การรีวิวหนังสือเป็นทัศนะส่วนบุคคล ........ นักเขียนที่ดี ย่อมไม่เดือดร้อนที่จะเขียนหนังสือให้คนอ่านวิจารณ์

Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
25 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
รักต้องห้าม ........... ห้ามว่าเค้านะ เค้าไม่ได้สับเอง

บทสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อสัก 2 เดือนก่อน

ผู้สาว : เออ พี่ได้หนังสือเล่มหนึ่งมา อ่านได้ 2 หน้า แล้วเปิดข้าม 2 บทแล้ววาง อ่านไม่ไหว ช่วยเอาไปอ่านให้หน่อยจิ
ใครคนหนึ่ง : ส่งมาสิคะ



หลังจากนั้นเมื่อไม่นานมานี้ผู้สาวก็ได้รับเมล์ 1 ฉบับดังนี้


จริงๆ ไม่ได้เขียนแย่นะ ภาษาโอเค แต่บอกแล้ว เรื่องมันไม่อยู่กับร่องกับรอย
โดดไปโดดมา สับสนในตัวเอง ขัดแย้งกันเองตลอด
ถ้าปรับปรุงเรื่องตรรกะ ความสมจริง กับเหตุผลได้ ก็น่าจะมีอนาคตที่ดีได้
ก็คล้ายๆกับเด็กที่เขียนนางเอกนอกบทนั่นแหละ เขียนดี ลื่นไหลดี แต่ความสมจริงเป็นศูนย์
คาดว่า จะอ่านแต่การ์ตูนอย่างเดียว มันเลยออกมาอีหรอบนี้แหละ
ว่าแต่...ข้าพเจ้าโหดไปหรือ นี่ปรับให้ซอฟท์ลงเยอะแล้วนะ ตอนร่ายทางโทรศัพท์ยิ่งกว่านี้อีก ฮา




"ความไม่ชัดเจนของเรื่องและตัวละคร"

ภาพโดยรวมของเรื่องนี้ มันมัวๆ อ่านแล้วไม่เคลียร์
เนื่องจากบุคลิกของพระเอกและนางเอกมันขึ้นๆลงๆ
แล้วการตัดสินใจ การแสดงออก กับลักษณะนิสัยที่วางไว้
มันไม่ได้ไปด้วยกันเลย

จริงๆ ถ้าอ่านทีละตอน นานๆอ่านทีก็จะไม่รู้สึกอะไร
แต่นี่ พออ่านต่อๆกัน มันทำให้คนอ่านสับสน
หรือว่าเป็นเพราะคนเขียนสับสนด้วยก็ไม่รู้
ว่าแบบไหนเป็นบุคลิกที่แน่นอนของตัวเอก
มันไม่มีลักษณะอะไรเด่นสักอย่างเดียว มัวๆจนไม่น่าสนใจ

ขอเพิ่มเรื่องส่วนที่เขียนถึงความรู้สึกนางเอก
อันนี้ เป็นลักษณะสากลที่ใช้กันบ่อย
ในการบรรยายความรู้สึกนึกคิดของพระเอกและนางเอกแบบฮาๆ
ให้คนอ่านอมยิ้มตามไปด้วย
แต่...เพราะอารมณ์ของตัวละครมันไม่ชัดเจน
มันเลยไม่ตลก มันให้ความรู้สึกว่า
จะใส่มาทำไมเนี่ย!!!

อารมณ์ของเรื่องนี้ มันกึ่งๆยังไงไม่รู้
จะรักหวานซึ้งก็ไม่ใช่ จะเป็นรักปนตลกก็ไม่เชิง
โทนเรื่องมันไม่ชัดเจน เลยไม่สามารถระบุได้ว่า
ตกลงเรื่องนี้ มันนิยายประเภทไหน(วะ)!!!

จบเรื่องภาพรวม เรื่องภาษาขอผ่าน เพราะเขียนใช้ได้ ลื่นไหลพอควร



ทีนี้ มาเรื่องพล๊อต
มีความรู้สึกว่าขนาดพล๊อตเรื่องเองก็ยังสับสนเลย
พล๊อตหลัก(ตามที่เข้าใจ)น่ะ คือ รักต้องห้าม
แต่ลักษณะไหน รักต้องห้าม ระหว่างชายกับชาย
หรือรักต้องห้ามระหว่างชนชั้นต่างสถานะกัน
ต้นเรื่องเป็นแบบแรก ท้ายเรื่องเป็นแบบหลัง
เอ่อ จะเอายังไงก็เอาสัก theme ได้ไหม
ครึ่งเรื่องแรกอย่าง ครึ่งเรื่องหลังอีกอย่าง คนอ่านงง(ว้อย)

ความจริง เรื่องนี้จะไม่ทำให้ตะขิดตะขวงใจเลย
ถ้าตัวเอกไม่ได้เป็นเจ้าชาย และนางเอกไม่ได้เป็นองครักษ์
ถ้าให้พระเอกเป็นลูกเจ้าของบริษัท แล้วนางเอกเป็นบอดี้การ์ด
หรือ พระเอกรู้ตั้งแต่แรกว่า นางเอกเป็นผู้หญิง แต่จงใจแกล้ง
(แต่ก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ เพราะถ้าเป็นขั้นนั้น
หลอกลวงเบื้องสูงเนี่ย โทษประหารนะ)


เริ่มยาวแล้ว ทีนี้ มาที่รายละเอียดกันทีละบทดีกว่านะก๊ะ
มีแค่สิบสองบทแรก กะท้ายๆอีกหน่อยเท่านั้นแหละ
อยากได้มากกว่านั้น กลางๆเรื่องไปอ่านเอง(เถอะ)

แค่สามหน้าแรกก็ได้เรื่องแล้ว


ข้อแรกเลย พระเอกปีนเข้าวัง ไม่ได้ปิดหน้าตา
แล้วพอมีคนตะโกนว่า มีคนปีน พระเอกเลยวิ่งหนี

เอ่อ...จะหนีทำไม(วะ)!!!

คนเห็นหน้าก็ต้องจำได้อยู่แล้วว่าเป็นใคร
ยืนเฉยๆแล้วตวาด เขาก็รู้แล้วว่าใครมา
หรือไม่อยากให้ใครจับได้...แล้วทำไมไม่เจือกปิดบังหน้าตา(วะ)

ทีนี้ มาถึงฉากที่นางเอกพยายามจับพระเอก
ไม่สำเร็จ แต่ชกโดนพระเอกไปหนึ่งดอก
พอรู้ว่าเป็นใคร เลยได้นอนห้องกรง

อ้าว ก็เจ้าชายมันปีนเข้าวัง
เป็นองครักษ์ก็ต้องพยายามจับตัวคนร้าย ถูกต้องแล้ว
จริงๆ ต้องได้รับรางวัลด้วยซ้ำ ทำไม มันได้รับโทษล่ะ
ข้อหา ทำร้ายร่างกายรัชทายาทเรอะ เป็นหนังจีนไปได้ - -"

พอเขียนแบบนี้ มันทำให้พระเอกดูเป็นคนไม่มีความยุติธรรม
ซึ่งถ้าไม่มีความยุติธรรม ทหารก็ต้องไม่ชอบ
แต่นี่ก็ดูจงรักภักดี เป็นคนดี(กันทั้งวัง)
มัน conflic กันชัดเจนมาก


ข้อสอง พระเอกอยู่ดีๆรับนางเอกเป็นองครักษ์
เพราะนางเอกบอกว่าโดนขังดีกว่า ไปเป็นองครักษ์ส่วนตัว
แถมมีการเขียนด้วยนะ ว่ารับไว้แกล้งเล่น
เอ่อ พระเอกอายุเท่าไหร่แล้ว เป็นรัชทายาทด้วยนะ
ถ้าเป็นคนสนิทแล้วแกล้งเล่น (แบบดั่งดวงหฤทัย) ก็ไม่น่าแปลกใจ
แต่นี่เพิ่งเจอหน้า เห็นหน้าอยากแกล้งเนี่ยนะ
ข้อสำคัญ แกล้งผู้ชาย O_o
เฮ้ออออออ - -"

อ้อ มีความรู้สึกว่า พยายามจะเขียนให้นิสัยพระเอก
คล้ายๆเจ้าหลวงรังสิมันต์ แต่มันกลายเป็นเจ้าหลวง
บวกการ์ตูน เลยออกมาพิลึกพิลั่น ด้วยประการฉะนี้แล


ข้อสาม คำราชาศัพท์ง่ายๆ อย่าง แย้มพระสรวล อะไรประมาณนี้
ไม่ต้องมี * แล้วแปลไว้ข้างล่างหรอกค่ะ ศัพท์มันง่ายจะตาย จะแปลทำไม


ข้อสี่ การวางตัวขององครักษ์มันแปลก
มีอย่างหรือ อยู่ดีๆรับเป็นองครักษฺ์ส่วนตัว แต่ต้องเอามาฝึกต่อทีหลังเนี่ย
การรับคนเข้าเป็นราชองครักษ์นี่ต้องพิสูจน์ประวัติไม่รู้เท่าไหร่
ต้องมีฝีมือชัดเจน เป็นที่ยอมรับของทหารทั่วไป

นี่อยู่ๆรับเสียอย่างนั้น แถมไม่มีการสงสัยหรือไม่ยอมรับของคนอื่นด้วยนะ
ไม่มีการอิจฉาริษยาใดๆเลยอีกต่างหาก
ทั้งๆที่ ข้ามหัวคนอื่นไม่รู้เท่าไหร่

โอ้ ตัวละครเรื่องนี้ ช่างเป็นคนดีกันเสียจริงๆ


ข้อห้า พระเอกแกล้งให้นางเอกรอ อยู่ร่วมชั่วโมง
เพื่อ...
หาเหตุผลในการแกล้งไม่ได้ค่ะ อยู่ดีๆอยากแกล้งเลยทำ??
เอ่อ พระเอกมันเป็นรัชทายาทนะ ไม่ได้เด็กสามขวบ เฮ้อ


ข้อหก ระหว่างรอ นางเอกเลยชวนมหาดเล็กคุย จนไม่รู้ว่าพระเอกเดินมา
เอ่อ มหาดเล็กนี่ เขาคุยกับคนง่ายปานนั้น เชียวหรือ
มาถึงก็ชวนคุยจนลืมหน้าที่เนี่ยนะ มหาดเล็กเน้อ ไม่ใช่คนใช้
จะได้แว่บไปแว่บมาได้ตามอารมณ์


ข้อเจ็ด ข้ามมาท้ายๆล่ะ พระเอกรู้ว่านางเอกเป็นผู้หญิง
เลยเนรเทศไปอยู่กับน้องสาว
นางเอกต้องไปฝึกบุคลิกด้วย
เอ่อ เป็นทหาร โดนฝึกมาตั้งนาน ความสง่า และท่าทีในตัวมันต้องมีอยู่แล้ว
เหตุไฉนต้องไปฝึกอีกด้วยล่ะเนี่ย ฝึกเพื่อ??


ข้อแปด อยู่ดีๆ ป้าพระเอก รับนางเอกเป็นลูกบุญธรรมเฉย
ทั้งๆที่เพิ่งรับไปอบรมไม่นาน รู้จักกันมาก่อนก็เปล่า
เพิ่งเคยเห็น แต่ถูกชะตาก็รับ??
เจ้าหญิงนะคะ ไม่ใช่ เด็กทั่วไป อยู่ดีๆรับเฉย ไม่มีใครคัดค้านอีกนะ
โอ้ เป็นคนดีกันทั้งวัง(อีกแล้ว)


ข้อเก้า หลังจากย้ายนางเอกออกไปแล้ว
พระเอกท่านก็ไม่พูดไม่จา เงียบๆอยู่งั๊น รักก็ไม่บอก จะทำอะไรก็ไม่บอก
นางเอกก็เป็นงง คิดว่าไม่สนใจอะไรทำนองนั้น
ไอ้นางเอกน่ะ ไม่เท่าไหร่
แต่พระเอกนี่สิ ไม่มีบอกเหตุผลใดๆที่ทำเช่นนั้นเลย
ก็ถ้าโมโหเพราะไม่ยอมบอก เลยจงใจแกล้ง ก็พอจะเข้าใจอยู่
หรือเพราะกลัวนางเอกไม่ยอมรับ เลยต้องแอบๆ นี่ก็พอเข้าใจได้
แต่...ไม่เขียนเหตุผลอะไรสักอย่าง
พระเอกมันสับสนในตัวเอง คนอ่านเป็นงง(ว้อย)


ข้อสิบ ตอนสารภาพรัก...
เอ่อ พูดไม่จบ แล้ววิ่งหนีเนี่ยนะ
พระเอกไม่ตามด้วยนะ อ้อ ไม่ใช่สิ ตามแล้วเจอน้องสาวตัวเอง
คุณน้องเลยบอกว่าให้อยู่เฉยๆ เดี๋ยวจัดการให้
วิธีจัดการก็...ยังกะเด็กมัธยม
ดูๆแล้ว ตัวเอกเรื่องนี้ มันปัญญาอ่อนกันทั้งเรื่องยังไงไม่รู้
เฮ้ออออออออออออออออ


ขี้เกียจเขียนแล้ว เอาแค่นี้ล่ะนะ จริงๆก็มีอีกเยอะ แต่ไม่ได้จดไว้ ลืมๆไปมั่งก็มี เหอๆ

มาสรุปกันดีกว่า จากความคิด(ของข้าพเจ้าเอง)

คนเขียนเรื่องนี้เอาบรรทัดฐานของคนปกติไปใช้ กับการเขียนนิยายแบบนี้
ซึ่งผลของการทำเช่นนั้น ทำให้เกิดความไม่สมจริงของตัวละคร
เนื่องจากกฏเกณฑ์การดำรงชีวิตของลิเกฝรั่ง(ภาษาป้าทม)
มันมีมากกว่าคนปกติ แต่เอาชีวิตคนทั่วไป ไปใส่
เลยทำให้คนอ่าน(อย่างอิฮั้น)มึน งง และเอ๋อ จนไม่สามารถอ่านจบได้

สรุป(อีกรอบ)ว่า

ไม่ปลื้มค่ะ

จบ!!!


************************


ขอสารภาพว่าหมดมุขจะอัพบล็อกค่ะ ไม่ใช่ไม่ได้อ่านหนังสือนะ อ่านหลายเล่มเหมือนกัน นิยายลูกกวาดด้วย อ่านไปก็มองเห็นนะว่าแต่ละเรื่องน่ะอ่อนตรงไหน แต่อยู่ในโหมดเซ็ง เบื่อเลยไม่อัพซะอย่างนั้น
ตอนนี้มัวแต่วุ่นวายกับการตามอ่านเรื่องลอก ๆ แล้วให้คันไม้คันมืออยากเขียนเกี่ยวกับแรงบันดาลใจกับการลอก อีกครั้ง แต่ถ้าเขียนคงเขียนถึงแบบทั่ว ๆ ไปว่าเด็กสมัยนี้เข้าใจแบบไหนแน่ รวมถึงสิ่งที่ผู้อ่านคาดหวังกับบรรณาธิการและสำนักพิมพ์ ว่าแต่มีใครสนใจไหมเอ่ย

ปล. ให้ทายว่าผู้สาวได้รับเมล์ฉบับข้างบนจากใคร
ปล.2 คนส่งเมล์มาสารภาพว่าลืมตัวนึกว่าตัวเองทำหน้าที่เป็น บก.






Create Date : 25 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2549 10:18:18 น. 47 comments
Counter : 734 Pageviews.

 
จำได้ว่าเล่มนี้ปกสวยด้วยนะคะ ^^

มาอ่านรีวิวค่ะ ^^"


โดย: Clear Ice วันที่: 26 พฤศจิกายน 2549 เวลา:7:36:54 น.  

 
เอิ่ม อ่านแล้วคุ้นๆ ว่าจะเคยเปิดเรื่องนี้เหมือนกันนะคะ แต่รู้สึกว่ายังไม่ได้ซื้อมา อุอุ

ขอบคุณที่มาเล่าให้ฟังค่ะ

รู้สึกเหมือนกันเลยว่า นิยายบางเล่มที่ได้อ่านเร็วๆ นี้นั้น มัน "อ่อน" ในหลายๆ ด้านจริงๆ

อ่อนในด้านลักษณะนิสัยที่ชัดเจนของตัวละคร

อ่อนในเรื่องการดำเนินเรื่อง

หรือไม่ก็อ่อนในเหตุผลต้นปลาย สาเหตุของการกระทำต่างๆ และความเหมาะสมของพฤติกรรมของตัวละคร

ในการ์ตูน ตัวละครอาจมีพฤติกรรมที่ เหนือจริง ได้บ่อยๆ เพราะถือว่าเพื่อความตลกขบขัน และ การ์ตูน ก็ต้องเป็นการ์ตูน

แต่พอมาอยู่ในนิยายแล้ว ตลาดผู้อ่านมันกว้างขึ้น ผู้ใหญ่ที่ได้มาอ่าน (อย่างเช่นดิฉันเนี่ย) อ่านแล้วจะมีอาการอย่างคุณผู้สาวฯ บ่อยมากๆ เพราะเราไม่ได้ทำใจว่าอ่านการ์ตูนอยู่ไงคะ

มันแบบ...นี่นิยายเหรอ อันนี้ก็ไม่สมจริง อันนี้ก็ไม่มีเหตุผล อันนี้ก็...ทำไปได้ไง....

ถ้าดูอาราเร่ หรือโดเรม่อนอยู่อะนะ จะไม่ว่าเลยค่ะ

คิดว่าถ้าเป็นเด็กๆ อ่านเค้าก็คงอ่านเอาสนุก ไม่คิดมาก ก็พอไหว คล้ายละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่ดูตอนเด็กๆ ใครนึกอยากจะทำอะไรก็ทำไปเลย อารมณ์ประมาณ เล่านิทานให้เด็กฟัง เด็กๆ ก็สนุกตื่นเต้น

เหมือนในเรื่องหนูน้อยหมวกแดงที่หมาป่าแปลงเป็นคุณยายได้ กินหนูน้อยหมวกแดงเข้าไปแล้ว ยังผ่าท้องออกมาได้ ไม่เป็นไรเลยซักนิดเดียว มันอารมณ์ประมาณการ์ตูน หรือนิทานอย่าง Fairy Tales น่ะค่ะ

อ่านพวกนี้แล้ว บางทีต้องปรับอารมณ์นิดหนึ่งก่อน
ถ้าอ่านแบบอ่านนิยายจะไม่ได้ จะเกิดอาการหงุดหงิดสงสัยอย่างที่คุณผู้สาวเป็นเนี่ยละค่ะ

ถ้าอ่านอย่างนิทาน ไม่คิดมาก ก็อาจสนุกไปอีกแบบก็ได้ (แต่ตัวเองยังทำไม่ค่อยสำเร็จเพราะแก่แล้ว ย้อนอายุไม่ค่อยไหวค่ะ)

แหะๆ ออกความเห็นซะยาวอีกแล้ว
ทำไมคิดจะพิมพ์สั้นๆ แค่ย่อหน้าเดียว มันยาวทุกทีเลย อุอุ





โดย: ศรีสุรางค์ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:50:59 น.  

 
อ้ะ! เล่มนี้กะจะซื้อตั้งแต่งานหนังสือตอนต้นปี แต่ดันหาไม่เจอ ไปเจอที่นายอินทร์เล่สุดท้ายแบบเยินๆ เลยไม่ได้ซื้อ ถือว่าโชคดีหรือโชคร้ายดีหนาเนี่ย

เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ แต่เท่าที่อ่านคคห.ข้างบนเป็นข้อๆ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บางข้อรู้สึกว่า บางทีคนเรามันก็ทำอะไรแบบไม่มีเหตุผลได้เหมือนกัน บางอย่างถ้าอ่านแบบไม่คิดอะไรมาก เป็นจริงเป็นจัง ก็เพลินไปเรื่อยๆ แต่บางข้อก็เห็นด้วยว่า มันจะทำอย่างน้านไปทำม้าย?

ส่วนเรื่องคำแปลราชาศัพท์ คิดว่ามีไว้แหล่ะคะ ดีแล้ว เพราะเด็กสมัยนี้อ่อนแอราชาศัพท์มากมายก่ายกองเกินกว่าผู้ใหญ่อย่างเราจะเข้าใจได้ หึหึ ( บังเอิญว่ามีนิยายเรื่องนึงที่อ่าน มันม่ายมีคำแปลบอกไว้ เด็กๆ งงกันไปเป็นแถบๆ จนเราเองก็อึ้งๆ ว่าขนาดนี้เลยเร้อ นิยายเรื่องนั้นราชาศัพท์ไม่เยอะแล้วก้ไม่ยากด้วย )

ปล. นางเอกนอกบท เราก็ไม่ได้อ่าน แต่แก้มใส เราได้อ่านค่ะ (คนเราไม่โชคดีเสมอไปจริงมั้ย?)


โดย: nunja555 IP: 58.9.170.165 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:54:34 น.  

 
ประกาศ
เรื่องนี้ไม่ได้เขียนรีวิวเองจริง ๆ นะคะ

Clear Ice - ปกเรื่องนี้น่ารักดีค่ะ

ศรีสุรางค์ - นิยายที่เขียนแบบการ์ตูนสมัยนี้มีเยอะ แล้วเราก็มักจะอ่านไม่ได้ แต่ยืนยันว่าตัวเองไม่แก่ เพราะยังอ่านการ์ตูนได้นะคะ (ไม่ยอมอ่ะ ยังไง๊ก็ไม่ยอมแก่เด็ด ๆ)

nunja555 - ริงอย่างที่คุณ nunja555 ว่าไว้คือ มีทั้งข้อที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ลงไปตามที่ได้รับอีเมล์มาไม่ผิดเพี้ยนค่ะ เพราะคนที่ส่งมาไม่อยากอัพเอง --"
ที่ก๊งสุด ๆ (เห็นด้วยมาก เพราะเป็นคนอ่านเจอเอง) คือ ป้าพระเอกมาจากไหนหว่า ไม่เคยมีบทหรือรู้จักนางเอก อยู่ ๆ มารับเป็นลูกบุญธรรมเฉยเลย


โดย: ผู้สาวเมืองยศ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:21:31 น.  

 
คุณผู้สาวฯ วิเคราะห์ได้ละเอียดดีจัง

ตอนอ่านเราไม่ได้คิดอะไรเล้ยยย อ่านอย่างเดียว เอาอารมณ์เพลิน ๆ คงเป็นเพราะภาษาที่นุ่ม ๆ ด้วยมั้ง พาเพลินอ่านจนจบเล่ม

ปล.เราว่าที่พระเอกมันชอบแกล้งนางเอก (ในคราบผู้ชาย) เพราะตัวพระเอกมีความเป็นเกย์สูงค่ะ ชอบหนุ่มหน้าหวาน


โดย: Masaomi วันที่: 26 พฤศจิกายน 2549 เวลา:16:57:43 น.  

 
อ่านได้นะเล่มนี้ ตอนที่อ่านก็ไม่คิดอะไร ผู้สาวฯอ่านแล้วจับมาสับได้เยอะดีแฮะ
เวลาอ่านนิยายจากนักเขียนเน็ตต้องทำจายยยยเยอะๆ เพราะมันมักจะมีอะไรที่
ถ้าไม่ขาดก็เกินอยู่แค่นี้แหล่ะ ไม่กล้าวิจารณ์มาก เดี๋ยวเขาจะไล่ให้ไปเขียนเอง ฮ่าๆๆๆ


โดย: เคียงจันทร์ IP: 58.136.2.254 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:12:42 น.  

 
^
ประกาศอีกครั้ง บล็อกนี้ไม่ใช่ผู้สาวเขียนเองค่ะ

ถ้าเขียนเองอาจจะเยอะกว่านี้


โดย: ผู้สาวเมืองยศ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2549 เวลา:21:50:33 น.  

 
เอ่อ ครือออ ตอนอ่านครั้งแรกเห็นเป็น "ห้ามว่าเค้านะ เค้าไม่ได้โทสับเอง" งงไปสิบแปดตลบ จนมาอ่านคอมเม้นท์นี่แหละถึงพอเข้าใจ ไปดูอีกที อ๋อ ไม่ได้สับเองน่อ

ไม่เป็นไรค่ะเชื้อสับแพร่ถึงกันได้อยู่แล้ว ไม่ถือๆ


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 26 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:45:51 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ อ่านที่ิวิจารณ์แล้วมาคิดๆดูว่าจะอ่านเล่มนี้ดีไหมเนี่ย ดูท่าคนเขียนจะยังเป็นวัยรุ่นอยู่ละมั้ง แต่จริงๆแล้วจะบอกว่าคนที่อายุน้อยจะแต่งเรื่่องออกมาได้ไม่ดีนี่คงไม่ใช่ ก็อย่างป้าอี๊ดไง ตอนที่รู้ว่าแกแต่งเรื่อง "ในฝัน" ตอนอายุไม่ถึงยี่สิบเรางี้ทึ่งสุดๆเลยค่ะ


โดย: haiku วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:16:40 น.  

 
ต้องเป็นเล่มที่หนูยังไม่ได้อ่านแน่ๆ เพราะนึกไม่ออกเลย


โดย: เบน (อรินทม ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:56:22 น.  

 
ต้องเป็นเล่มที่หนูยังไม่ได้อ่านแน่ๆ เพราะนึกไม่ออกเลย


โดย: เบน (อรินทม ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:56:48 น.  

 
เจ้าของเมล์เขาฝากมาให้ลงเพิ่มเติม


กลับมาอ่านอีกครั้ง รู้สึกว่าตัวเองเขียนไม่เคลียร์หลายประเด็นมาก

ความจริงแล้ว ตอนที่เขียนเรื่องนี้ คิดว่าจะเขียนแค่ประเด็นพอให้เข้าใจ แล้วให้พี่ผู้สาวฯไปเติมและแก้ไขเพิ่ม ประเด็นหลายอย่างเลยไม่เคลียร์ค่ะ เราเลยอยากจะขออธิบายอะไรนิดหน่อย แต่เนื่องจากเราเขียนเมล์ฉบับนี้ หลายเดือนแล้ว บางประเด็นก็ลืมไปแล้ว (พี่ผู้สาวฯ ท่านดองค่ะ) เลยขออธิบายเท่าที่จำได้นะคะ

สำหรับข้อที่ว่า ราชาศัพท์ ไม่จำเป็นต้องแปล คือในเรื่องนี้ ราชาศัพท์ที่ใช้ไม่ใช่ขั้นสูงมาก ขนาดแปลไม่ได้ เดาไม่ออก เป็นศัพท์ที่เคยเรียนและ"ควร"จะรู้ทั้งนั้น ถ้าไม่รู้นี่ ก็สมควรจะหาความรู้เพิ่มเติมค่ะ

การหาคำแปลราชาศัพท์สมัยนี้ ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เปิดพจนานุกรม หรือไม่ก็ไปค้นหาจากเน็ทเท่านั้นเอง เราคิดว่า เด็กสมัยนี้ ไม่ว่าจะทำอะไร ทุกอย่างมีคนย่อยให้หมด ทำอย่างเดียวคือกลืนเอง ดังนั้น เราจึงมีความคิดที่ว่า ควรจะให้เด็กขวนขวายหาเองบ้างค่ะ

ส่วนประเด็นที่ว่า คนเราก็ทำอะไรไม่มีเหตุผลได้เหมือนกัน

ข้อนี้เห็นด้วยค่ะ แต่เนื่องจากตอนอ่าน เราติดภาพที่ว่า เรากำลังอ่านนิยายที่เป็นเจ้าหญิง-เจ้าชาย
ซึ่งคนที่อยู่ตำแหน่งนี้ คุมคนมากขนาดนี้ "ไม่น่าจะ"ไม่มีเหตุผลขนาดนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขียนให้ตัวเอกมีแต่คนรัก และเคารพ

เวลาเราอ่านนิยายทั่วไป เราไม่เป็นนะคะ อย่างมากก็ด่าตัวละครว่างี่เง่าจริงเท่านั้น

ความคิดของเราคือ คนเขียนเอาพฤติกรรมปกติของคนทั่วไป มาใส่ไว้ในนิยายที่ตัวเอกเป็นผู้มียศศักดิ์

ซึ่งการดำเนินชีวิตนั้น จะมีกฏเกณฑ์มาบังคับมากมายกว่าคนธรรมดา
บางประเด็น เราเลยมีความรู้สึกว่า มันไม่สมจริง"เกินไป"น่ะค่ะ

ปกติแล้ว จุดเล็กจุดน้อยที่มันแปลกๆ เราก็มองข้ามๆไปอยู่แล้ว
เพราะอ่านหนังสือเพื่อความสนุก ไม่ใช่เพื่อจับผิด
เพียงแต่ว่า สำหรับเรื่องนี้ มันทำเป็นลิเกฝรั่ง
เราเลยติดขัดมากเป็นพิเศษ สงสัยจะอ่านป้าทมมากไปค่ะ - -"

ส่วนข้อสิบ อาจจะไม่เคลียร์ เพราะไม่ได้เขียนอธิบายอะไรไว้
คือ พระเอกพูดสารภาพรัก แต่ท่านพูดค้างไว้ไม่จบ
นางเอกคิดเองเออเองว่าไม่รัก เลยวิ่งหนีไปเสียก่อน
แล้วพระเอกก็ยืนเซ่อ ปล่อยให้วิ่งไป จากนั้น น้องสาวมา ก็โวยวาย
พอรู้เรื่องก็บอกให้อยู่เฉยๆ เดี๋ยวจัดการให้
(จำไม่ได้แล้ว ว่าจัดการยังไง แต่รู้ว่าเหมือนเด็กม.ปลายมากๆ -"-)

เอ่อ คือ พระเอกเนี่ย เป็นเจ้าหลวงนะคะ มันซื่อบื้อได้ขนาดนั้นเลยเหรอ
วุฒิภาวะของตัวละคร มันไม่สมกับเป็นเจ้าหลวงน่ะค่ะ
มันเหมือนเด็กมัธยมมากกว่า เราเลยหงุดหงิดกับฉากนี้ พอสมควร

บอกตามตรงเลย ว่าอ่านเรื่องนี้ ใช้ความพยายามสูงมาก
ถ้าไม่รับปากพี่ผู้สาวฯไว้ ว่าจะเขียนให้ นี่คงเลิกไปตั้งแต่สามหน้าแรกแล้วค่ะ

เราไม่ได้เป็นพวกต้องอ่านนิยาย"สมจริง"ไปทุกอย่างนะคะ
เพียงแต่ว่า...บางเรื่องก็"ไม่สมจริง"มากเกินไป จนอ่านไม่ไหวเท่านั้นเอง



โดย: เขาฝากมาลงเพิ่มค่ะ (ผู้สาวเมืองยศ ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:12:32:54 น.  

 
อ่า..ง่า

ตอบไม่ได้ซักข้อค่ะ แหะๆ

เราว่าเด็กที่เขียนหนังสือใหม่ๆ ตอนนี้หลายคนที่อ่านแต่การ์ตูนค่ะ เลยมีตรรกะแบบการ์ตูนๆ อยู่เยอะ ไม่ใช่ตรรกะแบบนิยายในสมัยก่อนน่ะค่ะ


ส่วนบุคลิกตัวละคร เรารู้สึกว่า (ความเห็นส่วนบุคคลโปรดพิจารณา) หนังสือสมัยใหม่ ตัวละคร "พลิ้ว" มากขึ้น คือไม่มีบุคลิกที่แน่นอนน่ะ อย่างตัวละครในหนังสือสมัยก่อนจะแน่นอน เดาพฤติกรรมค่อนข้างได้ จะมีความอยู่กับร่องกับรอยมากกว่า

แต่สมัยนี้จะพลิ้ว และปลิวเปลี่ยนไปเรื่อย

ก็เลยกำลังสงสัยว่า เป็นภาพสะท้อนของ "เด็ก" สมัยนี้ด้วยหรือเปล่า

เพราะเราก็เจอเด็กหลายๆ คนแล้วที่ "ตัวจริง" ก็ไม่ต่างจากตัวละครเหล่านี้เลย




อืมม์..ค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:14:53:04 น.  

 
มาดูรีวิวเรื่องใหม่ค่า แต่นึกไม่ออกอะเรื่องไหน ^^'

ยกมือสนับสนุนให้คุณ ผู้สาว เขียน เรื่องแรงบันดาลใจกับการลอกอีกครั้งค่ะ
ช่วงนี้ข่าวลอกๆ กลับมาอีกแล้ว เมื่อไหร่จะหมดสักทีนะ เฮ้อ ... เซ็งแทนจริงๆ


โดย: คอเล่า IP: 202.44.135.35 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:15:57 น.  

 
ลอกคำตอบคุณสาวไกด์ค่ะ
(อ๊ะ หรือต้อง copy-paste ถึงจะอินเทรนด์? )

คือถ้ามองปกแล้วดูว่าเป็นนิยายเด็กเขียน + เป็นนิยายที่เคยในเน็ตก่อนรวมเล่ม ก็ฟันธงได้เลยว่าตอนอ่าน มีสิทธิ์เจออะไรอย่างที่วิจารณ์ (สับ) ไว้น่ะค่ะ ... บอกได้เลยว่ามีหลายเรื่องที่ตัวละครไม่อยู่กับร่องกับรอย ทำตัวเด็กผิดกับสถานภาพ ไม่พูดราชาศัพท์ในเรื่องแนวเจ้าหญิงเจ้าชาย ...และอื่น ๆ อีกมากมาย (สามารถสุ่มเปิดได้จากพวกปกการ์ตูนได้)

ในแง่หนึ่ง ถ้าปรับใจให้อ่านสนุกได้ ก็รู้สึกแปลกใหม่ไปอีกแบบค่ะ แต่ก็แอบเสียดายเหมือนกันที่เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยมีนิยายดี ๆ สไตล์เก่าออกมาบ้างเลย


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:0:00:50 น.  

 
อืมมม อ่านแล้วยิ้มๆ (แอบขำเมื่อนึกตาม555) เพราะอ่านเรื่องนี้เหมือนกัน
(ไปนั่งอ่านในร้านตอนรอคนน่ะค่ะ อ่านแบบไม่จบ
แต่พอนึกออก)

** อ่านที่รีวิวแล้วก็รู้สึกถึงจุดด้อยที่ตัวเองมี (ในเรื่องเหตุผล 555+) ก็ดีค่ะ ถือเป็นการมองตัวเองด้วยว่ามีอะไรต้องแก้ไข เอามาปรับใช้ในการเขียนนิยาย หุหุ

จากที่อ่านรีวิว โรสคิดว่า ... คนเขียนคงผ่านประสบการณ์มาน้อยในการใช้เหตุและผลต่างๆเพื่อให้เหมาะสม - สมควรกับตัวละครแต่ล่ะตัว บางทีคนแต่งก็ไม่รู้หรอกค่ะ แต่งออกมาตามที่ตัวเองอยากจะเป็น (ด้วยความเป็นเด็ก หรือว่าอ่านมาน้อยก็ตาม) แต่เพราะเป็นแบบนี้เลยต้องมีคนมาช่วยกันตบๆเขี่ยๆให้เข้ากรอบเข้าที่เข้าทาง

ก็หวังว่า คนเขียนเขาอาจจะมีพัฒนาการในการเขียนดีขึ้นนะคะ


ปล. ชอบนิยายลิเกฝรั่งของคุณทมยันตี อิอิ อ่านแล้วเคลิ้มไปกับความน่ารักของพระเอก (ฮา)


โดย: โรส (int_gal) IP: 202.28.62.245 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:1:47:01 น.  

 
อ่า อยากให้สับเรื่องของผมมั่งจัง จะได้รู้ว่าควรแก้ยังไงบ้าง


โดย: พีคุง ณ. Exteen IP: 58.64.126.215 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:7:33:23 น.  

 
เหอๆ มาอ่าน แล้วก็ส่ายหน้า
เฮ้อออออออออออ


โดย: piccy IP: 124.120.236.101 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:17:02 น.  

 
ประกาศอีกครั้ง บล็อกนี้ไม่ใช่ผู้สาวเขียนเองค่ะ

ถ้าเขียนเองอาจจะเยอะกว่านี้

**ดีใจแทนคนเขียนดีมั้ยคะเนี่ย

เล่มนี้เคยยืมคุณยาคูลท์แล้วบอกยกเลิกค่ะเลยแสดงความเห็นด้วยไม่ได้


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:26:19 น.  

 
รับทราบค่า...555
และต้องขอโทษที่เข้าใจผิดไป ตอนแรกอ่านก็ทราบว่าเป็นความเห็นจากเมล์ แต่พออ่านไปๆ จนจบลืมไปค่ะ คิดว่าเป็นความเห็นของคุณผู้สาวฯ เอง



โดย: ศรีสุรางค์ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:35:33 น.  

 
อ่านแล้วค่ะ ตอนแรกๆ ก็รู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกันกับเหตและผลของตัวละครในแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แต่พออ่านไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดอะไรมากมาย มันก็เพลินดีค่ะ คงเป็นเพราะภาษานุ่ม การเขียนดี ลื่นไหลอย่างที่ว่ามาล่ะค่ะ
รู้สึกว่ากำลังจะมีเล่มสองออกมาด้วยนะคะ


โดย: pumpam IP: 58.8.72.179 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:16:13:49 น.  

 
สาวไกด์ใจซื่อ - แสดงว่าเด็กสมัยนี้มีบุคลิกสับสนเหรอคะ อืม คงจะจริง

คอเล่า - น่าเขียน อยากเขียน ๆ แต่ทำไมเรื่องที่อยากจะเขียนมันเยอะจริ๊งงงงง

ยาคูลท์ - มีสาวไกด์ฯ ตอบ ยาคูลท์ไม่ต้องคิดเอง ฮิ้วววว
เขาว่าคนแก่มันคิดถึงฟามหลังน๊า

โรส (int_gal) - ดีค่ะน้องโรส ดูพวกป้าสับมาก ๆ แล้วจงเอาไปปรับใช้ แล้วน้องจะพัฒนาตัวเองค่ะ

พีคุง ณ. Exteen - แล้วคุณพีคุงเขียนอะไรไว้คะ

piccy - มาเฮ้ออะไรยะหล่อน

~:พุดน้ำบุศย์:~ - คุณพุดน้ำบุศย์คงแอบดีใจแทนคนเขียนอยู่แน่ ๆ จริงป่ะ

ศรีสุรางค์ -

pumpam - หวังว่าเล่มสองของน้องเขาคงมีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นนะคะ


โดย: ผู้สาวเมืองยศ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:33:26 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะ

มาเพิ่มเติมความเห็น

คือไม่เชิงว่าเด็กสมัยนี้จะมีบุคลิก "สับสน" ซะทีเดียวนะคะ แต่เป็นเชิงๆ "พลิ้ว" ได้ตลอดตามสถานการณ์มากกว่า ส่วนใครที่มีความมั่นคง ไม่ค่อยแปรเปลี่ยน กลับกลายเป็นคนโบราณ ไม่ปรับตัวตามยุคสมัย ตามสถานการณ์น่ะค่ะ หึๆ




ส่วนที่ไปคอมเม้นท์เรื่องนางมารฯ โอ้..ทำให้ยิ่งอยากรีบหาหนังมาดูเลยค่ะ

นึกว่าเรารู้สึกไปคนเดียวซะอีกง่ะ (ด้วยความที่หมั่นไส้นางเอกจัด กร๊ากกกก)

แสดงว่ามีคนรู้สึกเหมือนเราเหมือนกันนะนี่

ขอบคุณที่ไปบอกนะคะ เดี๋ยวหาหนังมาดูได้แล้วจะมาคุยด้วยอีกทีค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 29 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:46:30 น.  

 
แหม ก็ไม่แก่ขนาดคิดถึง "ร้อยป่า" หรอกค่ะ


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 29 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:09:28 น.  

 
อ่านที่รีวิวไปหน่อยๆ แล้วก็ไม่ได้อ่านต่อ

กัวนิยายลูกกวาดอ่ะพี่ กลั๊วกลัว


โดย: ปป (=p o o k p u i= ) วันที่: 29 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:38:02 น.  

 
แหม ถอนหายใจนิดหน่อยก็ไม่ได้

ส่วนเรื่อง"พลิ้ว" แบบที่พี่สาวไกด์ว่า...
เอ่อ ตัวละครในนิยายลูกกวาดบางตัว
มันรุ่นป้า รุ่นยายแล้วนา อารมณ์ยังขึ้นๆลงๆประหลาดๆ
เป็นที่น่าสงสัยว่า...ปูนนั้นแล้ว ยังจะพลิ้วไหวอีกเหรอค๊า 555

ป.ล. 1 มันสะกด"พลิ้ว" หรือ "พริ้ว" หว่า ชักสับสน

ป.ล.2 แก่ขนาดคิดถึง "ร้อยป่า" สมควรเป็นที่เคารพบูชาใช่ไหมคะ คุณยาคูลท์

ฟิ้ววววว


...วิ่งหนีโลดดดดดดด


โดย: piccy วันที่: 29 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:59:56 น.  

 
ฝากลิงค์ทู้นี้ให้พี่นก
ตัวป่วน pookpui ในนั้นคือข้าพเจ้าเอง
เห็นความเห็นสองมาป่วน เลยป่วนกลับมั่ง
pookpui หัดป่วน 555

ทำไมไม่เห็นเก็บปาปาราสซี่ เคี้ยกๆ
//www.pimkham.com/th/wb_show.asp?Lang=TH&id=3416&ipagenum=1


โดย: ปป IP: 203.154.148.50 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2549 เวลา:14:13:48 น.  

 
^
ไปอ่านแล้วค่ะ เผลอตอบไปในโหมดจริงจังซะแล้ว

piccy - ย้ากกกกก


โดย: ผู้สาวเมืองยศ วันที่: 29 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:57:58 น.  

 


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:1:44:56 น.  

 
กำลังนึกถึงคำว่า "ขึ้นคาน" ที่ถกกันวันก่อน เคี้ยกๆ


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:1:46:03 น.  

 


โดย: ผู้สาวเมืองยศ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:35:03 น.  

 
ม่ายๆ วันนั้น เราถกเรื่อง"ขึ้นหึ้ง"ตะหาก


โดย: piccy (piccy ) วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:32:21 น.  

 
มาตามอ่านรีวิวค่ะ....

แต่อ่านความเห็นท้ายๆๆ

ไปไปมามา กลายเป็น คานๆ หิ้งๆ อะไรปได้.....

ค่อยๆ ถอยๆ ก่อนดีกว่า...เกรงว่าแนวรบชายแดนตะวันตกนี้ สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย.....


โดย: โตมิโต กูโชว์ดะ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:11:36 น.  

 
ตอนอ่านก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของ
ดั่งดวงหฤทัยของลักษณาวดีมานิดๆ...
อ่านแล้วก็รู้สึกว่าเนื้อหาก็รวบไปบ้าง
ตัดเร็วไปนิด...
เคยอ่านตอนที่ลงในเน็ต
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าแปลก...
เพราะกว่าจะมาอัพก็คิดเตลิดไปไกลเลยต่อติดมังคะ....
โดนรวมแล้วก็รู้สึกว่าชอบในระดับนึงค่ะ...
ได้มาอ่านที่คุณผู้สาวมาวิวแล้วกลับไปอ่านอีกทีก็รู้สึกว่าใช่จริงๆด้วย...เหอๆ


โดย: Killarney IP: 203.209.108.120 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:11:43 น.  

 
แอบเข้ามาอ่านเพื่อเป็็นแนวทางในการซื้อหนังสือมานานแล้วค่ะ
เรื่องนี้ไม่ได้บอกไว้ว่าของสำนักพิมพ์ไหน
หรือนักเขียนชื่ออะไร บอกใบ้หน่อยได้ไหมคะ


โดย: วังวน วันที่: 3 ธันวาคม 2549 เวลา:0:10:53 น.  

 
คุณวังวน ไปตามนี้เลยค่ะ

//www.bluebell-press.com/?p=2


โดย: ผู้สาวเมืองยศ วันที่: 3 ธันวาคม 2549 เวลา:15:08:33 น.  

 
ได้ยินเสียงสับอะไรดังโป๊กๆๆๆ เลยตามเข้ามาอ่าน

ไม่ขอออกความเห็น เพราะไม่ได้อ่านค่ะ แต่คิดว่าคำวิจารณ์จากคนอ่าน เป็นสิ่งดีที่คนเขียนควรรับฟังและนำไปพิจารณาปรับปรุงงานของตัวเอง

แต่ขอยกมือสนับสนุนให้คุณผู้สาวฯ เขียนเรื่องแรงบันดาลใจ กับการลอกค่ะ รู้สึกว่ามันมากเหลือเกินแล้วเดี๋ยวนี้


โดย: ปอมปอมเกิร์ล วันที่: 4 ธันวาคม 2549 เวลา:11:54:48 น.  

 
หวัดดีค่ะผู้สาวฯ ตามลิ้งมาจากป้าหนอน อ่านแล้วขำดีค่ะ วิจารณ์ตรงไปตรงมา ์อย่างนี้คนเขียนได้นั่งร้องพอดี แต่โดนใจดีค่ะ

ขอแอ้ด เฟรนด์บล้อกน่ะค่ะ


โดย: DesperateMommy วันที่: 5 ธันวาคม 2549 เวลา:6:10:03 น.  

 
เป็นเอามานะเนีย

เขียนอย่างเค้าไม่ได้ก็เที่ยววิจารณ์

ถ้าเขียนได้ดี แบบได้รางวัลซีไรท์

แล้วว่าวิจารณ์คนอื่น อันนี้ค่อยน่ารับฟัง

จริงๆอยากให้คุณ จขบ. แต่งออกมาสักเรื่องสิ

แล้วตีพิมพ์มาให้คนอื่นได้อ่าน อยากรู้เหมือนกันว่าจะแต่งเก่งแค่ไหน

แต่อย่างว่าล่ะ คงทำไม่ได้หรอก

ปล. ว่าแต่ว่าจะลบคำวิจารณ์รึเปล่าค่ะ รับได้รึเปล่า
ทีวิจารณ์คนอื่นยังทำได้ ตัวเองถูกวิจารณ์บ้างนี่รับได้ไหม๊

ปล.2 เดี๋ยวนี้คนเค้าไม่ซีเรียสหรอกค่ะ หนังสือซื้อมาไม่สนุก ก็เท่านั้น ไม่มานั่งคิดมากหรอก ถ้าคิดมากแล้วซื้อมาทำไม ไม่ยืนอ่านในร้านให้จบเลยล่ะ

นิยาย ก็คือ นิยาย จะมาเอาสาระอะไรในชีวิตจริง

เฮ้อ


โดย: ไม่น่าแวะมาเลย IP: 124.120.207.144 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:35:02 น.  

 
นิยายไทยก็คงไม่ก้าวหน้า ถ้าไม่มีใครมาวิจารณ์ คงขึ้นหิ้งเอาไว้บูชาไม่กล้าแตะ...

ยินดีที่ได้แวะเข้ามา ทำให้ได้รู้ว่าพี่สาวเราก็เก่งเหมือนกัน

สู้โว้ย


โดย: ยินดีที่แวะเข้ามา IP: 125.24.62.234 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:14:08 น.  

 
Quite agree with ment#39 but not all.I read รักต้องห้าม more than 10 times.Then my feeling should be different from the person who read just a few times.K.ใครคนหนึ่ง ka. Do you feel upset? But I impress. ^_^ Please open your mind.


โดย: littlegirl IP: 146.18.173.72 วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:12:10:41 น.  

 
K.ใครคนหนึ่ง, as the more I read your above comments.You are really never understand the story.You are slightly with bias.You should better read again. Slowly make it. Open you mind, you will find it out. ^_^

Dear all, who never read, just try it. ^_^ You will find solace, beautiful languages, politesse, kindness, etc. Atlease, this book makes me happy. Hope all of you will know how to catch all the good things from this book to your life. I've got it! ^_^ ahh..how happy I am.


โดย: littlegirl IP: 146.18.173.74 วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:17:13:01 น.  

 
คนเขียนเค้าเพิ่งเริ่มแต่งไม่ใช่หรอค่ะ

ถึงเค้าจะแต่งแย่แค่ไหน ก็ไม่น่าวิจารณ์เหมือนว่าเรื่องของเค้าเป็นขยะขนาดนั้น

ก็ถูกที่ถ้าไม่มีคนวิจารณ์คนเขียนก็ไม่ได้แต่งดีขึ้น

แต่ใช่ว่าควรจะพูดจนทำให้คนแต่งเค้าหมดกำลังใจที่จะแต่ง

กลายเป็นว่าไปทำลายความฝันของคนอื่นเค้าเกินไปหรือเปล่า

เรื่องที่ไม่ดีก็คอมเม้นกัน แต่ก็ไม่น่าจะพูดขนาดนี้

หรือจะบอกว่านักเขียนต้องรับคำวิจารณ์ได้ถึงจะเป็นนักเขียนที่ดี แต่เค้าก็เป็นคนนะค่ะ เค้าก็ต้องมีเสียใจมีท้อกันบ้าง

ต่างคนก็ชอบคนละแบบ จะไปบอกให้คนอื่นชอบเหมือนๆกันหมดก็เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ

บางคนอาจจะชอบแบบนี้ก็ได้ แค่ภาษาสวยๆ อ่านแล้วลื่น เค้าอาจจะพอใจแค่นั้นก็ได้

ถ้าไม่ชอบเรื่องแนวเด็กๆที่ไม่มีสาระ ก็น่าจะไปอ่านแนวอื่นแทนก็ได้นี่ค่ะ

เข้าใจว่าไม่ชอบเรื่องนี้กัน แต่ก็วิจารณ์ให้ฟังดูรื่นๆหูหน่อยก็ได้นี่ค่ะ เหมือนเวลาเราพูดๆกัน ไม่มีใครที่จะพูดได้ตรงๆทุกอย่างหรอกค่ะ ก็ต้องมีถนอมน้ำใจกันหน่อย


โดย: ~HoRiZoN~ IP: 61.7.252.67 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:09:02 น.  

 
อ่านเรื่องนี้ที่ชอบคือภาษาค่ะ อ่านแล้วมันลื่นไหลดี ไม่ติดขัด แล้วก็ทำให้ได้ฟื้นความรู้ราชาศัพท์ด้วย เห้อออ
อืม แต่เนื้อเรื่องก็อาจจะไม่มีสาระเหมาะเป็นการ์ตูน 555


โดย: HanE IP: 58.9.203.11 วันที่: 3 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:14:19 น.  

 
อ่านแล้วค่ะเรื่องนี้ เห็นด้วยกับทุกข้อเสียที่ไม่สมจริงค่ะ ทําให้คิดว่า เอ...หลุดพิมพ์ออกมาจาก สนพ ได้ยังไง? ถ้าพิมพ์เองจะไม่ว่าเลย...

" ตอนนี้มัวแต่วุ่นวายกับการตามอ่านเรื่องลอก ๆ แล้วให้คันไม้คันมืออยากเขียนเกี่ยวกับแรงบันดาลใจกับการลอก อีกครั้ง แต่ถ้าเขียนคงเขียนถึงแบบทั่ว ๆ ไปว่าเด็กสมัยนี้เข้าใจแบบไหนแน่ รวมถึงสิ่งที่ผู้อ่านคาดหวังกับบรรณาธิการและสำนักพิมพ์ ว่าแต่มีใครสนใจไหมเอ่"

เขียนเลยค่ะเพราะลิลอีกก็ต้องการความกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพเราะเจอนักเขียนที่เด็กดี และที่อื่น ที่ แบบ....

โดนลอกประโยคไป2-3ประโยคหรือโดนลอกลักษณของตัวละครไปก็โวยซะลั่นเว็บ ส่วนที่ที่โดนลอก ตัวละครเนื้อเรื่องบางส่วนไปแบบเต็ม หรือ ดัดแปลง +ลอก บุคลิก "อาชีพ" ฯลฯ ที่เห็นแบบจะๆ แต่นักเขียนที่โดนไม่เห็นพูดว่าอะไร เลย เกิดการสับสนกัยความหมายและ ลิมิต ของการกระทําพวกนี้ค่ะ

As for comments 38, 41, 42 , 43

Well what she/he said is the truth!! มันไม่สมจริงนี่ค่ะก็ต้องพูดไปตามเนื้อเรื่อง I think you can't handle the thruth or take criticism!! Me thinnk a true writer that want your book to be publish and avoid to get negative criticism you should do your research!! as a true good writer/s do beforre they sent it to a สนพ.

This book is ok to read if you shut off the part o f the brain that use to think...read just to kill time because you can't find anything better to do! the language is ok...the plot...barely passing...


โดย: LiLFae IP: 83.248.131.211 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:4:35:39 น.  

 
A good writer must take all kind of critics to improve your skills and if your mental is not strong and อะไรนิดอะไรหน่อยก็ท้อหรือหมดกําลังใจ ทําใจไม่ได้ then you should not become a writer!! You can be down or get mad or get upset by it but you be able to shook it off and move on and try to improve your romance ... the things that doesn't kill you should make your stronger and better!!

ป.ล. หนึ่งในหลายเหตุผลที่บ้าจับปากกาขึ้นมาเขียนนิยายเล่นๆ...ก็เพราะเซ็งนิยายไทยที่ไม่สมจริงทั้งหลาย เพราะไม่ทําการค้นคว้าให้ดี และเซ็งนิยายที่พล็อตน้ำเน่ากลื่อนในสังคมไทยเลยลองเขียนเองบ้าง...แต่ก็ไม่ได้มีภาษาหรือสํานวนที่ดีเลิศอะไร นอกจากความสมจริงที่พยายามค้นคว้าก่อนที่จะเขียนลงไป...และขอบอกว่ามีคนมาติ+วิจารณ์(เพราะเชิญเขามากัน) ในทางลบที่เป็น+สําหรับเรา เอาไปแก้ไข ซึ่งก็ได้แก้ไขไปบ้างแล้วเมื่อเห็นว่ามันจริงตามที่เขากรุณาชี้แนะให้เรา


โดย: LiLFae IP: 83.248.131.211 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:4:47:22 น.  

 
อ้อ ถ้าคันปาก+คันไม้คันมือก็เชิญแวะไป ติ ชม สับ บด ปั่น ฯลฯ ได้ที่

ปรารถนาตรึงใจ

//my.dek-d.com/LiLFae/story/view.php?id=424371


โดย: LiLFaehttp://my.dek-d.com/LiLFae/story/view.php?id=424371 IP: 83.248.131.211 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:4:50:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ผู้สาวเมืองยศ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




ข้อเขียนรีวิวหนังสือ
ที่ปรากฏในบล็อกแห่งนี้
ไม่ได้เขียนตามหลัก
วิชาการวิจารณ์หนังสือ
เล่มไหนทั้งสิ้น
เป็นการเขียนตามความรู้สึก
ของคนอ่านหนังสือคนหนึ่ง
อาจจะได้สาระบ้าง ไม่ได้สาระบ้าง
ดังนั้นจึงไม่ควรนำไปอ้างอิงแต่อย่างใด

ต้องการติดต่อผู้สาวเมืองยศ ฝากข้อความได้ที่ห้อง ฝากข่าว ค่ะ








Friends' blogs
[Add ผู้สาวเมืองยศ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.