Lao PDR Solo Backpacking Trip 2012 : แบกเป้ไปเที่ยวเมืองลาว 4 - เวียงจันทน์








Lao PDR Solo Backpacking Trip 2012 : แบกเป้ไปเที่ยวเมืองลาว 4 - เวียงจันทน์







3 กย.2555

ตื่นสายหน่อยครับ เพราะเมื่อคืนกินเบียร์ อิอิ





นั่งละเลียดไข่คน ขนมปัง และกาแฟอย่างใจเย็น
มองวิวเมืองวังเวียงสั่งลา รถบริการรับส่งผู้โดยสารไปสถานีขนส่งวังเวียงจะมาตอนสิบโมง
แต่กว่าจะมาจริงๆ ก็สิบโมงครึ่งครับ อันนี้มีไว้เซอร์วิสสำหรับผู้ที่ซื้อตั๋วผ่านเฮือนพักเท่านั้น




รถที่ผมนั่งปลายทางอยู่ที่อุดรฯ ออกตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งครับ
มีจอดแวะพักหนึ่งครั้ง ผมกินมาม่าคัพละหมื่นกีบอีกตามเคย
ถนนจากวังเวียงไปเวียงจันทน์ค่อนข้างดีกว่าที่ผ่านมาครับ ไม่มีต้องจอดพักรถ
เพื่อเติมหม้อน้ำเหมือนที่ผ่านๆมาเลย คือรถมันก็ใหม่กว่าด้วยแหละ

สามชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงสถานีขนส่งเวียงจันทน์ ซึ่งมีหลายแห่ง แต่ที่รถจอดให้ลง
คือด้านตะวันตก ทางไปสนามบินครับ ตอนแรกผมก็ว่าจะนั่งสามล้อเข้าเวียง
คิดว่าคงเสียเงินเยอะอ่ะ เห็นมีรถบริการคนละ 20,000 กีบตะโกนเรียกลูกค้าอยู่
ถามไถ่ได้ความว่ามีจุดจอดที่ตลาดเช้าด้วย เลยรีบเบียดขึ้นรถไปกับเขา
คนแน่นรถเลยล่ะ ก็คงเพราะมันประหยัดมั้ง ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงก็ถึงเวียง

ผมคิดว่าจะหานอนแถวฮิมโขง เอ๊ะ หรือจะไปมะลิน้ำพุุชื่อดัง ยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่นานกี่คืน
สะพายเป้เดินไปหน่อยเจอตลาดเช้า โรงแรมแสงพะจันอะไรนั่นก็กลายสภาพเป็นบูติคโฮเต็ลไปซะแระ คืนนึงท่าจะหลายตังค์อยู่
เอาแถวนี้แหละ เพราะมองว่าใกล้ประตูไซ ไปไหนก็สะดวก หันไปหันมาเจอ โรงแรมเพชรมณีชัย(เพดมะนีไซ)
เอาที่นี่แหละ ดูแผนที่แล้วใกล้ขนส่งขัวดินที่มีรถกลับบ้านด้วย..

รีเซฟชั่นสาวพูดไทยชัดเปรี๊ยะแบบสาวกรุงเทพฯเลย สุภาพอ่อนหวาน
คืนละ 600 บาท มีอาหารเช้า ผมจ่ายคืนเดียวกันเหนียวก่อนครับ





สภาพห้องอย่างที่เห็น ทีวีเปิดได้ราวชั่วโมงเดียวก็ดับและไม่ติดอีกเลย
ที่แย่ไปกว่านั้น ผมได้ห้องติดบันได ตรงนี้มีหน้าต่างบานเลื่อน
ซึ่งมารู้ตอนหลังที่กลับมาจากเดินเที่ยวจนเหนื่อย จะนอนพักแล้วเลยเช็คดูความเรียบร้อย และพบว่ามันล็อคไม่ได้!
บร๊ะจ้าว...เปลี่ยนห้องไม่ได้ด้วยฮ้าฟ ผมเลยต้องใช้ขาตั้งกล้องคู่ชีพขัดเอาไว้อย่างนี้
แน่นดีจนขยับไม่ได้เลยล่ะ อิอิ ไม่งั้นคงนอนไม่หลับ





ที่เวียงจันทน์อากาศร้อนมาก ผมอาบน้ำเสร็จออกมาตอนบ่ายสามโมงกว่าๆ
ก็ออกเดินแวะไปดูสถานีขนส่งขัวดินก่อน เช็คเวลารถกลับไทย เสร็จแล้วไปหอพระแก้วครับ
ผ่านมะหาวิดทะยาไลแห่งซาดลาว ...





หอพระแก้ว คงทราบดีว่าเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต แต่หอพระนี้เคยโดนไฟไหม้
นะครับ ที่เห็นปัจจุบันนี้สร้างใหม่สมัยเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส





ค่าเข้าชมยี่สิบบาท หรือห้าพันกีบ น้องสาวคนลาวที่เก็บปิ๊ค่าเข้าวัดหน้างอตลอดเวลา
ไม่รู้ว่าเพราะคนที่มาเที่ยวมีแต่คนไทยหรือเปล่า คือผมไม่อยากคิดอะไรมากเพราะเดี๋ยวก็กลับบ้านเราแล้ว
ที่ผ่านมาบอกตรงๆ ตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองลาว ผมระมัดระวังมาก
เรื่องกริยามารยาท เหมือนกับไม่ได้มาเที่ยวแต่มาเยี่ยมบ้านญาติผู้ใหญ่
เพราะเคยได้ยินมาเยอะแยะมากมายเรื่องปัญหาความรู้สึกคนไทยคนลาว
ยอมรับว่าสามสี่วันที่ผ่านมาก็ผ่านหูผ่านตามาบ้างเหมือนกัน
แต่ผมเลือกที่จะไม่ใส่ใจ ผมไม่ได้ทำอะไรเสียหาย
อย่างอื่นผมถือว่านอกเหนือการควบคุมของผมครับ











หอพระแก้วไม่ให้ถ่ายรูปด้านในครับ คล้ายกับพระอุโบสถวัดพระแก้วของเราเบยยย
แต่ผมก็ได้เข้าไปยกพระแล้วนะ พระสลักจากหินที่น้อยพาสอนไปยกนั่นแหละ(ในหนังสะบายดีหลวงพระบาง)
ใครอธิษฐานแล้วยกขึ้นจะได้กลับมาเวียงจันทน์อีกครั้งอะไรทำนองนั้น แต่ผมไม่ได้อธิษฐานอะไรทั้งสิ้นครับ
แค่อยากรู้ว่าจะหนักไหม โห..หนักเอาการเลยล่ะ











ด้านนอกหอพระมีพระพุทธรูปสำริดงามๆ หลายองค์เลยครับ








มัวแต่เพลินถ่ายรูปจนสี่โมง หอพระปิด รีบข้ามถนนไปฝั่งตรงกันข้าม
วัดสีสะเกดปิดไปเรียบร้อยครับ อดดูเลย ได้แต่ถ่ายรูปด้านนอกมาแค่นี้








ตอนนี้แดดอ่อนแล้ว เริ่มมีลมเย็น ตรงไปประตูไซเลยครับ ถ่ายรูปๆ











มองใกล้ๆ ก็เห็นลายปูนปั้นสวยดีเหมือนกัน เป็นสัตว์ในวรรณคดี
ประตูไซนี้เมื่อแรกสร้าง เขาไม่ได้เรียกประตูไซนะครับ คนลาวบอกผมว่า
มันเคยถูกเรียกว่า "อะนุสาวะลี" มาก่อนครับ











วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดผมครับ ตั้งใจว่าจะไปทำบุญที่พระธาตุหลวงเวียงจันทน์
เห็นป้ายบอก นึกว่าไม่ไกลเลยเดินไปเรื่อยๆ ที่ไหนได้ ไกลเป็นกิโลฯ เบย
จะย้อนกลับก็ใช่ที่ เลยต้องถ่อสังขารไปให้ถึง ลำพังเดินผมไม่หวั่นนะ
แต่กระเป๋ากล้องมันหนักมาก แถมทางไปยังเป็นทางขึ้นเนินอีกด้วยน่ะสิ





ในที่สุดก็ถึงตอนโพล้เพล้ โชคดีมากที่วันนี้พระธาตุหลวงเปิดให้ชมถึงหนึ่งทุ่ม
ปกติเขาปิดตอนสี่โมงเย็นเหมือนหอพระแก้วน่ะครับ ค่าเข้าชมเท่ากัน ห้าพันกีบ





อนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ท่านเป็นลูกครึ่งลาวหลวงพระบางกับเชียงใหม่
ผมยกมือไหว้ นึกในใจผมคนเจียงใหม่มาแอ่วเมืองลาว จ้วยผ่อจ้วยกอยตวยเน่อครับ





ได้ทำบุญวันเกิดสมความตั้งใจแล้ว ก็หิวสิครับ
ตั้งแต่มาม่าคัพเมื่อก่อนเพล ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องอีกเลย
ผมจอดตรงตลาดนัดหน้าลานพระธาตุนั่นแหละ กินเสียให้หนำใจ
สั่งส้มตำ ลูกชิ้น ไส้กรอก เมี่ยงลาว ก๋วยเตี๋ยวญวณ กินจนแน่นท้องเลยล่ะ
ค่่าเสียหายสองร้อยกว่าบาท








ขากลับว่าจะนั่งรถสามล้อไปแวะฮิมโขงหน่อย แต่ไม่มีสักคัน ไม่เห็นเลยจริงๆ
เลยต้องเดินอีกแล้ว ดีหน่อยที่เป็นการเดินลงเนิน เลยไม่เหนื่อยนัก
ผ่านประตูไซเห็นเปิดไฟ เลยอดแวะถ่ายไม่ได้...อีกสักหน่อยน่า








................................................................................................................................


4 กย. 2555


ตื่นเก้าโมงกว่าๆ อาบน้ำออกไปซื้อตั๋วรถครับ ที่ขัวดิน
ได้รถ เวียงจันทน์ - ขอนแก่น ออกตอนบ่ายสองโมงสี่สิบห้า ราคา 50,000 กีบ
ค่อยไปต่อรถกลับกรุงเทพฯ เอาที่นั่น





กว่ารถจะออกก็อีกนาน เที่ยงตรงค่อยเช็คเอาท์ ผมเลยเดินเล่นอีกหน่อยครับ





วงเวียนน้ำพุ ย่านเกสต์เฮ้าส์ของเวียงจันทน์











ถนนนี้มีทรูคอฟฟี่ด้วยครับ เดินไปอีกหน่อยก็เป็นวงเวียนธาตุดำ และสถานทูตอเมริกา








หอนี้สะดุดตาผมตั้งแต่เมื่อวานแล้ว สวยงาม คลาสสิคกว่าสิมหลังใหม่ด้านในนั้นตั้งเยอะ
อยู่ที่วัดอินแปง ครับ แลดูเก่าแก่โบราณมากทีเดียว








เดินเลาะริมโขง ฝั่งโน้นคือหนองคาย ฝั่งนี้เป็นอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์











อาคารแบบนี้มีเยอะมากในเวียงจันทน์ ซ้ายเป็นสถานทูตอิตาลี ขวาเป็นธนาคารไทยพาณิชย์
สยามกัมมาจลจากประเทศเรานี่เอง





ทำเนียบฯ ครับ





ได้เวลากลับแล้วล่ะ เช็คเอาท์แล้วหาข้าวกินแถวนั้น ก่อนเดินมาที่ขนส่งขัวดิน





ข้อห้ามบนรถโดยสาร อ่านเล่นขำๆ ฆ่าเวลา ชอบข้อสามมากเบย อิอิ





กลับแล้วฮ้าฟฟฟ ผมนั่งคันถัดไปด้านหลังในรูปครับ


................................................................................................................................

หนึ่งอาทิตย์พอดี กับการนั่งรถ บขส. ไปแอ่วเมืองลาว
หมดไปหมื่นเศษๆ ครับ แต่ถ้าตัดค่าใช้จ่ายไร้สาระของผม
อย่างพวกเบียร์ บุหรี่ออกไป
รวมค่าใช้จ่ายหลักๆ อย่างค่าที่พัก ค่ารถ ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
ก็ราวหกพันกว่าๆ เองครับ

สนุกไหม ?

...ผมว่าการที่ได้เที่ยวคนเดียวเป็นอะไรที่สนุกมากสำหรับผม
ไม่ว่าสถานที่นั้นจะเป็นที่ไหนครับ

ประทับใจไหม?

ผมไม่ซึนนะครับ บอกตรงๆ ผมประทับใจพม่ามากกว่าลาวไปหลายช่วงตัว

ให้ไปอีกจะไปไหม?

ขอกลับไปดูวัดที่หลวงพระบาง กับเที่ยวหลวงน้ำทาดีกว่าครับ
ที่อื่นคงไม่ล่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น คนเราไม่เหมือนกันครับ รสนิยม ความรู้สึกนึกคิดต่างกันอยู่แล้ว
แต่ผมก็ยังอยาก และวางโครงการจะไปเที่ยวลาวใต้บ้างเหมือนกันนะ
คงต้องรอสักพัก เพราะทริปหน้า ผมจะไปกรุงลงกาครับ

แล้วพบกันใหม่เน่อ....








Create Date : 28 ธันวาคม 2555
Last Update : 28 ธันวาคม 2555 10:51:56 น. 6 comments
Counter : 5588 Pageviews.

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Nagano Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: Opey วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:5:21:05 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Nagano Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: การเดินทางของใจที่เที่ยงแท้ (ขุนเพชรขุนราม ) วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:8:17:32 น.  

 





สวัสดีปีใหม่ครับ เดินทางไปไหน ปลอดภัยนะครับ


โดย: panwat วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:9:02:13 น.  

 
สบายดีจ๊ะ
สวัสดีปีใหม่จ๊ะ เราพึ่งกลับมาเมื่อวานเอง เดี๋ยวจะแอบรีวิวให้ชมบ้าง ขอบคุณภาพอาร์ตๆ จ๊ะ


โดย: *SUPRA* วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:9:38:04 น.  

 


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:16:15:50 น.  

 
ภาพสวยจนอยากไปเที่ยวค่ะ HNY 2013 นะคะ


โดย: mariabamboo IP: 118.172.28.87 วันที่: 1 มกราคม 2556 เวลา:14:24:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Nagano
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
28 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Nagano's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.