Group Blog
 
 
มกราคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
29 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
เดินทางเหนื่อยจัง

จนป่านนี้ ยังแทบไม่ได้นอนเลย เพราะนู๋มรรคกระสับกระส่าย ทำตัวแปลกที่หยั่งกะไม่เคยอยู่บ้านนี้มาก่อน … แปลกคุณพ่อด้วยแหละยังดีที่ยอมให้คุณพ่ออุ้มนะไม่งั้น นู๋ต้องตายแน่ๆ เพราะเล่นผลักไสคุณแม่ตลอดดดด…

เดินทางกลับไม่ค่อยโหดอย่างที่กลัว คงเป็นเพราะไฟลท์ไม่ยาวนัก…และมีเด็กน่ารัก ๆ ร่วมทริปนี้เยอะ… เช้าวันไปส่งอบอุ่นดีจัง อากู๋อากิ๋ม พี่ริน พี่เคน มาถึงบ้านแต่เช้า พวกอาอี๊เลยเล่นแต๊ะเอียกันหนุกหนาน… น้องเคนจี้มาก ชอบรับซอง แต่ลืมเก็บ แถมเปิดตรวจซองตัวเองกะพี่ริน เพราะกลัวได้ไม่เท่ากัน
“ปีที่แล้วผมได้แค่ 3 พัน พี่รินได้ 8 พัน ต้องให้ผมเท่า ๆ กัน”
“อาโกวก็ให้เท่า ๆ กันแหละถ้าเคนไม่หลงลืมซองไว้ตรงนู้นตรงนี้”
พูดเสร็จไม่ทันไร คุณชายแกก็ทำซองตก 1 ซองบนเก้าอี้เห็น ๆ

พอได้เวลา อาม่ารีบไล่ให้ขี้นรถกัน อี๊สา อี๊นุก อี๊นา โบกมือบายๆ นู๋มรรคยืนเกาะเบาะหลังมองแบบงง ๆ คุณแม่คงจะไม่มีวันลืมภาพบรรยากาศของเช้านี้อย่างแน่นอน… พอไปถึงดอนเมือง อาม่ารอเวลาจะป้อนข้าวให้ลูก… อาม่าช่างห่วงใยลูกเสียเหลือเกิน เฝ้าเวียนจับลูกมาอุ้ม จนแทบจะไม่ได้อุ้มพี่ออนเลย ลูกเจริญอาหารดีจริง อาม่าป้อนหาย ๆๆไป 2 กระติกเล็ก ๆอี๊จิ๋มรีบห้ามเพราะกลัวไปเอาออกตอนขึ้นเครื่องอาม่าดูสีหน้ากังวลรีบหยุดป้อนทันทีเหลือที่ต้องลุ้มอีกอย่าง คือ ลูกยังไม่ได้สร้างผลงานตอนเช้าเลย ทั้ง ๆที่เมื่อเช้า แม่พยายามจับนั่งชักโครก ส่งเสียง “อี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”สนั่น จนอี๊นุกแทบจะทุประตูขอเบรกทำธุระแทนนู๋

อี๊จิ๋มใจดีช่วยแม่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้นู๋ด้วยเพราะอี๊จิ๋มบ่นว่า นู๋ฉี่กลิ่นแรงเหลือเกิน ที่ตลกฝืดสุดๆ เห็นจะเป็นห้องน้ำสนามบิน พนักงานที่นั่นยืนยันว่า ไม่มีห้องน้ำไหนเลยที่มี ที่เปลี่ยนผ้าอ้อม !!!!

เสร็จสรรพได้เวลา พวกเราก็เคลื่อนขบวนส่งนู๋กับแม่ไปผ่านด่าน อาม่าถามว่า ไม่รอเค้าเรียกก่อนเหรอ คงอยากประวิงเวลาให้นานๆๆหน่อย แย่หน่อย ตรงที่ด่านแรกก็ดันชนกะกรุ๊ปทัวร์ แม่ออกรำคาญนิดๆ เพราะกลุ่มนี้เข้าคิวกันไม่เป็น พอเบียดตัวผ่านไปได้ แม่รีบตรงไปที่ตม. นึกได้อีกทีมองไปที่ประตูที่ผ่านมา อาม่าก็ไม่อยู่เสียแล้ว แม่เลยน้ำตาไหล แต่พยายามไม่ร้องเพราะกลัวนู่ไม่เข้าใจ แล้วจะตกใจกลัว…

ที่ตม. เราไม่เสียเวลามาก นึกว่าต้องทำเรื่องผ่อนผันวีซ่าอยู่เกินเวลาของนู๋เสียอีก ที่ไหนได้ เจ้าหน้าที่ช่วยเขียนเอกสารให้แป๊บเดียวเดินออกมา ตลอดทางกว่าจะไปถึงเกท จะมีคนชอบมอง ชอบทักลูกไปตลอดทาง
“เออเว้ย ลูกแม่น่ารักขนาดนี้เชียว”
ที่แปลกๆ คือ มีวัยรุ่นแนวญี่ปุ่นคนนึง เดินปรี่ตรงมาหาลูกโดยเฉพาะ พร้อมกับกรี๊ดกร๊าดดด ราวกับลูกเป็นนักร้องคนโปรดของแก… แม่งี้ตกใจเลย สัญชาติญาณทำให้แม่รีบตะปปกระเป๋าถือไว้ก่อน แล้วยิ้ม แหยงๆ ให้ยัยนี่ เห็นแกชมลูกแม่หยั่งโง้นหยั่งงี้ แล้วเอามือมาจับแก้ม จับมือลูก แม่รีบ ๆ เดินห่างออกมาแบบแปลกใจสุดขีด พร้อมบ่นให้ลูกฟังเบา ๆ
พอแม่เอามือลูบเนื้อตัวลูก เหมือนอย่างที่แม่ชอบทำบ่อย ๆ เวลาอุ้มลูกขึ้นเป้ แม่ก็พบว่า กิ๊บลูกปัดสีชมพูดสุดเลิฟที่อี๊นาซื้อให้นู๋อันตรธานหายไปเสียแล้ว แม่ก็ไม่อยากคิดให้อกุศลอะนะว่า ต้องเป็นอีหมวยนั่นแหง ๆ เพราะปกติ เวลาลูกแม่ดึงกิ๊ป ลูกจะถือมาอมไม่ปล่อยง่าย ๆ เอานะ ไม่อยากให้เสียฤกษ์วันดี คิดเสียว่า อีหมวยมาเตือนให้ระวังทองบนคอลูกดี ๆ

ระหว่างรอเรียกขึ้นเครื่อง ลูกแม่เดินสำรวจสถานที่อย่างเชี่ยวชาญ ไม่กลัวฝรั่งที่อยู่ใกล้ๆเลย สักนิด สักพัก แม่เห็นนู๋นั่งยอง ๆ แม่ก็คิดว่า เอาแล้วไง… พอเปิดตรวจดู ..ก็ทั้ง “เฮ้อ” และ “กรี๊ดดดด” พร้อม ๆ กัน คือ เฮ้อ เบื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก เพราะลูกแม่พิเศษเหลือเกิน แต่ก็อดดีใจไม่ได้ ที่นู๋ทำธุระเสร็จ จะได้สบายตัว



บนเครื่องที่มุ่งหน้าสู๋ไทเป แอร์ใจดีเหมือนเคย มารุมนู๋มรรคของแม่ พร้อมแจกของเล่นเสียจน แม่ต้องบอกว่า คนเมื่อครู่ก็ให้แล้วคะ ทริปนี้ ลูกแม่ได้ชื่อเล่นใหม่อีกแล้ว บรรดาแอร์พร้อมใจกันเรียกนู๋ว่า ชาช่า เพราะเห็นลูกแม่ขยันเดิน ขยันเต้นบนเครื่องเหลือเกิน คงเป็นเพราะไฟลท์ค่อนข้างโล่ง … เลยสนุกนู๋มรรค

เสียดายไฟลท์นี้สั้นจัง แป๊บเดียวก็ต้องลงไปเปลี่ยนเครื่อง เดินผ่านร้านขายติ๋มซำ ที่มันขายดีตลอดทำให้นึกอยากกินจัง แต่ไม่อยากยืนต่อคิว

เครื่องดีเลย์เล็กน้อย แม่ลูกเล่นกันจนแทบหมดมุก… แม่เลยงัดมุกสุดท้ายออกมา คือ
“อาม่าอยู่ไหน อาม่ามาป้อนหม่ำ ๆ มรรคณิชาไหม”
เท่านั้นแหละ ลูกแม่ทำหน้าเลิกลั่ก กวาดตาไปทั่ว แล้วดึงมือแม่เดินวน ๆ เหมือนออกหา ปากก็ร้องเสียงลั่นเชียวว่า
“อาม่า อาม่า”
แม่ตกใจ รีบคว้าตัวลูกมาก่อน พร้อมกับปลอบว่า “อาม่าไม่ได้ตามมา”
เอ่อ … แม่เองก็เกือบร้องไห้…

ไฟลท์ไปซีแอ๊ตเติ้ลค่อนข้างเต็ม เพราะนำเอา 3 ไฟลท์มาอัดรวมกัน มีอาหมวยน่ารัก นั่งประกบในแถวเดียวกันถึง 2 หมวย ๆ นึง โตประมาณพี่ริน และค่อนข้างขี้อาย ชอบแอบดูลูกตลอดแต่ไม่กล้าพูดด้วย (เหมือนพี่รินเลยแหะ) ส่วนอีกหมวยนึง คงอายุประมาณเท่าลูก สูงพอๆ กัน แต่กว้างกว่าเยอะ ชอบเอาจุกหลอกดูดตลอด ที่สำคัญ ตอนรอขึ้นเครื่อง เธอร่าเริงสุดฤทธิ์วิ่งไปทั่ว ลูกแม่เลยติดใจ เกือบจะวิ่งตามก็หลายที

พอขึ้นเครื่องได้ ระบบความอยากอาหารของลูกไม่ค่อยทำงาน ถึงแม้อาหารบนเครื่องจะอร่อยน่ากิน แต่ลูกแม่ชอบที่จะเดินเล่นเสียมากกว่า เดินจนแม่เกรงใจพนักงาน แต่ลูกไม่ยอมให้แม่งัดพากลับที่ กลับทีไรร้องลั่นเครื่องทุกที ยัยตัวดี แม่เองเริ่มเหนื่อยสุดๆ เพราะคืนก่อนเดินทางแม่นอนไม่หลับเอาเสียเลย ต้องพาลูกเดินเล่น จับห่างจากบันได กันไม่ให้เปิดตู้ หรือแตะอะไรที่เป็นสีแดงๆ ถึงแม้จะรู้ว่า เด็กหนึ่งขวบ คงไม่มีแรงพอจะเปิดประตูฉุกเฉินได้ก็เหอะ

สุดท้าย แม่ฉลาดมาก หาแผนหลอกพานู๋เดินวน จนกลับที่นั่งตัวเองได้ แล้วลูกก็ยอมให้แม่อุ้มนอนเสียด้วย โธ่ คงเหนื่อยแล้วสิยะ

โชคไม่ดี จับลงนอนตระกร้าได้ไม่ได้ กับตันขึ้นสัญญาณรัดเข็มขัดเพราะสภาวะอากาศไม่ดี แม่งี้ ต้องตัดใจงัดนู๋ขึ้นมาอุ้มหลายชั่วโมง พอสัญญาณดับ จะวาง ลูกก็ร้องโหยหวน จนแม่ต้องรีบอุ้มหนีไปที่ชอบ ๆ ของนู๋ … พนักงานเค้าคงเข้าใจอะนะ ไปเดินเกะกะเค้า ดีกว่าให้นู๋ปลุกทุกคนตื่นมา
พอลูกเริ่มสงบ แม่ก็ชงนมให้กิน ทีนี้ หลับสลบยาวจนเครื่องลง…

แม่เสียเวลาออกจากเครื่องเป็นคนสุดท้าย เพราะต้องเก็บอุปกรณ์มากมายของนู๋ แต่ก็สามารถผ่านด่านได้อย่างรวดเร็ว เพราะใช้เส้นของลูกเข้าคิวซึ่งสั้นกว่าพวกที่ไม่ใช่ซิตีเซ่น

อ้อ ต้องเล่าเสียหน่อยว่า เรื่องล็อกกระเป๋าที่แกรนด์มาเล่าให้ฟังทำให้แม่งง ประกอบกับน้าเป๊บป๊ายืนยันว่า ไม่ให้ล็อก ผลท้ายที่สุด คือ แม่ตัดสินใจล็อกวินาทีสุดท้าย เนื่องจากไม่ไว้ใจสนามบินบ้านเรากะที่ไทเป แต่ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการล็อกที่เมกา แม่เห็นเค้าจับแยก เบลท์กระเป๋าที่มีปัญหาถูกตรวจออกมา และมีป้ายเขียนชัดเจนว่า ห้ามเปิดกระเป๋าก่อน … เลยเข้าใจว่า ที่เค้าเขียนเวบ ห้ามล็อกกระเป๋า คงเป็นยันต์สำหรับให้สิทธิ์เค้าเปิดตรวจมากกว่า โดยในทางปฏิบัติ เราก็ล็อกได้ แต่ต้องยอมให้เค้าเปิดตรวจเมื่อเรียกขอเท่านั้น

พอออกมาเจอหน้าคุณพ่อ… แม่คิดว่านู๋จำคุณพ่อไม่ได้เสียแล้ว แต่ยังดีที่นู๋ยอมให้คุณพ่ออุ้ม โดยตาคอยเหลือบมองว่าแม่ยังอยู่.. คุณพ่อดูดีใจมากที่เจอเราสองคน … เห็นจ่ายค่าจอดรถไปหลายเหรียญ แสดงว่า คงเห่อมารับไว ทั้ง ๆ ที่ ปกติไม่ใช่นิสัยคุณพ่อที่ชอบทำอะไรวิทนาทีสุดท้าย

คุณพ่อหาทางยัดกระเป๋าใบโตอยู่นาน ส่วนแม่ก็หาทางยัดลูกลงคาร์ซีทตัวเดิม แม่ต่อว่าพ่อเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ซื้ออันใหม่ให้ แต่พ่อก็แก้ตัวว่า ก็เธอไม่ตัดสินใจว่าเอาอันไหนนิ เว้ย อะไรฟะ

ออกจากที่จอดรถได้ ก็มาเจออากาศหนาวและฝนตกพรำ ๆ เหมือนกับเป็นการย้ำว่า ใช่แล้ว นี่คือบ้านหลังที่สองที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กันอีกยาว … อดใจหายนึกถึงความอบอุ่นที่เพิ่งจากมาเสียไม่ได้….



Create Date : 29 มกราคม 2549
Last Update : 29 มกราคม 2549 18:26:14 น. 2 comments
Counter : 395 Pageviews.

 

มีความสุขมากๆกับการเริ่มต้นปีใหม่จีนนะคะ


โดย: p_tham วันที่: 29 มกราคม 2549 เวลา:19:05:20 น.  

 
ลงชื่อ ซาบซึ้งเรื่องราวประทับใจค่ะ
อ่านแล้ว รู้สึกได้ถึงความรัก ความผูกพัน

รักอาม่านู๋มรรคจังเลยค่ะ


โดย: หนูต๋อย (มือใหม่เล่นหุ้น ) วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:37:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มรรคณิชา
Location :
Sleepless in Seattle United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีคะ
นู๋ชื่อ มรรคณิชา.... เรียกนู๋เต็ม ๆ นะคะ เพราะนู๋ไม่มีชื่อเล่นคะ ... อยากรู้จักนู๋ ก็ต้องตามไปช่วยอ่าน ช่วยคอมเม้นต์นะคะ แม่นู๋จะได้มีกำลังใจ
แก้ไขเพิ่มเติมคะ....
มีคุณน้า คุณพี่ หลายคนมักถามคุณแม่เสมอๆ ว่า "ชื่อของนู๋ แปลว่าอะไร"
บอกเลย ไม่เล่นตัว...อิอิ
มรรค มาจากคำว่า "มรรค 8" ในศาสนาพุทธไงคะ...คุณแม่คงอยากเห็นนู๋เป็นเด็กดี...แถมเวลาสะกดเป็นภาษาปะกิต คุณแม่ใช้ชื่อคุณพ่อสะกดซะเลย...งานนี้ คุณพ่อหน้าบานคะ
ส่วน ณิชา แปลว่า บริสุทธ์
พอมารวมกะ "มรรค" ชื่อนู๋เลยเก๋กู๊ดซ้า

แก้ไขเพิ่มเติม (อีก 5/29/2011)
แขกเค้ามีดาราหญิงชื่อ มานิชา คล้ายชื่อนู๋มากเลย แรกๆ แม่ก็ปลื้มหรอกนะ แต่หลังๆ ชักหวั่นไหว เพราะเพื่อนร่วมงานของพ่อชื่อนี้เปี๊ยบ เป็นตัวป่วนที่ทำคุณพ่อปรี๊ดส์บ่อยๆ

แม่พบว่า เด๋วนี้ เวลาเรียกมรรคณิชาเต็มๆ คือการทำเสียงเข้ม ในเหตุการณ์ปกติ แม่เรียกนู๋ ว่า "ลูก" "นู๋" หรือ ไม่ก็ "ชิชา" "ชา"
Friends' blogs
[Add มรรคณิชา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.