Cambodia Trip 2015 : [1] พนมเปญ






Cambodia Trip 2015 : [1] Phnom Penh


15 มิ.ย.2558

เมื่อวานกลับจากย่างกุ้งเช้า ผมก็ซักเสื้อเสื้อผ้า จัดเป้ใหม่อีกครั้งครับ
วันนี้ต้องไปพนมเปญไฟลท์หกโมงเช้า คือต้องตื่นตั้งแต่ตีสามครึ่ง
เกือบไม่ทันแน่ะ เพราะที่ดอนเมือง ทัวร์จีนเยอะมาก แถวยาวเหยียดเลยครับ ยังดีที่ จนท.ต่อเวลาเช็คอินให้อีกหน่อย
ทริปเขมรนี้ไปกันสองคนครับ...



ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงสิบนาที ก็มาถึงสนามบินโปเซตงครับ
กระบวนการผ่าน ต.ม.เรียบร้อยดี ไม่มีปัญหา





แลกเงินไว้ใช้ อัตราเท่าไหร่จำไม่ได้แล้วครับ เหอๆ เสร็จแล้วก็นั่งสามล้อเครื่องเข้าเมือง
ตื่นเต้นเหมือนกันนะ นี่เป็นครั้งแรกที่มากัมพูชา ปกติเคยเฉียดๆ อยู่แต่แถวปอยเปต
ไม่อยากเชื่อว่าประเทศใกล้แค่นี้ แต่ผมดองทริปไว้เป็นสิบๆ ปี กว่าจะถ่อสังขารมาได้



สักครึ่งชั่วโมงก็ถึงโรงแรมที่พัก Angkor Mithona
จองผ่าน Agoda ทำเลดีครับ อยู่กลางเมืองเลย เดินไปถนนเลียบแม่น้ำ
ไปพระราชวัง ไปพิพิธภัณฑ์ ใกล้หมด แต่ห้องไม่ค่อยดีนะครับ สมราคา 600 กว่าบาทแหละ จะไปเอาอะไรมากมาย อิอิ
พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส และบริการดีใช้ได้ครับ ที่นี่มีขายตั๋วรถนอนไปเสียมเรียบด้วย ถูกว่าในเน็ตมาก ก็จัดเลยครับ สบายๆ



อาบน้ำแล้วก็เดินสำรวจ เมื่อกี้มองเห็นหลังคาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกัมพูชาจากระเบียงโรงแรม
เดินมาแป๊บเดียวครับ แวะดื่มกาแฟกับซาลาเปาตรงหัวมุม อร่อยดีครับ เนื้อแน่น ใส้เยอะดี



ร้านกาแฟริมทางนี้ มี wifi ฟรีด้วยนะเออ




พิพิธภัณฑ์ของที่นี่ คุ้มราคาค่าตั๋ว 5 US$ มากครับ มีแต่ของสวยๆ งามๆ
เทวรูปยุคเมืองพระนครเยอะมาก ละลานตาไปหมด
ส่วนใหญ่ก็นำมาจากเสียมเรียบแหละครับ
แต่ด้านในห้ามถ่ายภาพ เลยไม่มีรูปมาลง


มื้อกลางวันเป็นข้าวหน้าหมูย่าง นี่ก็อร่อยดีครับ



เดินเล่น หาซื้อซิมการ์ดไว้ใช้ ราคา 5 US$ แต่ไม่มีอะไรให้เลยนะครับ ต้องซื้อบัตรเติมเงินอีก







คนขับสามล้อที่นั่งมาจากสนามบินเมื่อเช้า ขายทัวร์ด้วยครับ ตกลงเจอกันตอนเที่ยง
ไปทุ่งสังหาร (เจืองเอ่ก) และคุกโตลสเลง
แต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยนะครับ ไม่ไหวครับ หดหู่
ที่คุกโตล ผมไม่ได้เข้าไปข้างในด้วยซ้ำ ให้ผู้ร่วมทริปเข้าไปคนเดียว
ไม่อยากเข้าไปที่แบบนั้น จะว่าเสียเที่ยวก็ยอม สำหรับผมมันไม่ใช่อ่ะ...
มองดูกบย่างที่ขายหน้าคุก กลิ่นหอมยวนใจมาก แต่ผมก็ไม่ได้ซื้อกินหรอกครับ







จบทริปวันแรกแค่นั้นครับ พรุ่งนี้ยังมีเวลาอีกทั้งวัน เพราะรถไปเสียมเรียบออกเที่ยงคืน
อาหารเย็นก็กินกันร้านริมถนนใกล้โรงแรมนั่นแหละครับ ราคายุติธรรม รสชาติพอทนได้ครับ
คือไม่ได้จะบอกว่าคนกัมพูชาทำอาหารไม่อร่อยนะ แต่ผมชอบอาหารรสจัดครับ
ที่นี่ดูเหมือนว่าผู้คนจะไม่นิยม ขนาดน้ำจิ้มกุ้ง หอย ปู ปลา ยังหวานเลยครับ ไม่เผ็ดเลยแม้แต่น้อย
ค่าเสียหายหมดไปสี่ร้อยกว่าบาท




16 มิ.ย. 2558


เมื่อวานไม่ได้ไปพระบรมมหาราชวัง เพราะเขาปิดครับ เลยตั้งใจจะไปวันนี้
แต่ตอนเช้าไปวัดเขาพนมก่อนครับ



วัดเขาพนมเป็นวัดตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆ กลางกรุงพนมเปญ
ตำนานของวัดกล่าวว่า มีอุบาสิกาชื่อนางเพ็ญ ได้พบพระพุทธรูปในแม่น้ำโขง
เลยนำมาประดิษฐานที่นี่พร้อมกับสร้างวัดไว้ เป็นที่มาของชื่อเมือง พนมเปญ (เขายายเพ็ญ) ในปัจจุบันครับ



ด้านขวามีปูนปั้น เป็นรูปอัปสราสามนางเชิญพาน
มีสัญลักษณ์ของสามเมือง คือเสียมเรียบ(เสียมราฐ) ศรีโสภณ และ พระตะบอง ทูลถวายให้พระองค์
ทั้งสามจังหวัดของกัมพูชาในปัจจุบัน เคยเป็นดินแดน ที่สยามเคยครอบครอง และเสียคืนให้กัมพูชาไป
เมื่อ 23 มีนาคม 2450 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์



ซ้าย อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนโรดมสีสุวัตถิ์ / ขวา พระเจดีย์ทรงระฆัง







พระปรธธานในพระอุโบสถ ภาพขวาคือรูปปั้นคุณยายเพ็ญครับ



พระบรมมหาราชวังจตุมุขศิริมงคล คนไทยชอบไปเรียกพระบรมมหาราชวังของกัมพูชาว่า "วังเขมรินทร์"
(ตัวผมเองก็เคยเข้าใจว่าอย่างนั้นเหมือนกัน)
แต่จริงๆ ชื่อเขมรินทร์ เป็นเพียงชื่อพระที่นั่งองค์หนึ่งเท่านั้นครับ





พระที่นั่งมณเฑียรสถาน









พระที่นั่งเทวาวินิจฉัย











อนุสาวรีย์สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ ว่ากันว่าเป็นพระบรมรูปทรงม้ารูปแรกของเอเชียเชียวนะ





พระราชวังของกัมพูชา ก็มีจิตรกรรมรามเกียรติ์แบบเดียวกับพระราชวังของบ้านเราเหมือนกัน สวยหรือไม่สวยผมคงไม่แสดงความเห็นนะครับ









เดินออกจากพระบรมมหาราชวังไปไม่ไกล ก็พบอนุสาวรีย์มิตรภาพ กัมพูชา - เวียดนาม



อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนโรดมสีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชา
อนุสาวรีย์แห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์แห่งอิสรภาพ ใจกลางกรุงพนมเปญ
สร้างจากทองแดง มีความสูง 27 เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์
โดยหล่อเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556




พระบรมรูปสมเด็จพระนโรดมสีหนุ บริเวณนี้เป็นลานกว้าง มีคนมาออกกำลังกายกันเยอะครับ




อนุสาวรีย์อิสรภาพในพนมเปญ สร้างเมื่อปี ค.ศ.1958
เป็นอนุสาวรีย์เฉลิมฉลองอิสรภาพจากการเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ.1953
Vann Molyvann สถาปนิกที่มีชื่อเสียงของกัมพูชาเป็นผู้ออกแบบ
อนุสาวรีย์ที่มีโครงสร้างรูปร่างเหมือนดอกบัว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโดมที่เห็นได้ในปราสาทนครวัด





ช่วงที่ไปอยู่ในระหว่างเฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระนโรดมสีหมุนี มีป้ายประดับตามถนนครับ



ไม่รู้จะไปไหนดีเลยมานั่งดื่มเบียร์ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ รอเวลาขึ้นรถนอนไปเสียมเรียบ
จะมีรถมารับที่หน้าโรงแรมครับ ภาพนี้คือร้านกาแฟหัวมุมถนนที่มานั่งสองวันติด กลางคืนก็อยู่ในสภาพนี้...



บล็อกหน้า เสียมเรียบครับ...



Create Date : 01 ตุลาคม 2558
Last Update : 1 ตุลาคม 2558 18:45:08 น. 2 comments
Counter : 3295 Pageviews.

 
ขอบคุณครับที่เอาประเทศกัมพูชาเพื่อนบ้านมาให้ดู
ใกล้กันแค่นี้ แต่ยังไม่ได้ไปเลยครับ......
ไม่แปลกใจเลยที่ปราสาทราชวังเขาทำได้สวยงามมากๆ เพราะเขาคงสืบทอดมาจากขอม ที่มีฝีมือมาแต่โบราณ
และที่สะดุดตาคือ รูปปูนปันนางอัปสราสามนางเชิญพานนั่น
คนแรกใบหน้านั้นดูๆแล้ว
ไปเหมือนกับใบหน้าท่านสมเด็จฮุนเซ็นเลยนะครับนี่...


โดย: พายุสุริยะ วันที่: 1 ตุลาคม 2558 เวลา:19:56:14 น.  

 
บ่เกยไปเขาของยายเพ็ญเจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 ตุลาคม 2558 เวลา:13:28:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Nagano
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
1 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Nagano's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.