กะลาอักษร
การเขียนมีเวลาเรียนทั้งชีวิต อย่ารีบร้อน อย่าทำเมื่อยังไม่พร้อม คุณจะรู้ตัวเมื่อพร้อมเอง...(วินทร์ เลียววาริณ)
Group Blog
 
 
กันยายน 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
5 กันยายน 2549
 
All Blogs
 

บทวิจารณ์...จนกว่าชีวาจะวางวาย

5 กันยายน 2549

หวัดดีเจ้าค่ะอ้ายพุ่ม

ข้าพเจ้าส่งคำวิจารณ์มาให้ใหม่แล้วนะตามสัญญา ว่าไปก็สนุกดีนะ วิจารณ์คนอื่นเนี่ย แถมไม่มีเกรดไม่มีคะแนนเหมือนตอนเรียน ไม่ต้องเกร็ง

ข้าพเจ้าร้างลาการวิจารณ์วรรณกรรมมานับสิบปี หลงๆ ลืมๆ ไปบ้าง มั่วบ้างก็อย่าว่ากัน พยายามเขียนให้เท่าที่นึกออกและสติปัญญามี

จริงๆ แล้วข้าพเจ้าเองไม่เคยแต่งนวนิยายเลยสักเรื่องอาจหาญมาวิจารณ์งานของอ้าย อย่าโกรธข้าพเจ้าก็แล้วกันนะ จริงๆ แล้วถ้าอ้ายไม่ขอมาข้าพเจ้าก็ไม่กล้าวิจารณ์หรอก เอาเป็นว่าทำเพื่ออ้ายก็แล้วกันนะ

ราตรีสวัสดิ์เจ้าค่ะ




จนกว่าชีวาจะวางวาย- ไม่ตายก็เขียนใหม่ได้เนอะ

๑. โครงเรื่อง

“ชีวา” พนักงานเงินเดือนที่ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาเขียนหนังสือ เขาพยายามเสนอผลงานให้ บก.สำนักพิมพ์แห่งหนึ่งพิจารณานับครั้งไม่ถ้วน แต่หนังสือของเขาก็ไม่ได้รับการตีพิมพ์

ชีวาพยายามปรับปรุงงานเขียนของเขาโดยการหาข้อมูล พูดคุยกับนักเขียนชื่อดังหลายท่าน จนวันหนึ่งเขาได้พบกับ “อังกาบ” นักศึกษาสาวคณะรัฐศาสตร์ผู้มีความใฝ่ฝันจะเป็นนักการเมือง

ชีวาตามอังกาบกลับบ้านต่างจังหวัดที่ลำปลายมาศ ชีวิตเขาผกผันเมื่อได้พบกับนายกรัฐมนตรี หลังจากนายกฯ ลาออกตามคำแนะนำของเขา ชีวาก็เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศภายในระยะเวลาชั่วข้ามคืน

สำนักพิมพ์หลายแห่ง สนใจจะนำหนังสือของเขาไปตีพิมพ์ ท้ายที่สุดเขาก็มีหนังสือเป็นของตัวเอง แต่หนังสือเล่มนั้นไม่ได้เป็นหนังสือของเขา มันถูกแก้ไขดัดแปลงจากนักเขียนมืออาชีพจนไม่เหลือเค้าเดิม

๒. แนวคิดที่สำคัญของเรื่อง

งานของนักเขียนแท้จริงแล้ว ถ้าเขียนเพื่อถูกให้ถูกใจคนอ่าน โดยนักเขียนต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดโดยใส่บางอย่างที่คนอ่านรับได้ และถอดบางอย่างที่คนอ่านไม่ต้องการออก นอกจากนี้ยังถูกดัดแปลง ตบแต่ง เปลี่ยนภาษาจากนักเขียนมืออาชีพ และ บก. งานเขียนชิ้นนั้นก็ไม่ใช่งานเขียนของนักเขียนคนนั้นอีกต่อไป

(ถ้าข้าพเจ้าสรุปโครงเรื่องกับแนวคิดที่สำคัญของเรื่องผิดไปล่ะก็ ขอยกความผิดนั้นให้ผู้แต่งคนเดียวเพราะผู้แต่งดันเขียนให้ผู้อ่านๆ แล้วไม่เข้าใจ ฮ่า ฮ่า )

๓. กลวิธีในการประพันธ์

- เป็นการเล่าเรื่องโดยการลำดับเหตุการณ์ตามช่วงเวลา และให้บุรุษที่หนึ่ง คือชีวาเป็นคนเล่าเรื่อง ถือว่าอ้ายทำได้ดีนะจุดนี้ ชีวาสามารถดำเนินเรื่องไปได้เรื่อยๆ สลับกับบทพูดสนทนากับบุคคลอื่นๆ เรื่องก็ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่งดี ดูไม่ขัดเขินแต่ประการใด

- ผู้แต่งขึ้นต้นด้วยบทนำ ซึ่งกล่าวถึงชีวา เพื่อนำเข้าสู่เรื่องราว และในบทส่งท้ายก็เป็นการเฉลยชื่อเรื่อง “จนกว่าชีวาจะวางวาย” ว่าชีวาจะเขียนหนังสือไปจนกว่าชีวาจะวางวาย ข้าพเจ้าถือว่าอ้ายทำตรงจุดนี้ได้ดีทีเดียว น่าสนใจดี

ส่วนเนื้อหาข้างใน อ่านรอบแรกข้าพเจ้างง จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าอ้ายต้องการจะสื่ออะไร หาแนวคิดสำคัญของเรื่องไม่เจอ เพราะไปมุ่งสนใจแต่กลวิธีในการแต่งของอ้าย ซึ่งงัดเอาแทบทุกกลยุทธ์มาใช้ในนวนิยายจำนวนไม่ถึงร้อยหน้า อ้ายใช้ทั้งสัญลักษณ์(ปกหนังสือที่เปลี่ยนแปลงไปมาตามความรู้สึกของชีวา) การทะลุมิติเข้ามาพูดคุยของนักเขียนชื่อดังนับไม่ถ้วน การให้ข้อมูลเรื่องประวัติศาสตร์ผ่านตัวละคร การทะลุมิติเวลาเจออังกาบวัยเด็กกับอังกาบวัยสาว และอื่นๆ อีกมากมายที่ข้าพเจ้าจนปัญญาจะนำมายกไว้หมด ข้าพเจ้าอ่านแล้วละลานตาไปหมดจนหาเนื้อเรื่องและแก่นของเรื่องแทบไม่เจอทีเดียว

-คอนฟลิคของเรื่อง ข้าพเจ้าว่ามันน้อยไปนิดนึงนะ เรื่องของอ้ายที่ดำเนินมาก็งงๆ พออยู่แล้ว ว่าต้องการสื่ออะไร ในเรื่องความรู้สึกขัดแย้งของชีวากับงานเขียนของตนที่ได้รับการตีพิมพ์ จู่ๆ ก็มาไม่ทันให้ตั้งตัว ตัวเอกน่าจะมีการแสดงออกถึงความขัดแย้งเพิ่มอีกนิดนึงนะอ้าย เพราะเป็นจุดสำคัญของเรื่อง ว่าตัวเอกสับสนและจะเลือกหนทางเส้นไหนดี อ้ายให้คำตอบแก่คนอ่านโดยใช้สัญลักษณ์ สื่อความหมายมาทางหน้าปกหนังสือให้ตีความเอาเอง ก็ดูเข้าที แต่อย่างที่บอกอ้ายใช้เทคนิคในการเขียนมากไปนิดจนคนอ่านเวียนหัวเจ้าค่ะ

๔. ตัวละคร

ตัวละครเอกในเรื่อง “ชีวา” มีบุคลิกเด่นชัดดีนะ หนุ่มอีสานหน้าตาดี มีอารมณ์ขัน เจ้าชู้เป็นที่หนึ่ง ( เหมือนคนแต่งไม่ผิดเพี้ยน) ถือเป็นแรงจูงใจที่ดีอันหนึ่งให้ผู้อ่านติดตามอ่านไปอย่างสนุก จะว่าไปอ่านแล้ว นึกถึง “พุ่มฮัก พานเสือ” ขึ้นมาทันทีทันใด อันนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของอ้ายทีเดียวเชียว ลอกเลียนค่อนข้างลำบาก ฮ่า ฮ่า

ส่วนตัวละครอื่นๆ บุคลิกไม่เด่นชัด ตัวอังกาบเองก็แปลกๆ นะอ้าย เหมือนไม่ใช่มนุษย์ ดูแปลงร่างพลิกบทบาทได้ยังไงพิกล ฮ่า ฮ่า

ตัวละครบางตัวไม่มีผลกับการดำเนินเรื่อง ใส่มาให้รกรุงรังเปล่าๆ เช่น ติ๋ม (อาจจะช่วยอยู่บ้างที่ทำให้บุคลิกของชีวาดูชัดเจนขึ้น) ,อาจารย์สมฤทธิ์, เด็กน้อยในชุดอนุบาล, ตัว รปภ.ย้อนยุค

ตัวละครบางตัวบุคลิกไม่สมจริง ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าอ้ายต้องการแต่งให้เป็นแนวแฟนตาซีเกินจริงหรือเปล่า ตัวละครของอ้ายแต่ละตัวเลยดูแปลกๆ เด็กหญิงอังกาบกับเด็กน้อยในชุดอนุบาลดูรอบรู้เกินวัยไปนิด แต่ถ้าอ้ายตั้งใจให้ออกเป็นแนวแฟนตาซีอยู่แล้ว ก็คงพอรับได้

ตัวละครของอ้ายแต่ละตัว ข้าพเจ้าว่าที่เหมือนมนุษย์หน่อยก็ “ชีวา” กับ “ติ๋ม” นี่แหละ ดูเป็น round character ดี มีรัก โลภ โกรธ หลง เหมือนมนุษย์ทั่วไปหน่อย แต่ด้านพัฒนาการของตัวละครยังน้อยไปนิด หลังคอนฟลิคน่าจะให้ตัวเอกมีการเปลี่ยนแปลงอะไรให้เห็นเด่นชัดหน่อยน่าจะดี

ในส่วนของนักเขียนชื่อดังทั้งหลายที่อ้ายใส่มา ก็ใช้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครกับเนื้อเรื่องได้ดี ชีวาอยากเป็นนักเขียน และได้มีโอกาสได้พูดคุยกับนักเขียนชื่อดังหลายท่าน ที่ทะลุมิติเวลามาพูดคุยด้วย และได้แนะนำชีวาในด้านต่างๆ ก็ถือว่าโอเคนะอ้าย แต่ถ้านักเขียนชื่อดังเหล่านี้จะช่วยเสริมให้แนวคิดของเรื่องเด่นขึ้นกว่านี้น่าจะดีกว่านี้เนอะ ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนอ้ายเอามาแปะๆ ไว้ยังไงพิกล โครงเรื่องดำเนินไปได้ แต่แนวคิดขาดหาย ปรากฎให้เห็นแต่ตอนต้นเรื่องกับท้ายเรื่องเท่านั้นเอง

๕. ฉาก

ฉากมากมายหลากหลาย ทั้งที่บ้านไม้สองชั้น,ร้านคาราโอเกะ, สำนักพิมพ์, บ้านสวน, ร้านกาแฟเจ๊ลั้ง, หมู่บ้านที่ลำปลายมาศ, บนโบกี้รถไฟ, วัดประจำหมู่บ้าน, สนามหลวง, พิพิธภัณฑ์ หมดยังเนี่ย

ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่าฉากเหล่านี้ปรากฏอยู่ในนวนิยายไม่ถึงร้อยหน้า การบรรยายฉากแต่ละฉากจึงก็มีน้อยมาก ไม่เป็นไรข้าพเจ้ารู้ว่าอ้ายอยากให้คนอ่านจินตนาการฉากเอาเองตามใจชอบ ฮ่า ฮ่า

ดังนั้นข้าพเจ้าไม่วิจารณ์ล่ะนะว่าฉากสมจริงไหม มีผลต่อบุคลิกของตัวละครไหม เพราะอ้ายแทบจะไม่ให้ความสำคัญกับฉากเลย ใช้ก็เพียงเพื่อให้ผู้อ่านทราบว่า เกิดเหตุการณ์นั้นที่ใดมากกว่าเหตุผลอื่น

๖. การใช้ภาษา

ภาษาเขียนอ้ายดีอยู่แล้วล่ะ คงไม่มีอะไรท้วงติง บทสนทนาระหว่างตัวละครก็ทำได้ดี บทจะหวานอ้ายก็หวานได้ใจ บทจะเสียดสีก็เสียดสีได้แสบๆ คันดี แต่พอมันมาอยู่ในนวนิยายเรื่องเดียวกัน ข้าพเจ้าล่ะปรับเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทันเชียว แถมแนวคิดสำคัญของเรื่องก็ไม่ได้เข้ากับความรักโรแมนติกกับการเสียดสีการเมืองของอ้ายเลยให้ตายเหอะ อ้ายจะไปแนวไหน เลือกเอาสักแนวเถอะนะ ท่านย่าขอร้อง

๗. คุณค่าของงานนวนิยายเล่มนี้

-ให้ความรู้ แม้จะไม่เป็นความรู้ใหม่ แต่ก็ถือว่าสอดแทรกความรู้ในด้านต่างๆ ไว้หลากหลายทีเดียว เช่น ประวัติพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ประวัติศาสตร์การเมืองไทยและประวัติของนักการเมืองสำคัญในอดีต ประวัตินักเขียนชื่อดังท่านต่างๆ

-สะท้อนสภาพสังคมปัจจุบันของไทย เช่น การให้ความสำคัญกับการอ่านการเขียนหนังสือในเมืองไทย, ความสนใจและการให้คุณค่าแก่พิพิธภัณฑ์ของคนไทย, การเข้ามาของอารยธรรมต่างชาติ ,การปรับเปลี่ยนทางวัฒนธรรมให้อยู่รอด, วิถีชีวิตความคิดความเชื่อของคนในสังคม เช่น เล่นหวย ดูหมอ ขอหวยกับพระสงฆ์องค์เจ้า นอกจากนี้ยังสะท้อนการเมืองในประเทศไทย ให้เห็นถึงภาวะผู้นำในประเทศ พฤติกรรมของนักการเมือง เป็นต้น

****

หนุงหนิง(เหลาชมจันทร์)

5/9/49





 

Create Date : 05 กันยายน 2549
31 comments
Last Update : 5 กันยายน 2549 23:34:08 น.
Counter : 790 Pageviews.

 

จ๊าก เข้ามาเจอตอนแรกแล้วต๊กกะใจ ไฉนอ้ายทำกับข้าพเจ้าอย่างนี้หนอ นึกว่าจะโพสท์บทวิจารณ์ทีเดียวพร้อมๆกันกับสาวๆ คนอื่น ไม่งั้นไม่ส่งบทวิจารณ์มาให้ใหม่หรอก

เอามาประจานหราอย่างนี้เลยหรืออ้าย เกิดอาจารย์ข้าพเจ้าแวะเวียนผ่านมา จะมาริบเกรดข้าพเจ้าคืนเสียก็ไม่รู้

 

โดย: หนุงหนิง IP: 203.113.34.7 6 กันยายน 2549 0:01:42 น.  

 

โอ...ท่านอ้ายฯที่เคารพ

ข้าพเจ้านับถือท่านสุดหัวใจ
ครั้งนี้...นับเป็นนวัตกรรมใหม่ ในการก้าวเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ของพวกเราชาวหนอน

นานมาแล้วที่ข้าพเจ้าใฝ่ฝันถึงวันนี้

วันที่เพื่อนอ่านงานของเพื่อน
วิจารย์งานของเพื่อน
โดยปราศจากอคติ อีโก โชว์ออฟ
แต่เป็นการ บอกเล่า ความคิดเห็น ตามแต่มุมมอง สายตา
ทัศนวิสัย ของแต่ละคน

ความคิดเห็นแตกต่าง หลากหลาย จะช่วยทำให้ผู้เขียน
ได้มองเห็นจุดที่เรามองข้าม / ขาด /พร่อง /ไป

สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นไม่ได้ หากเราไม่มีสหายที่ถึงพร้อม
ยอมสละเวลาคิด เวลาเขียน

ข้าพเจ้ามองไม่เห็น ว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ครั้งนี้ ท่านทำข้าพเจ้าขนลุก (อย่าได้เข้าใจผิด!)
หากบทวิจารย์นี้ ท่านเพียงเก็บไว้กับตัว
มันจะทำงานเฉพาะกับหนึ่งหน่วยเป้าหมาย

แต่ท่านแบ่งปันมาให้อ่าน
นั่นเป็นคุโณปการต่อการขยายแง่คิด มุมมอง ของพวกเราที่เหลือ

ก้าวนี้ ยิ่งใหญ่มากท่าน
จังหวะก้าวที่สร้างสรรค์ ก้าวที่กว้างไกล

การย่ำเดินบนถนนอักษรสายนี้
ข้าพเจ้าหาได้สนใจ ว่าระยะทางจะยาวไกลแค่ไหน
บรรยากาศของการร่วมเดินทางไปกับพวกท่านนี่สิ
น่าภิรมณ์นัก

'ศิษย์ผู้น้อง'

ปล. ขออนุญาตท่านย่าฯ
ข้าพเจ้าว่า...หากอาจารย์ของท่านผ่านมา
นอกจากริบเกรดคืนแล้ว...น่าจะแถมบริภาษสักหลายคำ

ข้าพเจ้าไม่ได้ร่ำเรียนมา...แต่คิดว่า...
....ท่านลืมสรุป !! ใช่ไหม???

 

โดย: ธุลีดิน IP: 203.170.228.172 6 กันยายน 2549 1:40:58 น.  

 

ขออีกหน่อย !!

เจอบทวิจารย์ทื่อ ๆ ยียวน แนวย่าหนุงฯเข้า
สะใจ!! สมใจ!!

เกลียดไอ้พวก อัตลักษณ์ ปัจเจก อะไรอีกล่ะ จำไม่ได้
เห็นเมื่อไร รีบพลิกหนีทันที

พระคุณท่านจะเขียนด้วยภาษาปกติไม่ได้รึไง !!

รึไม่งั้น ผุ้คนเขาไม่รู้ว่า ท่านเป็นนักวิจารณ์ แล้วมันจะเป็นรูปฟอร์มภาษาคล้าย ๆ กันไปหมด
เหมือนก็อปกันมาเลย ว่า นักวิจารณ์ต้องเขียนอย่างนี้นะ

ฮ่วย !! ระบาย ระบาย

 

โดย: ธุลีดิน IP: 203.170.228.172 6 กันยายน 2549 1:50:31 น.  

 

อ่า...แล้วก็...

ยินดีต้อนรับหัวเรื่องใหม่ 'เข็มทิศ'

 

โดย: ธุลีดิน IP: 203.170.228.172 6 กันยายน 2549 1:56:29 น.  

 

เอ่อ ข้าพเจ้าก็จำไม่ได้ด้วยสิว่าต้องสรุปไหม คงมีมั้งท่าน บอกแล้วไงว่าร้างลามานานแล้ว วิชาที่ร่ำเรียนมาก็คืนอาจารย์ไปจนหมดสิ้น

ข้าพเจ้าเรียนวิชาวรรณกรรมไทยตั้งแต่สมัยอยู่ปี 1(และก็เรียนแค่ปีเดียว ปีสองต้องเรียนวิชาเอก วิชาโทแล้ว วิชาภาษาไทยไม่ได้แตะอีกเลย) สมัยเรียนก็ถนัดแต่วิจารณ์วรรณคดีไทย ส่วนเรื่องสั้น นวนิยายข้าพเจ้าไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ เวลาผ่านไปนานนับสิบปี นำมาเคาะสนิมใหม่ได้แค่นี้แหละท่าน แต่ถ้าได้ฝึกฝนวิจารณ์งานพวกท่านบ่อยๆ ความจำอาจเริ่มฟื้นคืน

แต่ข้าพเจ้าบอกไว้ก่อนว่า ข้าพเจ้าสรุปไม่เก่งอ่ะ สมัยเรียนการเขียน Composition ข้าพเจ้าตายตอนบทสรุปทุกที อาจารย์บอกว่าข้าพเจ้าสรุปอ่อนไป ไม่ตรงเป้า ไม่ตรงประเด็น ไม่ฟันธงฉับๆ คราวหน้าถ้ามีโอกาสอีก จะสรุปให้ก็แล้วกันนะ แต่ไม่รู้จะได้เรื่องหรือเปล่า

ข้าพเจ้าขอหลบไปก่อนนะท่าน เดี๋ยวอาจารย์ข้าพเจ้าผ่านมาแถวนี้ จะมาเอาเกรดข้าพเจ้าคืน ดีไม่ดีโดนยึดปริญญาบัตรไปด้วย แย่เลย



ขอบคุณสหายธุลีดินที่ช่วยท้วงติง เสียดายข้าพเจ้าทิ้งตำราเรียนไปหมดแล้ว เลยไม่รู้จะไปค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากที่ไหน หนังสือที่มีขาย อ่านแล้วก็ไม่เหมือนตอนฟังเล็คเชอร์ในห้องเรียน รายงานที่เคยทำส่งอาจารย์ก็ทิ้งไปหมดแล้ว อยากจะเขกหัวตัวเองจริงๆ ถ้ารู้มาก่อนล่วงหน้าว่าต้องมาอยู่ในแวดวงหนอนๆ ก็จะเก็บไว้อยู่หรอก

ขออภัยสหายทั้งหลายจริงๆ ที่ข้าพเจ้าใช้วิชาที่เรียนมาทำประโยชน์อะไรให้พวกท่านไม่ได้มาก แต่ยังไงก็จะพยายามค้นคว้าเพิ่มเติมเจ้าค่ะ

 

โดย: หนุงหนิง IP: 195.213.95.34 6 กันยายน 2549 12:54:48 น.  

 

ตาพุ่มฯ

สัปดาห์นี้ไม่รู้เป็นไร..บ้านเราอากาศร้อนซะ
นั่งสัปหงกในห้องเรียน..คิดฮอดตาขึ้นมา..ยายว่าตาคงอาการไม่ต่างกับยายเท่าไหร่..เอาละ..ตามสัญญานะจ๊ะ

ยายวิจารณ์ในฐานะคนอ่านธรรมดาคนนึงเท่านั้นนะตา
อย่าใส่ใจว่าจะได้อะไรจากยายมากเด้อ


*************
จนกว่าชีวาจะวางวาย
๑.รักนะเด็กโง่....(เหอ เหอ อันนี้ไม่ใช่คำวิจารณ์น่ะ)

๒.ถ้าไม่ได้อ่านผู้ชายฯของอาวินทร์มาก่อน คงจะแปลกใจกับโครงเรื่องแนวนี้มาก มันก็เหมือนมีการซ้อนทับนะคะ แต่ยังแปลกๆอยู่ คล้ายๆว่า แต่ละคนโผล่มาเอาเองตามคำบอกเล่าของอ้าย เลยทำให้รู้สึกงงๆบ้าง ว่าตกลงใครเป็นใคร ใครซ้อนใคร

ก็คือความซับซ้อนของโครงเรื่องยังสือไม่ตรงประเด็นน่ะคะ คือเหมือนว่า ข้าพเจ้าสามารถอ่านแล้ววางไว้ได้
แล้วหยิบมาอ่านต่อได้โดยไม่ต้องสนใจประเด็นอะไรเลย

เรื่องบางเรื่องโครงเรื่องหนักแล้วเราอยากรู้น่ะคะ เป็นอารมณ์ต่อเนื่องแบบไม่อยากวางน่ะคะ

๓.การบอกเล่าประวัติศสตร์ในเรื่องดูเยอะไปน่ะ อ้ายเอาแต่เนื้อเรื่องมาลง ซึ่งบางอย่างข้าพเจ้ามองว่าไม่จำเป็น
คือบางทีข้าพเจ้าอ่านข้ามบางตอนไปเลย

แต่ถ้าเอาเฉพาะคอนเซ็บของแต่ละเหตุการณ์มาโยงกันได้น่าจะสนุกกว่านี้น่ะคะ

๔.ที่ดีที่สุดชอบตรงความลึกของตัวละคร ค่อนข้างอ่านแล้วเห็นภาพชัดเลยว่า ชีวา น่าจะเป็นอย่างไร อังกาบน่าจะเป็นแนวไหน คือตัวละครเรื่องนี้ชีวาเด่นมาก จนน่าจะเป็นจุดขายได้ ถ้าเอามาทำแนวภาคต่อ อ่านแล้วค่อนข้างคล้ายพุ่มรัก พานสิงห์ ของอา
แต่จริงๆก็ไม่ใช่ทีเดียว

คิดไปคิดมา...ชีวานี่...อ้ายพุ่มฮัก..ชัดๆเลยค่ะ

๕.ในการโยงถึงนักเขียนท่านอื่น ชอบตรงของท่านมหากวีน่ะคะ เพราะมีการพูดคุย ทำให้มองเห็นภาพของชายต่างวัยสองคนได้น่ารักดี

ส่วนของท่านอื่นๆ อย่างของลุงอาจินต์อ้ายก็เน้นประวัติไปนิด (เพราะว่าเรื่องเหมืองแร่ค่อนข้างดัง) ข้าพเจ้าว่าน่าจะวิจารณ์ไปเลยว่า สไตล์การเขียนของแต่ละท่านเป็นอย่างไร จุดเด่นอยู่ตรงไหน มาเจอชีวาได้อย่างไรประมาณเนี้ย

คือถ้าเรายกมาแล้วต้องยำให้อร่อยไปเลยน่ะคะ
ส่วนท่านอื่นๆมองภาพไม่ค่อยออก เพราะอ้ายเขียนถึงไม่ลึกนักค่ะ

๖.คำคมที่ทอดแทรกด้านบนของแต่ละบทถือว่าดีทีเดียวคะ ข้าพเจ้าชอบนะ มันเบรกอารมณ์ได้บางที เหมือนจุดพักสายตาน่ะ (อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวค่ะ)

๗.อันนี้ไม่เกี่ยว แต่ไม่รู้เป็นไร เห็นรอยยิ้มของนายชีวา
ลอยมาตลอดเรื่องเลยคะ (แอบหลงรักชีวาน่ะคะ)

๘.ง่ายๆก็คือเรื่องนี้ อ่านสนุก อ่านง่าย ได้ความรู้ประวัติศาสตร์ ได้รู้จักนักเขียนดังๆ ประมาณนั้นค่ะ นอกเหนือจากนี้ ยังงงๆอยู่ค่ะ อิ อิ

ทั้งหลายทั้งปวงอย่าได้ใส่ใจกับคำวิจารณ์ของข้าพเจ้ามากนักนะอ้าย เพิ่งอ่านรอบเดียวเองคะ ประสบการณ์ในการอ่านของข้าพเจ้าก็ยังน้อยนักค่ะ

คำวิจารณ์เพียงสิ่งสะท้อนจากผู้อ่านเท่านั้น แต่จะมีประโยชน์อันใดหากเราอ่านงานของเราไม่ออก (อันนี้ยืมใครมาไม่รู้ค่ะ)

อ้ายลองอ่านงานของอ้ายเอง แล้วลองวิจารณ์งานตัวเองดีไหมคะ น่าจะได้อะไรแยอะน่า

ท้ายสุด..ขอบคุณอ้ายมากๆ..สำหรับหนังสือทำมือจากเพื่อน...(ถ้าจะเชื่อนี้คือเล่มแรกจริงๆค่ะ) แอบดีใจมากๆเลยค่ะ...เห่อ..ไม่..เห่อ...ก็บอกทุกคนไปแล้วล่ะ...นี้เพื่อนเราส่งหนังสือเขียนเองมาให้...เป็นความสุขเล็กๆดีคะ

****

โอ้ย! เหนื่อยแล้วละตาพุ่ม เพิ่งไปวัดสายตามา เค้าบอกว่า นั่งหน้าจอมากไปหรือเปล่า สายตาเริ่มมีปัญหาแล้วคะ

แต่ค่าตัดแว่นต้อง...สองพันแน่ะอ้าย...ห้ามยิ้มจ่ายมาซะดีๆ อิ อิ ไปแล้วนะคะ แล้วค่อยคุยกันใหม่ที่เรื่องต่อๆไปของอ้ายนะคะ

'ยายเองค่า'

ปล.๑ สปายน่ะตกลงสองขวดนะ....ห้ามลืม

 

โดย: แม่นางนีน่า IP: 124.121.16.91 6 กันยายน 2549 15:26:50 น.  

 

... เข้ามาอ่านแล้ว ขอชาวบ้านแล้ว
ถ้าไม่เจิ่มอะไร เป็นลายลักษณ์อักษรซักหน่อย ก็คงจะไม่ถูกต้องนัก...

 

โดย: merf1970 6 กันยายน 2549 16:36:13 น.  

 

"การย่ำเดินบนถนนอักษรสายนี้
ข้าพเจ้าหาได้สนใจ ว่าระยะทางจะยาวไกลแค่ไหน
บรรยากาศของการร่วมเดินทางไปกับพวกท่านนี่สิ
น่าภิรมณ์นัก"


ท่านเถ้าฯกล่าวถูกใจยิ่งนัก

นี่แหละบรรยากาศที่ผมฝันหา งานชิ้นหนึ่งที่เขียนออกมา จะมีค่าอันใดหากไม่มีเสียงตอบรับอะไรเลยต่องานชิ้นนั้น และโทษฐานที่รู้จักกัน เหล่าหนอนสาวเลยถูกบังคับและยัดเยียดให้อ่านนิยายเล่มนี้ นิยายที่เจ้าแม่เหลาชมจันทร์วิจารณ์รอบแรกว่า...กระโดดไปกระโดดมา ปรับอารมณ์ตามไม่ทันเลย ฮาๆ

ผมเขียนนิยายเรื่องนี้ตอนรู้สึกอยากอาเจียนหลังจากอ่านตำรา เมือ่เขียนจบก็คิดว่าน่าจะให้เพื่อนๆได้อ่าน นึกหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้เพื่อนๆได้อ่าน จะกลับเข้าบ้านหนอนอีกครั้งก็กลัวผิดคำสัญญาของตน ครั้นจะรอให้ถึงปลายเดือนตุลาก็กลัวว่าตัวเองจะหายอยาก จึงพิมพ์ออกมาเป็นเล่ม แต่เพื่อไม่ให้งบประมาณบานเกินจนเบียดบังเงินค่าเหล้า ผมจึงจำกัดแจกเฉพาะสาวๆ

เสียใจที่ไม่อาจส่งให้ท่านเถ้าฯอ่านได้

แต่มีอยู่ทางเดียวที่ท่านจะได้อ่าน นั่นก็คือท่านต้องแปลงเพศ ฮาๆๆ



ขอบคุณแม่นางหนุงหนิง ขอบคุณยายนีน่า ที่ช่วยวิจารณ์ให้ คำวิจารณ์เปรียบเสมือนเข็มทิศครับ ผมไม่เคยใช้เข็มทิศเพื่อชี้ทางให้ตัวเองเดิน แต่ผมใช้เพื่อให้ตัวเองรู้ว่าทางไหนทิศเหนือ...

เมื่อรู้ว่าทิศไหนคือทิศเหนือ เราก็จะรู้เองว่าทิศอื่นๆคือทิศอะไรบ้าง แล้วเราก็เดิน...

คำวิจารณ์ของพวกท่าน ช่วยชี้ให้ผมรู้ว่าทิศไหนเป็นทิศไหน ผมคงจะตาบอดแน่ๆถ้าเขียนอะไรออกมาแล้วเงียบสนิท

แล้วสาวๆคนอื่นเป็นอย่างไรบ้างหนอ?

คงจับไข้หมดแล้วมั้ง อิๆๆ


ปล.ขอบคุณท่าน merfe1970 มากครับ ที่ติดตามอ่านไอ้ทุยจนจบ อย่าถือสาผมเลยนะครับ ผมมั่ว แหะๆ

 

โดย: พุ่มฮัก IP: 58.9.193.203 6 กันยายน 2549 18:54:18 น.  

 

ท่าน
มีอยู่ส่วนหนึ่งของที่นี่ คือปุ่มส่วนตัว
เอาไว้เก็บงานที่ไม่ต้องการปล่อยออกสู่สาธารณะ
ให้ระหัสผ่าน เพื่อไว้ใช้เฉพาะกลุ่ม

สักวันเราอาจได้ใช้ช่องทางนั้น
สำหรับงานที่เสนอให้สหายหนอนวิจารณ์

(ข้าพเจ้าชอบหมู่บ้าน นี้จริง ๆ ผ่าสิ!!)

ขอบคุณความหมาย 'เข็มทิศ' ของท่าน เผง !!!

สำหรับ on line counter
ท่านคลิ๊กที่รูป ตรง on line จะลิ้งค์ไปหน้า ลงทะเบียน
สั้นมาก แค่ลงชื่อ คลิ๊ก start เลือก สี ก๊อปโค้ดมาแปะ
ใช้ได้เลย แจ่ม!

 

โดย: ธุลีดิน IP: 203.170.228.172 6 กันยายน 2549 21:19:29 น.  

 

สวัสดี..ชาคริต..

รีบส่งมาล่ะ จะได้รีบอ่าน

อั้ม ต้องไปโชว์ตัวแล้วละ บาย

 

โดย: tanada-จัง (tanada-จัง ) 6 กันยายน 2549 21:22:05 น.  

 


ทำยังไง ข้อย ซิได้อ่านครับ อ้ายฯ ?
ตัวเลือกแบบ บ่ต้องแปลงเพศ พอซิมีให้บ่ครับ ?

แบบว่าอยากลองใช้วิจารณญาณหางเขียด กับเขาบ้าง ง่ะ!

 

โดย: กอฮัก พานกระทิง IP: 124.157.212.48 7 กันยายน 2549 0:32:55 น.  

 

สวัสดีค่ะ มารออ่านด้วยคน ฟังคำวิจารณ์แล้วก็อดที่จะนึงถึงเนื้อเรื่องไม่ได้ คงน่าสนุกและน่าติดตามน่าดูค่ะ จะรออ่านนะค้ะ

 

โดย: veerara 7 กันยายน 2549 2:13:18 น.  

 

ท่านอ้ายฯ ลิ้งค์ท่านจี-รา?

 

โดย: ธุลีดิน IP: 203.170.228.172 7 กันยายน 2549 12:18:16 น.  

 

เยสแล่ว!

 

โดย: พุ่มฮัก IP: 61.47.104.72 7 กันยายน 2549 12:37:15 น.  

 


ตา..ตา...หมามันเว้าอีหยังกันน่ะ...กิ้วๆ


 

โดย: ยายนีน่าเองค่า IP: 124.121.17.114 7 กันยายน 2549 13:37:05 น.  

 

น่ารักจังครับยาย

 

โดย: พุ่ม love IP: 61.47.104.72 7 กันยายน 2549 15:01:56 น.  

 

ย่ามาเยี่ยม

อย่าเมามากนักนะหลานเอ๊ย

 

โดย: หนุงหนิง IP: 203.113.34.9 7 กันยายน 2549 20:00:45 น.  

 

โหลเทส...ลิ้งค์ท่านจี-รา????

ปล. เมาไปเลยท่าน !!
!ชีวิตภาคภูมิ ยินดี ไยปล่อยให้จอกว่าง ร้างเมรัย"
'ลี้คิมฮวง'

 

โดย: ธุลีดิน IP: 203.170.228.172 7 กันยายน 2549 22:34:45 น.  

 

อ้ายฯ

URL ของคุณจีรา...ผิดน่ะคะ...ลองคลิ้กดูดิ

 

โดย: nena IP: 124.121.16.104 8 กันยายน 2549 13:04:08 น.  

 

สวัสดีสายวันเช้า

แวะมาเยี่ยมเยียน
เป็นอย่างไรบ้างป๋า
สบายดีนะ

 

โดย: ไอซ์ IP: 58.147.124.72 9 กันยายน 2549 10:02:35 น.  

 

สวัสดีค่ำวันยังค่ำ

เช่นกัลล์

 

โดย: ธุลีดิน (กระท่อมธุลีดิน ) 9 กันยายน 2549 18:26:15 น.  

 

สวัสดีจ้ะ..ท่านอ้ายฯ

แวะมาทักทาย คงยังมิเมามาย ใช่ไหม?

อากาศที่นั่นเป็นเช่นไรบ้าง ที่นี่ฝนตกต้องตามฤดูกาลจริงๆ

เฝ้ารออ่านชิ้นงานของท่านอยู่นะ

 

โดย: tanada-จัง (tanada-จัง ) 9 กันยายน 2549 21:01:54 น.  

 

ตาพุ่มฯ
ที่เปิดขวด....พังยังอะ
หายเงียบเลย

ยายลบห้องรับแขกไปแล้วนะ(group blog มันดูงงอย่างที่ตาว่าแหละ)...ว่าจะร่าย..ถนนสายอักษรใหม่...แล้วค่อยลงน่ะ...คิดฮอด...แล้วคุยกันจ๊ะ

 

โดย: ยายเอง IP: 124.121.23.199 9 กันยายน 2549 21:32:41 น.  

 

แวะมาทักทายยามดึกเจ้าค่ะ

 

โดย: หนุงหนิง (เหลาชมจันทร์ ) 9 กันยายน 2549 23:57:18 น.  

 



เสียงนก...ใบไม้ร่วงสวัสดิ์ขอรับ

ด้วยความเป็นมือหัดเขียนสมัครเล่น
มาถึงวันนี้ ยังฝืดอย่างกับเครื่องยนต์ไม่ได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ลูกปืนไม่ได้อัดจาระบี

ทุกเรื่องที่ เจอะเจอในชีวิตประจำวัน
ล้วนเป็นเหมือนเบรคค้าง คอยเสียดทาน ลดแรงเฉื่อย
ออกตัวไปข้างหน้าอย่างยากเย็น

เพิ่งกัดฟันเข็นเรื่องใหม่ออกมา
แพ็คเป้หลังที่ยังไม่เรียบร้อย ว่าจะออกเดินทางไปตายเอาดาบหน้า ไม่เช่นนั้น เวลาคงวิ่งหนีไป โดยไม่ได้อักษรสักตัว

ได้สามตอน
ตา ทะเล ที่เคยพบเจอพูดคุย ละโลกโดยไม่ได้ร่ำลา
ทำอะไรไม่ได้ !
ได้แต่นั่งพนมมือ ฟังเสียงสวดที่ไม่รู้เรื่องทุกหัวค่ำ

กลับมาเขียนหนังสือไม่ได้!

พรุ่งนี้เผาแล้ว !
จะร่ำลาตาเป็นครั้งสุดท้าย
ผืนทรายที่เคยไปนอน เพิ่มความทรงจำสะทกสะท้อนใจ

แล้วคงได้คืนกลับมาสู่โลกของการหัดเขียน
จนกว่าแรงเสียดทานครั้งต่อ ๆ ไปจะมาเยือน

ทักทายสหายบ่ายวันอาทิตย์
'เศษดิน ใต้ฝ่าเท้าพวกท่าน'

 

โดย: ธุลีดิน IP: 203.170.228.172 10 กันยายน 2549 13:01:44 น.  

 

สงสัย ซุ่มเขียนเรื่องใหม่มาให้ได้อ่านกันอีก .. ฮิๆ

 

โดย: merf1970 12 กันยายน 2549 0:09:44 น.  

 

สวัสดีครับป๋า

ทักทาย ทักทายอ่ะครับ

 

โดย: ไอซ์ (parchya ) 12 กันยายน 2549 9:58:02 น.  

 

ทักต่อด้วยคน แต่ไม่ทาย อะ อะ อะ

 

โดย: ธุลีดิน (กระท่อมธุลีดิน ) 12 กันยายน 2549 19:24:56 น.  

 

งานยุ่งหรือไรท่าน?
ยกนี้หายไปนานเลย

 

โดย: ธุลีดิน IP: 203.170.228.172 15 กันยายน 2549 17:42:40 น.  

 

สวัสดี

 

โดย: poop IP: 222.123.24.161 5 ธันวาคม 2549 15:00:33 น.  

 

 

โดย: ีนี IP: 222.123.24.161 5 ธันวาคม 2549 15:03:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


rintana
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สงวนสิทธิ์ตามกฏหมายในการทำการคัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลงส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด ของงานเขียนในบล็อกนี้
ผู้ใดทำการคัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนี่งส่วนใดหรือทั้งหมด โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษ ปรับตามกฏหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือนำเรื่องไปเสนอสำนักพิมพ์ ถือเป็น การเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 800,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฏหมายลิขสิทธิ์

Friends' blogs
[Add rintana's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.