Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
20 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Super Foods

ช่วงนี้ คุณแม่สาหัสมากมาย มะกี้ มรรคณิชามานั่งตักกอดแม่ เห็นแม่ตัวสั่นๆ นู๋ก็ซักไซ้ใหญ่เชียวว่า “มันคืออะไร” แหม๋ม อธิบายไป อธิบายมา นู๋ชักถามยากขึ้นเรื่อยๆ “แม่ นู๋ตัวโตขึ้นใช่ไหม นู๋โตได้ยังไง (วิธีไหน)”

ก่อนเข้าเรื่องดีๆ ต้องขอบ่นพ่อสักหน่อย... บ้าป่าวฟระ ... เอาพี่แคลลี่เข้ามากักบริเวณแถวๆ ห้องนอนกะห้องน้ำของพวกนู๋ เพื่อฝึกให้พี่เค้าไม่ฉี่รดหนังสือ อ้าว พี่เค้าฉลาดออก ก็พ่อเล่นไม่ทำความสะอาดกะบะเลยเนียะ ช่วงที่พี่โทๆ ไม่อยู่ พี่แคลลี่เค้าก็เลยต้องประกาศให้รู้สิ แม่เคยเห็นนะ ตอนที่พี่เค้าอาหารหมด ก็รู้จักดันๆ ๆๆ จานจนตกบันไดให้พ่อได้ยิน 55 แถมเวลาไม่มีน้ำดื่ม พี่เค้าก็จะเข้ามาหาแล้วเดินไปเลียก๊อกน้ำให้ดู ฉลาดม้ะ...
อ้าววว ป๊าดดด.....นี่ตอนนี้ เธอก็มาสำรอกบนเก้าอี้คอมของแม่... เฮ้อ.. แม่กำลังนั่งปลงและตัดใจ สงสัยต้องเข้าไปรับหน้าที่ทำความสะอาดกะบะทรายเสียเองแล้วละมั้ง ทำไมว๊า ชีวิตช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

มะวานพาไปว่ายน้ำ นู๋เล่นเดินลงสระสลับกะจากุสซี่น้ำร้อน.. ว้าว กระตุ้นภูมิต้านทานดีนักแล น้ำมูกหดหมดเลย คริคริ ลูกติดใจมากมาย ขอให้แม่พาไปทุกเย็น... อือม์ แม่ต้องคิดก่อนว่า จะทำไงกะกับข้าวมื้อเย็นง่ะ
พูดถึงอาหาร วีคนี้ แม่แสนจะภูมิใจที่แม่ทำแต่อาหารสุขภาพทานกันในบ้าน อิอิ จากที่ห่วงว่า จะกะเดือกไม่ลง ก็กลายเป็นว่าไม่ลำบากขนาดนั้น แถมมรรคณิชายอมกินด้วยนี่สิ แม่สบายใจมากมาย นู๋สูงขึ้นมาอีกเซ็นต์แล้วนะ 103 ง่ะ
ต้องขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ สูตรอาหารของ Cancer Lifeline ซึ่งเป็นองค์การที่แม่เข้าไปพึ่งพิงบ่อยๆ ในหนังสือ เค้าทำการวิจัย สุดยอดอาหาร “ท็อปเท็น” เอาไว้ แม่เลยว่า จะเอามาเผื่อแผ่คุณน้าๆ ที่แวะมาอ่านบล็อกของมรรคณิชานะก่ะ
Top 10 “Super Foods”
1. Broccoli, cabbage, cauliflower, and other vegetable in the cruciferous family.
2. Beans, including soybeans
3. Berries and cherries
4. Onions, garlic, chives, and other vegetable in the Allium family.
5. Carotenoid/rich (deep orange, yellow, red, and green) vegetables
6. Fish
7. Tomatoes
8. Mushrooms
9. Nuts and seeds, including flaxseed
10. Green tea
มาเริ่มดูกันทีละตัวนะ
1. Broccoli, cabbage, cauliflower, and other vegetable in the cruciferous family.
บล็อคโคลี่ กะหล่ำต่างๆ และตระกูล cruciferous สงสัยละซี้ว่า cruciferous เนียะมันคือพืชผักชนิดไหน .. เปิดดูจากพจนานุกรม เค้าบอกว่า เป็นพวกพืชมีใบสีแฉกเหมือนกางเขน .. ในหนังสือยกตัวอย่างผักในตระกูลนี้ ได้แก่ Kale, Swisschard, parsnips, watercress, radishes, bokchoy, collard greens, kohlrabi, rutabaga, turnips, and mustard greens. อือม์ ส่วนใหญ่หาที่เมืองไทยยากๆ จังนิ เป็นผักที่คุณพ่อนู๋ชอบมั่กๆ แต่แม่นะ แหวะเลยละ

ผักในตระกูลกะหล่ำจะอุดมไปด้วย ไฟโตเคมิคัล ซึ่งไปเร่งการทำงานของเอ็มไซม์ในตับ ให้ทำหน้าที่ขับล้างพิษ สิ่งแปลกปลอมในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผักในตระกูล cruciferous เนียะ ยังอุดมไปด้วย ซัลเฟอร์ ซึ่งดีสำหรับคนเป็นมะเร็ง เพราะจะทำหน้าที่สร้างเอ็มไซม์ที่ช่วยสกัดการเติบโตของเซลล์มะเร็งละ
ปัญหาของผักในตระกูล cruciferous เนียะ คือ รสชาด สุดทน (ไม่รู้นะ สำหรับมือใหม่อย่างแม่คนเดียวป่ะ แต่ขนาดแกรนด์มายังไม่สู้บางตัวเลยอ่ะ) แต่ถ้าเลือกประเภทออแกนิค รสชาดจะดีขึ้นมาอีกเล็กน้อย อ้อ จากที่คุณแม่ไปฟังคุณน้าไฮดี้สอน คุณน้าบอกว่า เวลาทานผักในกลุ่มนี้อย่ากินแบบดิบๆ เยอะเกินไป เพราะเด๋ว ไทรอยด์ จะถามหา

2. Beans, including soybeans
พืชตระกูลถั่วทั้งหลาย เป็นส่วนหนึ่งของอาหารฝรั่งซะเยอะนะ ตั้งแต่ Black beans (แหม๋ม ไม่อยากแปล อิอิ), Lentis, pinto เป็นต้น ถั่วมีประโยชน์ต่อคนมีอาชีพมะเร็ง เพราะอุดมไปด้วย Saponins, protease inhibitors และ phytic acid
Saponins นั้น จะช่วยคุ้มครองรักษาเซลล์ปกติไม่ให้กลายร่างเป็นเซลล์มะเร็ง และคอยป้องกันไม่ให้เซลล์ที่เป็นมะเร็งไปแย้ว มีโอกาสเติบโตขยายแฟรนไชส์ออกไป
protease inhibitors เป็นตัวกักสกัดการจู่โจมของบรรดาไวรัส และต้นตอเชื้อโรคต่างๆ สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็ง protease inhibitors จะทำหน้าที่หยุดยั้งขั้นตอนการเติบโตของมะเร็ง
phytic acid ช่วย เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กะร่างก่าย ทำหน้าที่เป็นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระ
นอกจากนี้ พืชตระกูลถั่ว ยังเป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินที่สำคัญๆ อื่นๆ อีกด้วย คือ แคลเซี่ยม โปตัสเซี่ยม ซิงค์ และธาตุเหล็ก สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการบำบัด ไฟเบอร์ในถั่ว จะช่วยลดอาการท้องผูก

ถั่วอีกชนิดที่ฝรั่งยกย่องนักหนา ขนาดในหนังสือยังเขียนแยกหัวข้อบรรยายความดีเด่นไว้ต่างหาก อิอิ คือ ถั่วเหลือง ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี เทียบเท่า โปรตีนที่ได้จากสัตว์
ในถั่วเหลืองจะมี Phytoestrogens (ฮอร์โมนเอสโตรเจน เวอร์ชั่นอ่อนซ้อม) ทำหน้าที่ เป็นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระ และสกัดกั้นสารก่อมะเร็ง และหยุดยั้งการโตของมะเร็ง สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านม ก็อาจจะสงสัยว่า จะสามารถกินถั่วเหลืองได้หรือไม่ จากการวิจัยพบว่า สามารถกินได้ในปริมาณที่พอเหมาะ คือ 1-2 เซิฟวิ่งต่อวัน

เอาละซี้ 1 เซฟวิ่ง มันเท่ากับเท่าไหร่ละ
นี่เร้ย เค้าเขียนตัวอย่างกำกับมาให้ด้วย
นมถั่วเหลือง 1 ถ้วย
เต้าหู้ ครึ่งถ้วย
ถั่วเหลืองเม็ด ครึ่งถ้วย
ถั่วญี่ปุ่น Edamame ครึ่งถ้วย
ถั่วเหลืองทอดโรยเกลือ (ง่า หย่อยอ่ะ) หนึ่งส่วนสี่ถ้วย
มิโซ 2 ช้อนโต๊ะ

วันนี้ พวกเราก็เพิ่งหม่ำอาหารอุดมคุณค่าถั่วเหลืองไป ก็ได้สูตรจากตำราอาหารของ Cancer Lifeline โอว์ ขออนุญาติโคดสะนา ให้เค้าหน่อยนะ อ่ะ เอาลิงค์หนังสือมาแปะให้ดูกัน อาหารบนหน้าปก คือ ที่วันนี้แม่ทำงัย

//www.cancerlifeline.org/products.html

เอาสูตรม่ะก่ะ
คืนนี้ แม่ขยัน ซัดไอติมกาแฟลงไป คึกน่าดู

Spicy Miso Peanut Noodles

ส่วนผสมของจานนี้ จะประกอบด้วยผักหญ้าต่างๆ และก๋วยเตี๋ยว (เลือกเส้นที่ชอบ ในรูปบนหน้าปกหนังสือ เค้าใช้เส้นสปาเก็ตตี้ แม่ว่า เส้นยากิโซบะ ราเมง ก็เอามาทำได้อร่อยเหมือนกัน) คลุกเคล้ากะน้ำซอสถั่ว
ส่วนผสมหลัก
เส้นก๋วยเตี๋ยว 1 ปอนด์ หรือ 500 กรัม ต้มให้สุก พักทิ้งไว้
แครอท 2 หัวใหญ่ๆ ปอกเป็นเส้นๆ
ต้นหอม 6 ต้น หั่นแฉลบเป็นเส้นๆ
พริกหวานสีแดง (อาหารจะได้สวยๆ ) 2 ลูก ขนาดกลางๆ พยายามหั่นเป็นเส้นๆ อีกแหละ
งา 3 ช้อนโต๊ะ จะให้ดีก็เอางาดำ แคลเซี่ยมสูงดี วันนี้ แม่หาขวดงาดำไม่เจอ (แงๆ เพิ่งซื้อมาหยกๆ หายไปไหนว๊า เดินหาครึ่งวัน ไม่เจอง่ะ) เลยเอา ฟูริกาเกะ แบบมีสาหร่ายกะงาขาวผสมกัน
ผักสปีแนช (อันนี้ ในตำราไม่มี) แต่แม่ใส่ลงไปเอง ก็อร่อยนะ ไม่เสียรส ปริมาณตามชอบใจ

เตรียมส่วนผสมหลักเสร็จก็มาทำน้ำซอสราด มีส่วนผสมดังนี้
พีนัทบัตเตอร์ สามในสี่ ถ้วย
มิโซ ครึ่งถ้วย
น้ำผึ้ง หนึ่งส่วนสี่ ถ้วย
Apple Cider Vinegar 2 ช้อนโต๊ะ
ขิงหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 2 กลีบ ตำละเอียด
พริก Cayenne ครึ่งช้อนชา (ของแม่ไม่ใส่ เพราะกลัวมรรคณิชากินไม่ได้ แม่มาใส่ต่างหาก ของบ้านเราก็น่าจะใช้พริกป่นแทนได้)
เอาส่วนผสมทั้งหมดใส่หม้อ แล้วเทน้ำเดือด สามในสี่ ถ้วยลงไป พร้อมกะตีให้ส่วนผสมเข้ากัน จนเป็นน้ำข้นๆ ก็ค่อยนำไปราดส่วนผสมหลักที่ทำไว้ อาจจะกัน แครอทและต้นหอมบางส่วน ไว้แต่งหน้าให้แลดูสวยงามก่อนเสริฟ

3. Berries and cherries
แม่เคยฟังนักโภชนาการเล็คเชอร์ไว้ว่า เวลาเค้าเลือกผักหญ้ามาทำอาหาร ให้ยึดหลักง่ายๆ เลยว่า ผักยิ่งสีสันเข้มข้น ยิ่งดี อย่างกะหล่ำเนียะ เค้าบอกว่า กะหล่ำเขียว กะกะหล่ำแดงรสชาดเหมือนกัน ก้อให้เลือกกินกะหล่ำแดง จะได้คุณค่าสารอาหารสูงกว่า (แม่แอบนึกในใจ กะหล่ำแดงแข็งกว่ากะหล่ำเขียวตั้งเยอะ ซ้ำเวลาเอามาผัดทิ้งไว้นานๆ ในจานจะโหลยโท่ยมั่กๆ ทำอาหารแม่ดำๆ คล้ำๆ ไปหมด)
เอ๊ะ นอกเรื่องป่าวเนียะ...
เอ้า ว่าด้วยคุณค่าของบรรดาเบอร์รี่ ก็คือ คุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีมากสุดเมื่อเปรียบเทียบกะผักหญ้าชนิดอื่นๆ ... นักวิทยาศาสตร์แสนขยัน เลยมานั่งลำดับปริมาณความจุของสารต่อต้านอนุมูลอิสระในเบอร์รี่ชนิดต่างๆ ได้ดังนี้ บลูเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ สตอเบอร์รี่ และเชอร์รี่
คนที่กินบลูเบอร์รี่แค่ครึ่งถ้วย จะได้สารต่อต้านอนุมูลอิสระ เท่ากับการกิน ผักสปีแนช สองถ้วยครึ่ง หรือ บล็อกโคลี่ สองถ้วยกะอีก หนึ่งส่วนสี่
เมืองไทยถ้าบลูเบอร์รี่สดๆ แพง ก็หาแบบโฟรเช่น ก็ได้นะคะ นักโภชนาการเค้าว่า คุณค่าทางอาหาร จะมากกว่าของสดด้วยซ้ำ

4. Onions, garlic, chives, and other vegetable in the Allium family.
ยังไม่ถึงครึ่ง ชักขี้เกียจแปล ขี้เกียจพิมพ์ 55
เอ้า หัวข้อนี้ จำกันง่ายๆ แดร็กคูล่ากลัวกระเทียมชิมิก่ะ เพราะอะไรรู้ป่ะ
เพราะกระเทียม หอม หอมแดง ทั้งหลายนี้ ทำหน้าที่เหมือนยาฆ่าเชื้อนะเซ่
Allium family หมายถึง ตระกูลที่มี ซัลเฟอร์ ซึ่งจะมีไฟโตเคมิคัลต่อต้านมะเร็งสูง ช่วยทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตช้าลงๆ จ้า

5. Carotenoid/rich (deep orange, yellow, red, and green) vegetables
ผักหญ้าที่มีสีสันสวยๆ แดงๆ ส้มๆ เหลืองๆ เนียะ จะมีแคโรทีนสูง ซึ่งหมายความว่า แคโรทีนจะไปยับยั้งไม่ให้เซลล์โตในอัตราเร่ง (เพราะจะทำให้เสี่ยงกับการกลายพันธุ์เป็นมะเร็ง) นอกจากนี้ แคโรทีน ยังเด่นในด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ
ตัวอย่างของผักที่มีแคโรทีนสูง ได้แก่ สปีแนช มันฝรั่งหวาน แครอท สควอช พริกหวาน แคนตาลูป มะม่วง พีช ส้ม สตอเบอร์รี่ มะละกอ อพริคอท
เอาเป็นว่า แคโรทีนดีออกหยั่งงี้ ... วันนี้ คุณเติมสายรุ้งสดใสให้กะอาหารจานโปรดของคุณแล้วหรือยัง

6. ปลา

อาม่าเมืองไทย จะขยันโด๊ปอี๊จิ๋มตอนท้องด้วย กระเพาะปลาของแท้ ตลอด พอพี่ออนออกมาก็ทุ่มทุนซื้อปลาสดๆ ให้กิน เพราะอาม่าอยากเห็นหลานฉลาด สำหรับมรรคณิชา แม่ทุ่มไม่ค่อยไหว ปลาที่นี่แพงจัง แถมทำไม่เก่ง เสียดายของดีๆ แหะ แหะ
ฝรั่งเค้าวิจัยว่า โอเมก้าทรี นอกจากบำรุงสมองแล้ว ยังดีต่อลำไส้ และหัวใจด้วย (มิน่า อะไรๆ ก็โคสะนาว่ามีโอเมก้าทรี)
ถ้าจะกินปลาสดที่มีโอเมก้าทรีสูงๆ ก็ได้แก่ แซลมอน แมคคาเรล ซาร์ดีน เทร้าท์ เฮอร์ริ่ง และ อัลบาคอทูน่า
ส่วนที่โอเมก้าทรีต่ำ คือ ค็อด หอยลาย haddock perch halibut catfish

7. Tomatoes
ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ ลูกแม่กินมะเขือเทศสดๆ ได้ทีละมากๆ มาตั้งแต่เป็นเบบี้ (แม่ป้อนนู๋ด้วยมะเขือเทศ เต้าหู้ และกรีนบีน ตั้งแต่นู๋เริ่มกินอาหารอื่นๆ นอกจากนม)
เป็นที่รู้กันว่า ในมะเขือเทศมี Lycopene ซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ในส่วนผสมของอาหารในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียม จะมีมะเขือเทศประกอบซะมาก และอัตราคนเป็นมะเร็งก็น้อย ฝรั่งเลยทำวิจัย ให้ผู้ชายกินมะเขือเทศ 10 เซิฟวิ่งต่ออาทิตย์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์
และตรงนี้ อ่านดีๆ อ่านไม่ผิดคะ ซอลมะเขือเทศที่ไว้ราดสปาเก็ตตี้อ่ะ มี Lycopene สูงกว่ามะเขือเทศสดๆ ถึง สองถึงแปดเท่าเชียว
ผักหญ้าอื่นๆ ที่มี Lycopene ได้แก่ แตงโม เกรปฟรุ้ต แอพริคอท ฝรั่งสีชมพู

แฮ่กๆๆ หมดแรง ก่ะ

8. เห็ด
เห็ดจัดเป็นสุดยอดอาหาร เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน และอมีโนแอซิด ในขณะที่มีแคโลรี่และคาร์โบไฮเดรตต่ำ ทั้งยังเป็นแหล่งไฟเบอร์ วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ อาทิ วิตามินบี ธาตุเหล็ก โปตัสเซี่ยม ซิงค์
มีหลักฐานข้อมูลวิจัยว่า เห็ดชิตาเกะ และ ไมตาเกะ มี Polysaccharides ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี ในหนังสือมีอธิบายรายละเอียด แต่ขออนุญาติไม่มาแปลนะก่ะ (ขี้เกียจอ่า)

9. ธัญพืช
จุดเด่นของธัญพืช คือ เป็นแหล่งพลังงานสุดยอด (คนกินเจ กินมังสวิรัติ จึงไม่ควรขาดธัญพืชในแต่ละมื้อ)
ธัญพืชที่หนังสือเล่มนี้เอ่ยถึง มีสามตัวคือ วอล์นัท อัลมอนด์ กะ แฟลคซีด Flaxseed โดยมีผลงานวิจัยสนับสนุนการบริโภค สามตัวนี้ว่า สามารถช่วยลดอัตราการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้อย่างเป็นผล โดยเฉพาะ แฟลคซีด ซึ่งช่วย "ลดขนาด" ของชิ้นมะเร็งของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวัง สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ชนิด estrogen-receptor positive และ กำลังรับการรักษาด้วย ยา tamoxifen ว่า ควรระมัดระวังปริมาณการบริโภค แฟลคซีด ให้พอเหมาะ คือ 1 ช้อนโต๊ะ หรือ 10 กรัม ต่อวัน เท่านั้น
หนังสือแนะนำให้บริโภค แฟลคซีดแบบเป็นเม็ด (ใส่เข้าไปอบพร้อมกะมัฟฟิน ... อาหย่อย) มากกว่า การบริโภคในรูปของน้ำมัน กรณีผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก และให้บริโภคอย่างน้อย 2 ช้อนโต๊ะ ต่อวัน

10 ชาเขียว
ชาเขียวนั้น แนะนำให้ดื่มทุกวัน แทนน้ำยิ่งดี โดยมีผลวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในหญิงญี่ปุ่น พบว่า สามารถลดอัตราการกลับมาของมะเร็งขั้น 1 - 2 ได้หลังจาก 7 ปี

จบแล้วก่ะ

I asked for strength
And I was given difficulties to make me strong.

I asked for wisdom
And I was given problems to learn to solve.

I asked for prosperity
And I was given a brain and brawn to work.

I asked for courage
And I was given dangers to overcome.

I asked for love
And I was given people to help.

I asked for favors
And I was given opportunities.

I received nothing I wanted.
I received everything I needed.

-Hazrat Inayat Khan



Create Date : 20 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2551 14:01:03 น. 4 comments
Counter : 472 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะแม่น้องมรรค ดีจังเลยค่ะที่ทำอาหารเพื่อสุขภาพ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งนะคะ


โดย: แป๋วภูเก็ต วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:55:00 น.  

 
ขอขอบคุณ บทความ ที่ดีดีแบบนี้จังครับ


โดย: everything on วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:36:48 น.  

 
วันนี้แวะเข้าบล๊อกมาเห็นเลยแวะเข้ามาเยี่ยมค่ะ
นานๆ แวะมาทีนู๋มรรคโตไวจังสูงเกินเมตรแล้ว

ขอบคุณสำหรับข้อมูลของหนังสือที่เอามาลง มีประโยชน์มากเลย ขอก๊อปเอาไปเก็บไว้อ่านนะคะ ไว้จะมาตามเก็บที่เหลือต่อด้วย


โดย: narellan วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:07:44 น.  

 
ขอบคุณมากๆค่ะ เป็นประโยชน์มากค่ะ


โดย: IAmKate IP: 58.8.182.97 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:17:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มรรคณิชา
Location :
Sleepless in Seattle United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีคะ
นู๋ชื่อ มรรคณิชา.... เรียกนู๋เต็ม ๆ นะคะ เพราะนู๋ไม่มีชื่อเล่นคะ ... อยากรู้จักนู๋ ก็ต้องตามไปช่วยอ่าน ช่วยคอมเม้นต์นะคะ แม่นู๋จะได้มีกำลังใจ
แก้ไขเพิ่มเติมคะ....
มีคุณน้า คุณพี่ หลายคนมักถามคุณแม่เสมอๆ ว่า "ชื่อของนู๋ แปลว่าอะไร"
บอกเลย ไม่เล่นตัว...อิอิ
มรรค มาจากคำว่า "มรรค 8" ในศาสนาพุทธไงคะ...คุณแม่คงอยากเห็นนู๋เป็นเด็กดี...แถมเวลาสะกดเป็นภาษาปะกิต คุณแม่ใช้ชื่อคุณพ่อสะกดซะเลย...งานนี้ คุณพ่อหน้าบานคะ
ส่วน ณิชา แปลว่า บริสุทธ์
พอมารวมกะ "มรรค" ชื่อนู๋เลยเก๋กู๊ดซ้า

แก้ไขเพิ่มเติม (อีก 5/29/2011)
แขกเค้ามีดาราหญิงชื่อ มานิชา คล้ายชื่อนู๋มากเลย แรกๆ แม่ก็ปลื้มหรอกนะ แต่หลังๆ ชักหวั่นไหว เพราะเพื่อนร่วมงานของพ่อชื่อนี้เปี๊ยบ เป็นตัวป่วนที่ทำคุณพ่อปรี๊ดส์บ่อยๆ

แม่พบว่า เด๋วนี้ เวลาเรียกมรรคณิชาเต็มๆ คือการทำเสียงเข้ม ในเหตุการณ์ปกติ แม่เรียกนู๋ ว่า "ลูก" "นู๋" หรือ ไม่ก็ "ชิชา" "ชา"
Friends' blogs
[Add มรรคณิชา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.