เด็ก การเดินทาง และสนามฟุตบอล
Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
29 เมษายน 2552
 
All Blogs
 

รอคอย-ลอยคอ

.................................................................
คุณผู้อ่านต้องคอยนาน 1 บรรทัดเส้นประ ก่อนตัวอักษร ค
ตัวแรกของย่อหน้านี้จะปรากฏขึ้น ไม่นับว่านาน
หากเปรียบกับการคอยงานงานแรกในชีวิตของผม

แม้ตอนนี้ผมเลิกคอยแล้ว แต่ก็ยังต้องคอยอยู่!?
ผมกำลังคอยเวลาเพื่อเริ่มงาน อีกประมาณ 20 วัน
นับจากนี้เป็นช่วงเบาสบายที่สุดในชีวิตผมช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้
ไม่ต้องกังวลเรื่องเรียน ไม่ต้องห่วงเรื่องงาน (เพราะยังไม่ต้องทำงาน)
ก่อนหน้านี้ตั้งแต่เรียนจบ ดูเหมือนผมหารอยยิ้มบนหน้าตัวเองไม่ค่อยพบ บ่อยครั้งก็ตัดพ้อต่อว่าตัวเอง จนแม่ต้องทั้งปลอบและปรามเป็นประจำ

เมื่อลองมองย้อนกลับไปในห้วงยามนั้น ทำให้ผมเข้าใจว่า
อารมณ์ของคนวัยหนุ่มมักพลุ่งพล่าน ไร้ทิศทางในบางคราว
หากได้คนที่เข้าใจและให้กำลังใจช่วยแนะนำแม้เพียงถ้อยคำดีๆ
หรือการแสดงออกง่ายๆ ถึงความห่วงใย
แค่นี้ก็มีค่ามากพอแล้ว
และแม่มักจะเป็นคนนั้นสำหรับผมเสมอ

แต่หลังจากวันที่ 26 กันยายน ล่ะ?

“ก็โทรศัพท์มาหาแม่ไง” แม่ว่า
“แม่จะส่งความคิดถึงไปให้ หนูก็ส่งเงินเดือน
ผ่านบัญชีธนาคารกลับมา แลกกัน” แม่เย้าต่อ
ผมหัวเราะ ขณะวงแขนของแม่โอบรอบหัวกลมๆ ของผม

ระหว่างรอแปลงกายเป็นซีแมนเต็มขั้น
ในวันสบายๆ นี้ แม่ก็ใจดีจัดโน่นเตรียมนี่ให้
ทั้งเครื่องใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า หยูกยา เต็มความจุกระเป๋าเดินทางใบเขื่อง
ยิ่งใกล้วันเดินทางแม่ก็ยิ่งย้ำคำพูดเดิมๆ
“ดูแลตังเองดีๆ นะลูก”
“โทรมาหาแม่บ่อยๆ นะ”
“อย่ากินเหล้าเมายาล่ะ”
“ระวังตกน้ำตกท่าด้วย” ฯลฯ

ว่ากันตามจริง เรา - ผมกับแม่ก็คุ้นเคยกับการอยู่ห่างไกลกัน
มาพอสมควรแล้ว เพราะตลอด 4 ปีเต็มในรั้วมหาวิทยาลัย
ติดกรุงเทพ ผมก็อาศัยหอพักเป็นที่ซุกหัวนอน
บางเดือนกลับบ้านเพียงหนด้วยซ้ำไป นั่นเป็นเหตุผล
ทำให้เราค่อนข้างเข้าใจความคิดถึงและห่วงใยแบบนี้

ผมเลือกใช้วิธีดูแลตัวเองให้ดีที่สุด
เพื่อแสดงให้แม่เห็นว่าผมดูแลตัวเองได้
ให้ท่านสบายใจและมั่นใจไม่ต้องกังวลกับลูกชายคนนี้

แล้ววันเดินทางก็มาถึง...
ผมต้องเดินทางไปถึงสนามบินก่อน 6 โมงเช้า
ในจุดที่ทางบริษัทนัดไว้
ท้องฟ้าตอนตี 5 ยังคงมืดสลัว
เห็นเพียงเสี้ยวจันทร์ส่องแสงเหงาๆ
ลงมาปะทะใบหน้าของเรา - ผมกับแม่

แม่ไม่ไปส่งผมที่สนามบิน
(ความจริงผมเองต่างหาก ห้ามแม่ไม่ให้ไปส่ง)
เราจะลากันหน้าบ้านนี่แหละ โดยมีแท็กซี่เปิดประตูรอเป็นสักขีพยาน
ไม่มีพิธีการอะไรมาก แม่กอดผมเบาๆ อย่างเคยทำ
และพูดประโยคเดิมๆ อย่างเคยพูด
ส่วนผมยกมือไหว้แม่อย่างเคยเป็นประจำ
และกอดตอบแม่เบาๆ อย่างเคยคุ้น แค่นั้น...
ทั้งที่นี่คือ การต้องจากกันครั้งยาวนานที่สุดในชีวิตของเรา
ไม่มีน้ำตา...
มีเพียงความรักและก้อนกำลังใจขนาดมหึมา
ที่ผมรับมาจากรอยกอดของแม่เมื่อครู่
มันคือสิ่งล้ำค่าที่ผมต้องการมากที่สุดในเวลานี้
ก่อนการผจญภัยครั้งสำคัญจะเริ่มต้นขึ้น
แม่โอบกอดผมอีกครั้ง แววตาเปี่ยมความอาทรไม่เสื่อมคลาย
เป็นเสมือนสัญญาณร่ำลาครั้งสุดท้ายระหว่างเรา

แม้การจากลาจะเป็นเรื่องน่าเศร้า
แต่สำหรับแม่แปรมันเป็นรอยยิ้มและความมั่นใจ
ให้ผมพกใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว

การเดินทางครั้งนี้ ผมจึงมีความรู้สึกดีๆ ของแม่อยู่เต็มหัวใจ
บอกใครเขาจะเชื่อไหมนะว่า
วันนี้เป็นวันจากลาที่ผมมีความสุขที่สุดในโลก




 

Create Date : 29 เมษายน 2552
2 comments
Last Update : 30 เมษายน 2552 17:25:03 น.
Counter : 292 Pageviews.

 

อ่านแล้วซึ้งถึงความรักระหว่างแม่กับลูก วันที่ต้องจากลากันแม่คงจะคิดถึงลูกชายคนนี้มากที่สุด เมื่อก่อนเคยห่างกัน แต่แม่ก็รู้ว่าลูกอยู่โรงเรียนอยู่หอพัก จากครั้งนี้ลูกลอยเวิ้งว้างอยู่กลางทะเลตรงไหนก็ไม่รู้ รออ่านเรื่องราวตอนต่อไปอยู่นะคะ

 

โดย: ปูขาเก เซมารู 29 เมษายน 2552 20:47:33 น.  

 

น่ารักจังค่ะ เหมือนได้สัมผัสความรู้สึกจริง ๆ การจากลาที่มีความสุข

 

โดย: wngwbnsn IP: 61.7.186.95 2 พฤษภาคม 2552 17:33:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


มาเดะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มาเดะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.