เด็ก การเดินทาง และสนามฟุตบอล
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2552
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 

ความปลอดภัยของความไม่ปลอดไพร

ปรอยฝนโปรยปรายบางเบา กระเซ้าผืนป่าอย่างเอ็นดู
เช้าวันที่ 2 ของการล่องแม่น้ำอะเมซอน
ยังคงชุ่มด้วยฝน ฉ่ำด้วยแดดคละเคล้ากัน
เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของดินแดนแถบนี้
ระยะทาง 1,600 กิโลเมตร จากปากแม่น้ำฝั่งทะเลแอตแลนติก
สู่เมืองท่า 'มาเนาส์' ตอนนี้หดสั้นลงเต็มที
คำนวณตามระยะทางหารด้วยความเร็วเรือ
พรุ่งนี้ตอนบ่ายเราจะถึงจุดหมายที่รอคอย

น้าสรั่งกับทีมปากเรืออีก 2 คน กำลังช่วยกันเช็คสภาพ
อุปกรณ์ต่างๆอยู่ท้ายระวางที่ 3 (ระวาง คือพื้นที่ว่างภายในเรือ
สำหรับบรรทุกสินค้า) เพื่อเตรียมพร้อมในการรับตู้คอนเทนเนอร์

ตอนสายหลังช่วยกุ๊กเตรียมอาหารเสร็จแล้ว
ผมออกมายืนดูปากเรือทำงานอยู่บริเวณนั้น
'สล็อท' หรือตัวยึดตู้คอนเทนเนอร์ แท่งกลมยาวเกือบเท่าไม้บรรทัด
ทำด้วยเหล็กกล้า กำลังถูกโยนกองรวมไว้ในลังไม้ใบใหญ่

“หนักเอาเรื่องเหมือนกันนะ”
ผมลองโยนสล็อทลงลังแข่งกับปากเรือ

“ฝึกเอาไว้ จะได้มีแรงอุ้มสาวๆ บนฝั่ง”
น้าสรั่งหัวหน้าปากเรือแกล้งแหย่ผมเล่น
ก่อนยิงมุขทะลึ่งทะเล้นตามมาอีก
เรียกเสียงคึกครื้นครืนใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เสียงครืนๆ บนฟ้า
แต่เป็นเสียงฮาครืนจากพวกเราเอง

ไม่เฉพาะชายผิวเข้ม ใบหน้ากร้านชีวิตคนนี้เท่านั้น
ที่มีอารมณ์ดีติดตัวเสมอ กว่าเดือนที่อยู่ร่วมกันมาผมพบว่า
แทบทุกคนบนเรือต่างก็มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
เป็นเกราะป้องกันความเหงากลางทะเลด้วยกันทั้งนั้น
อาชีพซีแมนนอกจากความแข็งแรงของร่างกายแล้ว
จิตใจก็ต้องแกร่งไม่แพ้กัน ความเบิกบานจึงเป็นสารต้าน
อนุมูลอิสระทางอารมณ์ได้อย่างดี

ฝนหยุดพรำแล้ว แต่อากาศท่ามกลางผืนป่าเขตร้อนชื้น
ยังคงครึ้มฟ้าครึ้มฝน หัวเรือยามนี้รายล้อมไปด้วยท้องน้ำกว้างสุดตา
นี่กระมังทำให้แม่น้ำอะเมซอนได้รับอีกฉายาว่า แม่น้ำทะเล

ดูเหมือนเรามาเยือนที่นี่ถูกจังหวะพอดี
เพราะตั้งแต่ช่วงนี้ (ต้นเดือนพฤศจิกายน)
จนถึงเดือนมิถุนายนเป็นฤดูฝนซึ่งปริมาณน้ำจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ว่ากันว่าบางช่วงของแม่น้ำอาจกว้างถึง 40 กิโลเมตรเลยทีเดียว

บรรยากาศอึมครึมแบบนี้ ใครอกหักคงเพิ่มดีกรีความเศร้า
ขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่สำหรับปากเรือกลับชอบความขมุกขมัวนี้
มันทำให้การทำงานกลางแจ้งเย็นสบายกว่าวันฟ้าแดดเปรี้ยงเป็นไหนๆ

“ฝนตกหรือแดดออก ปากเรือก็บ่ยั่นหรอก” น้าสรั่งคุยฟุ้ง

“มันอยู่ที่นี่เว้ย!” แกพูดพลางชี้ไปที่หัวและเท้าของตัวเอง

ผมงงว่ามันเกี่ยวอะไรกับอวัยวะเบื้องสูงและเบื้องต่ำของร่างกาย
จึงส่งความสงสัยออกไปทางดวงตาเบิกโพลง

แล้วน้าสรั่งก็แปรความสงสัยเป็นความเข้าใจให้ผม
ความจริงแกชี้ไปที่ ‘หมวกเซฟตี้’ และ ‘รองเท้านิรภัย’ ต่างหาก
ก่อนสำทับต่ออีกว่า

“ถ้าไม่ประมาท รู้จักสวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายให้ครบถ้วน
จะทำงานที่ไหน ฝนตก แดดออกยังไงก็ปลอดภัย”

“นั่นไง เค้าบอกไว้”
คราวนี้แกตั้งมือครึ่งมุมฉาก ชี้ขึ้นไปที่ข้อความสีแดงตัวเบ้อเร่อ
ด้านหน้าอาคารที่พักท้ายเรือ

ผมเงยตาม 45 องศา แล้วอ่านได้ความว่า
“Safety first” ‘ปลอดภัย’ ไว้ก่อน
ในตอนที่เรายังคงไม่ ‘ปลอดไพร’




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2552
1 comments
Last Update : 2 พฤษภาคม 2552 11:07:36 น.
Counter : 370 Pageviews.

 

เห็นด้วยคะ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน คำคำนี้ คงเป็น สิ่งที่ทุกคนควรมี safety first อืม..ม ความไม่ปลอดไพร จะทำให้ได้เรียนรู้อะไรบ้างนะ

 

โดย: wngwbnsn IP: 61.7.186.95 2 พฤษภาคม 2552 18:21:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


มาเดะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มาเดะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.