เด็ก การเดินทาง และสนามฟุตบอล
Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
30 เมษายน 2552
 
All Blogs
 

มะละกา มาละเหวย

-1-
เรือลำนี้มีปืน!
ไม่ใช่เพื่อยิงใคร แต่มีไว้ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ

สายดับเพลิงความยาวหลายสิบเมตร จำนวน 6 เส้น
ถูกติดตั้งทางท้ายเรือและกราบเรือทั้ง 2 ข้าง
น้าสรั่งทำหน้าที่ผูกพวกมันติดกับราวลูกกรงเหล็กบริเวณนั้น
อย่างแน่นหนา หันปลายสายด้านหนึ่งออกนอกตัวเรือ
ส่วนอีกปลายลากยาวมาต่อกับท่อเหล็กส่งน้ำทางท้ายเรือ
ที่อยู่ใกล้แต่ละสายมากที่สุด
เพื่อเตรียมพร้อมปฏิบัติภาระกิจสำคัญ
แม้ตอนนี้ยังไม่มีน้ำสักหยดพ่นออกมา

‘เอามาทำอะไร?’
ไม่เห็นมีไฟไหม้ที่ไหนสักหน่อย

ผมเดินตามความสงสัย
หาเรื่องขึ้นไปทำความสะอาดบนสะพานเดินเรือ
ในระดับความสูงเมื่อวัดจากอาการเหนื่อยหอบเท่ากับ 6 ชั้นพอดี
ผมทำทีเช็ดนั่นเช็ดนี่ไปเรื่อย เพราะอยากเห็นวิวมุมสูงดูบ้าง
บนนี้ผมเห็นท้องฟ้าบรรจบกับน้ำทะเลสวยแปลกตา
และได้อารมณ์กว่าภาพในโปสการ์ดทุกใบที่เคยดู

สีส้มเรื่อของหมู่เมฆตัดกับสีน้ำเงินเข้มของผืนน้ำ
แสงอุ่นจากดวงอาทิตย์สะท้อนประกายระยิบระยับบนยอดคลื่น
ส่งสัญญาณถึงดวงจันทร์ให้เตรียมตื่นขึ้นมาทำหน้าที่แทน

ผมเดินออกไปยืนรับลมทางปีกขวาของสะพานเดินเรือ
กางแขนเลียนแบบ แจ็คกับโรส ในหนังเรื่องไททานิก
ไม่เห็นได้บรรยากาศโรแมนติก
ได้แต่ความสดชื่นบริสุทธิ์ของลมธรรมชาติ
แล้วเดินกลับเข้ามาในห้องที่มีกระจกใสยาวเป็นแผงด้านหน้า
มีจอเรดาร์หาตำบลที่เรือด้วยระบบดาวเทียมจีพีเอสอยู่มุมขวาของห้อง
ถัดเข้ามาเป็นเครื่องวัดอาการโคลงของเรือ และเครื่องวัดรอบความเร็ว

“นี่เค้าเรียกว่า พังงา” ต้นเรือที่เป็นนายยามกะนี้
ชี้ให้ผมดูอุปกรณ์หน้าตาเหมือนพวงมาลัยรถ

ด้านหน้าพังงามีเข็มทิศไยโร เป็นเหมือนแผงหน้าปัดนาฬิกา
ทรงกลมขนาดใหญ่กว่าแผ่นซีดีเล็กน้อย
มีค่าตัวเลขเริ่มจาก 0 ถึง 360 องศา
ใช้กำหนดทิศทางของเรือให้มุ่งไปตามเข็มองศาที่ตั้งไว้
สามารถทำงานได้ทั้งระบบอัตโนมัติและบังคับด้วยมือ

“ส่วนอันนี้เรียกว่า ‘เทเลกราฟ’
ใช้บังคับให้เรือเดินหน้าถอยหลังด้วยระดับความเร็วต่างๆ”
ผมมองไปที่กล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ยาวค่อนศอก มีคันโยกอยู่ตรงกลาง
ด้านหลังของผมเป็นโต๊ะแผ่นที่เดินเรือขนาดใหญ่
ใช้หาตำบลที่เรือด้วยมือ โดยอาศัยเส้นละติจูด - ลองจิจูด

ใกล้ๆ กันนั้นมีเครื่องแฟกซ์พิมพ์ข่าวภูมิอากาศออกมาเป็นระยะๆ
อยู่ติดกับเครื่องหาระดับความลึกของร่องน้ำ

“ไม่เกิน 2 ทุ่มคืนนี้ เราจะเข้าช่องแคบมะละกา”
ต้นเรือบอกผม พลางหยิบกล้องส่องทางไกล
หันไปยังเรือ 2 ลำ ที่เพิ่งโผล่ขึ้นทางขอบฟ้าด้านซ้าย

“เรือเริ่มเยอะแล้วนะครับ” ผมชวนต้นเรือคุยต่อ

“ใช่!... เรือเยอะ โจรก็เยอะ”
ต้นเรือพูดโดยยังไม่ละสายตาจากกล้องส่องทางไกล

-2-
ช่องแคบมะละกา เมื่อหันหน้าตามทิศของเรือที่กำลังแล่นไป
ซ้ายมือของผมคือ เกาะสุมาตรา
เกาะใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย ส่วนด้านขวาเป็น
คาบสมุทรมาเลย์ ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหลมมลายู

ไม่น่าแปลกใจ หากย่านนี้จะชุกชุมไปด้วยโจรสลัด
เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดสายหนึ่งของโลก
ระยะทางราว 800 กิโลเมตร เชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดีย
และทะเลจีนใต้เข้าด้วยกัน มีเรือพาณิชย์แล่นผ่านกว่า
50,000 ลำต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 900 ลำ
คิดเป็นมูลค่ามหาศาล ทั้งยังมีเกาะแก่งมากมาย
ง่ายต่อการกบดาน
กิตติศัพท์ด้านมืดของช่องแคบนี้
จึงเป็นที่รู้กันดีของนักเดินเรือทั่วไป
ตั้งแต่การปล้นสินค้าและทรัพย์สินบนเรือ
จับลูกเรือเรียกค่าไถ่ โจรกรรมเรือทั้งลำ
ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี-ยาเสพติด
กระทั่งแอบขึ้นเรือขโมยของมีค่า
แต่ละปีมีเรือเดินสมุทรเคราะห์ร้ายนับร้อยลำ
แม้ปัจจุบันจะมีการส่งหน่วยทหารเรือติดอาวุธ
โดยความร่วมมือระหว่างประเทศของไทย มาเลเซีย
อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ออกลาดตระเวนทางทะเล
อย่างเข้มงวดมากขึ้นก็ตาม

-3-
ชายร่างสูงใหญ่ ท่าทางดุดันมีผ้าดำคาดปิดตาข้างหนึ่ง
ระเบิดเสียงหัวเราะน่าเกรงขาม กำลังกวัดแกว่งดาบใบกว้างไปมา
ด้วยมือข้างที่ไม่มีตะขอเหล็ก
นกแก้วตัวใหญ่เกาะบนบ่าขวาของเขา
ส่งเสียงร้องแหลมเล็กอย่างดุร้าย
แข่งกับเสียงหัวเราะของผู้เป็นนายมัน
บนเรือใบชักธงกะโหลกไขว้ลำมหึมา
ภาพกัปตันฮุกจอมสลัด ปรากฏชัดในจินตนาการของผม

“เดี๋ยวนี้โจรสลัด เปลี่ยนมาใช้เรือเร็วกับปืนกลกันหมดแล้ว”
ต้นเรือพูดกลั้วหัวเราะ

“แบบนี้ถ้าเจอจริงๆ เราก็แย่สิครับ” ผมชักหวั่นๆ

“มันก็มีวิธีป้องกันอยู่บ้าง”

“อย่างน้อยก็ช่วยไม่ให้โจรขึ้นมาบนเรือได้ง่ายๆ”
ต้นเรืออธิบาย ขณะชวนผมเดินออกไปยังปีกซ้าย
ของสะพานเดินเรือ เพื่อมองลงไปยังด้านล่าง
ขณะนี้ผมเห็นสายดับเพลิงทุกเส้นทำหน้าที่
ฉีดอัดน้ำอย่างแรงออกนอกตัวเรือ

ต้นเรืออธิบายต่อว่า น้ำที่ฉีดอยู่นั้นก็คือ
น้ำทะเลจากการใช้เครื่องปั๊มสูบขึ้นมา
จึงไม่มีปัญหาการสิ้นเปลืองแต่อย่างใด
สายน้ำที่พุ่งเป็นลำ มองเผินๆ จึงเหมือนเรือกำลังฉีดน้ำ
เล่นสงกรานต์กับปลาทะเลอย่างสนุกสนาน
แต่ความจริงจุดประสงค์หลักของภาระกิจนี้
ก็เพื่อป้องกันโจรหรือหัวขโมย ที่มักนำเรือเร็ววิ่งเข้ามา
ขนาบข้างกราบเรือ หรือท้ายเรือในตอนกลางคืน
เพราะเป็นส่วนที่มีระดับความสูงไม่มากนัก
ง่ายต่อการปีนป่ายขึ้นมามากที่สุด
การตั้งจุดฉีดน้ำ ณ บริเวณดังกล่าว
จึงช่วยให้แขกผู้ไม่หวังดีทั้งหลาย
ไม่สามารถขึ้นเรือได้โดยสะดวก

-4-
สะพานเดินเรือมืดลง พร้อมกับการจากลาของดวงอาทิตย์
เส้นทางข้างหน้าเห็นเพียงสัญญาณไฟเขียวแดง
จากเรือที่วิ่งสวนมาไม่ขาดสาย
สิ่งน่ากลัวที่สุดยามนี้อาจไม่ใช่โจรสลัด
หากเป็นการบังคับทิศทางเรือไม่ให้ประสานงากับเพื่อนร่วมทาง
ผมจึงควรเดินวนกลับลงไปชั้นล่างได้แล้ว
เพื่อให้ต้นเรือมีสมาธิในการนำเรือมากที่สุด

หลังได้ข้อสรุปว่า ‘เรือลำนี้ก็มีปืนฉีดน้ำ’




 

Create Date : 30 เมษายน 2552
2 comments
Last Update : 30 เมษายน 2552 17:26:55 น.
Counter : 263 Pageviews.

 

ดีจังปืนฉีดน้ำไม่ได้ไว้เล่นสนุกอย่างเดียว ยังมีคนคิดอย่าง ชาญฉลาดให้ป้องกันโจรได้

 

โดย: wngwbnsn IP: 61.7.186.95 2 พฤษภาคม 2552 17:53:47 น.  

 

สนุกมากเเต่ไม่มีรูปภาพ

 

โดย: ป็อบ IP: 118.175.243.96 24 กรกฎาคม 2552 15:17:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


มาเดะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มาเดะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.