กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
25
26
27
28
29
31
 
 
23 กรกฏาคม 2554
All Blog
กลับมาแล้วค่า
ห่างหายไปนานมาก เนื่องจากติดภาระการเรียนที่หนักหนาสาหัส ถึงขั้นว่า หยิบคอมมาทำงาน ก็ห้ามเปิดเน็ต ห้ามเปิดเฟซบุค ทวิตเตอร์

ประมาณ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการฝึกปฏิบัติวิชาการบริหารจัดการทางการพยาบาล ต้องขึ้นฝึกในฐานะหัวหน้าทีม ซึ่งค่อนข้างหนักและกดดันมาก งานไม่หนัก แต่กดดัน สภาพร่างกายก่อนขึ้นวอร์ด ต้องพร้อม 100% ห้ามป่วย ห้ามลา ห้ามตาย (ไม่อยากมาขึ้นเสริมทีหลัง) ดังนั้น ห้ามขาด !!!

สัปดาห์แรก ขึ้นฝึก รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอากาศธาตุ หรือบางที ก็เหมือนตัวออะไรสักอย่างไปเกะกะเขา พอจะไปทำงานทั่วไป พี่ก็บอกว่า ไปหาพี่ๆทางนู้น ไปฝึกบริหารนู่น พอจะไปของานทำ พี่เขาก็ยุ่งๆซะจนไม่ว่างจะเรียกเราไปทำ เพราะเรายังทำไม่เป็น งานก็รีบ พี่จึงไม่ได้ให้ทำอะไรมาก แต่วันพฤหัส-ศุกร์ พี่ก็เริ่มให้เราทำงานมากขึ้น แต่เราก็ยังทำผิดๆพลาดๆตลอด

สัปดาห์ที่ 2 ขึ้นเช้า 1 วัน ก็ได้ทำงานเต็มที่ เนื่องจากพี่ใจดี ไว้ใจเรา (?) แต่ก็ทำงานได้ไม่ดีเท่าไหร่ อีก 3 วัน ขึ้นเวรดึก ก็ดีนะ ไม่ต้องตื่นเช้า แต่จะไปเบลอเอาช่วง 6 โมงนี่สิ ขนาดบวก ลบ เลขยังไม่ถูกเลย จะทำอะไรก็งงๆ เบลอไปหมด แต่ก็ผ่านมันไปได้

สัปดาห์ที่ 3 นี่แหละน่ากลัว วันแรกขึ้นเช้า 3 วันต่อมาขึ้นบ่าย โอ้ พระเจ้า งานเยอะ แถมรีบอีกด้วย ได้ทำบ้าง ไม่ได้ทำบ้าง ตามความเหมาะสม แต่ก็นะ เครียดสุดๆจริงๆ แถมสองวันสุดท้าย ยังได้อยู่กับพี่ที่แบบว่าค่อนข้างจะต้องการความเร็ว และความถูกต้อง (แต่เราไม่มีความเร็วเลย เพราะมัวแต่จะถูกต้อง ก็เลยโดนบ้างอะไรบ้าง ว่ากันไป แต่ก็ไม่เยอะอ่ะ) เครียดมาก เพราะเหมือนพี่จะคาดหวังไว้สูง ว่าสอนไปแล้ว เราน่าจะทำได้ (หรอ?) พอทำไม่ได้อย่างที่พี่หวัง ก็เริ่มหงุดหงิดสิคะ แหมๆ งานก็เยอะ แถมต้องมาดูแลเด็กที่ทำอะไรไม่ได้เล้ย มันก็หงุดหงิดเป็นธรรมดา แต่ก็อยากบอกพี่ว่า หนูก็เครียดเหมือนกัน ที่หนูทำอะไรไม่ได้เลย จบเวรบ่ายอย่างโล่งอก

หยุดยาว 4 วัน ตอนแรกกะว่าจะกลับบ้าน ไปพักผ่อน แต่นับเวลาที่จะได้อยู่บ้านแล้ว จะได้อยู่บ้านแค่ 2 วัน ก็เลยไม่กลับ เพราะนั่งรถก็ทั้งวันแล้ว เหนื่อยกว่าเดิม ก็เลยตัดสินใจไปหาพี่สาวที่ลาดกระบังแทน นั่งรถ 4 ต่อ ออกจากหอไปหน้าปากซอยโดยรถสองแถว ไปอนุสาวรีย์ ต่อรถตู้ไปสุวรรณภูมิ ต่อรถออกมาที่ลาดกระบัง โอ้ เหนื่อยดี แต่รวมๆ ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ ไปนอนเล่นที่บ้านพี่สาวน 3 วัน สบายใจขึ้นเยอะ ไม่ต้องนั่งฟังละครคู่กรรมที่หอ ไม่ต้องหงุดหงิดกับคุณเมททั้งสอง ลั้ลลา

เหลือสัปดาห์สุดท้าย เวรเช้าทั้งสัปดาห์ ไม่กลัวอะไรแล้ว ไม่รู้ล่ะ จะด่าจะว่าอะไรก็ช่าง ไม่สนแล้ว แต่ก็โดนเล็กๆน้อยๆ เรื่องที่ว่า สัปดาห์สุดท้ายแล้วยังทำงานช้าอยู่ แต่ก็ไม่รู้ล่ะ รีบเก็บประสบการณ์ให้ครบๆก็พอละ และแล้ว วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่รอคอย วันที่จบวิชานี้ โอ้ เลือดตาแทบกระเด็น

หวังว่าต่อจากนี้จะพอได้เข้ามาเล่นบ่อยๆละะ คิดว่างั้นนะ แหะๆ



Create Date : 23 กรกฎาคม 2554
Last Update : 23 กรกฎาคม 2554 0:04:27 น.
Counter : 353 Pageviews.

8 comments
  
เท่าที่อ่านดูเรียนหนักพอตัวเลยน่ะเนี๊ย แต่ก็เอาเถอะเพื่ออนาคตครับ สู้ตาย
โดย: Don't try this at home. วันที่: 23 กรกฎาคม 2554 เวลา:0:34:41 น.
  
ดีใจด้วยนะคะที่ผ่านความเครียดมาได้แล้ว ทำงานสายนี้ก็เป็นแบบนี้แล่ะค่ะ สมัยที่เพื่อนแน๋วขึ้นวอร์ดใหม่ๆก็บ่นแบบนี้ทุกวันเลยค่ะ พอจบไปแล้วไปทำงานที่รพ.ก็ยังไม่พ้นปัญหาอีกค่ะ

แล้วก็มีเพื่อนอีกคนไปใช้หนี้ที่รพ.ชุมชนตจว. โดนญาติคนไข้กระชากคอเสื้อ แถมวันต่อมายังกลุ่มชายหลายคนมาถามหาถึงที่รพ.อีก ประมาณว่าเค้าจ้างมารุมตื้บน่ะค่ะ แหะๆ

ทำงานกับคน นอกจากเพื่อนร่วมงานแล้วไหนจะญาติคนไข้อีก สารพัดปัญหาค่ะ ต้องทำใจยอมรับสภาพจริงๆ เพราะเลือกเดินมาเส้นทางสายนี้แล้ว ต้องเสียสละและอดทนให้มากๆจริงๆค่ะ (เพื่อนแน๋วไมไ่ด้เป็นพยาบาลนะคะ เป็นหมอค่ะ แต่เห็นว่าสายอาชีพเดียวกันก็เลยเล่าสู่กันฟังน่ะค่ะ อิอิ)
โดย: ตะแน๋วกิ๋วกิ้ว วันที่: 23 กรกฎาคม 2554 เวลา:10:04:22 น.
  
เอ่อ..พิมพ์ผิดนะคะ ต้องเป็น"ใช้ทุน" แต่ดันพิมพ์เป็น"ใช้หนี้" เวลาคุยกับเพื่อนจะเรียกว่าใช้หนี้น่ะค่ะ แหะๆ
โดย: ตะแน๋วกิ๋วกิ้ว วันที่: 23 กรกฎาคม 2554 เวลา:10:05:46 น.
  
จะเล่าแล้วกันนะคะ คือวันนั้นเพื่อนอยู่เวรดึกค่ะ เป็นวอร์ดฉุกเฉิน แล้วพึ่งปั๊มหัวใจคนไข้คนนึงมาสดๆร้อนๆ ยังไม่ทันอะไรเลย ไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำ ก็มีแม่เด็กคนนึงอุ้มลูกมา เพื่อนก็ตรวจวินิจฉัยดูให้แล้วว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่ฟกช้ำดำเขียว ไม่มีส่วนไหนหัก แต่เด็กร้องไม่หยุดเลยค่ะ เพื่อนก็เลยผละไปดูคนไข้ที่อาการหนักกว่าอีกคนนึงก่อน


แม่เด็กก็ไม่ยอมค่ะ จะให้เพื่อนแน๋วดูลูกเค้าท่าเดียว ก็ยื้อยุดฉุดกระชากเพื่อนแน๋ว แล้วจู่ๆเค้าก็กระชากคอเสื้อเพื่อนแน๋วค่ะ เพื่อนแน๋วก็เลยโมโหตะคอกกลับไปว่า...."คุณช่วยแหกตาดูมั่งนะ ว่าคนไข้คนอื่นที่เค้าโคม่ากว่าลูกคุณน่ะมีกี่คน" ประมาณนี้นะคะ จำประโยคได้ไม่เป๊ะเท่าไหร่นะคะ


แม่เด็กก็แบบว่าไม่ยอมน่ะค่ะ บอกว่าจะฟ้องเพื่อนแน๋ว เพื่อนแน๋วก็ของขึ้นกว่าเดิมเลยทีนี้ แล่้วเพื่อนก็ชี้ไปที่ป้ายชื่ตรงหน้าอกเลยว่า "เชิญฟ้องตามสบาย นี่ชื่อผม จำไว้ให้ดีแล้วกัน"


คือเพื่อนแน๋วอ่ะเค้าตรวจดูเบื้องต้นแล้วไงคะว่าเด็กไม่เป็นอะไรมากจริงๆ คือเด็กเค้าตกต้นไม้มาน่ะค่ะ เพื่อนบอกว่าเค้าไม่เคยละเลยหน้าที่นะ เค้าตรวจตามลักษณะอาการ คนที่อาการหนักต้องมาก่อน แล้วเค้าพึ่งจะช่วยชีวิตคนนึงมาเอง ยังไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำ ยังไม่ทันจะหายเหนื่อยเลย พอมาเจอแบบนี้ก็เลยโมโหตะคอกกลับไปน่ะค่ะ


เรื่องยังไม่จบแค่นั้น พอเช้าวันต่อมา โชคดีมากที่วันนั้นเพื่อนขายเวรทิ้งเพราะรู้สึกไม่ดีตั้งแต่เมื่อคืนที่มีเรื่อง ก็เลยอยู่คุยเอ็มกับแน๋ว ตอนที่คุยๆกันอยู่ เพื่อนบอกว่ามีสายเข้าไปรับโทรศัพท์แป๊บ


พอกลับมาเครียดหนักกว่าเดิมเลย บอกว่า ทางรพ.โทรมา บอกว่ามีคนมาถามหาเพื่อนแน๋ว ไม่ได้มาคนเดียวด้วย มาเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณซัก 5 - 10 คนได้มั้งคะ ไม่เกินนี้ เอาล่ะสิ มองได้อย่างเดียวเลย เค้าจ้างคนมาุรุมตื้บเพื่อนแน๋วแน่ๆ 5555+


แน๋วก็เลยบอกให้เพื่อนไปแจ้งความไว้ซะ อย่างน้อยๆมีอะไรก็จะได้มีบันทึกแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน แล้วก็เวลาไปไหนมาไหนอย่าไปคนเดียวให้หาเพื่อนไปด้วย อะไรประมาณนี้น่ค่ะ กลัวเค้าจะดักซุ่มยิงเอา เหอะๆ


เพื่อนพูดมาประโยคนึงบอกว่า....." ถ้ามันอยากจะยิงก็ให้มันยิงมาเลย มันจะได้รู้ ระหว่างเรา....คนที่สองมือนี้ช่วยชีวิตคนมาตลอดไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยชีวิตแล้ว กับแม่ที่งี่เง่ารักลูกไม่ดูตาม้าตาเรือ ใครมันหนักแผ่นดินกว่ากัน "


อ่อ...เรื่องนี้ไม่ใช่รพ.ในกทม.นะคะ เป็นเรื่องที่รพ.ชุมชนที่ตจว.ทางใต้น่ะค่ะ ขอไม่บอกชื่อรพ.นะคะ แหะๆ ตอนนี้เพื่อนไม่ได้ทำที่นั่นแล้วค่ะ ตอนนี้มาเรียนต่อสกินที่กทม.


ทำงานบริการต้อทำด้วยใจจริงๆค่ะ ถ้าไม่ใช้ใจก็อยู่ไม่ได้ เพื่อนแน๋วก็ทำท่าจะลาออกหลายรอบแล้ว ต้องตะล่อมอยู่นานแน่ะค่ะ


คือเพื่อนแน๋วน่ะเวลาทำงานเค้าทำเต็มที่ค่ะ มีอยู่วันนึงมีลูกชาวพม่ามารักษาที่รพ. แล้วเสียชีวิต เพื่อนบอกอยากจะร้องไห้เพราะเสียใจที่ช่วยชีวิตเด็กไว้ไม่ได้ เด็กกำลังน่ารักเลย กำลังกลิ้งเกลือก


แน๋วก็ไ้ด้แต่ปลอบใจไปว่า " ยัีงไม่ชินอีกเหรอ ช่วยคนรักษาคนน่ะได้ แต่อย่าเอาใจไปผูกไว้ทั้งหมด งี๊ก็ต้องเฟลทุกครั้งเลยดิ ถ้าหมอเป็นงี๊แล้วคนไข้จะเหลือเหรอ เราต้องเข้มแข็งกว่าเค้าดิ ถ้าเราทำเต็มที่สุดฝีมือแล้วมันได้แค่นี้ก็คือแค่นี้ ถือเราทำดีที่สุดแล้ว" เล่นเอาแน๋วเหนื่อยเลยค่ะ - -"


เพื่อนที่เป็นหมออีกคนก็มาแนวนี้เลยค่ะ แน๋วก็เลยพูดแหย่ไปขำๆว่า เวลาเราป่วยเราไปหาหมอ แล้วถ้าหมอป่วยใครจะรักษาหมอเหรอ เพื่อนบอก รักษาตัวเองมั้ง แน๋วก็เลยตอบกลับไปว่า แน่ใจเหรอว่าจะรักษาตัวเองได้ ดูดิ๊ แค่นี้ยังทำท่าจะเป็นจะตายเอาเลย 5555+



พิมพ์ไปพิมพ์มาเรื่องชักยาว จบแค่นี้ดีกว่า เดี๋ยวจะพลอยเบื่ออ่านซะเปล่าๆ อิอิ


ดึกแล้วพักผ่อนเยอะๆนะคะ ฝันดีค่าาา
โดย: ตะแน๋วกิ๋วกิ้ว วันที่: 23 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:09:13 น.
  
ตะโกนดังๆใส่ตัวเองหน้ากระจกครับ สู้ตายยยยยยย
โดย: Don't try this at home. วันที่: 23 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:11:03 น.
  
สวัสดีเช้าวันใหม่ค่ะ อิอิ ทานอะไรหรืิอยังคะ ทานผัดมะเขือยาวด้วยกันมั้ยคะ

โดย: ตะแน๋วกิ๋วกิ้ว วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:8:56:15 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลยค่า เรื่องล่าสุดที่ดูคือทรานส์ฟอเมอร์กะแฮร์รี่ค่ะ อิอิ

ยังมีรูปมายั่วต่ออีกค่ะ พึ่งทำทานเมื่อเย็นนี้เอง เป็นผัดกะเพรากระเพาะปลาค่ะ อิอิ

โดย: ตะแน๋วกิ๋วกิ้ว วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:51:11 น.
  
เป็นกำลังใจให้เช่นกันน๊าา สู้ๆ ค่ะ
คควมอดทน จะทำห้เราแกร่งขึ้น
โดย: เจ้าหญิง..เท้าเปล่า วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:44:25 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Muzume
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



I'm a Pediatric Nurse, working at Siriraj Hospital.

เป็นคุณพยาบาลตัวเล็กๆ ดูแลเด็กโต(ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กชาย)ที่ป่วยทุกโรคค่ะ