เด็ก การเดินทาง และสนามฟุตบอล
Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
30 เมษายน 2552
 
All Blogs
 

มีเพียงน้ำกับฟ้า และมนุษย์หน้าเดิมๆ 24 คน

กว่า 20 วันแล้ว ที่ผมยังมองไม่เห็นฝั่ง
นานครั้งจึงจะเห็นเรือแล่นสวนทางมาสักลำ
พอให้อุ่นใจว่าเราไม่ใช่สิ่งมีชีวิต 2 ขา
กลางมหาสมุทรอินเดียเพียงพวกเดียว
ระหว่างนี้ผมก็เรียนรู้กรรมวิธีต้ม ผัด แกง ทอด หั่น ซอย สับ
สารพัดเมนูจากพ่อครัวมือหนึ่งประจำเรือ
ฝีมือทำครัวของผมรุดหน้าไปมากจากเดิมทำเป็นแค่ไข่เจียวกับไข่ดาว
หลังคลุกคลีกับการทำอาหารวันละ 3 เวลาเพียงไม่นาน เมนูไม่ง่าย
(สำหรับผู้ชายที่ไม่เคยเข้าครัว)
อย่างแกงส้ม, แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลา, ต้มฟักซี่โครงไก่,
ต้มโคล้งกระดูกหมู, จับฉ่าย, ส้มตำปลาร้า, น้ำพริกกะปิ,
เต้าเจี้ยวหลน ฯลฯ ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมอีกต่อไป

หากรู้สึกเอียนกลิ่นน้ำมัน เลี่ยนกลิ่นน้ำปลา
ช่วงพักงานครัวผมจะแวะขึ้นไปเสนอหน้าบนสะพานเดินเรือ
บางทีก็ลงไปอบไอร้อนในห้องเครื่องจักรดูลูกเรือคนอื่น
เหงื่อแตกพลั่ก เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานที่เข้าท่าไม่น้อย

เรือกำลังมุ่งหน้าสู่ทวีปแอฟริกา จุดหมายของเราคือ 'เดอร์บัน'
เมืองท่าชายฝั่งตะวันออกของแอฟริกาใต้
แวะเข้าไปเพื่อเติมพลังให้ทั้งคนทั้งเรือ
รับน้ำมันเชื้อเพลิงและเสบียงอาหาร ภายในระยะเวลานานถึง 1 วันไม่เต็ม (12 ชั่วโมง) หลังจากรอนแรมกลางทะเลมาเกือบเดือน
ก่อนจะตะลอนต่อไปยังบราซิล

ยิ่งเรือตรงดิ่งลงทางใต้
ผมยิ่งต้องออกแรงต้านอาการเอียงซ้ายเอียงขวามากขึ้น
ทั้งที่อากาศด้านนอกดูสดใส ไม่มีวี่แววของพายุ
ถามนายวิทยุผู้ดูแลข่าวสารภูมิอากาศโดยเฉพาะก็บอก
“ทุกอย่างเป็นปกติ”

หรือจะมีแค่ผมกระมังกำลังผิดปกติ?

ไม่น่าใช่ เพราะผมก็เห็นใครๆ เดินเซไปเซมาเหมือนกัน
แล้วอะไรคือต้นเหตุ?

“มองดูทะเลดีๆ เดี๋ยวก็รู้”
เสียงคุ้นหูลอยลงมาจากสะพานเดินเรือ
ไม่ใช่ใครที่ไหน ต้นเรือเจ้าเก่ายืนยิ้มผมยุ่ง
อยู่ทางปีกซ้ายของหอบังคับการ

ผมลองมองอย่างที่ต้นเรือว่าสักพัก
เห็นผิวน้ำเว้าลงไปไม่ลึก แต่กินวงกว้างกว่าคลื่นปกติหลายเท่า
กำลังทยอยเคลื่อนตัวต่อเนื่องกันในจังหวะสโลว์โมชั่น
หากมองเผินๆ จะเห็นเพียง “ทะเลเรียบกับมีคลื่นเล็กน้อย”
ตามสำนวนผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศในทีวี

เนื่องจากคลื่นประเภทนี้ ได้รับการอบรมมาอย่างดีจากธรรมชาติ
สามารถเก็บอาการได้ดีกว่าคลื่นกระทบฝั่ง
ที่โถมกระแทกอย่างไม่บันยะบันยัง แสดงอาการเกรี้ยวกราดชัดเจน
เราจึงเรียกคลื่นมีมารยาทนี้ว่า คลื่นใต้น้ำ เพราะ...
ไม่เกรี้ยวกราด แต่ดุดัน
ไม่กระแทกกระทั่น แต่ทำให้หวั่นไหว
ไม่ดูสับสนวุ่นวาย แต่ทำให้กังวลใจ ป่วนปั่น

ใครหนอ ช่างเปรียบเปรยนำคำนี้ไปใช้กับบางสภาพสังคม
ของคนบนบกได้ถึงใจดีแท้ และแม้จะมีเวลาแค่ 12 ชั่วโมง
ในการเทียบท่าที่นี่ ก็ยังนับว่าดีกว่าเห็นตัวเองต้องส่ายไปส่ายมา
ตลอดเวลาเพราะคลื่นใต้น้ำ

หลังเรือเข้าเทียบท่าได้ไม่นาน แต่ละแผนกต่างรีบทำหน้าที่
ของตนเองอย่างแข็งขัน เพื่อแข่งกับเวลาอันจำกัด

ปากเรือง่วนอยู่กับการรับน้ำจืด
ห้องเครื่องวุ่นกับการเปลี่ยนท่อระโยงระยางรับน้ำมัน
กัปตันและต้นเรือยุ่งงานเคลียร์เอกสารต่างๆ กับศุลกากร
ส่วนผมกับกุ๊กรับหน้าที่สั่งรายการเสบียงอาหารกับ Merchant Ship
หรือ พ่อค้าคนกลางในท่าเรือ
ที่มาในชุดสีสดแสบตาตัดกับผิวสีเข้มเด่นชัด
และลีลาท่าทางเหมือนเราสนิทกันมานาน

ปกติหน้าที่นี้เป็นของต้นเรือกับกุ๊ก
แต่เมื่อต้นเรือเห็นผมใช้ภาษาสากลได้ (ในระดับกระท่อนกระแท่น)
จึงมอบหมายงานนี้ให้แทน เนื่องจากกุ๊กพูดได้เพียงภาษาแม่
ส่วนภาษาอื่นไม่กระดิกแม้ปลายลิ้น

กุ๊กบอกชื่ออาหารและจำนวนที่ต้องการออกมา
ส่งต่อให้ผมแปลเป็นภาษาที่พี่ผิวนิลเข้าใจ ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้
เครื่องปรุง เครื่องเทศสารพัน จนมาถึงเมนูปัญหา

ปลาร้า!

ผมนึกคำนี้เป็นภาษาอังกฤษไม่ออก

“ยู มีปลาหมักไหม?”
ผมถามเป็นภาษาอังกฤษออกไปทำนองนั้น

พี่ผิวนิลเข้าใจว่า เป็นน้ำปลาชนิดหนึ่ง “Fish sauce?”

“โน” ผมส่ายหน้า

“Fills in Papaya Pok-pok, its a great Thai food”
ผมพูดทั้งที่ผิดไวยากรณ์ แต่หวังว่าพ่อค้าหน้าเป็นคนนี้จะเข้าใจ

ดูเหมือนการสื่อสารของผมจะยิ่งทำให้มีเครื่องหมายคำถาม
วิ่งวนบนหัวพี่ผิวนิลมากขึ้น

ผ่านไปอีกหลายประโยคจนกุ๊กชักรำคาญ

“ปลาร้า ปลาร้า ปลาร้าน่ะมีมั้ย” กุ๊กพูดไปหัวเราะไป

“PLA - RA” ชาวแอฟริกันตรงหน้าผมทวนคำ

“Yeh!, PLA - RA” ผมย้ำอีกทีให้พี่เขามั่นใจ

และเพราะคำนี้ของกุ๊ก จึงทำให้ทุกคนยังได้ลิ้มชิมส้มตำรสแซ่บกันต่อไป

หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย พี่ผิวนิลยังเล่าให้ฟังอีกว่า
ต้มยำกุ้ง กับ ผัดไทย ก็เป็นอีกคำที่เขาคุ้นเคยดี
เนื่องจากที่แอฟริกาใต้อาหารไทยได้รับความนิยมมาก
เพราะรสชาติจัดจ้านถูกปากคนที่นี่
แต่ละปีมีเครื่องแกงนำเข้าจากประเทศไทยหลายตู้คอนเทนเนอร์
ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั้ง เดอร์บัน
เคปทาวน์ และโจฮันเนสเบิร์กกว่า 60 ร้าน
ยืนยันจากกลิ่นปลาร้าที่โชยมา
ไม่รู้ว่าจากตัวผมหรือของพี่ผิวนิล
สงสัยคงได้เวลาตามกลิ่นกันอีกแล้ว...




 

Create Date : 30 เมษายน 2552
1 comments
Last Update : 30 เมษายน 2552 17:27:34 น.
Counter : 313 Pageviews.

 

อย่างหนึ่งที่เห็นได้คือ คุณได้ปลดตัวเองจากคำว่าตัวกู อย่างแท้จริง เรียนรู้และสนุกกับงาน ทั้งยังได้ผจญภัย แสดงถึงความ มั่นใจในตัวเองเต็มที่

 

โดย: wngwbnsn IP: 61.7.186.95 2 พฤษภาคม 2552 17:59:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


มาเดะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มาเดะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.