พฤศจิกายน 2552

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
24
25
26
27
28
29
30
 
 
......ผู้หญิงไปเที่ยวลาวคนเดียว....บ่เป็นหยังดอก....ตอนที่ 2 วังเวียง เขาว่าหนูเปลี่ยนไป
มาต่อ ตอนที่ 2 กันต่อนะ เดี๋ยวต้องนั่งรถไปวังเวียงแล้ว




ตอนนี้เงินในกระเป๋าเหลืออยู่ประมาณ 8,000 บาท จะรอดมั๊ยนะ

ตื่นตั้งแต่ ตีห้า ฝนยังไม่หยุดตกเลย เศร้าจริงๆ พายุเข้าช่วงมาเที่ยวซะได้

Check out ตอน 6 โมงครึ่ง เดินแปกเป้ ใบโตออกมาที่เฮือนพัก

ไม่นานก็มี สามล้อมาถาม ไปตลาดเช้า บ่ ? 40 บาท เราเลยต่อเหลือ 20 บาท ได้บ่ ?

ไม่เอา บอกว่าน้ำมันแพง

ไม่รีบเดินไปเรื่อยๆ ไม่นานก็มีอีกคันนึง เรียกตั้ง 60 บาท

เราเลยต่อ ราคามาตรฐาน 40 บาท

วิ่งไปได้สักพัก มีคนโบก จอดรับอีกเฉยเลย ฮา มากๆๆๆๆๆ

รถไปจอดที่ บขส. ตลาดเช้า มีรถ local bus ไปวังเวียง

นี่คือ บขส.ตลาดเช้า





Tip: ที่เวียงจันทน์ มี 3 บขส.

สถานีรถโดยสารมีศูนย์กลางอยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ใกล้กับตลาดเช้า

และสายเหนืออยู่ที่ ถนนเต้สอง จะมีรถบัส รถมินิแวน ไปภาคเหนือ

สายใต้อยู่หลัก 6 ถนนสาย 13 ใต้ สำหรับจะไปภาคใต้

ในรูป ไม่มีสายใต้





รถไปวังเวียงมี 7 โมงเช้า อีกตั้งนานกว่ารถจะออกไป หากินกาแฟ ก่อนนะ ราคา 10 บาท
ฝนตกปรอยๆตลอดทำให้บรรยากาศเป็นแฉะๆ ยังไงไม่รู้ ขอเข้าห้องน้ำก่อน
ค่าเข้าห้องน้ำ 5 บาท

นี่คือรถที่จะพาไปวังเวียง เป็น Local Bus ส่วนมากจะมีคนลาวไปกัน มี Backpacker ประมาณ 10 คน



ตารางเวลารถ เวียงจันทน์-วังเวียง





แก้ไขเด้อ บรรทัดแรก รถธรรมดา 7.00 น. นะไม่ใช่ 9 น. พิมพ์ผิด

Tip: เวียงจันทน์-วังเวียงระยะทาง 160 กิโลเมตร ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 13 เหนือ ไม่ค่อยขึ้นเขา




รถออกเวลา 6.55 น. คนเต็มรถแล้ว

ออกก่อนเวลาด้วย ได้บรรยากาศ มาก

ส่วนมากเป็นคนลาว

คนลาวใจดี เนอะ มีแม่ค้ามาขายข้าวจี่ พูดว่า ช่วยซื้อหน่อย

ต่างพากันควักเงินมาซื้อช่วยกัน เป็นบ้านเรา ก็ บอกว่า ไม่ค่ะ







ราคาตั๋ว ราคา 120 บาท 25000 กีบ

คนเก็บตังค์ หน้าตายังกะทาเคชิ หล่อมากกกกกระพริบตา

ในรถบรรยากาศก็ไม่เลวร้ายหรอก แต่ละอองฝนปลิวใส่หน้า ก็จะทน จะได้ถ่ายรูปวิว กับ ดูวิว เพราะกระจกดำไปหน่อย

แต่นั่งไป นั่งมา รู้สึกคันหน้าอันโหดๆ ดินแดงเต็มใบหน้าเลย ฮามาก
เลยต้องปิดกระจกลง

อดดูวิวเลย นั่งฟังเพลงอย่างเดียว


แผนที่ลาว หาโหลดได้ที่ //www.hobomaps.com
เด้อ






ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการเดินทาง ถึง ตอนห้าโมงตรง ช่างยาวนานเหลือเกิน แค่ 160 ก.ม.

รถจะจอดที่ร้านค้า ข้างถนน แถวๆ บขส. สายใต้ของวังเวียง ให้ลงตรงนั้น แล้ว นั่งรถ จัมโบ้ ( สกายแลป) ไปหารีสอร์ท หรือ GH
บางคนก็เลือกเดินเอา ไม่ไกลจากตัวเมืองวังเวียงมาก เดินข้ามสนามไปก็เจอโซนเมืองแล้ว

เราขอติดรถไปด้วยกับ ฝรั่งครอบครัวหนึ่ง

ลูก ชายเลยถามเราว่า เรากำลังจะไปที่ไหน เราบอกว่าอยากพัก Other side เป็นบ้านหลังๆ ริมน้ำซอง เขาเลยบอกว่า ช่วยเราหาที่พักด้วยนะ เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะพักไหน

สกายแลปจึงบอกว่า Other side น้ำท่วมไปแล้ว ข้ามไม่ได้หรอก

สะพานข้ามไป Other side พังแล้ว

ก็เลยพาไปทวีสุกรีสอร์ท ยังมีห้องว่างเหลืออยู่
ค่ารถสกายแลป 40 บาท
แยกกับฝรั่งกลุ่มนั้นเพราะได้บ้านคนละโซน ของเขาดูดีกว่า




เด็กผู้หญิงที่ดูแล พาเราไปดูห้อง เป็นบ้านหลังๆ ก็โอเค

คืนละ 300 บาท มีแอร์ พัดลม ทีวี ห้องน้ำในตัว มีน้ำอุ่น ( ไฮโซไปไหมเนี่ย)

บรรยากาศ เงียบๆ อยู่นอกเมืองมานิดนึง

ติดน้ำซอง แต่ไม่ได้หันหน้าหาแม่น้ำโดยตรง

เสียค่าที่พัก 600 บาท





ราคาคืนละ 300 บาท เป็นช่วงโลว์ซีซั่นนะ ตอน High season ก็คืนละ 1,000 บาท

เบอร์โทร ทวีสุข รีสอร์ท วังเวียง
856 023511340 ,511124

856 020 5623207, 5335940

//www.laophanthavongtour.com





ที่นี่มีแบบที่เป็นตึก เป็นห้องแบบโรงแรมด้วย

แต่บ้านหลังก็ว่าง

จัดเก็บกระเป๋า ล้างหน้า ล้างตา กินยาพาราเซตามอล

แล้วก็ไปทานข้าว หิวมาก เพราะตอนนี้เกือบ บ่าย 2 แล้ว สั่งลาบปลา กับ

ข้าวเหนียว และ เป๊บซี่ หิวมาก ไม่ได้ถ่ายรูป

หมดไป 130 บาท







วิวขณะรออาหาร

ความฝันและแผนพังทลาย

จากการที่ฝนตกทุกวัน ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา น้ำป่าไหลหลาก น้ำซอง น้ำเอ่อล้น ท่วมสูง ไหลเร็วมาก ขุ่นแดงด้วย

อดเล่นน้ำ อดเล่นคายัก อดลอยห่วงยาง อดได้วิวสวยๆ น้ำใสๆ เศร้า

จากนั้นก็เช่าจักรยานที่รีสอร์ท วันละ 40 บาท ( เท่ากับที่เคยรีวิวมา) โอเค

ขอเช่า 3 วัน แต่แล้วฝนก็หนักขึ้นเรื่อยๆ

ได้แต่นอนแกร่วที่ห้อง ดูทีวีไทย ไป กดหาทีวีของลาว ไม่ยักกะมี

ค่าเช่าจักรยาน 120 บาท

หลับไปหลายตื่น แต่ฝนก็ยังไม่หยุด ก็เลย ใส่เสื้อกันฝน สวมหมวก

เอาแต่กระเป๋าตังค์คาดเอวไป ไม่เอากล้องไป กะปั่นไปสำรวจเมืองเฉยๆ

ตอนนี้เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว

บนถนนในวังเวียง ส่วนมากเป็น มอไซค์

และจักรยาน นักท่องเที่ยวบ้าง คนท้องถิ่นบ้าง

ปั่นไปโซนเมือง ดูวุ่นวาย ดูเป็นสไตล์อาร์ทแบบมั่วๆ ไม่ได้จัดสรรให้เข้าที่เข้าทาง

ที่แน่ๆ เบียร์ลาว ป้ายมีทั่วเมือง

ได้กระเป๋ากันน้ำมาใบนึง 400 บาท หน้า ไฮท์ซีซั่น 500 บาท ตามร้านมีให้เช่าด้วย

ร่ม 1 คัน เอาไว้ กางกันกล้อง เวลาถ่ายรูป กลัวลูกเปียก ขึ้นเชื้อรา

ปั่นไปดูสะพาน เสียค่าข้าม 25 บาท เขาเอาเหรียญ 5 ด้วยอะ

พอเริ่มรู้ทิศทางก็กลับห้อง












อาบน้ำแต่งตัว ใส่เสื้อกะเหรี่ยง ที่ได้มาจากสังขละ ไปกินข้าว

มื้อนี้ขอลองกิน ข้าวจี่นะ สั่งไส้ทูน่า แล้วก็ผลไม้รวม 1 จาน อร่อยดี

มาคนเดียว กินเบียร์ คนเดียว 1 แก้วเล็ก (ขวดเล็ก)

บรรยากาศดีมากๆ

หมดไป 170 บาท ( แพงเนอะ)





เห็นฝรั่งผู้ชายที่ถามเราเมื่อเช้า มากินข้าว เลยไปทักทาย ถามว่าชอบมั๊ยที่นี่
เลย...ยาว หมดเบียร์ไป 5 ขวด

ทำงาน NGO เหมือนกัน เป็นหมอหนุ่มจากฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษดีมากๆ

อาจจะเป็นเพราะเป็น NGO เหมือนกัน เลยคุยกันถูกคอ

แยกย้ายไปนอนเกือบ 4 ทุ่ม


คุยโทรศัพท์จนตังค์หมด นาทีละ 10 บาท นะเฟ๊ย




ตื่นมาตอนเช้า ฝนหยุดแล้ว แต่ฟ้ายังสีเทา

ออกจากรีสอร์ท เลี้ยวซ้ายเข้าเมือง ไปหากินข้าวเปียก ที่ในโซน GH

ชามละ 40 บาท ใส่ไข่ ตอนแรกนึกว่าเป็นที่นิยม เฉพาะนักท่องเที่ยวเอเชีย

แต่สักพักก็เห็นคนท้องถิ่นมากินกัน







ขอเติมตังค์โทรศัพท์ด้วย 50,000 กีบ 200 บาท เดี๋ยวคนที่บ้านเป็นห่วง ต้องโทรหาเรื่อยๆ

จากนั้นก็ปั่นไปเรื่อยๆ แผนพังก็เลยไม่รู้จะยังไง

ปั่นสำรวจไปเรื่อย โซนที่พักของนักท่องเที่ยวจะมีร้านอาหารเยอะแยะ

แบบนั่งฟูก แล้วเปิดหนังให้ดู เยอะมาก

มีทั้งอาหาร โซนยุโรป เกาหลี ญี่ปุ่น มีหมด

จะหากิน สเต็ก กินพิชซ่า ที่นี่ยังง่ายกว่า หาทานอาหารลาวแท้ๆ




ร้านอาหารลาว เท่าที่เห็นมี 2 ร้าน เลยวางแผนว่าจะมาทานตอนเที่ยง

จากนั้นก็ปั่นหา Other side รีสอร์ทในฝันของเรา

แล้วก็เจอซอยๆ เล็ก ลงไป

มองไปอีกฝั่งของน้ำซอง เป็น Other side จริงด้วย สวยมากๆ

ที่ไปถ่ายรูป เขากำลังสร้างโรงแรมริมแม่น้ำแหละ

เห็นมีหลายเจ้า มาครั้งหน้า ฝั่งตลาดอาจจะมีตึกอยู่ริมแม่น้ำก็ได้













แล้วก็ปั่นไปขึ้นสะพาน น้ำซอง อยู่ข้างๆ ทวีสุก รีสอร์ท

และ บ้านสวนรีสอร์ท

เสียค่าข้ามสะพานด้วย 30 บาท ไป-กลับ พร้อมจักรยาน

( เมื่อวานเสียแค่ 25 บาท เอง ยังไงก็บอกว่า 25 บาท ไม่ได้ )



เสียตังค์แล้ว เอาให้คุ้ม

รถมอไซค์ ( รถจักร) อีกราคา รถสามล้อ คน เสียหมด ทั้งนักท่องเที่ยว และ คนท้องถิ่น โหดมาก







ถามชาวบ้านว่า ไปถ้ำปูคำไปทางไหน

อยากไปดู บลูลากูน ไม่ชอบถ้ำหรอก

กลัวที่แคบและมืดๆ ชาวบ้านบอกว่า ไปทางนี้ ชี้ไปด้านขวา ทางเดิมที่ใช้กัน

แต่มี เจ้าหน้าที่ขี่รถจักรมา เลยบอกว่า

แถวนั้นน้ำท่วม ไปทางกลางหมู่บ้านนี่แหละ

มีโคลนเยอะหน่อย ดีกว่าน้ำท่วม

กล่าวขอบคุณทั้งสองคน ( ขอบใจหลายเด้อ)






แล้วก็ต้องตกตะลึง ทุ่งนาเขียวๆ มีภูเขาหินปูนเป็น Background

มันสวยโคตรๆๆ แต่ฝนตกหนักมาก

ใส่เสื้อกันฝนมา มือหนึ่งถือร่ม อีกมือถือกล้อง ....ทุ่มเทมาก

เลยได้รูปมา แบบไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่

Tip: ถ้าใครคิดจะปั่นจักรยานไปถ้ำปูควรเลือก เสือภูเขาดีกว่า

เพราะถนนขรุขระมาก เขาใช้หินแม่น้ำในการทำถนน แถมเป็นดินเหนียว

ถูกฝนแล้วดูไม่จืดเลย

เนินก็เยอะ จักรยานแม่บ้าน ก็ได้แต่จูง

แต่พอผ่านทุ่งนาเขียวๆ ก็ได้แวะถ่ายรูปเรื่อยๆ เพลินดี

เจอหมู่บ้านเรื่อยๆ เป็น 6 กิโลเมตรที่ไกลมาก หิวข้าวแล้ว สงสัยใช้พลังงานมากเกิน

ชาวนากำลังทำนากัน เป็นวิถีที่ไม่เปลี่ยนแปรไปแน่ๆ



ข้าว ไม่ว่า ไทย หรือ ลาว คนทำนา ไม่รวย




แล้วก็ถึง ระหว่างทางที่ผ่านมา มีถ้ำให้แวะเรื่อย แต่เราตั้งใจมาดู บลูลากูน

จ่ายเงินค่าเข้า 40 บาท

ข้ามสะพานอีก เหมือนจะเป็นบลูลากูน แต่ไง๋ น้ำไหลแรงมาก แอ่งน้ำของชั้น ไม่มีแล้ว

อุตส่าห์ปั่นมาตั้ง 6 กิโล

จะเป็นลม เจอร้านค้า หิวมาก ซัด ไวตามิลค์ 1 ขวด น้ำ อีก 1 ขวด
เป๊บซี 1 กระป๋อง 100 บาท

เดินผ่านซุ้มให้เช่าไฟ จะเป็นไฟหากบของบ้านเรา มีหม้อแบตเตอรี่

ท่าทางจะหนัก เราก็เลยไม่เอา แล้วเขาก็ถามว่าเอาไกด์ มั๊ย ไปคนเดียวท่าจะดีกว่าเนอะ


ทางขึ้น ชั้นมาก เป็นหิน

ข้างทางเดินเป็นต้นไม้เล็กๆ เต็มไปหมด ฝนเพิ่งหยุดตก จึงชุ่มชื้น

และ ลื่น ต้องเดินอย่างระมัด ระวัง




แล้วก็ถึงถ้ำ แต่ไง๋ มืดจัง หยุดอยู่ปากถ้ำ

เป็นโรคกลัว ที่แคบและมืด เลยขอบาย

ไม่กล้าเข้าไป ได้แต่ถ่ายจากด้านนอก




ฮาตัวเอง

อุตส่าห์ ปั่นจักยานแม่บ้านมาตั้ง 6 กิโล

มาหยุดอยู่แค่ปากถ้ำ

บลูลากูน ก็ไม่ได้เห็น สงสัยจะมีทริปซ่อม

Tip: ถ้ำปูคำจะมี Blue lagoon หน้า หนาว และ หน้าร้อน แต่น้ำที่นี่ก็อาจเขียวๆ น้ำเงิน ไปหมด นะ

ถ้ำปูคำ ภายในไม่มีไฟติด เหมือนถ้ำจัง ถ้าจะมา พกไฟฉายมาด้วย จะได้ ไม่ต้องเช่า
ทางเดินขึ้น ผ่านป่า หายากันยุงมาทาด้วย เดี๋ยวจะพามาลาเรียกลับบ้านด้วย







ตอนขากลับก็ไม่ได้ต่างจากขามา เหนื่อยโคตร

แต่สภาพคนและรถ ดูไม่ได้เลย

มีแต่โคลน เต็มกางเกง ดีที่ใส่ขาสั้น 3 ส่วนไป

เห็นคลองน้ำ ขี่จักรยานลงไปล้าง โสโครกเกิน

กลับไปถึงวังเวียงเลย กลับห้องไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน

จากนั้นก็ขอไปกินข้าวก่อน แวะกินอาหารลาว

หมดไป 100 บาท


หิวมากขอซัด เป๊บซี่ ของ ลาว สักกระป๋องก่อนนะ ที่ลาวเป๊บซี่ถูกกว่าโค้ก 5 บาท เพราะมี โรงงานในประเทศ โค้กต้องนำเข้าจากไทย





ได้เติมแรงแล้วก็ปั่นจักรยานไปต่อ บ้าพลังหรือเปล่านะ


ไปถ้ำจัง มุ่งหน้าลงใต้ ประมาณ 2 กิโล ผ่าน วังเวียงรีสอร์ท เสียค่าผ่านทาง 20 บาท

จากนั้นก็จะเจอสะพานสีส้ม ให้จอดรถ ล็อคให้เรียบร้อย เขา ไม่ให้เอาจักรยานข้ามไป




แล้วก็เอาปี้ให้เขาดู ( ตรวจตั๋ว) ข้ามสะพาน

ตั้งใจจะมาดูสะพานสีส้มนี่แหละ

เจอคุณหมออีกแล้ว เลยถามว่าทำไมมาค่ำ จัง

ตอนนี้บ่าย 3 โมงกว่า

ก็เลยบอกว่า กลับไปอาบน้ำก่อนแล้วก็เพิ่งได้กินข้าวเที่ยง


มีคนขับรถตู้จากเมืองไทยมารอลูกค้าอยู่แถวๆ สะพาน

พอเราจะข้ามไปก็ ถามว่า

พี่พาเที่ยวมั๊ยน้อง เดี๋ยวจะพาไป มาคนเดียวกลัวเหงา

แหม ....เมิง กรูมาอยู่นี่ตั้งหลายวัน

ยังไม่มีใครเสียมารยาทกะกรูเลย

ช่วยลืมนิสัยแย่แบบนี้ของคนไทยได้เปล่า....

กรูมาคนเดียวได้ แค่ไปเที่ยวถ้ำ กรูไปได้โว๊ย .....รู้สึกเซ็งจิตมาก

เราก็เลย ไม่พูดอะไร ถ่ายรูปอย่างเดียว สุดท้ายก็ล่าถอยไป




เสียค่าเข้า ( อีกแล้ว ) 70 บาท

ดูบันไดขึ้นถ้ำ โห ถ้าเป็นข้อเข่าอักเสบอย่ามาเลยนะ

มีทั้งหมด 147 ขั้น

ภายในถ้ำ เปิดไฟสวยงามมาก ชอบอีกแล้ว




วิว...สวยจัง แม่น้ำซอง น้ำเยอะมาก





แล้วก็กลับ.....
ซื้อบัตรเติมเงิน รอบที่ 2 200 บาท ( คุยกันมากไปเปล่าเนี่ย)

ไปจองตั๋วรถไปหลวงพระบาง พรุ่งนี้ รถ VIP 90,000 Kip 370 บาท

Tip: ถ้าที่ GH หรือ โรงแรมเป็น Agency ขายตั๋ว ไปหลวงพระบาง หรือ เวียงจันทน์ อยู่แล้ว ให้ซื้อที่ GH ดีกว่า เพราะรถจะเวียนไปรับตามร้าน Agency ต่างๆ

ห้ามคิดว่าจะมาซื้อตั๋วที่ บขส. ตอนเช้า เพราะอาจไม่มีที่นั่ง มันไกล ถ้านั่ง เก้าอี้ หัวกลม เสริม ลองคิดดูว่าจะทรมานแค่ไหน....




ไปปั่นจักรยาน ตามหาตลาดแลง ...หาไม่เจอ เจอวัด ชาวบ้านกำลังมาเตรียมงานบุญ

ฝนหยุดตกแล้ว กลับถึงที่พัก อาบน้ำอีกรอบ

ไปหากินข้าว

เจอครอบครัวคุณหมอ นั่งดูวิวกันอยู่

เลย เรียกให้เราไปนั่งด้วย

ที่นี่ทัวร์ไทยลงทุกวัน ที่นั่งเลยเหลือน้อย มีคนร้องเพลงให้ฟังทุกวัน

วันนี้ก็เลยได้คุยกับ คุณพ่อคุณแม่ของหมอ

แต่ท่านพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

ถามว่าเราไปเที่ยวไหนมาบ้าง

ก็เลยบอกว่าไปเวียงจันทน์มาก่อน

แล้วเอารูปให้ดู แล้วก็ชมว่ารูปสวยมากๆ

ที่จริงถ้ามีเวลา อยากไปหลวงพระบางด้วย ....

คุณหมอ ไปจองตั๋วรถทัวร์กลับกรุงเทพ เขา...ฟันหัวคุณหมอไปตั้ง 6,000 กว่าบาท ( 3 คน) ที่จริงราคาอยู่ที่ 1,000 บาท ต่อคนเอง....

วันนี้เลี้ยงข้าวเราอีกแล้ว....เบียร์ด้วย 555555

ณ ตอนนี้วิ่งหลบกระสุนอยู่แถวปากีสถานแหนะ 555 เดี๋ยวก็จะย้ายไปแอฟริกากลางแล้ว

การไปเที่ยวทำให้มีเพื่อนเพิ่มขึ้นอีก จริงๆๆนะ


แยกย้ายกันกลับตอน 4 ทุ่ม


ตอนนี้เหลือเงิน 5,400 บาท





ตื่นมาแต่เช้า Check out ตอน 7 โมงเช้า

ไปบอกลาครอบครัว คุณหมอ

แลก E mail กัน จากนั้นก็เดินไปตลาด ไกลพอควร

ไปกินข้าวเปียกอีก

วันนี้ไม่ใส่ไข่ 20 บาท

ขนาดนั่งลอยลมก็ไม่ถึง เวลาสักที

ไปกินกาแฟดีกว่า สั่งลาเต้ร้อน 40 บาท ราคาเท่าบ้านเราเลย อร่อยใช้ได้



วันนี้มีบุญที่วัด ชาววังเวียงไปวัดกันเยอะมาก แต่งตัวกันสวยๆ

รอ และ รอ รถมารับไป บขส.สายเหนือ

เขาว่าจะมารับตอน 9.30 น. แต่มาจริง 10.10 น. รถออก 10.00 น.

แต่เต็มรถมินิบัส เนี่ย ไปหลวงพระบางหมดแหละน่า มีเพื่อนตกรถ

Tip: ใครไปเร็ว เลือกที่นั่งดีๆ ได้ก่อน ถ้าไปเองได้ก็ไปเองเลย

บอกบริษัท เอเจนซี่ว่าเราขอไปเอง

จะได้เลือกนั่งหน้าๆ ไม่เมารถเท่านั่งหลังๆ

ใครเมารถง่าย เตรียมยาแก้เมาไปด้วย

ถึงบอกว่าเป็นรถแอร์ ถ้ารถเก่าหน่อย จะไม่เปิดแอร์ อึดอัดมาก

กินน้ำน้อยๆ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางคัน ไม่ค่อยจอดให้เข้าห้องน้ำ

จอดกลางป่าก็มี ผู้หญิงลำบากมาก ไม่กล้าลง

เลือกนั่งด้านซ้าย ( วังเวียง-หลวงพระบาง) วิวจะสวยกว่า


คันนี้รถแวน....ไปถึงหลวงพระบางเร็วกว่า แต่อาจจะอึดอัด บางคนก็บอกว่า ถ้าเจอฝรั่งกลิ่นตัวแรง ก็ไม่ไหว

แอร์ ไม่ค่อยเปิดเหมือนกัน


รถตู้แบบนี้ที่ใช้ในเมืองลาว



ตารางรถไปหลวงพระบาง มีรอบเดียว...ไม่งั้นก็ต้องลองไปดูว่ารถที่มาจากเวียงจันทน์ ไปหลวงพระบาง มีคนลง หรือมีที่ว่างมั๊ย ที่ บขส.สายเหนือ



บ๊ายบายวังเวียง

ฉันรักเธอนะ แม้ใครจะว่าเธอเปลี่ยนไป ฉันจะกลับไปหาเธออีกแน่ๆ

กุมภาพันธ์ 2010 เจอกัน

ສະບາຍດີ ວິງເວງ




ตอนหน้า พาไปเที่ยวหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกนะคะ




อีก 270 กิโลเมตร ยัยตาลจะรอดมั๊ยนะ




Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 21:43:54 น.
Counter : 9179 Pageviews.

14 comments
  
อร๊ายยย อยากไปมากค่ะ รถไฟใช้ได้แล้วใช่มั้ยคะ เกิดใกล้ๆ แต่ไม่ได้ไปเป็นเรื่องเป็นราวซักทีค่ะ ขอบคุณที่อาสิ่งดีๆ มาแชร์นะคะ
โดย: Thairabian วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:2:28:02 น.
  
แอบนึกถึงเมื่อสองปีที่แล้ว ฉายเดี่ยวแบ็คแพ็คอย่างงี้เลย ค่าเสียหายห้าพัน อยู่ได้ตั้งเป็นอาทิตย์แน่ะ ปั่นจักรยานน่องโป่งไปถ้ำ แล้วก็จบลงที่ปากถ้ำเหมือนกันเด๊ะ เนื่องจากกลัวโดนข่มขืน ทั้งมืด ทั้งเปลี่ยว
เราชอบเดินทางคนเดียวนะ เรากำหนดเองได้ด้วยสองเท้า แถมได้เพื่อนใหม่อีก อยากไปอีกจัง
โดย: Honey and Moonney วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:4:25:09 น.
  
ขอบคุณข้อมูลวังเวียงหน้าฝนนะครับ แนะนำให้ไปปลายฤดูร้อนหรือไม่ก็ปลายฝนต้นหนาว น้ำจะสวยกว่าในหน้าฝนและไม่เฉอะแฉะ ได้เที่ยวได้สนุกมากกว่ากัน

ສະບາຍດີ ວັງວຽງ ຄູຼຕາລ
โดย: Innocent IP: 96.255.191.3 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:5:48:33 น.
  
เก่งจังเลยค่ะ ไปคนเดียวได้สบายเลย..อยากไปอย่างนี้มั้งจังเลยค่ะ เวลาข้ามสะพานนี่ต้องเสียตังค์ด้วยเหรอค่ะ..แปลกเนอะ บ้านเราข้ามไปเถอะ มีแรง(ปัญญา) ข้ามได้กี่รอบก็แล้วแต่บุคคล
ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ และความรู้ดีๆนะค่ะ
โดย: som IP: 58.8.177.124 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:48:30 น.
  
จขบ เก่งจังเลย ไปเที่ยวแบบลุยๆ นี้

รูปได้บรรยากาศมากค่ะ

คิดถึงวังเวียงเลยอ่า สะพานเค้าเก๋ดีนะคะ
โดย: say hi (Nature Escape ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:24:10 น.
  
เก่งจังเลยค่ะ ลุยคนเดียว อยากทำเหมือนกันนะเนี่ย แต่สายไปแล้วล่ะ เพราะคนที่บ้านคงไม่ยอม ไม่ใช่เค้ากลัวไม่ปลอดภัยนะ ที่ไม่ยอมเพราะเค้าจะเที่ยวด้วย ยอมกันไมได้เลยเรื่องเที่ยวเนี่ย

เราไปมาปีที่แล้วนี่เอง ติดใจอยากไปอีก แต่เสียดายช่วงนั่งรถเมลจากวังเวียงไปหลวงพระบาง ถ้ามีรถไปเองจะดีมั่กๆ เพราะวิวสวยอดถ่ายรูปเลย ได้แต่ส่องเอาในรถอ่ะ เวียนหัวดีแท้
โดย: jeab&michelle วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:1:52:21 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีนะค่ะ พึ่งกลับจากวังเวียงและเวียงจันทน์ค่ะ ช่วงนี้บลูลากูนสวยมากๆ ขอบคุณจริงๆนะค่ะ เพราะทำให้เราวางแผนท่องเที่ยวได้ดีจริงๆค่ะ

ช่วงนี้นักท่องเที่ยวเยอะมากค่ะ ถ้าอยากไปดูบลูลากูนต้องไปเช้าๆนะ เพราะคนไม่ค่อยเยอะ
โดย: dewiness IP: 119.42.71.233 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:19:46:05 น.
  
แสงสวยนะเนี้ยน...คุณตาล
โดย: ชายเอ ทุ่งรังสิต วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:9:23:26 น.
  
สวัสดีปีใหม่ค่ะตาล

มีความสุขกับทุกๆวันนะจ๊ะ
โดย: raseemeen วันที่: 1 มกราคม 2553 เวลา:15:09:57 น.
  
ชอบมากคับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆคับ
พวกเรากะจะไปปลายมกรานี้แหละ
โดย: nic IP: 203.131.208.132 วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:17:11:34 น.
  
รูปสวยค่ะ
โดย: Mmayom IP: 124.121.232.252 วันที่: 11 เมษายน 2553 เวลา:0:30:39 น.
  
ตามมาชม ภาพสวยมากครับและก็ใจกล้ามากๆ ที่สามารถไปคนเดียวได้ ขอปรบมือให้ครับ
โดย: noiwanwannoi วันที่: 5 มิถุนายน 2553 เวลา:23:08:00 น.
  
ถ่ายภาพสวยจังเลยครับ
เคยไปเช่นกันครับ วังเวียง แต่ไม่ได้เที่ยว
แบบใจต้องการเพราะไปกันหลายคน
ต้องไปอีกแน่นอน ขอบคุณครับ
โดย: คนมูลบน IP: 223.206.126.18 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:28:28 น.
  
เล่าเรื่องและถ่ายรูปได้ดีมากเลยครับ เห็นแล้วอยากเที่ยวบ้างจัง
โดย: ใหญ่ IP: 58.9.49.246 วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:15:03:18 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Sugarbean
Location :
ขอนแก่น  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



การจากลา......มันเจ็บปวดมากรู้ไหม