รู้ตัวก็รักเสียแล้ว

ไม่เคยรู้ว่าตัวเองจะมีความสามารถทางด้านการเขียน(แม้จะน้อยนิดก็ตาม) จำได้เพียงว่าเมื่อสมัยเรียน ป .4 มีรายการ โทรทัศน์มาใหม่ทางช่องเจ็ดตอนเช้าๆ ชื่อรายการเจ้าขุนทอง เมื่อมีโอกาสได้ดูบ่อยๆฟังเพลงในรายการประจำๆก็อยากลองเขียนกลอนดูบ้าง เมื่อทางรายการให้ส่งคำขวัญไปยังรายการก็เลยเขียนส่งไปแม้จะรู้ว่ายังไงคำขวัญของเราก็ไม่ได้รับรางวัลแน่นอน

ป.4 อีกเช่นกัน เมื่อมีอาจารย์ใหญ่คนใหม่ อาจารย์ ประสพ กุลทวี (ปัจจุบันอาจารย์เปลี่ยนชื่อเป็นพร้อมพันธ์ และย้ายออกไปพร้อมๆกับที่ฉันจบการศึกษาชั้นป .6 )ย้ายมารับตำแหน่งที่โรงเรียน ท่านสอนวิชาสังคม ศิลปะ และพละศึกษา กิจกรรมหนึ่งอย่างที่ท่านให้นักเรียนของท่านทำคือ เขียนบันทึกประจำวันส่งท่านทุกๆเช้าก่อนเข้าเรียน เราก็เขียนส่งๆไปเพื่อให้อาจารย์เห็นว่าทำงานส่ง แต่มาวันนี้เมื่อได้เรียนสูงขึ้นจนจบมหาวิทยาลัย เมื่อได้กลับไปหยิบสมุดบันทึกเหล่านั้นมาอ่านอีกครั้งถึงได้เข้าใจ อาจารย์ท่านใช้หลักจิตวิทยาให้เราแสดงออกทางการเขียน ซึ่งตอนนั้นบางวันสมุดบันทึกก็มีแต่เรื่องเล่าคล้ายๆกับฟ้องอาจารย์ไปในตัว รุ่นพี่ทำอะไร เพื่อนๆพูดอะไรเราก็เขียนเล่าไปจนหมด ซึ่งแน่นอนจากสมุดบันทึกของพวกเราอาจารย์ได้รู้ข่าวคราวของนักเรียนของท่านได้โดยที่ท่านไม่ต้องเอ่ยถาม บางครั้งบางคราอาจารย์ก็แสดงความคิดเห็นของท่านตอบกลับมา จากตรงนี้ทำให้เราเองเวลามีปัญหาอะไรก็กล้าที่จะถามท่านผ่านสมุดบันทึก

(มาถึงเรื่องที่ว่ากล้าที่จะถามท่าน มีครั้งหนึ่งมีเพื่อนของอาจารย์มาเยี่ยมท่านที่ห้องพักครู หลังจากที่เพื่อนของอาจารย์กลับไป เพื่อนในห้องเราก็เอางานไปส่งท่าน แล้วกลับมาบอกเพื่อนๆคนอื่นๆว่าในห้องอาจารย์มีบุหรี่ด้วย ทำไมอาจารย์ท่านสูบบุหรี่ด้วยล่ะเพราะอาจารย์ในสายตาพวกเราคือคนดีมากๆคนหนึ่ง จนในที่สุดเพื่อนเราคนหนึ่งก็ถามท่านไปในสมุดบันทึกนี่แหละ อาจารย์เลยต้องมาอธิบายให้พวกเราฟังกันทั้งห้อง)

ช่วงป.4-ป.6 ฉันก็ส่งบ้างไม่ส่งบ้างสำหรับบันทึกแต่ส่วนมากก็ต้องส่งเพราะมีเรียนกับอาจารย์เกือบทุกวัน แล้วโรงเรียนมันก็ไม่ใหญ่โตอะไรเจอกันทุกวัน ครั้งไหนไม่ส่งติดๆกันสัก3วันเจอกันอาจารย์ท่านก็ทวงถาม ไอ้เราที่ขี้เกียจก็จำต้องเขียนส่งต่อไป เมื่อเข้าเรียนมัธยมการเรียนที่เปลี่ยนไปจากเดิม เป็นนักกีฬา(แหะๆตัวสำรองของโรงเรียนซ้อมทั้งปีไม่เคยได้ลงแข่ง)การบ้านที่มากขึ้น แถมยังอ่านหนังสือเตรียมสอบอีกทำให้เว้นว่างจากการเขียนไปพักหนึ่ง จนเมื่อขึ้นชั้นม.2 เมื่อย้ายกลับมาเรียนสายวิทย์-คณิต เทอมหนึ่งๆต้องเรียนถึง18หน่วยกิต มันประดังเข้ามาหมดทั้งคณิตหลัก-เสริม อังกฤษหลัก-เสริม วิทย์หลัก-เสริม ทำให้ไม่มีเวลาสะสางการบ้านต้องนอนดึกๆประจำเลยตัดสินใจลาออกจากทีมวอลเลย์ของโรงเรียนเพื่อจะได้กลับบ้านเร็วขึ้น เมื่อสะสางการบ้านเสร็จ(มีมันทุกวันเชื่อเลยล่ะ)ก็พอมีเวลาว่างเลยจับปากกามาขีดเขียนบันทึกประจำวันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเลือกที่จะเขียนเฉพาะวันที่มีอะไรน่าสนใจจริงๆไม่เขียนไปเรื่อยเปื่อยอย่างตอนประถม(ตอนนั้นตื่นกี่โมง อาบน้ำ ทานข้าว กี่โมง ลงรายละเอียดเสียทุกอย่าง) แล้วก็เริ่มเขียนกลอนมากขึ้น จนอาจารย์เริ่มเห็นแววจากการเขียนงานส่งอาจารย์ เลยจับเป็นตัวแทนห้องแข่งขัน เวลาจัดงานวิชาการที่โรงเรียน

แต่แรงบันดาลใจอีกอย่างคือ อาจารย์ที่สอนภาษาไทยตอนม.2 เป็นผู้ชายจบเพิ่งใหม่ๆ(ขนาดปริญญายังไม่ได้รับน่ะแหละ)ลายมืออาจารย์สวยมาก อ่านกลอนทำนองเสนาะก็เพราะ หน้าตาก็ดี ตอนนั้นแอบชอบอาจารย์คนนี้(อิอิอิ) เมื่อเห็นว่าท่านอยู่หมวดภาษาไทยเราก็เลยต้องแสดงออกให้ท่านเห็นว่าเราก็มีดีอาจารย์จะได้สนใจเรียกขานให้ตอบบ่อยๆเวลาสอน (เหอๆหลายคนก็คงเคยแหละนะไอ้หลงรักอาจารย์นี่) เหมือนโชคเข้าข้างเวลาแข่งได้รางวัลกลับมาทุกครั้งคว้าตั้งแต่ชนะเลิศไปจนถึงชมเชย จนเพื่อนๆเริ่มเบื่อเพราะหมดลุ้น เพื่อนต่างห้องบางทีก็มีมาถามว่าเธอแข่งเขียนเรียงความไหม พอบอกว่าแข่ง มันตอบว่างั้นฉันไม่แข่งดีกว่าแข่งไปก็แพ้ แต่เราก็ไม่ยอมหรอกนะ บอกกลับไปว่าไม่ได้ถ้าไม่แข่งจะรู้ได้ไงว่าเราชนะ อาจารย์คือคนตัดสินไม่ใช่รางวัลที่เราเคยได้มาสักหน่อย(ออกแนวคนดีนะเนี่ยแต่เราก็ไม่คิดมากนะ แค่ติด1ใน3ก็ดีใจแล้ว)

จากแรงบันดาลใจจากอาจารย์สองคนทำให้ฉันชอบเขียนทำข้อสอบนี่ถ้าอาจารย์ให้วิเคราะห์จะชอบมากกว่าให้เลือกกากบาทเสียอีก (แต่ยกเว้นวิชาคณิต ฟิสิกส์ เคมี ทำไม่เคยได้คะแนนดีๆเล้ย) แล้วการเขียนก็เริ่มหายไปอีกครั้งเมื่อเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในชั้นปีที่1 จนเมื่อได้เรียนวิชาเอกสื่อสารมวลชนก็เริ่มกลับสู่การเขียนอีกครั้งวิชาที่เลือกเรียนเลยนั้นหนักไปทางการเขียนและวิทยุโทรทัศน์มากกว่าทางการพูด เมื่อพอมีเวลาว่างก็เลยเริ่มเขียนนิยายดูบ้าง(แต่ไม่เคยให้ใครอ่าน เหอๆเรื่องแรกนี่เขียนตั้งแต่เรียนม.5) บางครั้งเขียนเองก็บอกตัวเองว่าเรื่องนี้ไม่ดีฉีกทิ้งซะงั้น บางครั้งเขียนไปแล้วคิดไม่ออกว่าจะต่อเรื่องยังไงดีก็หยุดซะเฉยๆ

ทุกวันนี้ส่วนมากจึงมีแต่บทกลอน กับเรื่องไม่เป็นเรื่องที่มาพิมพ์ๆบ่นๆไปในบล็อค(แต่บางเรื่องก็มีนะสาระแม้มันจะน้อย) แต่ยังไงเสียฉันก็ชอบและรักที่จะเขียน ก็เพราะว่ากว่าจะรู้ตัวก็หลงรักการเขียนไปเสียแล้วน่ะสิ




Create Date : 18 มิถุนายน 2550
Last Update : 24 กรกฎาคม 2550 13:50:48 น. 1 comments
Counter : 590 Pageviews.

 
แวะมาให้กำลังใจ
อยากเขียนอะไรก็เขียนไป
ทำแล้วสะบายใจครับ



โดย: น้าวัชร-จัดให้ วันที่: 18 มิถุนายน 2550 เวลา:18:15:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มัยดีนาห์
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]





เช็คหลังไมค์มัยดีนาห์
Color Codes ป้ามด
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
18 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add มัยดีนาห์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.