การไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น
เป็นทุกข์ยิ่งนัก
.
.
.
คดีฆาตกรรมโรงแรมริมทะเลสาบเอโดะงาวะ รัมโป
.
.
.
กลางดึกคืนหนึ่งชายหนุ่มเห็นการฆาตกรรมในห้องอาบน้ำของโรงแรมที่เข้าพัก
ผ่านเลนส์กล้องถ้ำมองที่เขามาแอบติดไว้
ชายหนุ่มทนที่จะอมความลับไว้ในปากไม่ไหว
วันรุ่งขึ้นเขาตัดสินใจเล่าทุกเรื่อง
ให้ คาวาโนะ หนุ่มนักวาดที่เป็นแขกของโรงแรม
.
.
.

.
.
.
สองหนุ่มเข้าไปในห้องที่เกิดเหตุ
ก็พบรอยเลือดที่ถูกปิดไว้ใต้พรมเช็ดเท้า
เจ้าของโรงแรม พนักงาน และตำรวจมาดูที่เกิดเหตุ
.
.
.
มีรายงานว่า โชกิจิ เกอิชาที่มารับงานที่นี่ได้หายตัวไป
จึงสันนิษฐานว่าเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
แต่ศพของเธอหายไปไหน!
และใครที่เป็นฆาตกร?
ระหว่างแขกที่เพิ่งเช็คเอาต์ไปเมื่อคืนพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
พนักงานต้มน้ำของโรงแรม
และเศรษฐีผู้หลงใหลในตัวโซกิจิซึ่งพักอยู่ในโรงแรมนี้ด้วย
.
.
.
สองหนุ่มร่วมสืบหาตัวฆาตกร
ปริศนาค่อยๆ ถูกไขกระจ่าง
ท่ามกลางความคลางแคลงใจของชายหนุ่ม
ว่ามันคือเหตุบังเอิญหรือการจัดฉาก!
.
.
.

.
.
.
นิยายฆาตกรรมเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นในปี 1926
มาอ่านตอนนี้ก็ถือว่าเป็นพล็อตแนวสืบสวนย้อนยุคล่ะนะ
ผู้เขียนเล่าเรื่องผ่านมุมมองของชายหนุ่มนิสัยถ้ำมอง
อ่านไปก็ชวนให้คิดตามเล่นๆ
ว่าถ้าเราอยู่ในสถานการณ์เหมือนพ่อหนุ่มถ้ำมองเราจะทำยังไง
เป็นงานที่อ่านได้เรื่อยๆ อาจไม่ได้หวือหวานัก
.
.
.
ข้อคิดจากหลังปิดเล่ม
คนซื่อมักตกเป็นเหยื่อของคนเจ้าเล่ห์.
.
.
คดีฆาตกรรมโรงแรมริมทะเลสาบแปลจาก Kohantei Jiken (1926)
ผู้เขียน เอโดะงาวะ รัมโปผู้แปล เจ้าของผ้าพันคอลายแมว
สนพ. เจคลาส
และใครที่เป็นฆาตกร?
... แขกที่เพิ่งเช็คเอาต์ไปเมื่อคืนพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่"
คนนี้น่าสงสัยที่สุด ตรงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่นี่แหละ
มาเฉลยด้วยนะคะ อิอิ