Blogger Reader Writer Runner

ก า แ ฟ เ ข า


1.

พื้นถนนยังเจิ่งนองจากสายฝนที่กระหน่ำหล่นตลอดทั้งคืน เขานั่งอยู่บนรถประจำทางปรับอากาศ แนบหน้าติดกระจก ไอน้ำจากละอองฝนเกาะพราวที่ด้านนอก เหม่อมองรถราบนท้องถนนที่วิ่งคู่ขนานไปกับรถประจำทาง เขาออกไปทำงานในช่วงเวลานี้ของทุกวันนอกจากตัดปัญหารถติดแล้วก็ยังได้เห็นภาพที่แปลกตาของชุมชนเมืองซึ่งหากออกสายกว่านี้ภาพต่างๆ ล้วนไม่ปรากฏ เช่นภาพที่เขามองเห็นผ่านกระจกขณะนี้ พระสงฆ์กำลังสวดมนต์ให้พรหญิงชราที่ใส่บาตรอยู่ตรงฟุตปาธหน้าบ้าน รถประจำทางขยับเคลื่อนเล็กน้อยและจอดติดไฟแดงที่สี่แยกสุดท้ายก่อนถึงที่ทำงาน เขาแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งยังคงมืดครึ้ม ก้อนเมฆอวบอ้วนเตรียมพร้อมจะปลดปล่อยสายน้ำลงมาอีกครั้ง ท้องฟ้าที่มืดครึ้มทำให้เขานึกถึงสีเข้มของกาแฟที่เขาจิบก่อนจะเริ่มงานทุกเช้า กาแฟของเขานั้นให้รสชาติค่อนข้างขมส่วนท้องฟ้าจะมีรสชาติเช่นใดเขาเกิดอยากรู้ขึ้นมาเหมือนเด็กๆ ท้องฟ้าที่บางครั้งเป็นสีลูกกวาดจะหวานเหมือนเช่นลูกกวาดรึเปล่าเขาอยากรู้

ในทุกวันทำงานเขาจะมาถึงที่ทำงานก่อนเวลาเข้างานเกือบชั่วโมง และนั่งจิบกาแฟร้อนพร้อมละเลียดวิวผ่านกระจกกั้นบนชั้น 10 ของอาคาร กาแฟของเขาปรุงขึ้นเรียบง่ายแก้วเซรามิกขาวซีดไร้สีสันแต้มแต่ง โรยผงกาแฟสำเร็จรูปสองช้อนเล็กลงในน้ำอุ่นครึ่งแก้วเพียงเท่านั้นน้ำสีดำเข้มให้รสชาติขมปร่า แผ่ซ่านไปทั่วต่อมรับรสบนลิ้น และกระจายตัวฝังความทรงจำไว้ทั่วช่องปาก เข้าไม่เคยเติมน้ำตาลหรือครีมเทียมลงไป เขาเห็นว่ามันคือสิ่งแปลกปลอมหากอยากได้รสชาติของกาแฟแล้วเหตุใดจะต้องมีสิ่งเจือปนเติมลงไป เคยมีเพื่อนร่วมงานบางคนถามเขาในวันหนึ่งถึงการปรุงกาแฟแปลกประหลาดของเขา คำตอบและเหตุผลก็เป็นเช่นนั้น หากอยากสัมผัสรสชาติแท้จริงก็อย่าให้สิ่งใดมาปลอมปน แต่นี่มันกาแฟผงสำเร็จรูป เพื่อนร่วมงานคนนั้นไม่ลดละ ทุกสิ่งล้วนมีข้อดีประดับตัวโดดเด่นรอให้ชื่นชมเพียงแต่เราจะมองเห็นหรือเปล่าเท่านั้นเอง เขาให้คำตอบราวกับนักปราชญ์สูงวัยที่มีชีวิตเพียงเพื่อหาคำตอบให้กับชีวิต

2.

สายฝนที่กระหน่ำตกทั้งคืนทำให้ฉันหลับสบายจนเลยเถิด วันนี้จึงออกมาทำงานช้ากว่าปกติ แต่ก็ยังถือว่าเช้าอยู่ดี ฉันชอบนั่งรถประจำทางปรับอากาศ นั่งที่นั่งติดกระจกด้านซ้ายมือ ชอบเหม่อมองผู้คนยามเช้าผ่านกระจกใส บางครั้งฉันก็เผลอเอาแก้มแนบกับกระจก มันเย็นจนฉันไม่อยากจะขยับตัวเส้นทางที่รถประจำทางเป็นเส้นทางเดิมซ้ำๆ ทุกวัน พอฉันทำงานเข้าสู่ปีที่สองฉันก็จดจำบรรยากาศระหว่างทางไปทำงานได้จนเกือบหมด ใครทำอะไรบ้างยามเช้าที่หน้าบ้านของตัวเอง ใครมักจะมารอรถประจำทางที่ป้ายนี้เวลาเดียวกันทุกเช้าคุณลุงคุณป้าคนไหนชอบมารอใส่บาตรพระ และฉันจำได้แม้กระทั่งพระสงฆ์รูปใดที่เดินบิณฑบาตผ่านเส้นทางนี้

ฉันไม่มีเพื่อนที่ทำงาน เพราะเบื่อหน่ายการสวมหน้ากาก ฉันชอบทำตัวให้เหมือนมีงานยุ่งอยู่ตลอดเวลาจนไม่มีใครอยากเข้ามาชวนคุย ก่อนหน้าที่ฉันจะทำตัวแบบนี้ ก็มีเพื่อนร่วมงานให้พูดคุยอยู่บ้าง แต่สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจว่าไม่อยากจะพูดคุยกับใครอีก มันเกิดจากที่มีอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อนในแผนกที่ฉันพูดคุยด้วยอยู่บ่อยๆ เล่าให้ฉันฟังว่ามีเพื่อนร่วมงานในแผนกเดียวกับฉันพูดจาให้ร้าย นินทาลับหลังฉันตลอดเวลา หาว่าฉันมาทำงานสายบ้าง ทำงานไม่ดีบ้างเลิกงานตรงเวลาบ้าง เมื่อได้ฟังฉันยอมรับว่าฉันก็โมโห เพราะสิ่งที่ถูกพูดถึงนั้นไม่จริงเลยสักนิดเดียว แต่ฉันก็ใจเย็นพอที่จะไม่ไปกล่าวโทษคนที่พูดแบบนั้น ไม่กี่วันหลังจากที่เพื่อนคนนั้นเล่าให้ฉันฟัง เพื่อนร่วมงานที่ถูกกล่าวหาว่านินทาให้ร้ายฉันเดินมาหาที่โต๊ะทำงาน แล้วก็เริ่มเล่าให้ฉันฟังว่าเพื่อนร่วมงานที่ฉันชอบคุยด้วยนั้น ชอบใส่ร้ายคนอื่น ชอบบอกคนอื่นว่าถูกนินทาลับหลัง ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่มีใครนินทาใครลับหลังเลยสุดท้ายแล้วฉันก็ไม่รู้ว่าจะเลือกเชื่อใครดีฉันเลยคิดว่าการไม่ต้องคุยกับใครเลยดีที่สุด

3.

ทุกครั้งที่ถวิลหาอดีตเขาจะจมหายไปในแก้วกาแฟ มองเห็นเงาตัวเองส่ายไหวอยู่ในนั้นหากมันเป็นแค่เพียงเงาสมมติ กาแฟสีเข้มเกินกว่าจะสะท้อนเงาใดเขาสร้างเงาตัวเองขึ้นมาเพื่อเพ่งมอง มันมืดมัวหม่นเข้มเช่นชีวิตเขาในตอนนั้น หนทางที่ทอดยาวเบื้องหน้าขาดไร้ป้ายสัญญาณบอกทิศ ราวกับว่าเขาแหวกว่ายวนเวียนอยู่ในธารน้ำสีดำเข้ม เขาดำผุดดำว่ายอย่างไม่รู้เหนื่อย และเผลอสำลักน้ำสีดำนั่นเข้าไปรสชาติขมปร่าติดลิ้น เขาพยุงตัวเองขึ้นจากธารน้ำแห่งอดีตช้าๆ ยกแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวซีดขึ้นแตะริมฝีปาก ดื่มกินอดีตของเขารวดเดียวจนหมดทุกอย่างกลับมาไหลเวียนอยู่ในตัว

เวลากาแฟเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เขารู้สึกได้อยู่กับตัวเองมีตัวละครเพียงตัวเดียวคือเขาที่ออกม่านหน้าเวที ในขณะที่ช่วงเวลาอื่น จะมีตัวละครโผล่ออกมาเยี่ยมเยือนหน้าเวที ทำให้บางครั้งเขาก็จะหวนคิดถึงอดีต บางครั้งเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน บางครั้งเป็นอดีตที่ไกลแสนไกล เช้าตรู่ในห้องกาแฟของที่ทำงานเงียบสงบเกินกว่าจะมีใครเดินผ่านเข้ามา ทุกเช้าเขาไม่เคยต้องพบปะกับใครในนี้ เขาจึงได้ซับซาบกลิ่นหอมของกาแฟและรสชาติของมันอย่างมีความสุขจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง มีหญิงสาวเดินเข้ามาที่ห้องกาแฟ

4.

ฉันมาถึงที่ทำงานตรงเวลาเกือบทุกวันและทุกเช้าที่ฉันมาถึงฉันจะได้กลิ่นหอมบางอย่างโชยมาจากอีกฟากของห้องทำงานบนชั้น 10 ฉันคิดว่าน่าจะเป็นกลิ่นหอมจากกาแฟสักแก้ว มันเป็นกลิ่นหอมจางๆ ครู่เดียวกลิ่นนั้นก็จางหายไป ฉันเลยไม่ได้สนใจจะตามหา หากแต่เพียงชั่วครู่ที่ได้สัมผัส กลิ่นนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่หากฉันไปได้กลิ่นที่ไหนอีกก็จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นกลิ่นจากกาแฟแก้วนั้น อีกทั้งฉันเป็นคนไม่ดื่มกาแฟอยู่แล้ว จึงไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่

วันนั้นเป็นวันที่ฉันมาถึงที่ทำงานเร็วกว่าทุกครั้งที่ทำงานเงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็นมันจะกลับมาคึกคักอีกทีก็ช่วงใกล้เก้าโมงเช้าซึ่งเป็นเวลาเริ่มงาน ระหว่างที่เดินผ่านแผนกธุรการฉันได้ยินเสียงช้อนกระทบแก้วแว่วดังมาจากที่ไหนสักแห่งฉันหยุดยืนฟังเสียง แสดงว่ามีคนมาทำงานแต่เช้าเหมือนฉัน ไม่นานนักกลิ่นกาแฟแก้วเดิมนั้นก็โชยมา คราวนี้ฉันตัดสินใจที่จะตามไปถึงแหล่งกำเนิดกลิ่นหอมของกาแฟแก้วนั้น แล้วฉันก็พบว่าตรงซอกมุมนั้นมีห้องกาแฟเล็กๆ ซ่อนอยู่ ซึ่งฉันไม่เคยรู้มาก่อน ฉันเดินตามกลิ่นกาแฟเหมือนหมาล่าเนื้อ แล้วฉันก็ได้พบกับเขาในห้องกาแฟเล็กๆแห่งนั้น

5.

เขาไม่เคยพบเธอมาก่อนแม้ว่าจะทำงานอยู่ที่เดียวกัน พนักงานมากหน้าหลายตาเข้ามาและจากไป แต่ความจริงเขายุ่งอยู่กับงานตรงหน้าจนเกินกว่าจะสนใจเพื่อนร่วมที่ทำงานเดียวกันแค่พนักงานในแผนกเดียวกันบางคนเขายังไม่เคยพูดคุยด้วยซ้ำหญิงสาวยืนนิ่งอยู่ที่กรอบประตู เขาละสายตาจากวิวด้านนอกมาจับจ้องที่เธอเขายิ้มให้เธอเชิงทักทาย แต่เธอกลับยืนนิ่งราวต้องมนต์สะกด เธอเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย กาแฟแก้วนั้นหอมเหลือเกิน และเธอเดินตามกลิ่นกาแฟที่โชยออกไปนอกห้องจนมาพบเขา เธอเดินเข้ามาในห้องและหยุดยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ ถามเขาถึงรสชาติของกาแฟ เขาบอกกับเธอไปว่ากาแฟของเขามีรสขม เธอกลับสงสัยถ้าหากขมเช่นนั้นแล้วจะดื่มไปเพื่ออะไร กาแฟมีรสชาติเฉพาะตัวของใครของมัน ไม่มีใครปรุงกาแฟแล้วให้รสชาติเหมือนกันหากอยากรู้ว่ารสชาติของกาแฟเป็นเช่นไร ก็ต้องลองปรุงชิมเองรสชาติเหล่านั้นไม่อาจบอกเล่าด้วยปากเปล่า

เธอวางกระเป๋าถือไว้บนเคาน์เตอร์หยิบแก้วกาแฟสำหรับใช้รับแขกจากบนชั้น ตักผงกาแฟจากขวดโหลหนึ่งช้อนเล็ก และใส่น้ำตาลลงไปอีกครึ่งช้อน กดน้ำอุ่นจากตู้กดน้ำ ใช้ช้อนเล็กวนน้ำในแก้ว มันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำเข้ม และปลดปล่อยกลิ่นหอมออกมาเช่นกัน กลิ่นหอมที่แตกต่างจากกาแฟของเขา เธอสะพายกระเป๋ากร่ะชับไหล่ และถือแก้วเดินออกจากห้องไป เธอหันมายิ้มและพยักหน้าให้เขาเชิงขอบคุณ ก่อนจะลับหายไปจากประตู เขายกแก้วขึ้นดื่มกาแฟรวดเดียวจนหมดมันให้รสชาติเปลี่ยนไป

6.

ฉันกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานมีแก้วกาแฟอยู่ในมือ มันส่งกลิ่นหอมอวลไปทั่วบริเวณนั้นฉันแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะได้ชิมรสชาติจากกาแฟแก้วแรกที่ชงเองกับมือ ฉันวางแก้วกาแฟบนโต๊ะ เก็บกระเป๋าเข้าตู้ เปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นจึงยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ แรกที่น้ำอุ่นสัมผัสลิ้น มันให้ความรู้สึกขมปร่า สักครู่ความหวานค่อยแล่นผ่านไปทั่วกระพุ้งแก้ม ฉันรู้สึกมีพลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีใครพูดให้กำลังใจปลุกปลอบให้ฮึกเหิม ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ฉันนึกถึงผู้ชายคนนั้น เจ้าของกาแฟกลิ่นหอม รสชาติกาแฟของเขาจะเป็นเช่นไรนะฉันนึกอยากชิมกาแฟจากแก้วของเขาเสียจริง

เช้าวันต่อมา ฉันมาถึงที่ทำงานเวลาเดิม ฉันเดินไปที่ห้องกาแฟนั้นก่อนจะไปที่โต๊ะทำงานฉันได้กลิ่นกาแฟของเขาเช่นเคย นั่นแสดงว่าเขามาถึงแล้วฉันพบเขายืนจิบกาแฟจากแก้วเซรามิกสีขาวซีดอยู่บานกระจก เขายืนเหม่อมองดูผู้คนและการจราจรด้านล่าง ฉันกล่าวทักทายเขาเสียงแผ่วเบา เพราะกลัวว่าจะทำให้เขาตกใจ เขาหันมายิ้มให้ฉันและเอ่ยทักทายฉันเดินไปที่เคาน์เตอร์ หยิบแก้วเซรามิกใบเล็กสีขาวออกจากกระเป๋าและเปิดก๊อกน้ำล้างแก้วที่อ่าง ฉันรู้สึกว่าเขามองมาที่ฉัน ไม่ใช่สายตาโลมเลียลามกแต่มันเป็นสายตาที่อบอุ่นและเป็นมิตรอย่างบอกไม่ถูก ฉันชงกาแฟแบบเดียวกับเมื่อวาน และหันไปหาเขาเมื่อชงกาแฟเสร็จ ความแปลกหน้าของเราสิ้นสุดลงตอนนั้น

7.

เรื่องราวเคลื่อนคล้อยไปแบบนั้นเขากระตือรือร้นที่จะมาถึงที่ทำงานแต่เช้า มาเพื่อปรุงกาแฟรอการมาถึงของเธอ บางวันเธอจะมาถึงก่อนเขา และยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์แล้วตอนเขามาถึง เขาจะเดินเข้าไปหยุดยืนข้างเธอ และทั้งคู่ก็จะปรุงกาแฟไปพร้อมกัน เขาได้พูดคุยกับเธอมากมายหลายเรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องทั่วไป คุยเรื่องข่าวสารบ้านเมืองบ้างข่าวบันเทิงที่กำลังนิยมบ้าง สุดแล้วแต่จะนึกถึงเรื่องอะไรขึ้นมาได้ แต่ไม่เคยสักครั้งที่จะเปิดปากพูดคุยเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว เสียงหัวเราะแผ่วเบาจากเขาและเธอลอยคลุ้งไปทั่วห้อง ลอยปะปนกับกรุ่นกลิ่นจากแก้วกาแฟทั้งสองแก้ว เธอหันมาหาเขาเมื่อกาแฟถูกปรุงเรียบร้อยเธอเอ่ยถามถึงรสชาติกาแฟของเขาอีกครั้ง โดยที่เขายังไม่ทันได้ให้คำตอบ เธอขอจิบกาแฟจากแก้วของเขา

เธอขอตัวกลับไปทำงานที่โต๊ะก่อน ยังมีงานค้างให้สะสางมากมาย เขาไม่ได้ขัดข้องอะไร จึงเหลือเพียงเขายืนจิบกาแฟตรงผนังกระจก เขาเหม่อมองลงไปที่ด้านล่าง สายตาเขาจับจ้องผู้คนที่เริ่มเดินกันขวักไขว่และรถราที่เริ่มติดขัด หากแต่ใจของไม่ได้อยู่ด้านล่างนั่นเลยเขาคิดถึงแต่เรื่องของเธอ คิดถึงบทสนทนาระหว่างกัน เขารู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มีอะไรบางอย่างก่อตัวขึ้นแล้วภายใน เขาหมุนขอบแก้วด้านที่ริมฝีปากเธอสัมผัสและยกกาแฟขึ้นดื่มรวดเดียวหมดเขาพบว่ารสชาติกาแฟเขานั้นไม่เหลือความขมอยู่เลย

8.

มันเป็นวันที่ฝนฟ้าคนองมาตั้งแต่เช้ามืดเขาถึงที่ทำงานช้ากว่าเดิมเล็กน้อย เขาเดินไปที่ห้องกาแฟหยิบแก้วกาแฟใบเดิมจากชั้น เขาพบว่าแก้วของเธอยังคว่ำอยู่บนนั้นแสดงว่าวันนี้เธอยังมาไม่ถึง คงอาจจะติดฝนอยู่ที่ไหนสักแห่ง เขายืนปรุงกาแฟของตัวเองเงียบเชียบ เวลาผ่านไปนานพอสมควรเธอยังมาไม่ถึง เขาเริ่มรู้สึกเป็นกังวลแต่เมื่อเขาคิดอีกทีก็ตระหนักได้ว่าระหว่างเขาและเธอ ไม่เคยมีการให้คำสัญญาณ หรือนัดหมาย ว่าจะต้องมาเจอกันที่ห้องกาแฟนี้ทุกเช้า ทุกอย่างเป็นไปตามวิถีทางของมันเอง มีเพียงเขาที่คาดหวังการมาของเธอในทุกๆ เช้า

เศษภาพอดีตของคนรักที่แตกละเอียดเริ่มประกอบเป็นรูปร่างใหม่ โดยใช้ใบหน้าของเธอเขาเริ่มหวั่นในอกว่าทุกอย่างจะเป็นไปในแบบเดิม จางหายไปเช่นกลิ่นหอมกาแฟยามเช้าเขาไม่อยากเริ่มความสัมพันธ์กับใคร จึงปฏิเสธที่จะเริ่มสนิทสนมกับใครจริงจัง เพราะเขารู้ว่าวันนึงมันจะต้องเจ็บปวดหากแต่เธอทำให้ความสัมพันธ์รูปแบบนั้นก่อตัวขึ้นอีกครั้งและมีเพียงเขาที่ซับซาบความเปลี่ยนแปลงนี้เงียบเชียบลำพัง

9.

กลิ่นหอมของกาแฟในเช้าวันนั้นไม่เคยถูกลืม เช้าของอดีตไกลโพ้น แก้วเซรามิกขาวซีด ถูกล้างคว่ำวางอยู่บนชั้นลำพัง หน้าที่ที่ได้รับมาตลอดเริ่มถูกละเลย เขาเริ่มหลงลืมรสชาติกาแฟของตัวเอง ทั้งที่เป็นกาแฟแบบเดิม สีดำเข้ม ไม่ใส่อะไรเพิ่มเติม ขมปร่า หากแต่รสสัมผัสที่ปลายลิ้นกลับสูญหาย ราวกับว่าสัมผัสรสนั้นถูกขโมย กรุ่นกลิ่นที่เคยหอมอบอวลเหนือแก้ว กลับกลายเป็นกลิ่นเหม็นชวนคลื่นเหียน เขาละทิ้งช่วงเวลากาแฟของเขาช้าๆปฏิเสธการมีอยู่ของแก้วกาแฟใบเดิม สาเหตุที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้เขาทราบดีแต่เขาเลือกที่จะไม่รอคอย และถอยออกจากที่แห่งนั้นโดยไร้ซึ่งความอาลัย ความทรงจำระหว่างกันถูกหอบมัดติดตัวออกมาด้วย

เขาพยายามกลับสู่ความเป็นปกติอีกครั้งพยายามจะคิดว่าเธอไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับชีวิตเขาอีก เขาเดินไปปรุงกาแฟแบบเดิม ด้วยแก้วใบเดิม รสสัมผัสคุ้นลิ้นกลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างกลับมาเข้ารูปเข้ารอย เธอแค่เพียงผ่านเข้ามาและกำลังผ่านจากไป เขากลับไปที่โต๊ะทำงาน จอคอมพิวเตอร์สว่างขึ้นหลังจากเขาสัมผัสแป้นพิมพ์ มันค้างอยู่ที่หน้าจออีเมลล์ของบริษัท เขาไล่สายตาอ่านอีเมลล์ที่ส่งผ่านมาถึงเขา แล้วสายตาเขาก็ไปหยุดที่อีเมลล์ฉบับหนึ่ง ชื่อผู้ส่งเป็นชื่อที่เขาไม่รู้จักและไม่น่าจะเคยรู้จัก มันขึ้นสถานะว่ายังไม่ได้เปิดอ่านเขาประหลาดใจเพราะวันที่ส่งอีเมลล์ฉบับนี้คือตั้งแต่สองวันก่อน เขาเปิดอีเมลล์อ่าน

สวัสดีค่ะ

คุณอาจแปลกใจที่ฉันเขียนถึงคุณ และอาจประหลาดใจว่าฉันเป็นใครอ่านมาถึงตรงนี้ฉันเชื่อว่าคุณก็ยังคงไม่รู้ว่าฉันเป็นใครเพราะฉันไม่เคยบอกชื่อกับคุณเลยฉันก็คือหญิงสาวที่คุณได้สอนให้รู้จักรสชาติของกาแฟไงละตอนนี้อีเมลล์นี้ก็ไม่ใช่อีเมลล์จากคนแปลกหน้าแล้วนะ

ฉันเขียนอีเมลล์ถึงคุณผ่านโทรศัพท์มือถือจากเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลฉันอยู่ที่นี่มาสองวันแล้ว เป็นปกติที่ฉันต้องมานอนหมดสภาพบนเตียงนี้ฉันมักจะมีอาการปวดหัวบ่อยๆ จนกลายเป็นโรคประจำตัวและครั้งไหนที่ปวดมากจนทนไม่ไหวฉันก็จะถูกส่งมาที่โรงพยาบาล ฉันไม่แน่ใจนักว่าครั้งนี้หมอจะตรวจเจออะไรในหัวของฉันหรือเปล่าแต่ฉันก็หวังว่าใครสักคนจะเจอและเอามันออกไปสักทีฉันเบื่อการที่ต้องมานอนแบบนี้บ่อยๆ มันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่

ที่ฉันตัดสินใจเขียนถึงคุณก็เพราะว่าก่อนหน้าที่จะเข้าโรงพยาบาลฉันมีความสุขมากที่ได้รู้จักและพูดคุยกับคุณ คุณทำให้ฉันเสพติดกลิ่นหอมและรสชาติของมันเมื่อฉันเข้าโรงพยาบาลและคิดว่าอีกหลายวันกว่าจะได้กลับไปทำงานคุณอาจจะแปลกใจที่ฉันหายไปจึงคิดว่าเป็นการเสียมารยาทที่จะไม่บอกกล่าวให้คุณได้ทราบ

หวังว่าจะได้กลับไปจิบกาแฟกับคุณเร็ววันนี้

ดาราพร

10.

เขาเดินเข้าไปขอลางานกับหัวหน้าทันทีที่อ่านอีเมลล์ฉบับนั้นจบและเดินไปที่ฝ่ายบุคคลเพื่อสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลโรงพยาบาลของเธอ น่าจะมีข้อมูลการทำเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลปรากฏอยู่บ้างเขาแจ้งชื่อนามสกุลตามเห็นจากชื่อผู้ส่งอีเมลล์ แล้วเขาก็ได้ข้อมูลโรงพยาบาลที่เธอเคยเข้ารักษาตัว เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากที่ทำงาน

อากาศด้านนอกร้อนอบอ้าวแสงแดดใกล้เที่ยงปลดปล่อยความร้อนออกมาเต็มกำลังเขามาถึงโรงพยาบาลด้วยเหงื่อโทรมกาย ความร้อนจากอากาศด้านนอกและภายในใจ ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แจ้งชื่อนามสกุลของเธอเพื่อสอบถามข้อมูลผู้ป่วย เขาเร่งฝีก้าวไปยังห้องที่ได้ทราบจากเจ้าหน้าที่ ระหว่างทางเดินเขาครุ่นคิดหวั่นวิตก ถ้านับจากวันที่เธอส่งอีเมลล์มาหาเขาจนถึงขณะนี้ เท่ากับว่าเธออยู่ที่โรงพยาบาลนี้สี่วันแล้ว และเธอยังไม่ได้กลับไปทำงาน นั่นแสดงว่าอาการของเธออาจจะหนัก เธอจะรู้สึกเช่นไรที่เขาไม่ได้ตอบอีเมลล์นั้น

ทางเดินเป็นพื้นหินขัด ผนังสองข้างฉาบด้วยสีขาวซีด แทนที่จะให้บรรยากาศผ่อนคลายกลับทำให้ผู้ที่ย่างเท้าผ่านรู้สึกกังวลและหม่นหมองอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งความเงียบที่ยึดครองทั่วพื้นที่ ยิ่งขับความวิตกกังวลให้เด่นชัดมากขึ้น เขาหยุดยืนที่ประตูห้องหมายเลข 410 เคาะประตูเบาๆ สองสามครั้ง ประตูถูกแง้มเปิดช้าๆ น่าจะเป็นพี่สาวของเธอที่เปิดประตูให้ เนื่องจากใบหน้าคล้ายเธอมากแต่ดูมีอายุกว่า ภายในห้องมีเสียงโทรทัศน์ที่เปิดอยู่แผ่วเบา มีกลิ่นกาแฟหอมอบอวลอยู่ในห้อง ซึ่งแก้ววางอยู่บนโต๊ะใกล้หัวเตียง เธอนอนนิ่งมีหน้ากากออกซิเจนแปะติดครอบจมูก สายพลาสติกใหญ่น้อยระโยงระยางเต็มไปหมด บางสายเจาะผ่านข้อมือบางสายแปะติดที่หน้าอก เขาตกใจกับภาพที่ได้เห็นอาการของเธอหนักมากกว่าที่คาดเอาไว้มากนัก ต่างจากหญิงสาวคนที่เขียนอีเมลล์หาเขาราวกับคนละคน พี่สาวเธอเล่าอาการให้ฟังว่าเมื่อสองวันก่อนขณะที่อาการทั่วไปเริ่มดีขึ้น เธอบอกกับพี่สาวและหมอว่าเธอปวดหัวมาก เหมือนกับว่ามันจะระเบิดออกมาแล้วในค่ำนั้นเธอก็สลบและหลับไปจนถึงตอนนี้ ก่อนหน้าที่เธอจะอาการทรุดหนักเธอขอให้พี่สาวชงกาแฟให้เธอทุกวัน เธอไม่สามารถดื่มกาแฟได้ จึงให้พี่สาววางไว้ที่โต๊ะใกล้หัวเตียง กลิ่นจากแก้วกาแฟทำให้เธอสบายใจและมีความสุข

11.

มีเพียงความเงียบที่มอบแด่คุณ ฉันมองเห็นคุณแต่ไม่อาจสัมผัสได้ยินเสียงคุณแต่ไม่อาจพูดคุย ยืนอยู่เคียงข้างแต่คุณไม่อาจมองเห็น มันทรมานยิ่งกว่าการไม่พบเจอกันเสียอีกและฉันก็อ่อนแอเกินกว่าจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใด ฉันพยายามแล้ว ฉันพยายามที่จะกลับไปฉันคิดถึงกลิ่นกาแฟของคุณเหลือเกิน

12.

เขาทรุดตัวลงนั่งที่ข้างเตียงสัมผัสมือเธอแผ่วเบา เหม่อมองเธอเนิ่นนานจากตรงนั้น ภาพช่วงเวลาที่เขาและเธออยู่ด้วยในกันในห้องกาแฟ ทำให้เขาเผลอยิ้มออกมา ช่วงเวลาเปี่ยมสุข เขานึกถึงบทสนทนาสั้นๆ ในแต่ละเช้า ซึ่งเขาจดจำได้ทั้งหมด เขาหลงรักเธอตั้งแต่วันที่เขาได้สัมผัสรอยริมฝีปากของเธอบนแก้วกาแฟของเขา สัญญาณชีพส่งเสียงเป็นจังหวะผ่านอุปกรณ์อิเลคทรอนิก คลื่นชีวิตเต้นขึ้นและลงแผ่วช้า เธอยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงเขาลุกจากเก้าอี้ โน้มตัวลงใกล้ใบหน้าของเธอ และกระซิบข้างหูว่า ผมคิดถึงกลิ่นกาแฟของคุณเหลือเกินคิดถึงบทสนทนากับคุณ คิดถึงการเริ่มงานในทุกเช้าด้วยรอยยิ้มของคุณ ได้โปรดรีบกลับมาเถอะคุณสัญญากับผมในอีเมลล์ฉบับนั้นแล้วว่าจะรีบกลับมาจิบกาแฟกับผม และผมจะรอผมสัญญาว่าผมจะรอคุณ

                เขาเดินไปที่โต๊ะข้างตู้เย็นหยิบแก้วกาแฟออกมาจากกระเป๋าสองใบ เทผงกาแฟสำเร็จรูปที่เขาตักใส่ถุงพลาสติกเล็กติดมาจากที่ทำงานกดน้ำจากกระติ๊กน้ำร้อน ใช้ช้อนเล็กหมุนวนน้ำในแก้วช้าๆกลิ่นหอมของกาแฟที่คุ้นเคยลอยฟุ้งไปทั่วห้อง. 




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2556
2 comments
Last Update : 3 ตุลาคม 2556 16:21:00 น.
Counter : 805 Pageviews.

 

ผลงานของคุณมักจะพูดถึงกาแฟจนฉันจะติดกาแฟพอๆกับการติดใจตัวหนังสือของคุณ



 

โดย: คนทำผิด IP: 49.230.100.67 15 มีนาคม 2557 14:03:17 น.  

 

@คุณคนทำผิด ขอบคุณมากนะครับ ฝากติดตามกันไปเรื่อยๆ นะ
ตอนนี้ผมทำเพจที่เฟสบุ๊คด้วยชื่อว่า "เปลี่ยนปก" ตามไปอ่านที่นั่นก็ได้ครับ

 

โดย: i.am.Victor 20 มีนาคม 2557 15:15:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


i.am.Victor
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]





รักเร้นเร้นลับโลกคู่ขนาน
บันทึกแห่งนกไขลานหวามหวั่นไหว
แกะรอยหาแกะดาวคืนฝนปราย
ด้วยรักใจสลายแดนสนธยา




#สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของบทความภายในบล็อคนี้
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน#




"Pain is inevitable, Suffering is optional"
Haruki Murakami
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add i.am.Victor's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.