เด็ก การเดินทาง และสนามฟุตบอล
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2552
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 

มานะ มาเนาส์ มาเอาความประทับใจ

'มาเนาส์' ชื่อเมืองแปลกหูของประเทศที่ดูไม่แปลกตา
ผมคุ้นเคยกับบราซิล ผ่านลีลากระชากลากเลื้อย
ของเหล่านักเตะระดับโลกอย่าง เปเล่, ซิโก้, โรมาริโอ,
โรนัลโด้, โรนัลดิญโญ่, กาก้า ฯลฯ (ขออภัย ไม่สามารถระบุได้มากกว่านี้ เนื่องจากอาจกินพื้นที่อีกหลายหน้ากระดาษ)
มากกว่าชื่อเมืองท่าศูนย์กลางการค้าของรัฐอะเมโซนาสแห่งนี้

เรือเทียบท่าเสร็จตอนบ่ายเกือบแก่
บนฝั่ง รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ และแกนตรีเครน
(เครนบนบก สำหรับยกตู้คอนเทนเนอร์ทำงานโดยเคลื่อนที่ไปตามราง) เตรียมพร้อมรอทำงานอยู่แล้ว ไม่นานโฟร์แมนและคนงาน
ก็เริ่มปฏิบัติการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ลงระวาง
โดยมีต้นเรือและปากเรือทำหน้าที่ควบคุมดูแลประสานงานอีกที

ผม กุ๊ก พี่อ๊อด หวาน และเชษฐ์ รวม 5 ชีวิต
ยอมเสียสละประโยชน์ส่วนรวมเพื่อประโยชน์ส่วนตน
ออกไปผจญภัยในดินแดนตื่นตาตื่นใจแห่งนี้ก่อน
หลังไต่ถามเส้นทางซึ่งเราเองยังไม่รู้เลยว่าจะไปไหน
กับโฟร์แมนคนหนึ่งได้ความว่า “เดินออกไปหน้าท่าไม่ถึง 10 นาที
จะมีตลาดขายสินค้ามากมาย”
นั่นจึงกลายเป็นที่หมายของเราในวันนี้

ผมและคณะพากันสับขาเพียงครู่
ก็ถึงประตูทางออกหน้าท่า เรายื่น Seaman Book
ให้เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบรูปหน้าสัญชาติไทยในหนังสือกับตัวเป็นๆ
ทุกอย่างราบรื่น เราจึงได้สับขากันต่ออีกครู่
ก่อนจะกลับเข้าสู่จังหวะก้าวปกติ เมื่อเห็นร้านค้าเต็มริมทางเท้า

เสียงพ่อค้าแม่ค้าดังไม่ขาดระยะเป็นภาษาโปรตุกีส
ผู้คนพลุกพล่านเดินจับจ่ายซื้อของสารพัดสารพัน
ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ ยันผักผลไม้
มีทั้งเป็นร้านค้าและรถเข็นมากมาย

ว่ากันตามจริง ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับสินค้าที่เห็นนัก
เพราะไม่ต่างจากตลาดนัดจตุจักรบ้านเราสักเท่าไหร่
แต่สิ่งดึงดูดใจกลับเป็น ‘ผู้คน’ ที่นี่มากกว่า
หากไม่นับภาษาพูดและรูปร่างหน้าตา บรรยากาศของมาเนาส์
อาจทำให้ผมเข้าใจผิดคิดว่าอยู่เมืองไทยได้ไม่ยาก
(เมื่อประเมินจากสภาพอากาศและสภาพจิตใจ)

แม้ฟังไม่ออกว่าเขาพูดอะไรกัน
แต่ผมสามารถจับอาการความเป็นกันเองได้
จากบทสนทนาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มมากกว่ารอยยักษ์
และการขยับแข็งขาตามจังหวะแซมบ้าในวิทยุของแม่ค้าหลายๆ คน

เราเดินละเลียดความแปลกตา
จนมาถึงย่านบาร์เบียร์ที่มีร้านเรียงรายเป็นแนวยาวจรดมุมถนน
เสียงเพลงละตินจังหวะเร้าใจทักทายเข้าใส่รูหูของผม
จนดันล้นความสนุกมาจุกที่อกข้างซ้าย
แม้ท้องฟ้าเพิ่งเปลี่ยนเป็นสีส้ม แต่ดูเหมือนสีสันยามราตรี
ของที่นี่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

กุ๊กกับหวานติดใจย่านนี้เป็นพิเศษ นอกจากเบียร์และดนตรี
ผมคิดว่าสาวๆ หน้าร้านในชุดชวนคอแห้ง
คงมีส่วนสำคัญไม่น้อยกว่ากัน ทำให้เกือบทุกร้านในย่านนี้
เนืองแน่นด้วยลูกค้า บางร้านเต็มจนกระทั่งไม่มีแม้ที่ยืน

นี่อาจเป็นผลผลิตจากความมั่งคั่งในอดีตของมาเนาส์
ในยุคที่เคยสร้างรายได้มหาศาลให้ผู้คนที่นี่
จากการปลูกยางพาราเมื่อศตวรรษที่ 19 ก่อนสัจธรรม
‘ไม่มีอะไรยั่งยืน’ จะนำราคายางตกต่ำและความยากจนกลับคืนมา
แต่ปัจจุบันเมืองท่าแห่งนี้ ก็กลายเป็นหัวใจทางการค้า
ทางตอนเหนือของบราซิลไปแล้ว เมื่อความเจริญไหลบ่าเข้ามา
พร้อมการลงทุนตั้งฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติมากมาย
อาทิ โนเกีย ซีเมนต์ โซนี่ แอลจี ฯลฯ

ตอนนี้พวกเราก็ได้ฐานที่มั่น สำหรับหย่อนก้นลงในร้านเบียร์แห่งหนึ่ง
ใกล้หัวมุมถนนแล้ว กุ๊กสั่งเบียร์ผ่านการชี้ไปยังโต๊ะข้างๆ
เป็นภาษาท่าทางเข้าใจได้ทันทีว่า ‘ขอแบบนั้น 4 ขวดนะน้อง’
(โดยไม่ต้องเผื่อผม)

สาวเสิร์ฟนำเบียร์ขวดย่อม ตามจำนวนสั่งวางบนโต๊ะ
โดยหารู้ไม่ว่า ความหวานจากใบหน้าของเธอ
อาจทำให้เบียร์เสียรสชาติได้ แต่ไม่เห็นมีใครเป็นกังวล
ผมจึงขอตัวออกมาเดินเล่นต่อคนเดียว ปล่อยให้ทั้ง 4 หน่อ
ดื่มด่ำร่ำเบียร์ (สายตา) คลอเคลียสาวๆ กันต่อไป

แดดอ่อนแรงลงมากแล้ว แสงนีออนจากร้านค้าเริ่มส่องสว่าง
เรียกทั้งแมงเม่าและลูกค้าเข้าร้าน
ยิ่งค่ำบรรยากาศในตลาดยิ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน
เท่าที่สังเกต ผมพบว่าหากมองเผินๆ
คนที่นี่ก็มีหน้าตาไม่ต่างจากเรานัก เนื่องจากเป็น ‘เมสติโซ’
ลูกผสมระหว่างคนขาวและอินเดียนแดง จึงมีผิวสีแทน
รูปหน้ากระเดียดออกทางมองโกลอยด์มากกว่าคอเคซอยด์

ที่สำคัญ คนที่นี่ยิ้มเก่งไม่แพ้คนไทย
รวมทั้งอัธยาศัยยามเจอชาวต่างชาติก็มักแสดงถึงการต้อนรับ
มากกว่ารังเกียจเดียดฉันท์

ผมยังคงก้าวขา ตามอง มือจับต้อง ปากส่งยิ้มต่อไป
เพื่อเดินย้อนกลับไปหน้าท่า กระทั่งถึงร้านขายหมวกและผ้าพันคอสัญลักษณ์ของทีมฟุตบอลต่างๆ ซึ่งเมื่อขามาผมแวะเข้าไปดูครั้งหนึ่งแล้ว
ด้วยธรรมเนียมแบบไทย ‘ไปลามาไหว้’
ผมจึงแวะเข้าไปทักทายเจ้าของร้านอีกครั้ง

สาวนัยน์ตาคมผมยาวคล้าย แคทเธอลีน ซีต้า โจนส์ คนนั้นจำผมได้
ผมไม่ชวนเธอคุย แต่ชวนเธอยิ้ม
พร้อมกับพลิกดูหมวกใบนั้นใบนี้
แล้วหยิบใบหนึ่งที่มีตราทีมสโมสรอังกฤษขึ้นมา
ยกนิ้วโป้งให้ทำทีว่า ‘รู้มั้ย ทีมนี้เจ๋งนะครับ’

เธอส่ายหน้า แล้วชี้ไปยังหมวกสโมสรเซาเปาโล
ทีมดังของบราซิล ชูนิ้วโป้งขึ้นบ้าง พร้อมส่งยิ้มมาประมาณ
‘ทีมนี้สิค่ะ เก่งกว่าเยอะ’

‘ทำไงดีล่ะทีนี้...?’ ผมคิด

คราวนี้ผมชี้ไปทั่งร้าน ก่อนหยุดชี้ที่ตัวเธอ
แล้วยกนิ้วโป้งให้ทั้ง 2 ข้าง

‘Two thumbs up, girl!’ ผมนึกไม่ได้พูด

“Bye, bye” ข้อความนี้ผมพูด (เขินด้วย) โดยไม่ต้องนึก

แล้วเดินจากมาทันที เพราะเมื่อกี้ผมชมเธอเป็นภาษาใบ้
แบบเข้าใจคนเดียวว่า
‘คุณสวยจนต้องยกสองนิ้วให้’

สาวบราซิเลี่ยนคนนั้น ทำให้ผมรู้ว่า...
แม้ความสวยจะไม่สามารถทำให้ท้องหายหิว
แต่เย็นนี้ ท้องกิ่วๆ ของผม
คงกินอะไรได้น้อยกว่าปกติเป็นแน่




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2552
1 comments
Last Update : 2 พฤษภาคม 2552 11:17:01 น.
Counter : 403 Pageviews.

 

อยากเห็นภาพประกอบจังค่ะ สาวบราซิลเลี่ยน และร้านเบียร์

 

โดย: wngwbnsn IP: 61.7.186.95 2 พฤษภาคม 2552 18:26:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


มาเดะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มาเดะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.