิมิตว่า

“ ถ้าพวกเธอทิ้งพี่ไปเพราะว่าเรื่องนี้แล้วล่ะก็ พี่จะโกรธพวกเธอมากๆเลย...^^”

ฮวางโบได้แต่นั่งฟังด้วยความอึ้ง คิดในใจว่า
<ที่เธอทำไปเมื่อกี้มันดูน่ารักกว่าตอนที่เธอทำท่าน่ารักให้ชั้นที่ฟาร์มอีกนะ? คิมฮยอนจุง เธอคงต้องรู้สึกสิ้นหวังเอามากๆเลยนะเนี่ย..:>

“ฮ่าฮ่าฮ่า”

เขาถอนหายใจ< นี่ถ้าทำแบบนี้แล้วมันยังไม่เวิร์ค..>
“ ไม่รู้ล่ะ ปล่อยให้พวกเธอคิดกันเอาเองก็แล้วกัน พวกเธอก็ต้องมีแฟนเป็นของตัวเองเหมือนกัน!”

<ชั้นก็เป็นคนธรรมดาคนนึง..มันดูไม่มีเหตุผลเอาซะเลย..ที่มาถึงยุคสมัยนี้แล้ว ชั้นยังไม่สามารถจะบอกว่ารักใครได้ เพราะว่าแฟนคลับ.>

ฮวางโบนั่งฟังด้วยความประทับใจกับสิ่งที่เขาพูด

”โอเคฮะ บูอิน คุณลงมือได้แล้วล่ะ ไม่มีศัตรูที่ไหนมาขวางทางเราแล้วล่ะ...”

”หุหุ..ศัตรูเหรอ? นี่เธอเห็นแฟนคลับเป็นศัตรูไปแล้วรึไง?”

”อา! สำหรับตอนนี้พวกเขาเป็นอยู่ฮะ...มาสิฮะ บูอิน เร็วๆเข้า!

เธอยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วหัวเราะออกมาดังๆ “ ฮ่าฮ่าฮ่า..ชั้นกำลังจะตายอยู่แล้ว...”

”ผมก็กำลังจะตายเหมือนกันฮะ ดังนั้นคุณช่วยรีบๆทำมันให้เสร็จหน่อยเถอะฮะ ยิ่งคุณถ่วงเวลาให้ช้าลงไปมากขึ้น”
<แบบนั้นมันก็จะยิ่งดูเหมือนจริงมากขึ้นไปอีก...!>

”โอเคจ้ะ” เธอรีบลงมานั่งข้างๆเขาแล้วพูดว่า “ เธอพร้อมแล้วใช่มั้ย? “
<นี่มันไม่ใช่การแข่งขันนะ...T_T>

“ฮะ! เข้มแข็งเข้าไว้...เราควรจะพูด “Fighting” กันมั้ยฮะ?”

”ได้สิ”

ทั้งสองคนหันหน้าเข้าหากัน กำหมัดสองข้างแล้วตะโกนพร้อมๆกันว่า “Fighting”

ฮวางโบเอื้อมมือไปปัดผมที่ปิดแก้มของเขาอยู่แล้วบอกว่า” ชั้นกำลังจะทำจริงๆล่ะน่ะ?”

”โอเคฮะ!” แล้วรีบหลับตาทันที!



หลังจากสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ฮวางโบก็ค่อยๆยื่นมือไปจับที่หน้าของเขา แล้วยื่นปากเข้าไปใกล้ๆแก้มของฮยอนจุง แต่เธอก็ยังลังเล ไม่ยอมประทับริมฝีปากลงบนนั้น

ฮยอนจุงซึ่งนั่งหลับตาปี๋รออยู่
<ชั้นกำลังจะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆน่ะ บูอินรีบๆทำเข้าสิฮะ...ก่อนที่ผมจะหันหน้าไปจุ๊บที่ปากของคุณน่ะ..>.เขานั่งคิดไปตัวก็เริ่มสั่นน้อยๆด้วยความตื่นเต้น

ในที่สุดฮวางโบก็ตัดสินใจกดริมฝีปากลงบนแก้มของเขา ซึ่งขณะเดียวกันนั้นฮยอนจุงก็ดันหน้าของเขาเข้าไปหาเธอเช่นกัน

<ไหนๆเราก็กำลังทำมันอยู่...เราก็ทำให้มันแนบเนียนหน่อย....รายการมันจะได้ออกมาดูดีไงล่ะ....>

ฮวางโบหัวเราะออกมาดังๆด้วยความประหลาดใจกับการกระทำที่ไม่ได้คาดคิดของฮยอนจุง < นี่เธอกำลังทำอะไรน่ะ…?>

หลังจากที่เขาดันหน้าของตัวเองเข้าไปหาปากของเธออย่างหนักแน่น จากนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้นว่า “โอเค เราทำสำเร็จแล้ว! นี่เราควรจะทำมันอีกมั้ยฮะ?”

เธอถึงกับตาโตเมื่อได้ยินที่เขาพูด “ อะไรน่ะ???!!”

<อุ๊บส์!>
“ผมหมายถึงว่าที่แก้มอีกข้างน่ะฮะ...”

เธอสะดุ้งนิดๆแต่ทำเป็นไม่สนใจแล้วรีบพูดออกมาว่า “ แอลกอฮอล์นี่มันอันตรายจริงๆเลยน่ะ.”

”ไหนๆเราก็กำลังทำแบบนี้เพื่อเป็นการอำลา เราก็ควรจะทำให้มันชัวร์ไปเลยสิฮะ”

ฮวางโบแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินที่ฮยอนจุงเสนอ รีบเปลี่ยนเรื่องไปว่า “เธอมีรอยจูบของชั้นติดอยู่ด้วยล่ะ รู้ตัวรึเปล่า?”

”หา?”

”เธอมีรอยลิปสติกติดอยู่บนแก้มชัดมากเลยล่ะ”

เขาหันไปมองเงาสะท้อนจากกระจก ก็เห็นว่ามีรอยจูบที่ชัดเจนมากๆติดอยู่ที่แก้ม ประมาณว่าอยู่ห่างๆก็ยังเห็น ฮยอนจุงยิ้มออกมาท่าทางอย่างพออกพอใจ

“ โอเค มันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ!”

ฮวางโบหัวเราะคิกออกมา “หลักฐานอะไรของเธอ?”

ฮยอนจุงหันไปจ้องทางกล้องด้วยสายตาว่างเปล่า
<หลักฐานอะไรเหรอฮะ? ก็หลักฐานที่ว่าคิมฮยอนจุงเป็นของฮวางโบฮเยจุงไงล่ะ...ไม่เดี๋ยวก่อน..ฮวางโบเฮจุงเป็นของคิมฮยอนจุงต่างหาก>

“ว่าแต่คุณมีกล้องถ่ายรูปมั้ยฮะ?”

”หา?”

”กล้องถ่ายรูปอยู่ที่ไหนเหรอฮะ?”

ฮวางโบสับสนแล้วตอบว่า “อยู่บนทีวีน่ะจ้ะ...”

เขาเดินไปหยิบกล้องแล้วยื่นให้ฮวางโบ “ ถ่ายมันหน่อยสิฮะ!”

”ถ่ายอะไรเหรอ?”

เขาเอามือจับปอยผมไปทัดไว้หลังหู แล้วยื่นแก้มให้เธอ “ นี่ไงฮะ...”

”หุหุ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

”เร็วๆเข้าสิฮะ”

”ฮ่าฮ่าฮ่า..นี่เธอต้องถ่ายมันเก็บไว้จริงๆเหรอ?”

“จำได้มั้ยฮะว่าผมยังมีเรื่องที่ค้างคาอยู่กับรูปถ่ายที่เราจุ๊บกันน่ะ? คุณรีบมาถ่ายให้ผมซะดีๆ”

โปรดติดตาม คู่รักผักกาดหอม รีมิกซ์ ตอนที่ 61

คำอธิบายท้ายบท

Triple S : เป็นชื่อกลุ่มแฟนคลับของวง SS501

เชื่อว่าหลายคนหลังจากอ่านแล้วคงกลับไปดูอีกคนละหลายรอบ หรืออ่านอีกหลายครั้ง เพราะคิดเยอะเหลือเกิน ทำให้ยาย เริ่มสงสัยว่าเป็นโปรดิวเซอร์ปลอมตัวมาเขียนฟิคหรือเปล่าน่ะ

ยาย(นาจา)
ป.ล. ยาวอีกเช่นเคย



Create Date : 25 มิถุนายน 2553
Last Update : 25 มิถุนายน 2553 20:25:45 น. 7 comments
Counter : 1052 Pageviews.

 
อ่านไป ยิ้มไป มีความสุขกับคู่รักคู่นี้จริงๆ ยิ่งอ่านยิ่งอิน คิดเหมือนยายเลย คนเขียนเป็นโปรดิวเซอร์หรือป่าวเนี่ย เขียนได้อินมากๆเลย


โดย: pim_bk IP: 58.64.87.225 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:20:42:16 น.  

 
ใช่อย่างที่ยายว่าค่ะต้องกลับไปดูอีกหลายรอบอ่ะ

อ่านแล้วก็คิดถึงค่ะ

ขอบคุณค่ะ


โดย: สิงโตหัวโต วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:20:50:35 น.  

 
ก่อนอาบน้ำต้องมาเติมความหวานกับฟิคยายก่อน หุหุ
อ๊ายๆๆๆๆ เขิลลลลล 55555 จะตายกับซีนมิชชั่นนี้จริงๆ ทั้งดูทั้งอ่านก็เขิลล
เป็นแค่คนดูกับคนอ่านยังอ๊ากกกกกกไม่รุคนทำทำมิชชั่นเค้าจะเขิลลขนาดไหน อิอิ
ว่าแล้วต้องเปิดอีกซักรอบ เอิ้กๆน่ารัก
ขอบคุณค่ะยาย จุ๊บๆ ฝันดีฝันไปไกลอีกแว้ว 555 ยายและทีมงานที่น่ารักขอบคุณจ้า จุบุจุบุ


โดย: kanjabo IP: 192.168.182.221, 124.120.1.229 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:23:34:36 น.  

 
ยาย...มีความสุขจัง คิดถึงชิลลางกะบูอินคู่นี้มากมายเลย

ขอบคุณนะคะ

(ยาย ไมพี่สมัครสมาชิกบ้านใหม่ไม่ผ่านอ่ะคะ มีข้อกำหนดไรรึป่าวคะ เช่น อายุเกิน )


โดย: kaprow IP: 124.122.143.100 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:10:01:09 น.  

 
ขอบคุณค่ะ
เขินแทนชิลลาง


โดย: ตอง IP: 110.49.205.78 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:10:42:24 น.  

 
บูอิน คุณลงมือได้แล้วล่ะ ไม่มีศัตรูที่ไหนมาขวางทางเราแล้วล่ะ.
ใช่เลยไม่มีใครจะแยกเราได้เนอะ

ขอบคุณนะคะยาย ตอนนี้จุงน่ารักมาก


โดย: ning IP: 124.120.240.67 วันที่: 1 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:51:03 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: gee IP: 1.2.166.157 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:21:00:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.