Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
5 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
โยโกโซ ตอนที่ 8 เที่ยวนารา ช่างสุขจริง เที่ยวดูกวาง วิ่งไล่กัน ดูไปช่างน่าขบขัน บางตัวเขาสั้น บางตั

แม่เห็นคิววันนี้ว่าง เลยพานู๋ไปเที่ยวนารา แม่ให้เราออกเดินทางแต่เช้า (เช้าของแม่คือ เก้าโมง ถ้าเป็นเช้าของตั่วอี๊ ก็คงเป็นหกโมง) การขึ้นรถก็ไม่ยาก จับชิงกันเซ้นของเจอาร์ก็ไปถึงสบายๆ
แต่ก็นะ
แม่เนียะเป็นโรคหวาดระแวง ก่อนขึ้นรถทุกครั้ง แม่จะต้องถามนายสถานนีซึ่งยืนอยู่ตรงจุดประตูทางกั้นเสมอ นายสถานนีบอกให้ไปเปลี่ยนรถไฟที่ป้ายยามาโนเต๊ หรืออะไรสักอย่างเนียะแหละ
พอรถออกไปได้แป๊บเดียว แม่จัดการเหลียวหน้า เหลียวหลัง เฮ้ย คันนี้ไม่มีภาษาปะกิตเลยฟระ แล้วมันถึงป้ายที่ต้องเปลี่ยนรถหรือยังฟระ
เอาละซี่
หญิงเดี่ยว ลุกขึ้นมาประกาศความเป็นไท เอ๊ย ม่ายช่าย ลุกขึ้นมาถามทางทันที เล่นเอาผู้โดยสารในโบกี้นั้น ตะลึงตึงๆ กันไปหมด ก่อนจะมีตี๋ใจดี มาช่วยให้แม่สงบลง ฮีบอกว่า ฮีก็จะไปนาราเหมือนกัน เพราะฉะนั้น จ้องฉันไว้ให้ดีๆ หุหุ
ตี๋หนุ่มคนนี้ ชื่อ ฮิเดยูจิ ภาษปะกิตคล่องทีเดียวแหละ ... เอ แล้วทำไมปล่อยให้แม่พูดเป็นคนบ้าอยู่ได้ตั้งนาน ฮิเดยูจิเป็นนักศึกษา สาขาปรัชญา ชั้นปีสี่ ปีสุดท้ายแล้ว และหางานหาการเตรียมรอท่าไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะนี่คือแบบชีวิตของนักเรียนญี่ปุ่น ที่เรียกว่า ฝ่าฝันสู้กันตั้งแต่การเรียน ไปจนถึงการทำงาน ฮิเดยูจิบอกว่า นี่เค้าถือโอกาสมาเที่ยวฉลองก่อนที่จะกลับไปเป็นทาสระบบ
ไปๆ มาๆ จากที่นึกว่า บ๊ายบายกันที่สถานนี กลายเป็นเที่ยวด้วยกันตลอดทั้งวัน แม่คงจะไม่บรรยายว่าไปที่ไหนบ้าง ก็ไปจุดท่องเที่ยวหลักๆ ของนารานั่นแหละ
สิ่งที่เป็นจุดสนใจมากๆ ของมรรคณิชา คือ การลูบไล้ตัวกวาง แรกๆ นู๋ขอให้แม่ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง แม่ก็จำเป็นต้องทำตัวเป็นแม่แบบที่ดี ทั้งๆ ที่ ไม่ได้พิศวาสสัตว์หน้าขนมีเขาเสียเท่าไหร่ แม่ก็ทำเป็นพูดดีกะคุณกวางกว่าจะลูบ นึกไม่ถึงว่า นู๋จะจดจำทุกอย่างไว้ และ "พูดดี" กะคุณกวางทุกตัว
นอกจากคุณกวางแล้ว สิ่งที่นู๋กะฮิเดยูจิสนใจเป็นพิเศษ คือ อึกวาง เฮ้อ
น้านุ้ยอุตส่าห์เก็บเศษขนมปังที่ทำอาหารเช้า และมีแสน็คที่ยาซูชิกินเหลือ เอาไว้ให้เราให้อาหารกวาง แต่พอหยิบออกมาให้ ตี๋ฮิเดยูจิร้องห้ามเสียงหลง บอกว่า เป็นการไม่บังควร เด๋วกวางท้องเสีย เอ แม่ไม่แน่ใจ กลัวกวางท้องเสีย หรือ สงสารพ่อค้าที่ขายอาหารกวางกันแน่ยะ
ช่วงนี้ หมดเทศกาลโอบอนไปแล้ว ร้านรวงเงียบเหงาและปิดเป็นส่วนมาก ทำให้นาราดู เหมือน พระแก่ๆ ที่ไม่บรรลุ ยังไงม่ายรุ
ฮิเดยูจิเคยมาเที่ยวนาราแล้วหลายหน แต่แม่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ไม่ค่อยมีเกร็ดมาเล่า มีแค่ชวนเสียตังค์เข้าชมมิวเซี่ยมที่หน้าวัดไดฟูกูจิ ซึ่งขอบอกว่า คุ้มกะราคามาก เพราะเทวรูปภายในนั้น สวยงามขาดใจ มรรคณิชาชี้ให้แม่ดูเทวรูปเฝ้าหน้าประตูวัด บอกแม่ว่า องค์ฝั่งหนึ่งทำปาก "อ้า" อีกฝั่งหนึ่งทำปาก "อือม์" เออ แน่ะ แม่เที่ยวชมมาหลายวัด ก็ไม่เคยสังเกตเลย แหะ แหะ
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
ฮิเดยูจิบอกว่า ถูกต้องนะคร้าบ เทวรูปทั้งสององค์ คือ เทวรูปอ้า และ เทวรูปอือม์ จริงๆ
อะไรจะขนาดนั้น พ้องกะเสียงซับไตเติ้ลไทยเพ่ะๆ เลยวุ้ย

เดินจนเหนื่อยอ่อน มาถึงพระพุทธรูปไดบุตซู จัดให้นู๋ลอดใต้รูพระนาสิกเรียบร้อย เราก็กลับ มรรคณิชาแซวแม่ตลอดทางว่า แม่ลอดไม่ได้เพราะแม่อ้วน ขณะที่แม่พยายามอธิบายว่า "ม่ายช่ายยยย เป็นเพราะแม่นุ่งกระโปรงตะหาก แม่ไม่อยากเล่นหนังอาร์ในวัดจ๊ะ"
แม่ไม่ค่อยแน่ใจว่า ตลอดทั้งวัด ตี๋ฮิเดยูจินั้น เกรงใจพวกเราหรืออย่างไร จึงไม่ค่อยจะตีจากง่ายๆ แต่พอได้เวลาบ่ายมากแล้ว ฮิเดยูจิบอกจะไปเที่ยววังเฮอัน แม่เหลือบมองนู๋แล้ว คาดว่า อาจจะต้องลากศพนู๋ไป เลยบอกเลิก ถึงกระนั้น ฮิเดยูจิช่างมีน้ำใจ ตามมาส่งพวกเราขึ้นรถไฟ คงกลัวแม่จะทำเอ๋อๆ บนโบกี้อีกละมั้ง ตะแรก ฮิเดยูจิ พาไปนั่งรอรถด่วน แต่หลังจากเช็คมือถือ เค้าบอกว่า มีอีกขบวน มาถึงเร็วกว่า ไม่ต้องนั่งคอย พวกเราเลยได้ขึ้นคันนี้กัน ซึ่งนับเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพราะขบวนนี้ เป็นรถหวานเย็น จอดทู้กป้าย
ก่อนขึ้นรถ แม่โทรไปฝากข้อความทิ้งไว้ที่มือถือน้านุ้ย ๆ จะได้ไปเจอเราที่สถานนีเกียวโต และกินข้าวเย็นด้วยกัน เลยทำให้น้านุ้ยต้องไปแกร่วที่สถานนีเป็นชั่วโมง ดีนะ น้านุ้ยไม่เป็นลม เป็นเดี้ยงไปก่อน
นู๋นั้น พอขึ้นรถได้ก็เหวี่ยงจนหลับคาที
พอถึงสถานนี ตื่นมาเหวี่ยงต่ออีกจนเจอน้านุ้ย วิญญาณจึงกลับเข้าร่างได้
แม่ชวนน้านุ้ยไปลอง ศูนย์อาหารบะหมี่ราเมงที่ชั้นสิบ บนห้างอิเซตัน ซึ่งวันแรกที่เรามาถึงเกียวโต เราได้ลองชิมไปแล้ว แม่อยากไปตามเก็บร้านซึ่งอยู่หน้าห้องน้ำหน่ะ เพราะเห็นคนรอคิวยาวเฟื้อยยย
ขอแนะนำ คุณป้าคุณน้าท่านผู้ชมทางบ้าน ให้ลองขึ้นมาชิมราเมงหลากสไตล์ที่นี่ ขึ้นลิฟท์ไปแล้ว ให้สังเกตว่าศูนย์ราเมงจะมีหน้าศูนย์แบบมืดๆ ที่ต้องบอกเพราะว่า วันที่ไปกะน้านุ้ย เป็นลิฟท์ในห้างอิเซตัน ทำให้ไปโผล่ในส่วนของภัตตาคารอย่างหรู ไม่ต้องตกใจ เดินตามโค้งไปเรื่อยๆ ก็จะเจอศูนย์ราเมงคะ
ราเมงหน้าส้วมนี้ อร่อยสมกะที่คิวยาวจริงๆ น้ำซุปได้รสหมู "ชัดเจน" ชิมคำแรกๆ ก็โอนะ แต่พอไปได้สักครึ่งชาม ชักรู้สึกว่า "เค็ม" อีกแร้น ส่วนเส้นบะหมี่นั้น มีกลิ่นของแป้งที่คลุกตัวบะหมี่แรงไปหน่อย แม่พยายามไม่ดมกลิ่นนี้ โดยการเสไปดูคิ้วที่กรรไว้อย่างเนี้ยบของคุณพ่อครัว... ง่า ผู้ชายญี่ปุ่นนี่ ขอได้ไหม ถ้าอายุไม่ถึงสี่สิบดี ทำไมต้องกรรคิ้วกันทุกคนด้วยหว่า
อิ่มอร่อยแล้ว ก็ลุกไปล้างปากที่ร้านขนมหวาน
แม่ติดใจจอคอมพิวเตอร์ของร้านนี้ ติดบนกระจก จนดูเหมือนเป็นเนื้อเดียวกัน ชัดใสแจ๋ว
ส่วนขนมนั้น เราอาจหาญสั่งอะไรก็ไม่รุ ดูจากโมเดลแล้ว เหมือนเป็นน้ำแข็งใสอัดเป็นรูปเวเฟอร์ ราดน้ำราสเบอร์รี่ เป็นขนมที่ใช้เวลาประดิษฐ์ตั้งสิบห้านาที เราเลยสั่งเค๊กชาเชียวมากินแก้ปากว่าง
ปรากฏว่า พอขนมเวเฟอร์มา ตักเข้าปาก เราก็อึ้งกิมกี่ไปเลย เพราะไม่ใช่น้ำแข็งใส แต่เป็นแป้งร้อนๆ
รสชาดเหรอคะ..... แปลกมาก จนยากจะอธิบายก่ะ

งงๆ กะขนมแล้ว เราก็ออกไปขมวิวตรงกลางตึก สามารถเห็นกรุงเกียวโตได้โดยรอบ และคืนนี้ ช่างโชคดีเหลือเกิน มีการแสดงของวงออเครสต้ากรมตำรวจ พวกเราเลยไปจ่อให้ใกล้เวทีที่สุด นู๋สนุกกะดนตรีมาก (ก็ไม่เคยเห็นไม่สนุกซะที) ลุกขึ้นมาเต้นขาดใจ ในขณะที่ คนญี่ปุ่นเค้านั่งดูแบบสงบเสงี่ยม "จริงๆ"

ดึกละ กลับบ้านได้แล้ว เราต้องแยกจากน้านุ้ย เพราะน้านุ้ย ไม่สามารถขึ้นรถเมล์เหมือนคนปกติได้ เด๋วเมา ต้องขึ้นรถไฟ แม่ขอแยกเพราะกลัวว่า ระยะทางเดินจากสถานนีรถไฟไปบ้านนั้น ไกลกว่าจากป้ายรถเมล์
ก่อนขึ้นรถเมล์ เราเหลือบไปเห็นสิ่งวิเศษ เล็กๆ น้อยๆ ข้างทาง นั่นคือ น้ำพุสายรุ้งเต้นระบำ
คืนนี้ สนุกจริงๆ



Create Date : 05 กันยายน 2553
Last Update : 5 กันยายน 2553 10:01:21 น. 2 comments
Counter : 532 Pageviews.

 
สนุกครับ
แหมถ้ามีภาพบรรยากาศ
แถวๆนารามาฝาก บ้างก็ดีครับ


โดย: panwat วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:10:44:53 น.  

 
โห..ได้จับน้องกวางด้วย..

ฟังดูไปเที่ยวน่าสนุกจริงๆเลยค่า


โดย: amykittenish วันที่: 5 กันยายน 2553 เวลา:11:04:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มรรคณิชา
Location :
Sleepless in Seattle United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีคะ
นู๋ชื่อ มรรคณิชา.... เรียกนู๋เต็ม ๆ นะคะ เพราะนู๋ไม่มีชื่อเล่นคะ ... อยากรู้จักนู๋ ก็ต้องตามไปช่วยอ่าน ช่วยคอมเม้นต์นะคะ แม่นู๋จะได้มีกำลังใจ
แก้ไขเพิ่มเติมคะ....
มีคุณน้า คุณพี่ หลายคนมักถามคุณแม่เสมอๆ ว่า "ชื่อของนู๋ แปลว่าอะไร"
บอกเลย ไม่เล่นตัว...อิอิ
มรรค มาจากคำว่า "มรรค 8" ในศาสนาพุทธไงคะ...คุณแม่คงอยากเห็นนู๋เป็นเด็กดี...แถมเวลาสะกดเป็นภาษาปะกิต คุณแม่ใช้ชื่อคุณพ่อสะกดซะเลย...งานนี้ คุณพ่อหน้าบานคะ
ส่วน ณิชา แปลว่า บริสุทธ์
พอมารวมกะ "มรรค" ชื่อนู๋เลยเก๋กู๊ดซ้า

แก้ไขเพิ่มเติม (อีก 5/29/2011)
แขกเค้ามีดาราหญิงชื่อ มานิชา คล้ายชื่อนู๋มากเลย แรกๆ แม่ก็ปลื้มหรอกนะ แต่หลังๆ ชักหวั่นไหว เพราะเพื่อนร่วมงานของพ่อชื่อนี้เปี๊ยบ เป็นตัวป่วนที่ทำคุณพ่อปรี๊ดส์บ่อยๆ

แม่พบว่า เด๋วนี้ เวลาเรียกมรรคณิชาเต็มๆ คือการทำเสียงเข้ม ในเหตุการณ์ปกติ แม่เรียกนู๋ ว่า "ลูก" "นู๋" หรือ ไม่ก็ "ชิชา" "ชา"
Friends' blogs
[Add มรรคณิชา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.