สารพันสาระ สารพันความคิด
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 

มาทำความเข้าใจกับโรคลำไส้อักเสบในสุนัขกันดีกว่า

โรคลำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัสในสุนัขที่พบบ่อย เกิดจากเชื้อไวรัส2เชื้อ 

1.เชื้อพาร์โวไวรัส เป็นเชื้ออันตรายรุนแรง ทำให้ถ่ายเป็นเลือดเยื่อบุผนังลำไส้ลอกหลุด สัตว์จะเสียเลือด และเจ็บปวดช่องท้องมาก บางตัวเลือดขังค้างอยู่ในทางเดินอาหาร ไม่ถ่ายมา1-2วัน พอตกใจหรือตื่นกลัว จะถ่ายพุ่งเป็นเลือดเน่ากลิ่นเหม็นคลุ้ง และเสียชีวิตทันทีก็มี โรคไวรัสนี้โอกาสเสียชีวิตมากกว่า80-90% จะเห็นได้ว่าลูกสุนัขที่ป่วยโรคนี้เสียชีวิตสูงมาก
2.เชื้อโคโรน่าไวรัส เป็นเชื้อที่รุนแรงน้อยกว่า ทำให้ถ่ายเหลว หากป่วยเป็นเชื้อนี้ อาเจียนหากรักษาได้เร็วโอกาสเสียชีวิตต่ำกว่า
*****สัตว์สามารถติดเชื้อร่วมกันทั้งสองเชื้อได้ ทำให้อาการยิ่งรุนแรง ยิ่งทำให้โอกาสเสียชีวิตสูงมากเข้าไปอีก
*****มีชุดตรวจยืนยันการติดเชื้อลำไส้อักเสบ โดยการนำก้านสำลีปลอดเชื้อสอดเข้าทวารของสัตว์ หยดน้ำยาทดสอบ รู้ผลใน10-15นาที ให้ผลตรวจที่แม่นยำ แต่ในบางกรณีสัตว์อาจป่วยแต่ยังตรวจไม่พบเชื้อก็มี

ความเข้าใจผิดของผู้เลี้ยง
1.คิดว่าสัตว์ป่วยเพราะกินอาหารสกปรก บูด เสีย คุ้ยกองขยะ แล้วทำให้เป็นโรคนี้ แค่รักษาท้องเสียธรรมดาก็หายไม่รุนแรง
2.คิดว่าท้องเสียเป็นเรื่องปกติ เหมือนคน ดื่มเกลือแร่ กินยาเดี๋ยวก็หาย
3.เพิ่งป่วยได้2-3วันไม่น่าเป็นอะไรมาก จะเสียชีวิตได้อย่างไร
4.ท้องเสีย เลอะ สกปรก ต้องจับอาบน้ำจะได้สะอาด
5.บางตัวไม่ได้ทำวัคซีน ไม่เห็นป่วยเป็นอะไร ไม่ต้องทำวัคซีนบ้างดีกว่า ถ้าป่วยค่อยรักษา ถ้าไม่ป่วยก็ไม่ต้องเสียเงินทำ 
6.ฉีดวัคซีนไปแล้ว ต้องป้องกันได้ทุกโรค ต้องไม่ป่วยสิ
7.เมื่อวานยังดีๆอยู่ เพิ่งอาเจียน ถ่ายเหลวมาว1-2วัน อยู่ๆ จะเสียชีวิตได้อย่างไร

ความจริงของโรคลำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัส
1.แม่สุนัขต้องได้รับการฉีดวัคซีนสม่ำเสมอทุกปี จะได้ส่งต่อภูมิคุ้มกันให้ลูกสถนัข ลูกสุนัขที่กินนมแม่และแม่สุขภาพดี ตัวลูกจะได้รับภูมิคุ้มกันจนอายุย่างเข้าสองเดือนภูมิคุ้มกันในตัวลูกจะต่ำลง จนไม่เพียงพอที่จะป้องกันโรค จึงง่ายต่อการป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบ
2.ลูกสุนัขที่อยู่กันหนาแน่น หย่านมเร็ว ย้ายที่ แล้วปรับตัวไม่ทัน มีความเครียด จะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง ร่างกายอ่อนแอ ง่ายต่อการติดเชื้อ ป่วย หรือมีโรคอื่นๆแทรกได้ง่าย ทำให้ยิ่งทรุดหนักเข้าไปอีก
3.เชื้อลำไส้อักเสบ ติดต่อทางการเลีย การขับถ่าย อาเจียน ซึ่งเปรอะเปื้อนไปตามคอก กรง ชามอาหาร ชามน้ำ ตามตัวสัตว์ ติดมือคน ซึ่งน้ำสบู่หรือน้ำยาทำความสะอาดธรรมดา อาจไม่เพียงพอที่จะฆ่าเชื้อไวรัสนี้ได้
4.การทำวัคซีน ต้องทำครบตามโปรแกรม จึงจะมีระดับภูมิคุ้มกันสูงพอ หรือเมื่อได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปร่างกายก็สามารถต่อสู้ ฟื้นตัวเร็ว ไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต รักษาไม่กี่วันก็หาย
   แต่สัตว์ที่ทำวัคซีนไม่ครบ หรือไม่เคยทำวัคซีนเลย เมื่อป่วยเป็นโรคนี้ ภูมิคุ้มกันจะไม่สูงพอ และยังมีโอกาสเสียชีวิตได้มาก รักษาไปหลายวันก็ยังเสียชีวิตอยู่ดี
5.ไวรัสลำไส้อักเสบ นอกจากทำให้ลำไส้อักเสบแบบมีเลือดออกแล้ว เชื้อไวรัสนี้ยังไปทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบด้วย การต่อการเสียชีวิตแบบปัจจุบันทันด่วน เพราะหัวใจวายได้ การประเมิณอาการจึงต้องประเมิณอาการรายวัน ไม่สามารถยืนยันการรอดได้แน่นอน เพราะต้องประเมินสภาพร่างกายทีละขั้น
6.ลูกสุนัข ทางเดินอาหารยังอ่อนแอ การสะสมพลังงานยังน้อย เมื่ออาเจียนกินอาหารไม่ได้ ถ่ายเหลว หรือถ่ายปนเลือด เพียง1-2วัน ก็ทำให้ทรุดโทรมากแล้ว ขาดพลังงาน ไหนเสียสารอาหารและเกลือแร่ไปกับการถ่ายเหลวอีก ยิ่งทรุด เสียเลือดก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ หากจับอาบน้ำก็ยิ่งทำให้ตัวเย็น สั่น ช็อค และเสียชีวิตไปได้ง่ายๆ
7.ลูกสัตว์บางตัว ไม่ได้รับเชื้อ หรือได้รับเชื้ออ่อนๆ เค้าก็สามรถหายได้ ใช้ชีวิตไปได้จนโต ในสุนัขโตเค้าก็จะพอมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ หรือเคยได้รับวัคซีนประจำปี เค้าก็จะป่วยไม่รุนแรง
แต่การไม่ทำวัคซีนในลูกสัตว์เลย หรือไม่กระตุ้นวัคซีนเลย มันเหมือนเป็นการวัดดวง เพราะหากป่วยได้รับเชื้อรุนแรง  ในสุนัขบางตัวค่ารักษาลำไส้อักเสบ1วัน เมื่อเทียบแล้ว สามารถทำวัคซีนรวมได้ครบเลย แถมการทำวัคซีนรวม1เข็ม สามารถป้องกันโรคอื่นๆได้5-6โรคเลยทีเดียว
8.โรคไวรัส ยังไม่มียาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสลำไส้อักเสบโดยตรงได้แน่นอน ทำได้เพียงการประคับประคอง รักษาตามอาการ ให้สารน้ำ ให้ยาปฏิชีวนะ ป้องกันการติดเชื้ออื่นแทรกซ้อนที่จะทำให้ทรุดหนักกว่าเดิม เน้นการทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ปรับตัว และหายเป็นปกติได้ บางตัวการรักษาอาจใช้เวลา1-2สัปดาห์กว่าจะฟื้นตัวและหายเป็นปกติ อย่าลืมว่าโรคนี้ทำให้ผนังลำไส้ถูกทำลาย กว่าเนื้อเยื่อจะหายเป็นปกติก็ต้องใช้เวลา
9.การทำวัคซีน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุดหากเจ้าของสามารถที่จะเลือกทำตามโปรแกรมได้ครบถ้วน ตามกำหนดและกระตุ้นซ้ำอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพดี ประหยัดค่ารักษา และลดความเครียดให้แก่เจ้าของที่ต้องเห็นสุนัขเจ็บป่วย ทรมาน และเสียชีวิตลง
แต่การทำวัคซีน ไม่ได้ฉีดปุ๊บป้องกันได้ทันที ต้องใช้เวลากว่าร่างกายจะค่อยๆสร้างภูมิ และต้องกระตุ้นซ้ำ ดังน้นสัตว์ที่ยังไม่ได้ทำวัคซีน หรือทำวัคซีนไม่ครบ จึงป่วยได้ 
หรือสัตว์ที่ทำวัคซีนครบแล้ว แต่ร่างกายอ่อนแอได้รับเชื้อไวรัสนี้เข้าไปเต็มๆก็สามารถป่วยได้ แต่หากร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกัน ก็หายได้ ไม่เสียชีวิต
10.สัตว์ที่ได้รับเชื้อลำไส้อักเสบ จะยังไม่แสดงอาการป่วยทันที แต่จะแสดงอาการป่วยหลังได้รับเชื้อเข้าไปได้ประมาณ3-7วัน จึงแสดงอาการออกมา บางตัวป่วยเป็นทั้งลำไส้ ไข้หัด ชัก ร้อง ทรมานมาก
11.เชื้อลำไส้อักเสบสามารถปนอยู่กับข้าวของเครื่องใช้ ได้นานหลายเดือน ดังนั้นหากรับลูกสัตว์ตัวใหม่เข้าหมา หลังจากตัวเก่าเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสลำไส้อักเสบ สัตว์ตัวใหม่มาเลีย เล่นของใช้ของสัตว์ตัวก่อนก็ได้รับเชื้อและป่วยตามมา ท่านควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสพ่นทำความสะอาดให้ทั่วและเว้นระยะการนำสัตว์ตัวใหม่เข้ามาก่อน
12.การเลี้ยงสัตว์รวมกันหลายๆตัว จะดูยากว่าตัวไหนป่วย ยิ่งสัตว์ที่ป่วยไม่ได้ขังแยก จะยิ่งทรุดตัว เพราะพอมีแรงก็เดิน วิ่ง แต่พอหมดแรงก็ทรุด พอทรุดจนร่างกายสู้ไม่ไหวก็จะนอนซมจนโอกาสรอดน้อย เพราะเมื่อแสดงอาการป่วยแล้วโรคจะลุกลามเร็วมาก ยิ่งสัตว์ที่ปล่อยออกนอกบ้านไปขับถ่ายในป่ายิ่งสังเกตความผิดปกติจากการขับถ่ายได้ยาก หรือเลี้ยงหลายตัวก็ดูไม่ออกว่าตัวไหนท้องเสีย ถ่ายเหลว หรืออาเจียน มาเห็นอีกทีก็อาการหนัก และแพร่เชื้อให้ตัวอื่นแล้ว

**** สัตว์ป่วย ไม่ว่าจะสาเหตุใด ก็จะแสดงอาการซึม ไม่กินอาหาร อาเจียน เป็นตัวชี้นำอยู่แล้ว แต่ในสุนัขอายุน้อยหรือในขวบปีแรกที่แสดงอาการถ่ายเหลว ถ่ายปนเลือด ยิ่งในกรณีที่ทำวัคซีนไม่ครบไม่ควรมองข้ามลำไส้อักเสบจากเชื้อไวรัส บางบ้านเลี้ยงหลายตัว พอตัวนึงเป็น ตัวอื่นๆที่ได้รับเชื้อจะป่วยตามๆกันมา

สาเหตุอื่นที่ทำให้สัตว์สามารถป่วย ท้องเสีย หรือมีภาวะลำไส้อักเสบ ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัสได้แก่
1.โปรโตซัว ที่ปนเปื้อนตามชามน้ำ ชามอาหาร หรือพื้นคอกสกปรก มีน้ำขัง แล้วสัตว์เลียกินเข้าไป
2.แบคทีเรีย ที่ปนเปื้อนตามอาหาร ชาม สิ่งแวดล้อมต่างๆ
3.การมีพยาธิ พยาธจะชอนไชทางเดินอาหาร ปอด หลอดลม ลำไส้ บางตัวอาเจียนออกมามีพยาธิ หรือถ่ายปนเลือดเพราะพยาธิไชผนังลำไส้จนมีเลือดออก สัตว์จึงควรถ่ายพยาธิตั้งแต่อายุ3-4สัปดาห์ และถ่ายซ้ำตามสัตวแพทย์แนะนำ
(สมุดวัคซีนประจำตัวสัตว์บางรุ่นจะมีเนื้อหาของโรคสำคัญๆอยู่ภายใน)

****โรคท้องเสียในสุนัข จึงต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัย แยกแยะ และรีบรักษา ว่าเกิดจากสาเหตุใด จะเห็นได้ว่า การทำวัคซีนนั้นมีความสำคัญมากทีเดียว ไวรัสเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ป้องกันไว้ก่อน ปลอดภัย และประหยัดก่ว่า แต่ก็ต้องไม่มองข้ามการดูแลสุขภาพด้านอื่น การจัดการสิ่งแวดล้อม และความสะอาดด้วยเช่นกัน ขอบคุณ คุณผู้อ่านทุกท่าน และหวังว่าเนื้อหาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ท่านได้บ้าง (เนื้อหาอาจตกหล่นไปบ้างในบางกรณี)






 

Create Date : 08 ธันวาคม 2557
0 comments
Last Update : 8 ธันวาคม 2557 13:44:05 น.
Counter : 924 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Black feather
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Black feather's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.