Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
2 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
โยโกโซ ตอนที่ 4 เที่ยวกะไอ้เรือง

น้านุ้ยดูจะกิลตี้มากๆ ที่ไม่ได้พาพวกเราไปเที่ยวที่ไหน ซึ่งว่าที่จริงแล้ว ไม่ควรกิลตี้เร้ย เพราะขืนไปแล้วไปเป็นลมเป็นแล้ง แม่ว่า อันนั้นน่ากัวก่าอ่ะ
ว่าแล้วแม่เลยเอ่ยชวนไปเที่ยวสถานีเกียวโต โดยอ้างว่าต้องไปซื้อตั๋วกลับโตเกียว ฟังดูดีเชียะ แต่ที่จริง เป็นการช่วยให้น้านุ้ยไม่ต้องไประหกระเหินมาก แล้วสถานนีเกียวโตเนียะ ที่จริงก็มีที่ให้เดินเล่น ช้อปปิ้ง มากมาย
ไปถึงน้านุ้ยก็ได้ข้อความว่า คุณแม่ที่เมืองไทยไม่สบาย น้านุ้ยถึงกะหน้าถอดสี เปลี่ยนเป็นลิงที่สงบเงี่ยมในทันที แม่เลยต้องล่อนู๋ออกมาจากน้านุ้ย เพื่อน้านุ้ยจะได้โทรสับกะทางบ้านได้สะดวก แม่ให้นู๋ช่วยถ่ายรูปแม่กะมาสก๊อตของเมืองนารา (เป็นรูปพระเด็กมีเขากวาง) เง๊อะ ถ่ายไปหลายร้อยใบเลยจ้า กว่าน้านุ้ยจะคุยโทรสับเสร็จ แม่ต้องมานั่งลบรูปออกภายหลัง
เวลาไปซื้อตั๋ว หรือซื้อของอะไรก็ตาม แม่มักหนีบนู๋ไว้ใกล้ๆ ให้คอยช่วยฟัง ช่วยจำ ซึ่งนู๋ช่วยได้ดีมากๆ จะคอยถามหรือท้วงติงแม่บ่อยๆ และที่สำคัญคือ พอมีนู๋เสนอหน้าใกล้ๆ คนญี่ปุ่นเค้ามักจะเอ็นดู ให้ของแจกของแถมใส่มาในถุงมากมาย อิอิ นู๋เลยได้ฝึก "อาริกาโต้ โกไซมัส" ซะคร่อกเร้ย
เสร็จกิจแล้ว พวกเราก็หาเรื่องรับประทานต่อ น้านุ้ยพาไปช้อปปิ้งมอลล์ ชื่อ Porta ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินตรงทางเชื่อมข้ามถนนของป้ายรถเมล์หน้าสถานนี มอลล์นี้ใช้ได้เลยทีเดียว ข้าวของน่าซื้อ ราคาน่าสน ส่วนของร้านอาหารก็หลากหลายน่าหม่ำไปเสียทุกร้าน
น้านุ้ยพาไปที่ร้านอุด้งน้ำใส ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของคนเกียวโต นอกเหนือไปจาก เต้าหู้สด ซึ่งทุกคนที่มาต้องหาโอกาสชิม เห็นน้านุ้ยว่า ร้านนี้มีคนซื้อไปเปิดแฟรนไชนส์ที่เมืองไทยแล้วด้วยนา
โอ มายก๊อด
เป็นครั้งแรกที่ได้กินก๋วยเตี๋ยวที่ไม่เค็ม เอิ้กกก
ชิมแล้วก็ไม่ผิดหวัง สมกะที่เป็นเมนูแนะนำ แม่เลยใจง่าย คว้าอุ้งที่เค้าแพคขายติดมือไปด้วย อยากให้อาม่าเมืองไทยได้ชิมหน่ะ พอหิ้วไปสักพักก็ชักรู้สึกว่า เป็นการกตัญญูผิดกาละหรือป่าวหว่า ด้วยอุด้งสำหรับสองที่ ทำไมมันหนักได้เสียขนาดนี้ เด๋วทริปที่เหลือจะเป็นไงฟระเนียะ

ย่อยอาหารเสียหน่อยที่ร้านขนม ชั้นใต้ดิน ห้างอิเซตัน ซึ่งก็อยู่ภายในสถานนีเกียวโตน่านแหละ
ตอนที่ไป เป็นเวลาบ่ายนิดๆ แม่รู้สึกแปลกใจ คนแน่นจะเหยียบกันตาย เลยต้องถามน้านุ้ยว่า เป็นเพราะเทศกาลโอบองหรือเปล่า น้านุ้ยบอกว่า ไม่ใช่ เป็นปกติ คนญี่ปุ่นชอบกินขนมหวานมาก
แม่เลยอารมณ์เตลิดอีกแระ (ทั้งๆ ที่ท้องยังแน่นอยู่) แวะเคานเตอร์นู้นนี่ อุดหนุนอย่างละนิดละหน่อย บอกคนขายว่า เอาใส่ถุงพลาสติกธรรมดามาก็พอ ไม่ต้องห่อให้มันสวยงาม แต่คนขายดื้อมาก ซื้อแค่นิดเดียว ชีก็ต้องห่อให้เป็นเรื่อง เสียดายจริงๆ กระดาษมากมาย
นู๋ทยอยถ่ายรูปขนมแทบจะทุกตู้ หนุกหนานกันใหญ่ ไม่รู้ละ ว่าเค้าอนุญาติหรือเปล่า ขอตามให้ไม่ทันจริงๆ
แม่ได้ขนมหลายกล่องไปฝากท่านผู้ชมทางเมืองไทย ง่า ชักเยอะเว้ย

จากนั้น น้านุ้ยพาไปร้านร้อยเยน เพราะจำเป็นมากที่พวกเราต้องมีประสพการณ์กะร้านทำนองนี้ เผอิญน้านุ้ยพาไปไดโซะ ซึ่งมีในเมกาแล้ว แม่เลยระงับใจไว้ได้
อ้อ ที่จริงจะซื้อกล่องข้าวใช้คืนน้านุ้ยด้วยแหละ วันก่อนที่ไปเที่ยวัดเงินอ่ะ แม่ดันทิ้งกล่องข้าวน้านุ้ยลงขยะไปเฉยเลย มิน่า ตอนยัดลงถัง ทำไมมันยัดยากนักหนา
ปิดท้ายท้วร์ประจำวัน ด้วยการแวะชม เอ้าทเล็ทเสื้อผ้า ที่ขายดีที่สุดของญี่ปุ่น ยอดขายแซงหน้าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าไปเรียบร้อย นั่นคือ ร้าน ยูนิโกโร่
ไปถึงร้าน แม่ก็ร้องอ๋อ เพราะวันที่เรานั่งแท็กซี่เข้าบ้านน้านุ้ยวันแรก เราก็ผ่านเอ้าทเล็ทนี้แล้ว ชื่อเป็นภาษาปะกิตเค้าเขียนเป็นสองบรรทัด อย่างนี้
UNI
QLO
แม่ยังนึกในใจเลยว่า ทำไมตั้งชื่อร้านประหลาดนัก เหมือนคำว่า Unique Quality Low เอิ้ก
แรกย่างก้าวเข้าร้าน แม่ก็ตั้งสติไว้มั่นว่า จะไม่ซื้ออะไรเลย เพราะไม่ได้ตั้งใจจะซื้อเสื้อผ้า เด๋วแม่จะผอมแล้วๆ จะสิ้นเปลืองเสียเปล่าๆ
แต่พอได้เห็นของ และราคา ก็มีอันเตลิดเปิดเปิง หนุกหนานกะการเลือก หา เลือกซื้อยิ่งนัก แรกๆ ก็หยิบซื้อฝากชาวบ้าน หลังๆ ก็หยิบฝากตัวเอง เอานะ เกิดผอมได้เมื่อไหร่ แล้วต้องโยนพวกนี้ทิ้ง ก็ยังคุ้มฟระ ไม่ได้แค่เสื้อผ้าทันสมัย ยังอุตส่าห์คว้ายูกาตะมาอีก ถูกเหลือเชื่อจริงๆ ยูกาตะพร้อมโอบิ แค่สองพันเยน ถ้าไปซื้อร้านข้างนอก อย่างห่วยๆ ก็โดนไปแล้ว ไม่ต่ำหว่า ห้าถึงแปดพันเยน ซื้อแล้วนึกขึ้นได้ เอ๊ะ แม่ตั้งใจจะใส่ชุดไทยแล้วนี่หว่า อ่ะ ม่ายเป็นไร ชุดนี้ ยกให้พี่โทโมเอะ ก็ได้นิ คราวที่แล้ว พ่อมาญี่ปุ่นแล้วซื้อให้แต่พี่มากิเอะ
ขณะที่แม่เพลิดเพลิน น้านุ้ยก็เอ็นเทอเทนต์นู๋เต็มที่ มีจัดให้นู๋ไปลองสวมหมวก แล้วโพสต์ท่าหน้ากระจก ถ่ายรูปกันหนุกหนาน ไม่แค่เอ็นเทอเทนเท่านั้น ยังมีแถมซื้อเสื้อผ้าให้นู๋อีกง่ะ เกรงใจจังเยยยยย
หอบผ้าผ่อนถุงเบ่อเริ่ม แต่จ่ายไปแค่ หกพันก่าเยนเท่านั้นเอง ว้ายคุ้ม
แต่
พอเอาถุงมาวางข้างกระเป๋าเดินทาง แม่ชักเริ่มเคียด
กระเป๋าจะพอยัดไหมหว่า

ปิดท้ายด้วยเว็บไซต์ของยูนิโกโร่ เผื่อใครจะคุ้น
สงสัยม่ะ แบรนด์ออกจะดัง แต่แค็ตตาล็อกและเว็บไซต์เหมือนโบเบ๊จังเยย คนญี่ปุ่นเค้าคงชินกะการใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรให้เป็นประโยชน์มั้ง

//www.uniqlo.com/us/


Create Date : 02 กันยายน 2553
Last Update : 2 กันยายน 2553 13:49:21 น. 1 comments
Counter : 439 Pageviews.

 
อ่านแล้วเพลินดีค่ะ เขียนบ่อยๆ นะคะ


โดย: diamondsky วันที่: 2 กันยายน 2553 เวลา:14:09:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มรรคณิชา
Location :
Sleepless in Seattle United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีคะ
นู๋ชื่อ มรรคณิชา.... เรียกนู๋เต็ม ๆ นะคะ เพราะนู๋ไม่มีชื่อเล่นคะ ... อยากรู้จักนู๋ ก็ต้องตามไปช่วยอ่าน ช่วยคอมเม้นต์นะคะ แม่นู๋จะได้มีกำลังใจ
แก้ไขเพิ่มเติมคะ....
มีคุณน้า คุณพี่ หลายคนมักถามคุณแม่เสมอๆ ว่า "ชื่อของนู๋ แปลว่าอะไร"
บอกเลย ไม่เล่นตัว...อิอิ
มรรค มาจากคำว่า "มรรค 8" ในศาสนาพุทธไงคะ...คุณแม่คงอยากเห็นนู๋เป็นเด็กดี...แถมเวลาสะกดเป็นภาษาปะกิต คุณแม่ใช้ชื่อคุณพ่อสะกดซะเลย...งานนี้ คุณพ่อหน้าบานคะ
ส่วน ณิชา แปลว่า บริสุทธ์
พอมารวมกะ "มรรค" ชื่อนู๋เลยเก๋กู๊ดซ้า

แก้ไขเพิ่มเติม (อีก 5/29/2011)
แขกเค้ามีดาราหญิงชื่อ มานิชา คล้ายชื่อนู๋มากเลย แรกๆ แม่ก็ปลื้มหรอกนะ แต่หลังๆ ชักหวั่นไหว เพราะเพื่อนร่วมงานของพ่อชื่อนี้เปี๊ยบ เป็นตัวป่วนที่ทำคุณพ่อปรี๊ดส์บ่อยๆ

แม่พบว่า เด๋วนี้ เวลาเรียกมรรคณิชาเต็มๆ คือการทำเสียงเข้ม ในเหตุการณ์ปกติ แม่เรียกนู๋ ว่า "ลูก" "นู๋" หรือ ไม่ก็ "ชิชา" "ชา"
Friends' blogs
[Add มรรคณิชา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.