เด็ก การเดินทาง และสนามฟุตบอล
Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
30 เมษายน 2552
 
All Blogs
 

ผ่านช่องแคบมะละกา

‘ซู่ ซู่ ซู่’
เสียงฝูงคลื่นลูกแล้วลูกเล่าปะทะเข้าใส่
เรือเดินสมุทรที่วิ่งหน้าเป็นฉีกผิวน้ำเล่น
เห็นเป็นทางยาวคล้ายพรมสีขาวบนผิวน้ำด้านท้ายเรือ
ความใหญ่โตของบ้านลอยน้ำ
หลังนี้ทำให้การเดินทางฝ่าคลื่นลมกลางมหาสมุทร
ไม่ใช่เรื่องควรตกอกตกใจ หากไม่ใช่คลื่นลูกใหญ่จริงๆ
คนบนเรือก็แทบจับอาการโคลงเคลงของเรือไม่ได้

หลังจากเมื่อวาน พวกเราเดินทางถึงเรือในตอนบ่ายแก่ๆ
จากนั้นจึงแยกย้ายกันเข้าห้องพักของแต่ละคนในอาคารที่พัก
ด้านท้ายเรือ ซึ่งติดแอร์เย็นสบาย
แม้ไม่ฉ่ำใจเหมือนเดินช็อปปิ้งในห้างหรู
แต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับมนุษย์เหนือผิวมหาสมุทร
ที่ถูกแสงอาทิตย์แผดเผาตั้งแต่เช้ายันเย็นทุกวัน

หากไม่นับสะพานเดินเรือ ซึ่งเป็นหอบังคับการชั้นบนสุด
กัปตันจะพักอยู่ชั้น 5 ถัดลงมาชั้น 4 และ 3
เป็นที่ประจำการของเหล่าออฟฟิศเซอร์
ส่วนลูกเรือแผนกปากเรือ (ภาษาทางเรือ หมายถึง สรั่ง นายท้าย
และกะลาสี) และแผนกครัวมีห้องพักอยู่ชั้น 2

สำหรับชั้นแรกหรือดาดฟ้า
เป็นที่หลับนอนของลูกเรือแผนกห้องเครื่อง
งานประจำของพวกเขา ก็คือการปลุกปล้ำอยู่กับเครื่องจักร
ใต้ท้องเรือ ที่มีลักษณะเป็นโรงงานขนาดย่อมนับได้ 4 ชั้น
วนลงไปอีกจากชั้นดาดฟ้า
ภายในมีเครื่องยนต์และเครื่องจักรน้อยใหญ่
ต่อสายไฟระโยงระยางเต็มตลอดทางเดินแคบๆ
แม้ขณะนั้นเครื่องจักรใหญ่จะหยุดให้บริการ
เนื่องจากเรือจอดทิ้งสมออยู่ แต่เครื่องยนต์ตัวอื่นๆ
ก็ยังคงทำงานส่งเสียงดัง ‘ฮึ่ม ฮึ่ม ฮึ่ม’ สนั่นห้องเครื่องจักร

เพียงไม่กี่นาทีที่ผมเดินเข้าไปสำรวจในนั้น
เม็ดเหงื่อไม่จำกัดจำนวนก็เคลื่อนขบวนออกมาเป็น
มอยเจอร์ไรเซอร์ชะโลมผิวหนังจนชุ่มโชก
แต่เมื่อก้าวออกจากสถานกักกันความร้อนของชาวห้องเครื่องได้
ความเย็นสบายของเครื่องปรับอากาศก็กลับคืนมาอีกครั้ง

เช้ามืดนี้ผมกำลังยืนทำเสียง ‘ฉี่ ฉี่ ฉี่’
ซึ่งไม่ใช่กิริยาปลดทุกข์ออกจากตัว
แต่เป็นเสียงทอดไข่ดาวและไส้กรอก
อาหารเช้าประจำวันนี้สำหรับซีแมนทุกคน
มื้อแรกของวันและครั้งแรกในการทำหน้าที่ผู้ช่วยกุ๊กของผม
อยู่ที่ชั้นถัดลงมาจากดาดฟ้า 1 ชั้น
ในห้องครัวขนาดประมาณปลาวาฬแม่ลูกนอนเล่นได้
กับชายวัย 40 หย่อนๆ ร่างบึกมะขามข้อครึ่ง
พูดจาโผงผางแต่ไร้ท่าทางนักเลง
ทุกคนบนเรือเรียกแกว่า กุ๊ก
กุ๊กมีชื่อ-นามสกุลจริงเป็นของตัวเอง
แต่ทุกคนยังยินดีเรียกชื่อตำแหน่งงานของแกแทนชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้

เสียง ‘ฉี่’ เงียบไป นั่นหมายความว่า
อาหารเช้าพร้อมแล้ว ไส้กรอกไข่ดาว ขนมปัง น้ำสลัด
ถูกจัดวางตรงช่องหน้าต่างบานใหญ่ของห้องครัว
ที่เจาะทะลุโล่งสู่ห้องอาหารลูกเรือ

มีคนทยอยลงมารับประทานอาหารกันแล้ว
ก่อนจะเริ่มงานตอน 8 โมงเช้าของทุกวัน
ผมจึงผละจากงานในครัวขึ้นไปสู่ห้องอาหารออฟฟิศเซอร์ชั้นดาดฟ้า

‘กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง’ ผมกดกริ่งให้สัญญาณกุ๊กด้านล่าง
ส่งอาหารขึ้นมาทางลิฟท์ เพื่อจะนำไปเสิร์ฟเหล่าออฟฟิศเซอร์
ถ้าเป็นร้านอาหาร ลูกค้าของผมในแต่ละวันก็มีแค่ 10 ท่านนี้เท่านั้น
ในส่วนของลูกเรือจะเป็นแบบบุฟเฟต์บริการตัวเองทั้งหมด
โดยมีกุ๊กช่วยอำนวยความสะดวกให้
และไม่ต้องเกรงใจ ทุกคนสามารถเติมอาหารได้จนกว่าจะอิ่ม

‘กองทัพต้องเดินด้วยท้อง’ ไม่ใช่ ‘ท้องเดินเป็นกองทัพ’
สำหรับมือใหม่หัดทำอาหารอย่างผม
เรื่องความสะอาดจึงต้องมาก่อนเสมอ
(ส่วนความอร่อยคาดว่าน่าจะค่อยๆ ตามมาในที่สุด)

“พวกที่ลงเรือใหม่ๆ ส่วนใหญ่เมาคลื่นกันทั้งนั้น
เอ็งเป็นไงบ้าง” กุ๊กถามผมขณะเราช่วยกันเตรียมอาหารมื้อต่อไป

“ถ้าคลื่นลมสงบแบบนี้ตลอด ผมก็พอไหวครับ”

“เอาแน่นอนไม่ได้หรอกกับทะเล เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย”
กุ๊กปรายตามองวิวนอกหน้าต่างห้องครัว
ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลาด้วยความเร็ว 16 นอต

แม้ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ผมก็เห็นด้วยอย่างแรง
เพราะหลายเรื่องของธรรมชาติก็ยากที่ใครจะคาดเดาได้
อย่าว่าแต่สภาพดินฟ้าอากาศธรรมดา

หลังจากภาระกิจเตรียมอาหารเสร็จสิ้น
ผมขึ้นไปนั่งเล่นอยู่ท้ายเรือ ดูทีมปากเรือนำโดยน้าสรั่ง
(หัวหน้าลูกเรือแผนกปากเรือ)
กำลังช่วยกันทาสีทางกราบซ้ายด้านหัวเรือโน่น
มีห้องเครื่องคนหนึ่งกำลังเชื่อมแผ่นเหล็กเข้าด้วยกัน
ตรงท้ายเรือนี่ และเห็นพี่อ๊อดเดินเหงื่อโชกขึ้นมา
จากห้องเครื่องพอดี

“ร้อนมั้ยพี่?” ผมถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

“ยิ่งกว่าอบซาวน่า” พี่อ๊อดยิ้ม “ว่างๆ ก็ลงไปนั่งเล่นได้นะ”
ผมอมยิ้มส่ายหน้าปฏิเสธความปรารถนาดีนั้น
ก่อนถามถึงจุดหมายที่กำลังจะไป

“เห็นว่าจะไปรับตู้คอนเทนเนอร์ที่บราซิล” พี่อ๊อดเฉลย
ประเทศที่มีนักฟุตบอลเก่งๆ มากที่สุดในโลก! ใจผมเตลิดถึงดินแดนแซมบ้าทันทีที่สิ้นเสียงพี่อ๊อด

กุ๊กเดินขึ้นมานั่งสมทบพวกเราอีกคน พร้อมพ่นนิโคตินออกจากปาก
“เป็นเดือนนั่นแหละกว่าจะถึงบราซิล” กุ๊กไม่ใช่กัปตัน
แต่อาศัยประสบการณ์ในการคาดคะเน

“แต่ตอนนี้คงใกล้เข้าช่องแคบมะละกาแล้วมั้ง” พี่อ๊อดเสริม

‘รู้ได้ไง’ ผมนึกสงสัย พี่อ๊อดเป็นช่างฟิตไม่ใช่กัปตัน
แต่อาศัยประสบการณ์ในการคาดคะเน เช่นเดียวกับกุ๊ก

‘ตึก ตึก ตึก’ เสียงความสนุกจากหัวใจของผมดังขึ้น
เมื่อนึกถึงช่องแคบมะละกา




 

Create Date : 30 เมษายน 2552
3 comments
Last Update : 30 เมษายน 2552 17:26:32 น.
Counter : 349 Pageviews.

 

ช่องแคบมะละกา แล้วยังได้ไปเยือนดินแดนนักฟุตบอลเก่ง ๆ ดูอะไรท้าทาย และสนุกสนานจัง

 

โดย: wngwbnsn IP: 61.7.186.95 2 พฤษภาคม 2552 17:48:43 น.  

 

อ่านแล้วค่า สนุกจังเลยค่ะ

 

โดย: ปูขาเก เซมารู 29 พฤษภาคม 2552 1:23:50 น.  

 

โอ่โห้ จากไทยไปบราซิล ไกลมากน่ะ มันต้องอ้อมมากเลย ผ่านหัวเกาะสุมาตรา ศรีลังกาอินเดีย ผ่านโอมาน อียิปต์ เข้าคลองสุเอส ผ่านอเล็กซานเดรีย ช่องแคบยิปลอนตร้า ผ่านอเมริกาวกลงใต้เข้าบราซิล กุ๊กก็ต้องไปหาซื้อเสบียงที่อียิปต์ ผลไม้ที่อร่อยก็มีแคนตาลูป อร่อยที่สุดในโลก ไส้กรอกพอได้ออกหวาน ๆ นิดๆ ผักก็มีหลายอย่าง ผักชีไทย ผักชีลาว ไปถึงบราซิลเนื้อวัวอย่างดีราคาถูก ตะไคร้ไปถอนเอาข้างถนน พริกขี้หนูเพียบเหล้าไวท์ถูกมากๆ ผู้หญิงตรึม

 

โดย: บอม IP: 58.8.233.244 16 มีนาคม 2554 18:38:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


มาเดะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มาเดะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.