Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
10 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
ตอนที่ 143 - ผู้หญิงก็อ่อนแอเป็นเหมือนกัน

วันต่อมาที่ Gangreng ในจังหวัดกังวอนโด ภายในรถมินิบัส


ฮวางโบและสาวๆ Infinity Girls กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังชายหาดแห่งหนึ่งของทะเลตะวันออก


อึนยีซึ่งกำลังขับรถอยู่ก็พูดขึ้นมาว่า “วันนี้พวกเราคงต้องหนาวจนแข็งตายแน่ๆ ดูน้ำทะเลดิ มันดูเหมือนทะเลตอนหน้าหนาวอ่ะ”


ชิน ยังสาวตุ้ยนุ้ยถามด้วยความสงสัยว่า “นี่ทางทีมงานเขารวยมาจากไหนกันเนี่ย ชั้นว่านะ การเดินทางมาถ่ายทำกันถึงที่เนี่ย ค่าใช้จ่ายมันแพงมากๆเลยอ่ะ..”



“ใครจะรู้ได้ล่ะ”อึนยีว่า


ฮวางโบถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูกังวลหน่อยๆว่า”พวกเราต้องทำอะไรกันบ้างตอนไปถึงที่นั่นแล้วอ่ะ?”



ชินยังตอบกลับไปทันทีว่า “ทำให้คนดูหัวเราะไงใช่ป่ะ?”


ฮวางโบหัวเราะ “หุหุ ก็จริงของเธอนะ”

ที่ชายหาด
หกสาว IGกำลังยืนมองดูคลื่นในทะเลที่กำลังกระหน่ำซัดเข้าหาฝั่ง


อึนยีว่า “สีของน้ำทะเลที่นี่มันดูแตกต่างกันจริงๆนะ เราไม่สามารถจะเปรียบเทียบกับทะเลตะวันตกได้เลย”




โบรัมพูดเสียงสั่นๆขึ้นมาว่า “แต่ที่เหมือนกันก็คือ มันหนาวววมาก บรื๋ออออออ”



เซียพูดต่อขึ้นมาทันทีว่า “แน่นอน ก็เนี่ยมันหน้าหนาวนี่นา”


“แล้วทำไมพวกเราต้องมาที่นี่กันตอนหน้าหนาวด้วยล่ะ? “ โบรัมยังไม่วายบ่นเล็กๆ


“ใครเป็นคนเสนอให้มาที่นี่นะ ชั้นอยากรู้จริงๆ? “อึนยีว่า


“นั่นสิ ใครเป็นคนเสนอให้มาที่นี่นะ ที่อื่นมีตั้งเยอะแยะ...ไม่ไป ? “โบรัมทำหน้าข้องใจสุดๆ


ชินยังหันไปพูดกับโบรัมว่า “พี่คะ พี่อึนยีเขาถามพี่อ่ะ”



“อ้าวงั้นเหรอ? ชั้นไม่รู้เลยอ่ะ...แต่ไงมันต้องมีใครซักคนที่เสนอความคิดนี่ขึ้นมาน่ะ”โบรัมตอบ


แต่ บองซันกลับบอกว่า “ใครจะไปสน? พวกเขาจัดให้เราไปที่โน่นที่นี่ทั่วไปหมด แล้วพวกเราก็มีหน้าที่แค่ไปตามที่เขาบอกมา...ก็เท่านั้น...”



ฮวางโบพูดขึ้นมาบ้างว่า “ดูทะเลสิ คลื่นมันแรงมากเลยนะ แม้แต่จะตกปลาก็ยังทำไม่ได้เลย...ทำไมพวกเขาถึงให้เรามาที่นี่นะ?”



อึนยีตอบไปว่า “ก็มาดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนพรุ่งนี้เช้าไงล่ะ”


“หา..ว่าไงนะคะพี่?”



อึน ยีออกความเห็น “ชั้นรู้ว่ามันออกจะช้าเกินไปซักนิด...แต่มันก็น่าจะดีสำหรับโอกาสพิเศษวัน ขึ้นปีใหม่เทศกาลตรุษจีนไม่ใช่เหรอ? ได้ทักทายกับพระอาทิตย์ในวันขึ้นปีใหม่น่ะ”



“นี่ตกลงพี่เป็นคนเสนอความคิดนี้ใช่มั้ยเนี่ย?”บองซันถามขึ้นมาทันที


อึนยีปฏิเสธทันที “ไม่ใช่นะ..ชั้นหมายความว่า...ชั้นก็แค่คิดว่ามันน่าจะดี....ดังนั้น...”



ชินยังว่า “ทะเลหน้าหนาว...เธอต้องไปที่นั่นโดยมีผู้ชายไปด้วยซักคนถึงจะดีนะ”


“เอาเลย พาเขามาเลย..ชั้นไม่ห้ามเธอหรอก”อึนยีตอบ


“จริงเหรอ? ถ้างั้นชั้นควรจะโทรไปเรียกเขาดีมั้ยอ่ะ?” ชินยังพูดพร้อมกับทำท่าจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา


อึนยียังท้าทายต่อไปว่า “โทรเลยสิ โทรเลย”



ชินยังยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู “หวัดดีจ้ะ นั่นยุนโฮใช่มั้ย? ตอนนี้ชั้นกำลังอยู่ที่ Gangreng นะ”



บองซันพูดขัดคอทันทีว่า “นี่เธอ โทรศัพท์ของเธอแบตมันหมดไม่ใช่เหรอ”



ชินยังอมยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า “ยุนโฮเขาบอกว่าตอนนี้กำลังงานยุ่งอยู่ที่ญี่ปุ่นน่ะ...”



แต่แล้วจู่ๆ เซียก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากเรียก “พี่ฮวางโบ”


“ว่าไงจ๊ะ?”


“พวกเราจะเชิญแฟนของพี่มาที่รายการโชว์ของเราได้มั้ยคะ?”



“ชั้นว่าอย่าดีกว่านะ”เธอตอบไม่เต็มเสียงนัก


“ทำไมล่ะคะ?”


ชิน ยองช่วยรับลูกทันทีว่า “ว้าว เขากำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่เราสามารถจะใช้เส้นสายเชิญมาเป็นแขกของรายการ เราได้...เอาเลยคะ...ชั้นเห็นด้วย”



“แต่เขาเป็นโรคกลัวคนแปลกหน้า ชั้นว่า..ทางที่ดีอย่าชวนเขามาเลยจะดีกว่านะ”เธอยังคงคัดค้านไม่เห็นด้วย


“อ้าว เขาไม่ได้เป็นโรคกลัวผู้ใหญ่หรอกเหรอ? “ โบรัมแย้งขึ้นมาแล้วถามต่อไปว่า “แล้วนี่อาการมันกำเริบลามไปถึงกลัวคนแปลกหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่กันละเนี่ย?”



“แล้วในบรรดาพวกเรามีคนไหนที่อายุน้อยกว่าชิลลางบ้างมั้ยล่ะ? พวกเราทุกคนถือว่าเป็น “ผู้ใหญ่”กว่าเขาทั้งนั้น”ฮวางโบตอบ



“นี่พี่ยังเรียกเขาว่า “ชิลลาง” อยู่อีกเหรอ? บองซันว่า


“ก็ชั้นยังหาคำอื่นที่เหมาะสมพอที่จะใช้เรียกเขาไม่ได้นี่นา”


“เฮ้อ...พี่นี่..จริงๆเลยนะ”บองซันพูดพร้อมกับส่ายหน้าระอา


“ชั้น ทำไมเหรอ?”


“ทำไม พี่ถึงไม่เคยพาเขามาเจอกับพวกเราแม้แต่ครั้งเดียวเลยอ่ะ? นี่เขามีค่ามาก ถึงขนาดพี่ต้องเก็บทะนุถนอมเป็นไข่ในหิน แล้วเก็บเอาไว้ชื่นชมคนเดียวใช่มั้ย?”


ฮวางโบพยายามอธิบาย “ชั้นบอกแล้วไงว่าเขาคงจะกลัวพวกเธอจริงๆนะ”



บองซันหันไปถามอึนยีว่า “พี่คะ พี่เคยเจอเขารึยัง? พ่อหนุ่ม คิมฮยอนจุงน่ะ?”



“เคยสิยะ”อึนยีตอบด้วยความภาคภูมิใจ


บองซันถามด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น “จริงอ่ะ หล่อปะ?”



“แล้วเขาเป็นไงบ้างคะพี่ เวลาที่เจอกันตัวเป็นๆน่ะ?” เซียเริ่มซักบ้าง

ชินยังหัวเราะคิกพร้อมกับบอกว่า “พวกเธอนี่ตลกจัง...ทำไมถึงไปถามคนนอก แทนที่จะถามจากปากของคนที่เจอหน้าเขาทุกวันน่ะ?”



แต่แล้วอึนยีก็พูดออกมาว่า..”ที่ชั้นบอกว่าเจอน่ะ...ชั้นเห็นเขาในทีวีตามรายการต่างๆยะ”


“นี่พี่ล้อเล่นอย่างนี้ได้ไงอ่ะ โห่ วัยรุ่นเซ็ง?” เซียบ่นด้วยความผิดหวัง


อึน ยียิ้มมุมปากก่อนรีบโบ้ยทันทีว่า “เฮ้ อย่ามองชั้นแบบนี้สิ ไปโวยกับฮวางโบเขาสิ โน่นเลยคนที่ไม่ยอมพาเขามาเจอพวกเรา ไม่รู้จะกั๊กไว้ทำไม”



“ถามจริงเหอะ พี่อึนยีคะ แม้แต่พี่ ก็ยังไม่ได้ถูกแนะนำให้รู้จักกับฮยอนจุงเลยเหรอค่ะ? “ บองซันว่า


ฮวางโบรีบบอกทันที”แหม...ไม่เห็นจำเป็นจะต้องแนะนำเลยนี่นา...ทุกคนก็รู้จักเขาอยู่แล้วนี่”


บอง ซันพูดต่อไปด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์นิดๆ “แต่ไง...พี่ทำอย่างนี้มันก็ไม่ดีเลยนะ...ถามจริงเหอะ ถ้าพวกเราไปเจอฮยอนจุงจริงๆ พี่จะกลัวอะไรนักหนา หรือกลัวว่าพวกเราจะคาบเขาลงไปกินในน้ำ หืม?”



ฮวางโบตอบทันที “นั่นหล่ะ คือสิ่งที่ชั้นกลัว หุหุ”


ชินยังแทรกขึ้นมาว่า “ชั้น...ชั้นสาบานด้วยเกียรติของลูกเสือว่าชั้นจะไม่ทำอะไรเขาจริงๆ...ขอให้ชั้นได้เจอเขาหน่อยเถอะนะ...พี่ค้าาา”



ฮวางโบยังคงยืนยัน “เสียใจด้วยนะ...คงไม่ได้หรอก”



“เฮ้...นี่เธอกำลังทำตัวลับลมคมในเกินไปรึเปล่า”โบรัมว่า


เซียหันไปพูดกับโบรัม “แต่อย่างน้อยพี่ก็เคยเจอเขาใกล้ๆแล้วครั้งนึงนะ.”..
โบ รัมหลับตามโนภาพแล้วบรรยาย “อืมม...เขาไม่ได้พิเศษเลอเสิศขนาดนั้นหรอกนะ....ก็ดูเหมือนๆพวกเรานี่ แหละ...เขามีสองตา (ที่โต๊-โต) จมูกนิด ปากหน่อย” (อึ๋มๆน่าจ๊วบ ก็เท่านั้น)..



“ใช่แล้วล่ะ..เขาไม่ได้พิเศษมากมายไปกว่าคนอื่นหรอก”ฮวางโบโล่งใจ


ชินยองได้ยินก็ทำปากเบะร้องออกมาด้วยความผิดหวัง “โหย...อะไรเนี่ย”(ไม่ใจเลยอ่ะ)


เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น
ฮวางโบหลบออกมาหามุมสงบๆเพื่อคุยโทรศัพท์กับฮยอนจุง

“ใช่จ้ะ...พวกป้าๆจิตแตกแถวนี้ กำลังจะเป็นบ้าตายกันหมด เพราะอยากจะเจอเธอน่ะ”



น้ำเสียงปลายทางถามด้วยความสงสัย “ผมหรือฮะ? ทำไมล่ะ?”


“ทำไม น่ะเหรอ? ก็เธอเป็นไอดอลแล้วก็ยังเป็นหนึ่งใน “โกท-มี-นัม” สุดฮอตคนนึงด้วยอ่ะ”(โกท-มี-นัม –ชายหนุ่มหน้าตาดี สวยงามราวกับดอกไม้)


ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาก่อนตอบไปว่า “แต่ผมเป็นผู้ชายที่แต่งงานแล้วนะฮะ”


หญิงสาวหัวเราะคิกแล้วพูดว่า”แต่พวกเขายังไม่รู้เรื่องนั้นเลยนี่”



เขาเปลี่ยนประเด็นถามทันที “คุณอยู่ที่นั่นหนาวมากมั้ยฮะ?”



“ชั้นโอเค ไม่หนาวหรอก...ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ชั้นอยู่ในบ้านพักน่ะจ้ะ.”


“แต่ผม...หนาวมากเลยอ่ะ..”


“หนาวเหรอ มากมั๊ย”


“ฮะ หนาวมาก หนาวกายยังพอทน แต่หนาวเพราะคิดถึงคุณทนไม่ไหว”


“เธอนี่ เลี่ยนจนน้ำตาลจะขึ้นตาอยู่แล้วน่ะเนี่ย”


“ก็ผมหนาวจริงๆนี่นา..ผมก็เลยคิดว่า..คุณอยู่ที่นั่นน่าจะหนาวกว่าผม”



“เธออยู่ที่ไหนน่ะ?”



“ผมอยู่ที่กองถ่ายฮะ ตอนนี้รอเข้าฉากเอาท์ดอร์ช่วงกลางคืน...ลมแรงสุดๆเลย”



“เธอต้องสวมเสื้อผ้าหนาๆให้อุ่นๆเข้าไว้นะจ๊ะ”



“โอเคฮะ คุณก็ด้วยนะ ผมเป็นห่วงคุณ ไม่ใช่แค่คุณเท่านั้น ลูกของเราผมก็ห่วงเช่นกัน”


ขณะที่พูดโทรศัพท์ฮวางโบก้มลงมองดูแหวนแต่งงานที่นิ้วของเธอ แล้วถามไปว่า “แหวนของเธอล่ะ ชิลลาง เธอถอดเก็บไว้ที่ไหน?”



“อยู่ในกระเป๋ากางเกงผมฮะ”


“แล้วถ้าเกิดหล่นหายขึ้นมาจะทำยังไง?”



“ผมเช็คดูตั้งหลายรอบแล้วฮะ กระเป๋ากางเกงเรียบร้อยดี ไม่มีรู ไม่หายหรอกฮะ คุณสบายใจได้”


“แล้วกางเกงนั่นเป็นของสปอนเซอร์รึเปล่า?”



“ใช่ฮะ”


“งั้นเธออย่าลืมเอาแหวนกลับมาใส่ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้านะ “



“โอเคฮะ...แล้วแหวนของคุณล่ะฮะ?”



หญิงสาวตอบด้วยสีหน้ายิ้มๆพร้อมกับมองดูแหวนที่ใส่อยู่นิ้วนางซ้ายอย่างอิ่มใจ “ใส่อยู่ที่นิ้วจ้ะ”


“อย่าได้ถอดออกเป็นอันขาดนะฮะ! โอเค้รรร?”



หญิงสาวพูดแซวคุณสามีกลับไปว่า “ชั้นถอดมันออกได้ด้วยเหรอ? นึกว่าจะถอดไม่ออก เพราะว่าเธอร่ายมนต์เอาไว้แล้วซะอีก”



ชายหนุ่มหัวเราะคิกพร้อมกับร้องออกมาว่า. “โอ๊ะ!”


“หุหุ อะไรเหรอ?”


ฮยอนจุงตอบแบบเขินๆไปว่า “ตอนนั้นผมคงจะ...เบลอไปแล้ว.....ที่ทำอะไรแบบนั้นลงไปอ่ะ”...



“หุหุ ชั้นควรจะเริ่มกระจายข่าวนี้ดีมั้ยน้า?”



“ไม่นะ คุณทำอย่างนั้นไม่ได้นะฮะ”



“แต่ชั้นว่าชั้นจะทำนะ เดี๋ยวนี้เลยด้วย ดีไหมน้า!!!!”


“อย่านะฮะ”


“อา-บรา-คา-ดา-บรา- โอม-เพี้ยง~~~~~~~~”



“ได้โปรดเถอะฮะ อย่าเลยนะ~”



ฮวางโบหัวเราะร่าเมื่อได้ยินเสียงอ้อนวอนของคุณสามี “ฮ่าฮ่าฮ่า เสร็จโจร”


ฮยอนจุงร้องออกมาด้วยความขัดใจ “โธ่ เอ๊ย”(ทำไปได้นะเรา ไม่น่าเลย)

เช้าตรู่ของวันต่อมา
สาวๆแก็งค์ IG ทั้ง 6 คนกำลังยืนอยู่ที่บริเวณชายหาดชมพระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นมาจากริมขอบฟ้า


บองซันพูดด้วยความชื่นชมว่า “สวยจังเลยนะ”


แต่ชินยังกลับบอกว่า...”หนาวววอ่ะ”.


เซียรีบเสริมว่า “ชั้นก็หนาวเหมือนกันนน...”


ระหว่างนั้นฮวางโบกลับนึกในใจว่า “เธอคงจะกำลังหลับอยู่ใช่มั้ย พ่อมดฮยอนจุงของชั้น? อยากให้เธอมาอยู่ด้วยกันตรงนี้จัง...”


เสียงพีดีตะโกนบอกว่า “หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย เราจะถ่ายทำกันต่อเลยนะครับ”



เวลาต่อมา ในระหว่างการถ่ายทำช่วงเช้า


ฮวางโบถามทีมงานว่า “ทำไมจู่ๆต้องให้พวกเรามาเล่นแข่งมวยปล้ำเกาหลีด้วยล่ะคะ?”



เซียรับลูกทันที “ใช่แล้วล่ะ ทำไมพวกเราถึงต้องแข่งมวยปล้ำกันตลอดเลยอ่ะ เว้นๆซะบ้างไม่ได้เหรอไงนะ?”



พีดีปฎิเสธเสียงแข็งทันที “ไม่ได้ครับ”



เซียถามอย่างไม่ค่อยพอใจ “ทำไมล่ะคะ?”


“ก็เพราะพวกคุณคือ Infinity Girls สาวไม่มีลิมิต ชีวิตเกินร้อย”


ฮวาง โบได้ยินก็แย้งว่า คุณพีดีคะ.เห็นชื่อรายการของเรามั้ยว่ามันคือ “ Infinity Girls” ไม่ใช่ “Infinity Challenge” แล้วพวกเราก็ไม่ใช่ “Infinity Guys” ด้วยค่ะ รบกวนช่วยทำรายการให้เข้ากับคอนเซปต์ด้วยนะคะ”


สาวตุ้ยนุ้ยชินยังหัวเราะออกมา “หุหุ “Infinity Guys” ...วันนี้พี่ฮวางโบแรงส์...นะเนี่ย”



โบ รัมหันหน้ามาถามฮวางโบบ้างว่า “นี่เธอ เวลาที่พวกเราแข่งมวยปล้ำกัน เธอน่ะชนะเกือบจะตลอดเลยนะ ...นี่เธอแกล้งทำเป็นพูดอย่างนั้นออกมารึเปล่า?”



“แกล้งอะไรกัน?ชั้นพูดจริงๆนะ...เรามาทำอย่างอื่นกันดีกว่า”ฮวางโบแย้ง


แต่ พีดียังคงยืนยันหัวชนฝาว่า “คุณมองดูสิ ชายหาดสีขาวกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแบบนี้ จะมีอะไรเหมาะที่จะทำที่นี่มากไปกว่าแข่งมวยปล้ำอีกเหรอ?”



ในที่สุดสาวๆทั้ง 6 ก็ต้องยอมทำตามความต้องการของพีดี


ชินยังเสนอว่า “คนแพ้ต้องลงไปในทะเลแล้วดำลงไปในน้ำจนมิดหัวเลยนะ”



“โอเค ได้เลย”บองซันรับคำทันที


แต่ฮวางโบรีบโวยทันทีว่า “อะไรนะ? ทำไมพวกเราต้องลงไปในทะเลด้วยล่ะ หนาวจะตาย?”


อึนยีช่วยให้เหตุผลว่า “มันเป็นความรับผิดชอบของพวกเราที่ต้องยอมเสียสละตัวเอง ถ้ามันจะทำให้ได้ภาพดีๆสนุกๆมาออกในรายการไงล่ะ...”



พีดีตะโกนสำทับว่า “เราจะเล่นเกมกันซักประมาณ 30 นาทีแล้วกันนะครับ”



แต่ แล้ว เมื่อการถ่ายทำเริ่มขึ้นจริงๆ เกมการแข่งขันในวันนี้กลับไม่ใช่เกมแข่งมวยปล้ำเกาหลีตามแบบธรรมดา และเป็นเกมที่ต้องใช้พละกำลังกันค่อนข้างมาก วิธีการเล่นคือ สามคนที่อยู่ภายนอกบริเวณวงกลมที่กำหนดต้องพยายามดึงตัวสามคนที่อยู่ภายในวง กลมออกมา พอเริ่มเล่นกันไปได้ไม่นานนัก หกสาวต่างก็ออกแรงต่อสู้กันจนเหงื่อเปียก จนต้องถอดเสื้อหนาวหนาๆที่ใส่ในตอนแรกโยนกองไว้เกลื่อนกลาด ส่วนผมเผ้าก็หลุดรุ่ย กระเซิงไม่เป็นทรง



ฮวางโบซึ่งเป็นทีม ที่อยู่ภายในวงกลม พยายามสุดฤทธิ์ในการหลีกเลี่ยงการประทะที่รุนแรงกับผู้เล่นคนอื่น หญิงสาวขยับตัววิ่งไปมาอย่างว่องไวราวกับแม่ปลาไหลสาวและสามารถหลุดรอดจาก การโจมตีของอีกฝ่ายไปได้ทุกครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเธอก็เริ่มเหนื่อยจากการที่ต้องวิ่งหลบหลีกและการใช้ กำลังปัดป้องต่อสู้อยู่ตลอดเวลา
หญิงสาววิ่งไปพร้อมกับนึกในใจว่า “ชั้นควรจะยอมๆเล่นแข่งมวยปล้ำให้หมดเรื่องหมดราวแต่แรก...เกมนี่มันยิ่งร้ายกว่าเดิมอีกอ่ะ..T_T)...


ในที่สุดทีมของฮวางโบซึ่งต่อสู้ยืนหยัดจนนาทีสุดท้าย ก็สามารถชนะเกมไปได้

ฮวางโบยืนหายใจหอบด้วยความเหนื่อยแต่ก็พูดออกมาว่า...”โอเค...คนแพ้...ลงทะเลไปได้แล้ว”



อึนยีซึ่งอยู่ในทีมที่แพ้กลับแย้งว่า “ที่จริง...ชั้นคิดว่ามันดูจะโหดเกินไปรึเปล่า.”

ฮวางโบร้องเสียงหลงออกมา “ว่าไงนะ???””



บองซันรับสนับสนุนทันที “ใช่เลย ชั้นคิดว่าชั้นคงจะต้องเป็นหวัด เพียงแค่ยืนมองดูคลื่นลูกโตๆพวกนั้นในทะเลอ่ะ...”



ชินยังซึ่งอยู่ทีมที่ชนะรีบโวยทันทีว่า “ไม่เอาน่า อย่ากลับคำสิ ทำงี้ได้ไง พวกเธอต้องทำตามที่สัญญาสิ เพราะเธอแพ้น่ะ”



อึนยีว่า ถึงแม้เราจะเคยให้สัญญา....แต่จริงๆนะ ทำแบบนี้มันโหดเกินไปรึเปล่า...พวกเราคือใครกัน “ทีมงานรายการ หนึ่งคืน สองวัน” รึไง?


“แต่ยังไงพวกเราก็ตกลงกันไว้แล้วนี่นา อย่าขี้โกงสิ”..ชินยังบ่นอุบอิบ.


ฮวาง โบตะโกนออกมาด้วยความโมโห “นี่มันเรื่อง บ้าอะไรกัน!!! ถ้าชั้นรู้ว่าจะไม่ถูกทำโทษให้ลงไปในทะเลอย่างนี้ล่ะก็ ชั้นคงไม่เล่นแบบทุ่มสุดตัวจนเหนื่อยแทบจะขาดใจตายขนาดนี้หรอกนะ!!!!”



เซียได้ยินก็ร้องออกมา “โววว พี่ฮวางโบ นี่พี่อยากจะเห็นชั้นดำลงไปในน้ำทะเลเย็นเจี๊ยบมากขนาดนั้นเลยหรือคะ?”



ฮวางโบปฏิเสธทันควัน “ไม่นะ...ชั้นไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”....


อึนยีเสนอขึ้นมาว่า.”งั้นทำไมพวกเราไม่ลงไปในทะเลด้วยกันทั้งหมดเลยล่ะ?”



“พี่เสียสติไปแล้วรึเปล่าอ่ะ? “ บองซันโวยทันที


ชินยังว่า “ใช่แล้ว คนแพ้สิที่ต้องลงไปในน้ำ”



บองซันเถียงต่อไปว่า “แต่ตอนนี้มัน โ–ค- ต -ร หนาวเลยนะ เธออยากจะเห็นใครซักคนหนาวตายในทะเลไปจริงๆเลยใช่มั้ย?”



“โธ่เอ๊ย อะไรกันเนี่ย”ชินยังร้องออกมาอย่างขัดใจ


ก่อนที่จะปรี่เข้าไปฉุดแขนบองซันแล้ววิ่งลากลงไปในทะเลด้วยกัน


เซียเห็นก็ร้องออกมา “โอ๊ะ โอว”(โชคดีที่ชั้นไม่ได้ยืนใกล้ยัยชินยัง)



โบรัมส่งเสียงเชียร์เพื่อนร่วมทีมทันที “ว้าว เจ๋งมากเลย ชินยัง”


แต่อึนยีรีบตะโกนห้าม “นี่พวกเธอ หยุดเลยนะ ชั้นจะไม่รับผิดชอบถ้าหากเกิดอะไรขึ้นมาน่ะ”


แต่ชินยังกับบองซันไม่ฟังเสียง ยืนต่อสู้กันอยู่ในทะเลซึ่งน้ำเย็นยะเยือกและในที่สุดทั้งคู่ก็ล้มกลิ้งลงไปแช่อยู่ในน้ำ


ฮวางโบตะโกนถามไปว่า “นี่พวกเธอต้องทุ่มทุนสร้างขนาดนั้นเลยเหรอ...??”


โบรัมหันมาตอบว่า “นั่นคือความแตกต่างระหว่างคนที่เป็นนักแสดงตลก กับคนที่ไม่ได้เป็นอ่ะ”



อึนยีแทรกขึ้นมาว่า “ชั้นก็เป็นนักแสดงตลกเหมือนกันนะ”...


โบรัมว่า “อืมม ชั้นก็ด้วยนี่.”



ส่วนเซียรีบวิ่งเข้ามายืนใกล้ฮวางโบเพื่อหาพวกทันที “แต่พวกเราไม่ใช่ ชั้นพูดถูกมั้ยคะ พี่ฮวางโบ?”



ฮวางโบว่า..”ใช่แล้วล่ะ ชั้นไม่ใช่ดาราตลก”แล้วก็หันไปบอกอึนยีว่า “พี่นั่นแหละ ตามพวกนั้นลงไปเลย”


อึนยีพยายามหาข้ออ้าง “แต่...อายุของชั้นมัน..”ว่าก็หันไปโบ้ยต่อให้โบรัม “แล้วเธอมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ? ลงไปเลยเร็วเข้า”



โบรัมเปรยขึ้นมาว่า “ทำไมจู่ๆ...ชั้นก็รู้สึกอยากจะเป็นนักร้องขึ้นมาเลยก็ไม่รู้อ่ะ”


ใน ที่สุดสองสาวชินยังและบองซันก็เดินขึ้นมาจากทะเลด้วยสภาพเปียกโซกตั้งแต่หัว จรดเท้า สไตล์ลิสต์และผู้จัดการของทั้งคู่รีบวิ่งเข้าไปพร้อมกับเอาผ้าเช็ดตัวและผ้า ห่มมาช่วยห่อตัวสองสาวที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความหนาว


ชินยังพูด ออกมาทั้งๆที่ปากสั่นจนฟันเกือบจะกระทบกันอยู่แล้วว่า “เมื่อกี้ชั้นคงจะเสียสติไปชั่วครู่ ชั้นทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย? บรื๋อออ หนาววววว จัง”
บองซันยืนปากสั่นพูดได้แต่เพียงว่า “นั่นสิ ช่วยบอกชั้นทีเหอะ อะไรเข้าสิงให้ทำอย่างนั้น”


อึนยีรีบตัดบทแล้วบอกว่า “เร็วๆเข้า รีบรถไปได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี”



โปรดติดตามคู่รักผักกาดหอม รีมิกซ์ ตอนต่อไป

ขอบคุณที่ติดตามน่ะคะ



Create Date : 10 มีนาคม 2554
Last Update : 10 มีนาคม 2554 13:16:03 น. 0 comments
Counter : 475 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นักรักจัยโยเย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"ห้ามนำไปเผยแพร่ต่อที่อื่น นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล๊อคก่อนเท่านั้น"

:: Online User
Friends' blogs
[Add นักรักจัยโยเย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.