Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
18 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 17- ความรู้สึกของชิลลาง

***ฟิค (แปล) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้นฉบับเขียนขึ้น อย่าได้ปะปนหรือสับสนกับคำพูดหรือเนื้อหาของรายการฯ***



ในห้องพักสวีทที่รีสอร์ทเมืองปูซาน หลังจากใช้เวลาทั้งวันในการแข่งเกมที่ชายหาดต่อด้วยทริปนั่งเรือยอร์ชไปตกปลากลางทะเล ซึ่งคราวนี้ ฮยอนจุงนักตกปลามือฉมังก็ยังตกปลาไม่ได้สักตัว ในขณะที่ชินเอมือใหม่กลับตกได้ปลาตัวใหญ่ สองคู่รักกลับมายังที่พักอย่างเหนื่อยอ่อน หลังจากทุกคนอาบน้ำอาบท่ากันเสร็จเรียบร้อยอเล็กซ์ก็แวะมาที่ห้องของสองสาวและแง้มประตูชะโงกเข้าไปถามสาว

“ไงสาวๆ เป็นยังไงกันบ้างเหนื่อยกันบ้างหรือเปล่า” อเล็กซ์ถามสาวๆที่กำลังเม้าท์กันอยู่

ชินเอหันไปมองหน้าอเล็กซ์แล้วยิ้มให้ ส่วนฮวางโบก็หันไปเช่นเดียวกัน แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักแล้วร้องออกมา “โอ๊ะโอ่”

”เกิดอะไรขึ้นเหรอ” ชินเอถาม

”มีอะไรน่ะ” อเล็กซ์ก็สงสัยเช่นกัน

”เสื้อตัวนั้น” ฮวางโบชี้ไปที่เสื้อยืดที่อเล็กซ์ใส่อยู่ “ชั้นก็มีตัวนึงเหมือนกัน เอ่อ แปลกมั้ยล่ะ มันดูเหมือนเสื้อคู่รักเลยนะ” เธอรีบกุลีกุจอเดินไปรื้อเสื้อที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางออกมากางทันที

”นี่เธอเอาเสื้อแบบเดียวกันนี่มาจริงๆเหรอ” อเล็กซ์ถาม

”ใช่แล้ว ทำไมเธอไม่เอาไปให้ฮยอนจุงใส่เสื้อตัวนี้ดูล่ะ เราสองคนจะได้ใส่คู่กัน ฮ่าฮ่า” ฮวางโบแกล้งพูดเผื่ออเล็กซ์จะยอมถอด

อเล็กซ์พยักหน้าตอบตกลง “ได้เลยเดี๋ยวจัดให้”

ฮวางโบเริ่มตกใจที่อเล็กซ์เล่นด้วย “ไม่ต้องหรอก ชั้นแค่ล้อเล่นเองนะ อย่าทำเลยนะ ฮยอนจุงเขาไม่ชอบใส่เสื้อคู่เอามากๆเลย ชั้นกลัวว่าเขาจะหงุดหงิดอ่ะ”

”ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวชั้นจัดการเอง” อเล็กซ์ยังยืนยันกระต่ายขาเดียว

”เขาไม่ชอบทำอะไรแบบนี้จริงๆน่ะ เกิดว่าเขาโมโหแล้วของขึ้น พวกเราจะทำยังไง”ฮวางโบพูดขอร้องอเล็กซ์ต่อ

”ไม่หรอกน่า เขาไม่เป็นอย่างนั้นหรอก เธอก็กังวลไม่เข้าเรื่อง” เขาพยายามพูดให้กำลังใจเธอ

“ไม่น่ะ อย่าทำแบบนั้นเลย..ชั้นขอร้อง” เธอพยายามฉุดกระชากลากอเล็กซ์ไม่ให้ไปหาฮยอนจุง แต่ก็ไร้ผลเมื่อเจอพลังอันมหาศาลเหวี่ยงฮวางโบให้ลอยไปอยู่บนเตียงอย่างง่ายดาย

“โธ่ ไม่น่ะ ให้ตายเหอะโรบิ้น ชั้นนึกภาพไม่ออกเลยว่าหน้าตาของเขาจะเป็นยังไง เมื่อต้องใส่เสื้อคู่เนี่ย” เธอพูดด้วยความกังวลใจจริงๆ



อเล็กซ์เดินไปหาฮยอนจุงที่ห้อง ซึ่งกำลังนั่งพับอะไรบางอย่าง เขาจึงตะโกนถาม ”เฮ้ ฮยอนจุง”

”ว่าไงฮะ” เขาหยุดชะงักทันที

”นายพอจะมีเสื้อยืดให้พี่ยืมใส่สักตัวมั้ย” อเล็กซ์ตีหน้าซื่อถามหาเสื้อจากเขา

”เสื้อยืดเหรอฮะ อืม เดี๋ยวผมหาให้ฮะ” ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้ายืน

”อือใช่ พี่ว่าตัวที่พี่ใส่มันใหญ่เกินไป ถ้านายมีเสื้อเหลือพี่อยากจะขอยืมใส่สักตัวน่ะ” อเล็กซ์ยังคงเนียนๆถามต่อไป

เขามองอเล็กซ์แบบงงๆ คิดในใจว่า <เสื้อของเรามันน่าจะใหญ่กว่าของพี่เขานะ> “ได้ฮะ ไม่มีปัญหา” แล้วก็หยิบเสื้อยืดส่งให้เขาไปตัวนึง

อเล็กซ์ทำหน้าตายแล้วพูดว่า “นี่..ทำไมนายไม่ใส่เสื้อของพี่แทนล่ะ”

ฮยอนจุงได้แต่ยืนงงฟังกับสิ่งที่อเล็กซ์บอก

”คืออย่างงี้นะ..ถ้านายใส่เสื้อของพี่ตัวนี้ใช่มั๊ย พี่จะได้ไม่รู้สึกผิดที่มายืมเสื้อของนายไง เข้าใจหรือเปล่า”

<พี่เขาจะรู้สึกดีขึ้น ถ้าเราใส่เสื้อของพี่เขางั้นเหรอ> “โอเคฮะ” แต่ก็ยังลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะเปลี่ยนไปใส่เสื้อของอเล็กซ์แทน

อเล็กซ์พยายามกลั้นหัวเราะแล้วบอกเขาว่า “เปลี่ยนเสร็จแล้วออกไปข้างนอกกันนะ เราต้องออกไปซื้อของมาทำอะไรกินกันคืนนี้”

เมื่อเปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฮยอนจุงเดินตามอเล็กซ์ออกมาที่ห้องนั่งเล่นโดยสะพายกระเป๋าไว้ตลอดเวลา ชินเอซึ่งกำลังยืนแปรงฟันอยู่หน้าประตู โดยมีฮวางโบยืนแอบอยู่ข้างหลังเธอด้วยท่าทางดูเป็นกังวลเอามาก

ฮยอนจุงมองเห็นเธอยืนอยู่ข้างหลังชินเอ และสงสัยว่าทำไมต้องไปยืนแอบด้วย จึงถามฮวางโบไปว่า “มีอะไรกันเหรอฮะ?”

ฮวางโบเดินออกมาจากด้านหลังชินเอ แล้วพูดว่า “ดูนี่สิ~” เธอยืนโชว์เสื้อ “ดับเบิ้ล 9” ด้วยสีหน้ากล้าๆ กลัวๆ

เขามองเสื้อของเธอแบบงงๆ แล้วก็ก้มมองเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่จากนั้นก็เงยหน้าไปมองเสื้อยืดของเธออีกรอบ มุมปากของเขาเอียงขึ้นนิดๆเหมือนจะอมยิ้มน้อยๆ อเล็กซ์กับชินเอเห็นท่าทางเขาแล้วก็หัวเราะออกมาแบบเต็มที่

อเล็กซ์พยายามจะอธิบาย พูดไปหัวเราะไป “บังเอิญฮวางโบเขาเอาเสื้อยืดมาเหมือนกับของพี่เด๊ะเลย ก็เลยทำให้พี่อยากเห็นว่าถ้าเธอสองคนใส่มันคู่กันจะออกมาเป็นยังไงน่ะ นายคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ย”

ฮวางโบรีบแก้ตัวว่า “ชั้นบอกเขาไปตั้งหลายรอบแล้วว่าไม่ต้องหรอก แต่เขาก็ยังยืนยันว่าจะทำน่ะ ชั้นรู้ว่าเธอไม่ชอบใส่เสื้อคู่อ่ะ” <ยกโทษให้ชั้นด้วยนะ ชินลาง>

ฮยอนจุงวางมาดสุขุมตอบเธอทันที “มันก็ไม่เลวนะฮะเสื้อตัวนี้”

ฮวางโบรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยกับสิ่งที่ได้ยิน “ชั้นไม่คิดว่าเธอจะพูดแบบนี้นะเนี่ย”

ฮยอนจุงพูดต่อ “อย่างน้อยเสื้อตัวนี้มันก็ไม่มีมิ๊กกี้เม้าส์....”

”เหอ อะไรนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” <งั้นที่เธอไม่ชอบก็แค่แบบของมันเท่านั้นเหรอ>


อเล็กซ์โล่งใจที่เห็นฮยอนจุงยอมใส่เสื้อคู่ แถมยังแกล้งแซวกลับไปอีกว่า “นายอย่าไปดัดแปลงเสื้อพี่ล่ะ พี่เพิ่งใส่ได้หนเดียวเองนะ”

เขายิ้มแล้วทำเป็นจับตรงไหล่เสื้อแล้วพูดว่า “คราวนี้ผมอยากได้แบบแขนกุดโชว์กล้ามฮะ”

<เอาจริงเหรอ> “ฮ่า ฮ่า อย่าทำแบบนั้นเชียวนะ” อเล็กซ์เริ่มเป็นห่วงชะตากรรมของเสื้อตัวเอง

หลังจากนั้นไม่นาน คู่ของอัล-ชินก็แยกกลับไปที่ห้องเหลือแต่คู่ผักกาดหอมที่อยู่ในห้องนั่งเล่นตามลำพัง ฮยอนจุงหยิบถุงพลาสติกออกมาจากกระเป๋าแล้วพูดว่า “นี่ ของคุณฮะ”

ฮวางโบเดินมาหาและถามทันที “นี่อะไรเหรอ”

”ก็ของที่คุณบอกให้ผมซื้อจากญี่ปุ่นไงฮะ” ว่าแล้วเขาก็ยื่นของที่เธอให้เขาซื้อมาฝากออกมา

เธอตาโตด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจ เขาค่อยๆหยิบของแต่ละอย่างออกมาจากถุง แล้วเริ่มสาธยายพร้อมกับค่อยๆส่งของให้เธอทีละชิ้น “หมวกอาบน้ำ แชมพูสระผม แล้วนี่ก็กางเกงในใช้แล้วทิ้ง”

”เธอซื้อมาให้ชั้นจริงๆด้วย” เธอก้มดูของทีละชิ้นที่เขายื่นให้เธอ

”ก็ผมบอกคุณแล้วไงฮะว่าจะซื้อมาให้...แล้วคุณรู้มั้ยว่าผมอายขนาดไหนตอนไปซื้อเจ้านี่น่ะ” เขาพูดพร้อมกับชี้ไปที่กางเกงในใช้แล้วทิ้ง

เธอยิ้มแบบสำนึกผิดแล้วพูดว่า “จริงเหรอ..ขอบคุณมากเลยนะ”

“แล้วนี่ของขวัญชิ้นพิเศษ ผมซื้อมาฝากฮะ ผมว่ามันน่าจะใส่สบายเพราะทำจากผ้าฝ้ายนะฮะ” เขายื่นกางเกงขาสั้นสีขาวซึ่งบรรจุอยู่ในห่อพลาสติกอย่างดีให้เธอ




“นอกจากเธอจะซื้อของที่ฉันต้องการแล้ว เธอยังซื้อกางเกงมาฝากชั้นอีกเหรอ ชั้นไม่รู้จะขอบคุณเธอยังไงดีนะเนี่ย” เธอมองดูของที่เพิ่งรับมาอย่างตั้งอกตั้งใจ

“คุณไปเปลี่ยนสิฮะ ผมอยากเห็นว่าคุณจะใส่ได้หรือเปล่า เพราะผมไม่รู้ขนาดเอวของคุณ แต่ก็เดาๆว่าน่าจะเป็นไซส์นี้นะฮะ”

“ได้เลย ชั้นจะรีบไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้แหละ” พูดจบเธอก็เดินไปเปลี่ยนกางเกงทันที
***********************************************************************************************************************

หลังจากนั้น อเล็กซ์กับฮยอนจุงก็พากันออกไปข้างนอกเพื่อซื้อของขบเคี้ยวและเครื่องปรุงอื่นๆเพื่อมาทำอาหารเย็น ส่วนชินเอกับฮวางโบรออยู่ที่ห้องพักนั่งปรึกษาปัญหาหัวใจกันอยู่ที่โซฟา

”อเล็กซ์น่ะ.ท่าทางของเขาดูเป็นธรรมชาติมากเลย... เขาดูเป็นสุภาพบุรุษจริงๆเลยนะ” ฮวางโบเริ่มหัวข้อก่อน

ชินเอพยักหน้าเห็นด้วย “เขาเป็นสภาพบุรุษมากใช่มั้ยล่ะ”

ฮวางโบนั่งเล่นลูกบอลที่อยู่ในมือโดยไม่พูดอะไรออกมา ในใจของเธอตอนนี้รู้สึกน้อยใจที่เจ้าบ่าวของเธอดูไม่ค่อยใส่ใจเธอสักเท่าไร ซึ่งต่างจากคู่ของชินเออย่างสิ้นเชิง

ชินเอพูดต่อไปว่า “แต่มันก็ไม่ใช่ข้อดีไปซะทั้งหมดหรอกนะ...ที่เขาเป็นแบบนั้นน่ะ”

เธอตั้งใจฟังสิ่งที่ชินเอกำลังพูดถึง “ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ”

”คือชั้นหมายความว่า..เพราะเขาดูแลชั้นดีมากเกินไป...บางครั้งชั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่าชั้นพยายามยังไม่ดีพอสำหรับเขาน่ะ

”อืม..ชั้นเข้าใจแล้วล่ะ” ฮวางโบพูดพลางพยักหน้า

”แล้วพี่ล่ะ..ชอบอะไรมากที่สุดในตัวฮยอนจุง”..ชินเอถามเธอกลับ

”ฮยอนจุงเหรอ?” เธอนิ่งเงียบและคิดอยู่แป๊บนึงจึงตอบชินเอว่า “เขาดูเหมือนเฉยๆไม่ค่อยใส่ใจแต่จริงๆแล้วเขาเก็บรายละเอียดได้หมดทุกอย่างเลยนะ...แล้วก็... เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงออกแต่บางครั้งเขาก็แสดงท่าทางบางอย่างหรือว่าพูดในบางสิ่งที่มันน่าประทับใจมากทีเดียว”

”อา...อย่างงั้นเหรอ” ชินเอนั่งฟังอย่างตั้งใจ

ฮวางโบยังคงยิ้มพูดต่อ “บางทีชั้นอาจจะชอบเรื่องอะไรเล็กๆน้อยๆทำนองนั้นมากกว่า เพราะว่าเขาน่ะเป็นคนเฉยเอามากๆ หรืออาจจะเพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆน่ะ”

”งั้น..แล้วมีอะไรที่พี่ไม่ชอบเกี่ยวกับเขาบ้างล่ะ” ชินเอยิงคำถามนี้ทันที

เธอนั่งนิ่งใช้ความคิดอีกครั้ง “อืมม...ก็ท่าท่างเฉยๆไม่ใส่ใจของเขานั้นแหละ” เธอรู้สึกน้อยใจอีกครั้ง

เมื่อชินเอได้ฟังเช่นนั้นจึงยิ้มแล้วพูด “งั้นเราก็คงเหมือนกันสินะ”

”เธอก็รู้สึกเหมือนกันเหรอ”

ชินเอพูดอีกว่า.”.อืมม...อเล็กซ์เขาก็ดีกับชั้นมากๆเลยนะ แต่บางครั้งชั้นก็อดนึกสงสัยว่าที่เขาทำแบบนั้น มันมาจากใจของเขาจริงๆหรือเปล่า”

”เธอสงสัยว่าที่อเล็กซ์ทำไปก็เพียงเพื่อแสดงในรายการใช่มั๊ย” ฮวางโบพูดเหมือนอ่านความรู้สึกของชินเอออก

ชินเอพยักหน้ารับเท่านั้น

แต่ฮวางโบกลับคิดว่า <ชินเอ..เธอช่างไม่รู้ตัวเลยนะว่าโชคดีขนาดไหน ถ้าเป็นชั้น หากฮยอนจุงแสดงแบบนี้เหมือนที่อเล็กซ์ทำ ถึงแม้จะเป็นแค่การแสดงก็ตามเถอะ แค่นี้ชั้นก็มีความสุขแล้ว >

ชินเอเริ่มคิดแผนการบางอย่างในใจแล้วหันไปหาเธอ “พี่คะ”

”ว่าไงเหรอ”

”เราน่าจะลองพิสูจน์กันดูมั้ย” ชินเอก้มลงไปบอกฮวางโบที่นั่งอยู่กับพื้น

”พิสูจน์อะไรเหรอ” น้ำเสียงของฮวางโบเริ่มอยากรู้

”เราลองมาพิสูจน์ว่า จริงๆแล้วสองคนนั้นเขารู้สึกกับเรายังไงน่ะ”

ฮวางโบตาลุกวาวและสนใจกับแผนการนี้ “อะไรนะ”

”คืองี้นะ....เราสองคนแกล้งทำเป็นทะเลาะกันแล้วมาดูกันว่าพวกเขาจะมีท่าทียังไงกันบ้าง”

<เธอคิดออกมาได้ไงเนี่ย> “มันจะเวิร์คเหรอ” ฮวางโบถามอย่างไม่แน่ใจ

”ทำไมล่ะ พี่ไม่คิดว่ามันจะสนุกดีหรอกเหรอ”

ฮวางโบยิ้ม “ชั้นไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่น่ะ”

“ทำไมล่ะคะ ชั้นว่าฮยอนจุงน่าจะรับมือกับมันได้ดีนะ อีกอย่างพี่ก็จะได้รู้ด้วยว่าฮยอนจุงเขาจะรู้สึกยังไงถ้าเจอเหตุการณ์แบบเนี้ย”

ฮวางโบรู้สึกขัดแย้งในตัวเองก่อนจะพูด “ชั้นไม่ค่อยแน่ใจกับเรื่องนั้น...ว่าแต่เธอไม่คิดว่าพวกเราจะทำให้เขาต้องลำบากใจเหรอ”

”พี่ค่ะ..ดูเหมือนพี่พยายามปกป้องเขาตลอดเวลาเลยนะ”

ฮวางโบยิ้มแล้วพูดไปว่า “แหม...ถ้าเธออยู่กับสามีเด็กแบบชั้นล่ะก็...เธอก็คงทำตัวไม่ต่างจากชั้นสักเท่าไหร่หรอกน่า”

“ยังไงก็ตาม...ตกลงว่าเราจะทำตามแผนใช่มั้ยคะ”

เธอมองชินเอด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย แต่แล้วเธอก็ยิ้มและตอบตกลง “ก็ได้จ้ะ...มาทำตามแผนที่เธอว่ากัน”

ชินเอยิ้มให้เธอแล้วยกมือขึ้นมาเหมือนจะทำท่าไฮไฟว์ แต่จู่ๆเธอก็ยกมือหนีการปะทะฝ่ามือของฮวางโบไปซะงั้น โดยที่หน้าของชินเอยังคงยิ้มอยู่

“อ๋อ..เธอเล่นแบบนี้ใช่มั้ย..ได้เลย..งั้นเรามาเริ่มกันตั้งแต่ตอนนี้ก็แล้วกัน”
********************************************************
ระหว่างทางที่กลับมาที่โรงแรม สองหนุ่มซึ่งในมือหิ้วถุงที่มีขนมอยู่เต็ม เดินคุยกันเรื่องสาวๆของพวกเขา

อเล็กซ์เริ่มพูดขึ้นก่อน “นายรู้มั้ยว่า ฮวางโบเขาเป็นห่วงความรู้สึกนายมากนะตอนที่เราไปตกปลากันน่ะ”

ฮยอนจุงหันไปมองหน้าอเล็กซ์ “งั้นเหรอฮะ” เขารู้สึกแปลกใจ

”ใช่..เธอมาขอร้องให้พวกพี่อย่าบอกนายว่าชินเอตกปลาได้..จนกว่านายจะตกปลาของตัวเองได้น่ะ ตอนที่เธอมาบอกพี่นะ สีหน้าของเธอดูไม่สบายใจเลย”

ฮยอนจุงได้แต่แอบยิ้มนั่งกินไอติมไปฟังไป ส่วนอเล็กซ์ยังคงพูดต่อไปว่า “ถึงแม้เธอจะอายุมากกว่านาย...แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้หญิงที่จะดูแลผู้ชายของเธอแบบที่ฮวางโบทำหรอกนะ แล้วเธอยังเป็นห่วงอีกว่าวันนี้นายจะเหนื่อยเกินไปด้วย”

”ผมรู้ฮะ..พี่.. ผมเองยังรู้สึกเลยว่าผม...ยังดูแลเธอได้ไม่ดีเท่าที่ควร”

”มันยากนักเหรอกับการที่นายจะดูแลเธอ”

”มันก็ไม่เชิงหรอกฮะ คือแบบว่า...ผมไม่รู้ว่าจะดูแลเธอให้ดียังไง...ผมลองทำตามวิธีของผม แต่คนอื่นๆก็มักจะบอกผมอยู่เรื่อย ว่าควรจะปฎิบัติกับเธอให้ดีกว่านี้”

“งั้นเหรอ”

”ตอนแรกผมไม่คิดว่าเธอจะเป็นแบบนี้..แต่บูอินเธอค่อนข้างจะเป็นคนอ่อนไหวง่าย.บางครั้งผมแค่พยายามจะทำตลกแต่ปรากฎว่าเธอเสียใจกับคำพูดของผม มันเลยทำให้ผมแปลกใจเข้าไปอีก”

”เข้าใจแล้วล่ะ..เธอเป็นคนแบบนั้น..”.

”เธอเป็นคนแกร่งจริงๆนะฮะ” เขาพูดแล้วก็หัวเราะออกมา “บางครั้งเธอทำตัวเหมือนกับเป็นผู้ชาย แต่.บางครั้งเธอก็ดูอ่อนแอมากทีเดียว”

เมื่ออเล็กซ์ได้ยินเขาพูดแล้วแอบคิดในใจ <เขาก็รู้ดีนี่นา ชั้นคิดว่าเขาจะเป็นคนใส่ใจใครไม่เป็นซะอีก...ชั้นคงมองเขาผิดไปน่ะ> “อือ ฮึ แล้วไงต่อ”

”บางทีอาจเป็นเพราะผมแคร์เธอมากเกินไป บางครั้งผมก็พูดอะไรออกมาโดยไม่รู้ตัว.แต่กลับกลายเป็นว่าผมทำให้เธอต้องเสียใจเข้าไปอีก”

“พี่ว่าตอนนี้นายก็ทำได้ดีแล้วนะ ถ้านายพยายามทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ สักวันนึงฮวางโบเขาต้องรู้ว่านายแคร์เธอมากแค่ไหน” อเล็กซ์ยิ้มเหมือนจะรู้ความรู้สึกของฮยอนจุง

ฮยอนจุงยิ้มออกทันที “พี่รู้มั้ยฮะ...บูอิน..เวลาที่กลัวอะไรมากๆ...เธอก็ดูน่ารักจริงๆน่ะฮะ” เขานึกถึงใบหน้าของเธอตอนที่อยู่บนเรือ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” อเล็กซ์ได้แต่หัวเราะออกมา <อืมม..คู่นี้มันชักจะยังไงๆ..น่าสนใจจริงๆแฮะ>

“เรากลับกันเถอะ ป่านนี่สาวๆ คงท้องร้องกันแล้ว” อเล็กซ์ลุกขึ้นและเดินกลับที่พักโดยมีฮยอนจุงตามไปติดๆ
*****************************************************************************

อเล็กซ์กับฮยอนจุงกลับมาถึงห้องพักเดินเข้าประตูมาแล้วพบว่าในห้องเงียบสนิทจนน่ากลัว ทำให้อเล็กซ์รู้สึกแปลกใจมากและเดินเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นและพูดว่า “พวกเรากลับมาแล้ว”

ฮยอนจุงสังเกตเห็นว่าชินเอกับฮวางโบนั่งอยู่ห่างกันและต่างคนต่างหันหน้าไปคนละทางแล้วไม่มองหน้ากันด้วย

อเล็กซ์รู้สึกว่าบรรยากาศมันดูแปลกๆ “ว่าไง..สองสาวเป็นไงมั่ง”

<ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆเลย>ฮยอนจุงพูดพลางกับดึงขวดไวน์ที่อยู่ในมือของฮวางโบออก “บูอิน”

ฮวางโบกังวลเล็กน้อยกลัวหลุดขำออกมาไม่ได้ จึงพยายามทำหน้าตึงเครียดและเงียบไม่พูดไม่จา

ชินเอนั่งเงียบไม่พูดอะไรได้แต่เอามือมาเล่นผมตัวเองและบอกฮวางโบในใจ <พี่คะเรามาเล่นละครกันให้ได้โล่ห์เลยนะ>
อเล็กซ์รู้สึกสังหรณ์ว่าจะมีเรื่องไม่ดี ค่อยๆถามอย่างระมัดระวังว่า “ชินเอ มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ”

ชินเอจึงหันตัวไปให้ห่างจากฮวางโบมากขึ้นอีกและตอนนี้กลายเป็นนั่งหันหลังให้เธอไปแล้ว

”ว่าไง...มีเรื่องอะไรกันเหรอ” อเล็กซ์อดถามออกมาไม่ได้ <นี่ท่าทางจะไม่ใช่เรื่องเล็กนะเนี่ย>

มาถึงตอนนี้ฮวางโบเริ่มควบคุมสีหน้าตัวเองไม่อยู่ รีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าห้องไปทันที ฮยอนจุงแปลกใจมากๆกับท่าทางของเธอจึงเดินตามเข้าไปในห้องด้วยท่าทางลังเล <บูอินไม่เคยเป็นแบบนี้นี่นา>

ฮวางโบนั่งอยู่ที่ริมขอบเตียงหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ในขณะที่ฮยอนจุงยืนกระสับกระส่ายอยู่ตรงประตูเพื่อดูปฏิกริยา

ฮยอนจุงกำลังคิดในใจว่า <เราควรจะทำยังไงดี เราควรจะคุยกับเธอตอนนี้เลยดีมั๊ย> ว่าแล้วก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาเธอแล้วแตะที่ไหล่เธอเบาๆ แล้วถามว่า “มีเรื่องอะไรหรือฮะ บูอิน”

ฮวางโบคิดในใจ <โธ่เอ๊ย ชั้นจะตอบเขาไปว่าไงดีล่ะเนี่ย ในเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักหน่อย> “ชินเอ...ทำเรื่องที่ผิดพลาดไว้อย่างมาก”

<เรื่องผิดพลาด? ...แค่นั้นเองเหรอ?> “เรื่องอะไรหรือฮะ” สีหน้าของเขาตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องนี้

ฮวางโบก้มหน้าลงแล้วถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วชำเลืองไปทางห้องนั่งเล่น “เธอทำบางอย่างที่ไม่ดีออกมา เธอทำท่าแบบนั้นได้ยังไงน่ะ หลังจากที่เธอทำอะไรแบบนั้นลงไป” ขนาดที่เล่า ฮวางโบแกล้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ และ คิดในใจ < ขอโทษนะชินเอ...ตอนนี้เธอรับบทนางมารร้ายไปก่อนก็แล้วกันนะ>


หลังจากที่อเล็กซ์พยายามถามหาสาเหตุจากชินเอ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้คำตอบอะไรออกมาจากชินเอ เขาจึงเดินไปที่ห้องของฮวางโบ และเห็นเงาสะท้อนใบหน้าที่ยังตึงๆของเธอจากกระจก เขาหยุดยืนมองด้านหลังเธออยู่ครู่นึงแล้วค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ แล้วถามว่า เกิดอะไรขึ้นเหรอ

ฮวางโบเหลือบตามองอเล็กซ์ก่อนจะก้มหน้าไม่ตอบ แต่อเล็กซ์ไม่สนใจยังคงสักไซ้ถามเธอ

“ว่าไงล่ะ บอกชั้นมาเถอะน่า นี่มันไม่ดีเลยนะ”

ฮวางโบถอนหายใจลึกๆอีกครั้งแล้วตอบไปว่า “ไม่มีอะไรหรอก มันก็แค่เธอทำเรื่องที่ผิดพลาด...เธอทำไม่ดีกับชั้นไว้”

อเล็กซ์งงกับคำตอบ จึงถามต่อไปอีกว่า “เรื่องผิดพลาด? แบบไหนกัน?”

ฮวางโบเริ่มวิตกว่าจะเอาไงดี..เลยพูดไปว่า “ชั้นพูดไม่ได้จริงๆ” <ก็เพราะมันไม่มีอะไรจริงๆไง>

อเล็กซ์เริ่มเครียด คิดว่า ท่าทางจะซีเรียสจริงๆ แต่ก็ยังพยายามประเหลาะถามต่อไปว่า “เอาเถอะน่า..ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย”

“จะมีประโยชน์อะไรที่ชั้นจะไปเที่ยวเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังด้วยล่ะ” ฮวางโบยังคงแถไปเรื่อย

”ก็อย่างน้อยก็น่าจะเล่าให้ชั้นฟังว่าว่าเธอทำอะไรผิด...ชั้นจะได้ไปคุยกับชินเอ เรื่องราวจะได้จบๆไป ไม่ต้องมาค้างคา”

”ไม่จำเป็นหรอก ชั้นว่าเธอคงต้องรู้ตัวดีว่าทำอะไรลงไป”

”ชินเอรู้เหรอ?” อเล็กซ์แปลกใจมาก <ชินเอรู้ตัวจริงๆ เหรอว่าทำอะไรผิดไป)

ฮวางโบเงยหน้าขึ้นมาแล้วถอนหายใจอีก “เธอทำท่าทางแบบนั้นได้ยังไงทั้งๆ ที่เป็นความผิดของเธอ” ยิ้มแบบฝืนๆ..แล้วพูดต่อ “ชั้นไม่เข้าใจเลยจริงๆ”


“ยังไงเธอก็ไม่น่าจะอารมณ์เสียในวันแบบนี้หรอกนะ ดูสิ...ฮยอนจุงเขาคงอึดอัดแย่แล้ว” อเล็กซ์พยายามพูดเพื่อให้ฮวางโบดีขึ้น

ฮยอนจุงยังยืนอยู่ข้างหลังเธอด้วยท่าทางกังวล เขาได้แต่ฟังอเล็กซ์กับฮวางโบพูดกันแล้วก็แอบมองหน้าเธอจากเงาในกระจก


<ไม่ต้องบอกชั้นก็รู้หรอกน่ะว่าตอนนี้ฮยอนจุงอึดอัดแค่ไหน) “ชั้นไม่ชอบที่เป็นแบบนี้เลยนะ ชั้นก็อยากจะควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้ดีกว่านี้..แต่ว่า..คราวนี้.ชั้นโมโหมากจริงๆ” ฮวางโบยังคงเล่นบทนางเอกต่อไป

<ท่าทางจะเรื่องใหญ่จริงๆ >อเล็กซ์คิดในใจ หลังจากมองดูเธออีกพักนึง แล้วเขาก็ค่อยๆเดินออกไปจากห้องแบบเงียบๆ

ฮยอนจุงยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่< แม้แต่พี่อเล็กซ์ยังแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ตก แล้วเราจะไปทำอะไรได้ > เขาค่อยๆเดินและทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เธอ แล้วบรรจงเอามือวางบนไหล่ของเธออย่างระมัดระวัง

ตอนนี้ฮวางโบรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องกังวล นึกในใจว่า< พวกเราทำให้หนุ่มน้อยผู้น่าสงสารต้องลำบากใจจริงๆนะเนี่ย ชั้นไม่น่าจะเล่นอะไรแบบนี้เลย >แล้วก็ถอนใจออกมา... เฮ้อ~~~~

ฮยอนจุงนิ่งสักพักก่อนตัดสินใจถามเธอว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ฮะ เธอทำอะไรให้คุณไม่พอใจขนาดนี้น่ะ”

เธอก้มหน้าลงก่อนจะตอบเขาไปว่า “เธอได้พูดอะไรบางอย่าง...ที่ไม่สมควรพูดออกมา”

”แล้วเธอพูดอะไรล่ะฮะ” เขายังสักต่อ

”ชั้น..ไม่อยากจะพูดถึงมันอีก...จริงๆนะ” เธอพูดพร้อมๆกับหลบสายตาของเขา

”มันเกี่ยวกับอะไรหรือฮะ”

เธอลังเลก่อนจะตอบไปว่า “เกี่ยวกับเธอและชั้นน่ะ”

<ผมกับบูอินเหรอ? พี่ชินเอพูดอะไรถึงทำให้เธอเสียใจขนาดนี้นะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่เขาจะเป็นคนแบบนั้นนะ> เขาเริ่มจริงจังถามย้ำไปอีกว่า “ตกลงเธอพูดอะไรเหรอฮะ”

<ชั้นจะรู้ได้ไงล่ะ...ก็ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องจริงนี่นา> เธอได้แต่ตอบเขาไปว่า “ชั้นไม่อยากพูดถึงมันอีกแล้วล่ะ”

”แต่ผมอยากจะฟังนี่ฮะ”มือของเขายังแตะอยู่บนไหล่ของฮวางโบอยู่

เขายืนยันที่จะฟังแล้วพูดต่อ “บอกผมมาสิฮะ” <คุณออกจะอดทนกับคำพูดแรงๆของผมได้ แล้วอะไรน่ะที่ทำให้คุณเป็นถึงขนาดนี้ได้เนี่ย>

”ชั้นว่ามันจะดีกว่า...ถ้าเธอไม่ต้องได้ยินมันน่ะ”

”ไม่เป็นไรฮะ บอกผมมาเลยผมอยากฟัง” เขาพยายามปลอบเธอด้วยเขารู้สึกว่าตอนนี้เธอเหมือนเด็กน้อยที่งอแงและดื้อรั้น

เธอรู้สึกประหลาดใจกับท่าทางของเขา “มันจะดีกว่าที่เธอไม่ได้ยินมันนะ...ชั้นบอกไม่ได้จริงๆ”



“ไม่ฮะ..ผมอยากได้ยิน หูของผมพร้อมจะรับฟังอยู่เสมอ” เขายืนกรานว่าแล้วเขาก็เอามือยกหมวกไหมพรมที่ปิดหูออก .

เมื่อเธอเห็นเขาปล่อยมุกเปิดหูของเขาเข้า..เธอถึงกับต้องหันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อกลั้นหัวเราะ< โอ็ย..ไม่ไหวแล้ว..ฮ่าฮ่า> จากนั้นเธอก็เริ่มหัวเราะออกมาเบาๆ

<เธอหัวเราะแล้ว ขอบคุณพระเจ้า> “เห็นมั้ยฮะ คุณรู้สึกดีขึ้นแล้วใช่มั้ยฮะ..เพราะคุณหัวเราะได้แล้วนี่”

<สงบสติอารมณ์หน่อยได้มั๊ย ฮวางโบ..เธอจะให้ละครจบลงแบบนี้ไม่ได้นะ> เธอตอบเขาไปว่า “โอเคจ้ะ..ชั้นรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ... ขอบคุณนะ”

เขายิ้มด้วยความพอใจถามในใจว่า <จริงๆเหรอฮะ>

<ชั้นว่าเราน่าจะได้เวลาจบเรื่องทะเลาะแบบนี้ซะทีนะ> เธอสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆแล้วพูดกับว่า “ชั้นคิดว่าชั้นควรจะทำตัวให้เข้าอกเข้าใจคนอื่นมากกว่านี้แพราะว่าชั้นเป็นพี่ใช่มั้ย”

”อะไรนะฮะ?”

”ชั้นพูดว่า ชั้นไม่ควรทำตัวแบบนี้เพราะว่าชั้นเป็นพี่ใช่มั้ย”

เขาตอบออกไปอย่างจริงจัง “ไม่ใช่ฮะ อย่ารับความผิดทุกอย่างไป เพียงเพราะว่าคุณอายุมากกว่าสิฮะ”

เธอเซอร์ไพร์สกับคำตอบของเขา “จริงเหรอ?”

”ใช่ฮะ..แม้แต่คุณตา...ถ้าคุณตาทำผิด..มันก็ยังเป็นความผิดของคุณตาเลยนะฮะ”

เธอยิ้มแบบงงๆ “นี่เธอเปรียบเทียบแบบไหนกันเนี่ย” <ทักษะการพูดของเขานี่ช่าง.>

”ผมหมายความว่า ใครทำผิด...ความผิดก็ต้องตกอยู่ที่คนทำผิดไงฮะ”

เธอรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณเขาที่เข้าข้างเธอ “ชั้นเข้าใจแล้วล่ะ”

เขายิ้มแล้วพูดออกมาว่า “ฟังนะ...มันไม่ใช่ความผิดของคุณนะฮะ...บูอิน! !”

เธอยิ้มกลับไปให้เขา “โอเคจ้ะ ชั้นรู้สึกดีขึ้นมากแลยล่ะเพราะว่าเธอคอยอยู่ข้างๆชั้นตลอดเวลา ตอนนี้ ชั้นดีขึ้นแล้วล่ะ”

”จริงเหรอฮะ”เขาดีใจที่เธอกลับมาร่าเริงเป็นปกติ

”จริงสิ” เธอสุดหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “งั้นตอนนี้ ชั้นว่าเราควรจะออกไปข้างนอกเพื่อเคลียร์เรื่องนี้ให้จบๆดีกว่า เธอว่ามั๊ย”

เขาลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “ดีฮะ งั้นผมก็จะไปกับคุณด้วย”

โปรดติดตาม”คู่รักผักกาดหอม รีมิกซ์” ตอนที่ 18 - ขอให้รักจงเป็นนิรันดร์


*ฟิคเรื่องนี้คิดค่าบริการจากท่านผู้อ่านทุก ท่านเพียงคนละ 1 คอมเม้นท์เท่านั้น ขอบคุณค่ะ****
ยาย(นาจา)
13/4/53





Create Date : 18 เมษายน 2553
Last Update : 20 เมษายน 2553 18:46:33 น. 8 comments
Counter : 970 Pageviews.

 
ดีใจจังเลยมีมาให้อ่านแล้ว
น่ารักมากเลยค่ะ


โดย: เลดี้ IP: 58.11.37.25 วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:23:55:51 น.  

 
ขอบคุณนะคะ

ขอโทษด้วยที่ได้แต่แอบอ่าน ไม่ได้ออกมาคอมเมนต์

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ จริงๆ ค่ะ


โดย: ซุ่มอ่าน IP: 222.123.11.168 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:8:42:53 น.  

 
55555 ขำมาก น่ารักมากๆ อยากไปโลดกับมาดูอีกรอบ แต่ไม่อยากร้องไห้แล้วนะ ขอบคุณคุณนาจานะค่ะ


โดย: rjumma ชม IP: 125.24.184.139 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:17:04:10 น.  

 
ไม่ได้เข้ามาหลายวัน ลงหลายตอนเลย

ตามอ่านแทบไม่ทันง่ะ


โดย: สายลับ IP: 124.121.148.87 วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:22:27:45 น.  

 
โอ๊ยยดีใมากๆเลยที่มีคนแต่งฟิคคู่นี้
จะติดตามอ่านไปตอดเลยน้า
แอดเมลมาคุยกับเราได้นะ
to_you_t@hotmail.com
แอนจ้า


โดย: แฟนคู่จุงโบ IP: 202.176.68.162 วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:21:25:55 น.  

 
ไม่ได้เข้าหลายวันฟิคมาอัพเพียบเลย...

อ่านกันตาลายแน่เลย ..

ขอบคุณค่ะ


โดย: เป้ (สิงโตหัวโต ) วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:11:58:38 น.  

 
ตอนนี้สงสารจุง สามีหนุดูโง่น่ะค่ะ
แต่โง่เพราะวารักโบอ่ะ ชอบๆๆๆ


โดย: 1985pumpui IP: 125.25.36.104 วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:0:11:28 น.  

 
คำพูดจุงนี้มันช่าง..จิงๆค่ะ ไม่ใช่แค่โบที่อึ้งและคาดไม่ถึง คนอ่านก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน
เหมือนไม่มีอะไรพิเศษในสิ่งที่พูด แต่ในความหมายที่พูดมันพิเศษมากๆ
ดีใจแทนบูอินซะจิง สามีน่ารักเนอะโบเนอะอิอิ


โดย: kanjabo IP: 192.168.182.151, 124.120.8.170 วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:10:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.