ตัวของเรา สไตล์ของเรา ทำไมต้องเหมือนใคร
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
4 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
แหล่งซื้อเสื้อผ้าชุดพื้นเมือง ตอนที่ 1 - OTOP รามอินทรา

สวัสดีครับ
คราวก่อนผมบอกเอาไว้ว่าจะมาต่อแล้วก็หายไปซะเฉยๆ ต้องขออภัยผู้อ่านด้วยครับ เพราะมีเรื่องยุ่งๆ เข้ามาก็เลยทำให้ไม่มีเวลามาเขียน


ช่วงที่ผ่านมาผมได้พยายามชักชวนคนมาใส่เสื้อผ้าแบบที่ผมเรียกว่า "ชุดเสื้อผ้าแบบไทย" กัน ซึ่งชุดที่ว่านี้ผมเคยบอกว่าไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีก็เลยเรียกว่า "เสื้อผ้าแบบไทย" ตอนนี้นึกออกแล้วครับว่ามันน่าจะเรียว่า "ชุดพื้นเมือง" เพราะผมไม่ได้หมายถึงชุดประจำชาติอย่าง ชุดพระราชทาน หรือ ชุดไทยพระราชนิยม

ชุดพื้นเมืองที่ว่านี้ผมเคยบอกว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่คนไทยใส่กันอย่างเป็นปกติได้ หยิบมาใส่ในวันหยุดได้ ใส่ไปเดินห้าง เดินตามท้องถนนได้ โดยไม่ถูกมองว่าน่ารังเกียจ เสร่อ ดูไม่ดี หรือถูกเหยียด เพราะชุดพื้นเมืองมันคือสิ่งหนึ่งที่บอกถึงความเป็นตัวตนของชนชาติเราและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ซึ่งก็เรียกได้ว่ามันคือวัฒนธรรมท้องถิ่นครับ ซึ่งสิ่งที่บอกถึงตัวตนของเราสิ่งนี้กำลังกลายเป็นเพียงของฝาก ของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะแทบจะไม่มีคนไทยใช้และถูกคนไทยเองดูถูกว่าเป็นของที่ดูไม่ดี น่าเกลียด สู้เสื้อผ้าแบบฝรั่งไม่ได้ ซึ่งถ้ายังไม่มีคนไทยใช้กันแบบนี้ต่อไปมันก็จะค่อยๆ เลือนหายไปในที่สุด เพราะงั้นเราต้องมาใส่กันครับ


แต่ทุกวันนี้ด้วยความที่เราไม่ชินกับการใส่เสื้อผ้าแบบนี้ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่ามันประหลาดถ้าจะมาใส่ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มันใส่ออกไปไหนมาไหนกันได้ง่ายๆ มันก็น่าจะเริ่มกันด้วยสไตล์ง่ายๆ ก่อน เช่นลองเริ่มใช้สีพื้นก่อน หรือมีลายเล็กน้อย จะได้จับชนกับชิ้นอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น

สำหรับคนที่เคยอ่านตอนก่อนๆ ที่ผมเขียนและเคยใส่ตามกันมาบ้างแล้วก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะใส่ตามได้เลย สำหรับคนที่เพิ่งเคยอ่านตอนนี้เป็นครั้งแรกถ้ายังไม่กล้าก็ลองกลับไปอ่านตอนเก่าๆ ก่อนแล้วค่อยๆ ทำตามก็ได้ แต่ถ้ากล้าใส่ก็ตามกันไปเลยก็ได้ครับ


เอาล่ะพูดมาซะเยอะแยะ มาเข้าเรื่องวันนี้กันดีกว่าครับ....
ก็จากที่เคยบอกเอาไว้ตั้งแต่คราวก่อนนู้นนนนน...(นานมาก) ว่าถ้าผมไปเจอแหล่งซื้อพวกเสื้อผ้าพื้นเมืองหรือผ้าย้อมธรรมชาติที่ไหนก็จะเอามาบอกกัน และวันนี้ก็ไปเจอมาแล้วครับ......มันคือที่ OTOP in the city รามอินทราครับ เดินทางไม่ยาก มีที่จอดรถด้วย การเดินทางก็วิ่งไปตามถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา พอสุดถนนตรงที่จะเลี้ยวซ้ายเข้ารามอินทราให้ชิดขวาเพื่อจะกลับรถใต้สะพานเข้าไปตรงที่กลับรถนั้นแหละครับทางเข้า

ที่นี่มีของดีๆ น่าสนใจหลายอย่างครับ เดินเข้าไปส่วนแรกจะเป็นอาหารมีที่ให้นั่งกินได้ด้วย ของที่หาซื้อได้ยากในเมืองหลายอย่างก็หาซื้อได้ที่นี่อย่างปลาทูแม่กลองตัวเป้ง อาหารเหนือจากแพร่ที่คนเหนือทำขายเอง ผัดหมี่โคราช และไอติมกะทิจากนครนายก เป็นต้น

ต่อจากโซนอาหารก็จะเป็นส่วนของสินค้าจากในท้องถิ่นต่างๆ ที่มาเปิดร้านกันที่นี่มีทั้งที่มาไกลจากหนองคาย สกลนคร นครพนม หนองบัวลำภู ภูเก็ต นราธิวาสครับ......แน่นอนว่าที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับครั้งนี้ก็คือผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองครับที่นี่มีเสื้อผ้าพื้นเมืองมาจากหลายที่ ทั้งเชียงใหม่ สกลนคร หนองคาย นครพนม หนองบัวลำภู ซึ่งแต่ละร้านก็จะมีรูปแบบต่างๆ กันออกไป ที่น่าเสียดายคือส่วนใหญ่จะเป็นของผู้หญิงครับ ของผู้ชายไม่ค่อยมี เอาละมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง


ในวันที่ผมไป ของเชียงใหม่จะเป็นชุดยาวบ้าง เป็นเสื้อบ้าง สไตล์ก็ค่อนข้างจะเป็นแนวสมัยใหม่หน่อยแต่เป็นผ้าไทย ราคาก็ประมาณเสื้อมีแบรนด์ที่ซื้อได้ตามเคาเตอร์ในห้างครับซี่งผมก็มองว่าเป็นราคาที่ถ้าคุณยอมจ่ายให้กับเสื้อตามช็อปหรือเคาเตอร์ในห้างได้ก็จ่ายกับของนี้ได้เหมือนกัน



ถัดมาเป็นของสกลนคร จะเป็นแนวพื้นเมืองซะมากครับ มีทั้ง ผ้าขาวม้าที่เอามาทำเป็นผ้าพันคอ ผ้าขาวม้าผืนใหญ่ ผ้าพับแบบเอาไปตัดเสื้อได้ ซิ่น ซึ่งผ้าที่ใช้ก็มีทั้งผ้าย้อมครามและผ้าหมักโคลน คนขายก็ให้คำแนะนำต่างๆ ดีทีเดียวครับ ได้ความรู้จากร้านนี้มาไม่น้อย ราคาก็ถือได้ว่าไม่แพงครับ



ร้านเสื้อไหมถักจากนครพนม เป็นไหมไทยถักมือ ย้อมธรรมชาติ ส่วนตัวที่เห็นอยู่ด้านหน้าร้านนี้เป็นสีธรรมชาติของไหมครับไม่ได้ย้อม คุยกับคนขายจนรู้ว่างานของที่นี่ส่งทั้งยุโรปและญี่ปุ่นครับ แบรนด์ดังจากฝรั่งเศษยังมาสั่งผลิตจากที่นี่เลยครับ ส่วนราคาของไม่ได้ถามแต่ถ้าใครซื้อของแบรนด์ตามห้างอยู่ก็ลองมาดูที่นี่บ้างก็ไม่เลวนะครับ



จากหนองบัวลำภู มีเสื้อผ้าที่ออกแนวพื้นเมืองครับ ผ้าย้อมธรรมชาติ แต่ไม่ทราบรายละเอียดอื่นๆ เพราะผมไม่เจอคนขายเลยไม่มีข้อมูล

แล้วก็ยังมีร้านกระเป๋าและตะกร้ากระจูดสานจากภูเก็ต ผมเห็นกระเป๋าสานแล้วเกิดไอเดียว่าสำหรับผู้หญิงเอาไปใช้ร่วมกับเวลาแต่งชุดพื้นเมืองก็คงจะดูน่าสนใจดีทีเดียวครับ ราคาก็โอเคครับ ผมเห็นกระเป๋าใบเล็กๆ ก็ราว 180 บาท



เดินๆ ไปแม่ก็ไปเจอกับร้านจากพิจิตร เป็นพวกสบู่ยาซักผ้าและพวกสินค้าสปาแบบจากธรรมชาติ น่าสนใจทีเดียวครับ ราคาไม่โหดร้าย แม่ผมก็ได้น้ำยาซักผ้ามา ถุง 1 กก. 50 บาท

ของอื่นๆ ก็อย่างเช่นสินค้างานไม้จากแพร่ ไม้กวาดจากปราจีนบุรี

ที่นี่ขนาดไปวันเสาร์ยังไม่ค่อยมีคนเลย ดูเหมือนว่าคนยังไม่ค่อยรู้จักกัน ก็ช่วยกันไปอุดหนุนพวกเขากันหน่อยนะครับ ถ้าเขาอยู่ได้เราก็จะมีแหล่งซื้อของแบบนี้อยู่ในกรุงเทพที่ไปได้ไม่ยาก

OTOP in the city ยังมีอีก 2 ที่คือเพลินจิตและสีลม ถ้ามีโอกาสผมจะไปสำรวจแล้วเอามาเล่าใหม่ ส่วนวันนี้จบเพียงเท่านี้ครับ

โดย นาย nyo


Create Date : 04 กรกฎาคม 2557
Last Update : 4 กรกฎาคม 2557 10:28:27 น. 0 comments
Counter : 5986 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
nyo
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ 2539 ห้ามผู้ใดทำการคัดลอก ส่วนใดส่วนหนึ่งของบล๊อกนี้ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อค


ติดต่อผมได้ที่
naai.nyo@gmail.com

____________________

บล๊อกนี้ผมเขียนขึ้นมาจากสิ่งที่ผมไปรู้ไปเห็นมาก็เลยเอามาเล่าต่อเพื่อเป็นการแชร์ความรู้กัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้างไม่มากก็น้อยครับ


กรูณาใช้ภาษาให้เหมาะสมในการแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ
Friends' blogs
[Add nyo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.