DR.MOO CAN DO
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
8 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
ฆาตกรต่อเนื่อง

                ฆาตกรต่อเนื่อง (serial killer) หมายถึง บุคคลที่ก่อคดีฆาตกรรมขึ้น โดยมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป หรือก่อเหตุมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่ ฆาตกรต่อเนื่องส่วนมาก จะเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมที่ตัดขาดจากสังคมภายนอก (Antisocial Personality Disorder) และไม่ได้เป็นบ้า ดูจากภายนอกแล้วจะเหมือนกับคนปกติทั่วไป บางครั้งจะมีเสน่ห์ด้วยซ้ำ


                ฆาตกรต่อเนื่องหลายคนจะมีพื้นฐานความหลังที่ขมขื่น โดยมากมักจะเป็นผู้ที่ถูกทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง ถูกทารุณกรรม หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อครั้งยังเด็ก ซึ่งบ่อยครั้งที่คดีที่ฆาตกรต่อเนื่องก่อมีความเกี่ยวพัน หรือคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่ตนประสบมาในอดีต นักจิตวิทยาได้ให้ข้อสันนิษฐาน ถึงที่มาของแรงจูงใจในการก่อคดีของฆาตกรต่อเนื่องไว้หลายสมมติฐาน ส่วนมากมักเกี่ยวกับการทารุณกรรม และการล่วงละเมิดทางเพศ บางครั้งก็เป็นความอับอายที่ถูกล่วงละเมิดในวัยเด็ก หรือมีความกดดันจากความอดอยาก จากการมีฐานะทางสังคมต้อยต่ำเมื่อโตขึ้น และคดีที่ฆาตกรต่อเนื่องก่อขึ้นนี้ มักจะเป็นการระบายความแค้นส่วนตัว ทำให้ตนเองรู้สึกมีอำนาจในช่วงเวลาที่ลงมือฆ่า ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา เรื่องราวคดีที่ฆาตกรต่อเนื่องนั้นๆ ก่อขึ้นก็จะเป็นที่รับรู้ของสาธารณะชน สร้างความหวาดกลัวไปทั่ว ซึ่งแรงจูงใจของฆาตกรต่อเนื่อง จะแตกต่างกับพวกมือสังหารที่ก่อคดีฆาตกรรมเพื่อผลประโยชน์


                นักจิตวิทยาได้ตั้งอีกสมมติฐานที่ว่า ฆาตกรต่อเนื่องเป็นพวกที่ไม่มีพัฒนาการทางอารมณ์ ทำให้กลายเป็นพวกแปลกแยกและถูกปฏิเสธจากสังคมภายนอก เป็นผลทำให้บุคคลเหล่านี้ สามารถก่อคดีได้โดยที่ไม่รู้สึกผิดแม้แแต่น้อย และไม่ใช่กรณีของฆาตกรรมอำพราง บางกรณีการถูกเยาะเย้ย หรือกดขี่ทางสังคมก็เป็นอีกเหตุจูงใจหนึ่ง


                ฆาตกรต่อเนื่องมักมีความสนใจหรือพยายามที่จะสนใจ ในเรื่องที่เหยื่อชื่นชอบเป็นพิเศษ เช่น การเรียน การแข่งขัน เรื่องเพศ ฯลฯ เมื่อก่อคดีพวกฆาตกรต่อเนื่อง มักจะมีความรู้สึกที่คล้ายกับ กำลังทำการค้นคว้าวิจัยบางสิ่งบางอย่างของนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่มีความรู้สึกผิด กับสิ่งที่ตนนำมาทดลองเหมือนกับการนำกบมาชำแหละเพื่อศึกษาโครงสร้าง ฆาตกรต่อเนื่องจะพยายามเข้าใจถึงตัวตนที่แท้จริงของตน ก็เมื่อได้ก่อคดีในแต่ละครั้ง ด้วยการสร้างความเจ็บปวดให้เหยื่อ และประเมินสภาพของศพเมื่อเหยื่อตายไปแล้ว


                ยกตัวอย่างคดี 1 คดีนะครับเป็นเรื่องที่เกิดในประเทศไทยคาดว่าหลายคนคงเคยได้ติดตามทางข่าวและสื่อมาแล้ว



                นายสิทธิเดช หรือ "ออฟ" คำเฉย อายุ 26 ปี มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 13/12 ถนนอินใจมี ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ผู้ต้องหารายนี้ มีพฤติกรรมกระทำกับเด็กสาว วัยเพียง 9-12 ปี ไม่เว้นแม้กระทั่งคนรู้จัก ยังอุตส่าห์วาง แผนเข้าไปฆ่าข่มขืนหนูน้อยจนได้


                แต่แล้วไอ้ออฟก็หนีกฎหมายไปไม่พ้น เมื่อไปลงมือกับเหยื่อรายที่ 3 ซึ่งเป็นเด็กหญิงวัย 13 ถึงในบ้านอย่างไม่เกรงกลัวใคร สุดท้ายกรรมจึงตามทัน เพราะถูกพ่อแม่เด็กและชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ กระชากหน้ากากฆาตกรต่อเนื่องในที่สุด


                พฤติกรรมของ "ไอ้ออฟ" ถูกเปิดเผยตอนเที่ยงคืนวันที่ 13 ก.ค.เมื่อลักลอบเข้าไปในบ้านของ ด.ญ.อ้อ  อายุ 12 ปี บีบคอเหยื่อจนสลบ ก่อนลงมือข่มขืนกระทำชำเรา จนสำเร็จความใคร่ 2 ครั้ง แต่ต่อมาเหยื่อได้สติ จึงตะโกนร้องให้พ่อแม่ที่พักอยู่ในบ้านช่วยกันจับตัวไอ้ออฟ


                หลังเกิดเหตุคนเป็นพ่อแม่รีบนำร่างน้องอ้อ ผู้เคราะห์ร้ายส่ง ร.พ.อุตรดิตถ์ ในสภาพมีเลือดออกจากนัยน์ตาและจมูก เพราะถูกทำร้ายจนเส้นโลหิตฝอยแตก แพทย์ต้องรีบให้การช่วยเหลือทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ


                คดีนี้เป็นคดีใหญ่ สว.กลุ่มงานสืบสวนฯ ภ.จว.อุตรดิตถ์ ออกไล่ล่า  หลังจากนั้น 1 วัน ก็ตามจับได้ภายในห้องเช่ากลางเมืองอุตรดิตถ์ พร้อมยึดของกลางรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ในวันก่อเหตุ ค้นในห้องนอน พบแผ่นซีดีลามกข่มขืนเด็กอีกกว่า 200 แผ่น และหนังสือลามกอีกเป็นจำนวนมาก


                    เมื่อตำรวจนำข้อมูลในมือถือมาตรวจสอบ พบคลิปวิดีโอร่วมเพศกับแฟนสาว ซึ่งกำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีความยาวเกือบ 20 นาที บันทึกไว้ด้วย


                ไอ้ออฟ ให้การรับสารภาพว่า ไปเจอน้องอ้อที่ร้านอินเทอร์เน็ตในตัวเมืองอุตรดิตถ์แล้วเกิดชอบ จากนั้นจึงขับรถประกบตามจนถึงบ้าน เฝ้าติดตามพฤติกรรมเหยื่อ จนพลบค่ำถึงเวลาเข้านอน พอสบโอกาสจึงจอดรถไว้ข้างบ้านนำเก้าอี้ไม้วางต่อตัวปีนกระโดดขึ้นหน้าต่าง แล้วมุดมุ้งเข้าไปข่มขืน โดยใช้ผ้าขนหนูปิดปากจมูก ไม่ให้เหยื่อส่งเสียงร้องและหายใจ รวมทั้งบีบคออย่างแรงจนเหยื่อหมดสติไป และลงมือข่มขืน 2 ครั้ง จนกระทั่งเหยื่อได้สติ ตะโกนร้องเรียกให้พ่อและแม่ช่วยจึงรีบกระโดดหนีออกทางหน้าต่างขับมอเตอร์ไซค์หนีไปจนกระทั่งถูกจับกุม



                การได้ตัวไอ้ออฟครั้งนี้  ไอ้ออฟให้การรับสารภาพแกมประชดตำรวจทำนองว่า "ต้องดูหนังฆาตกรรมต่อเนื่องบ้าง จะได้รู้ว่าหลังก่อเหตุแล้วคนร้ายทำลายหลักฐานยังไง ก่อเหตุตั้งหลายครั้งแล้วยังจับไม่ได้เลย"แค่ประโยคนี้ก็ทำเอาชุดสืบสวนต้องหันมาพิจารณาถึงแผนประทุษกรรมของคนร้ายรายนี้ใหม่ การเอาผ้าอุดปากเหยื่อ บีบคอ ลงมือข่มขืน แล้วฆ่า เหตุเกิดในห้องนอนของบ้านชั้นเดียว ทำให้หวนนึกไปถึงคดีฆ่าข่มขืน 2 เด็กหญิงก่อนหน้านี้ที่ยังตามจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้ รายแรกเป็นเด็กหญิงวัย 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2551 อีก 6 เดือนต่อมา เด็กหญิงวัย 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ก็ถูกฆ่าข่มขืนในลักษณะไม่แตกต่างกัน


                    "เคยทำมาแล้วกี่ราย ทำยัง?" ตำรวจยิงคำถามตรงๆ กับสิทธิเดช สุดท้ายฆาตกรหื่นก็ยอมเปิดปากว่าเป็นคนลงมือเองทั้งหมด ก่อนที่จะมาลงมือกับ ด.ญ.อ้อ เป็นเหยื่อรายล่าสุด แต่ไม่สำเร็จเพราะพ่อแม่เด็กตื่นขึ้นมา มิเช่นนั้นน้องอ้ออาจกลายเป็นศพที่ 3


                ไอ้ออฟให้การอย่างไม่สะทกสะท้านถึงเหยื่อรายก่อนหน้านี้ว่า ในรายของน้องปิ่นนั้น ตนเองรู้จักกับพ่อเด็กเป็นอย่างดี เมื่อเจอเหยื่อก็เกิดความต้องการทางเพศ จึงวางแผนติดตามดูพฤติกรรมของเด็กและคนในบ้าน จนทราบว่าอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 พ่อแม่ลูก และมีสุนัขอีก 3 ตัว จึงฉวยจังหวะไม่มีคนอยู่ แวะนำอาหารมาให้สุนัข เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย เพื่อสุนัขจะได้ไม่เห่าเวลาเข้ามาลงมือ พอสบโอกาสก็ขี่รถมากลางดึกปีนเข้าไปในห้องเหยื่อใช้ผ้าขนหนูปิดปากและจมูก เมื่อเหยื่อแน่นิ่งแล้วจึงข่มขืน


                ส่วนรายของน้องปลา ไอ้ออฟเป็นเพื่อนกับอาเด็ก เจอครั้งแรกตอนเด็กมาเยี่ยมเพื่อนที่ไม่สบาย ตกดึกก็บุกไปลงมือที่บ้านเนื่องจากคุ้นเคยอยู่แล้ว โดยใช้วิธีการเดียวกัน ทั้งยังให้การอีกว่า ทุกครั้งที่ลงมือจะใช้วาสลีนทานิ้วมือเพื่อป้องกันรอยนิ้วมือติดในที่เกิดเหตุ หลังลงมือแล้วก็กลับไปอยู่บ้านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่รายสุดท้ายพลาดเลยถูกจับได้


                    "หากไม่ถูกจับในครั้งนี้ ผมก็คงทำอีกเรื่อยๆ  ผมไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลย ตอนจุดสุดยอด มือทั้งสองข้างจะต้องไปกดที่ลำคอของเหยื่ออย่างแรง ยิ่งดิ้นก็ยิ่งกดหนักขึ้น ผมทำแบบนี้กับเหยื่อทุกราย"


                    บุคลิกของคนร้ายรายนี้  "เป็นคนเงียบขรึม รูปร่างหน้าตาดี แต่งตัว สะอาด รักสันโดษ เก็บตัวเงียบ ไม่ชอบคบเพื่อน และมีพฤติกรรมทางเพศค่อนข้างรุนแรง และหมกมุ่นเรื่องเพศมาช้านาน" ระยะเวลาในการก่อคดี นับจากเหยื่อรายแรกมาจนถึงเหยื่อรายล่าสุด รวมระยะห่างกันประมาณ 6 เดือนเท่านั้น...!


เนี่ยแหละครับพฤติกรรมและอาการของฆาตกรต่อเนื่อง....!


Create Date : 08 เมษายน 2553
Last Update : 8 เมษายน 2553 0:48:11 น. 8 comments
Counter : 1130 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:9:02:42 น.  

 
เลวมากคนแบบนี้


โดย: Psycho man วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:9:38:57 น.  

 
Change your thoughts
and you change your world.

Norman Vincent Peale


โดย: Elbereth วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:10:06:46 น.  

 
อ่านไว้ประดับความรู้ดีครับ เยี่ยมเลย


โดย: NATSKI13 วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:16:49:46 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: TREE AND LOVE วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:18:41:49 น.  

 
ขอบคุณน่ะค่ะ ที่นำเรื่องราวต่างๆมานำเสนอ ดิฉันมีลูกสาวค่ะ 2 สาวเลยค่ะ ทั่งห่วงและหวง ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในสังคมเลยค่ะ


โดย: nok IP: 124.157.144.201 วันที่: 13 เมษายน 2553 เวลา:9:46:16 น.  

 
มีน้องสาวยังเล็กๆเหมือนกันค่ะ ก็ได้แต่เตือนเค้าว่าอย่าไว้ใจผู้ชาย แม้แต่คนในบ้านก็ตาม เป็นห่วงเค้ามากเลยค่ะ










โดย: puy_naka63 วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:5:08:46 น.  

 
อ่านแล้วก็กลัวเกิดกับตัวเองเพื่อนๆ ดีที่จับได้ ไม่รู้ว่าจะยังมีคนแบบนี้ในโลกอีกไม๊ ความต้องการมากแบบนี้คุณหมอคะ คนที่มีความต้องการทางเพศสูง มียาอะไรที่กินแล้วลดไหมคะ


โดย: หมิว IP: 110.49.205.241 วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:15:06:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

DR.MOO CAN DO
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




ผมเป็น นิติพยาธิแพทย์ หรือ จะเรียกว่า หมอนิติเวช ก็ได้ครับ นิติพยาธิแพทย์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปีแล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง นิติพยาธิอีก 3 ปี และเมื่อสอบผ่าน ก็จะได้รับวุฒิบัตรเป็นผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ และได้เป็นนิติพยาธิแพทย์ โดยสมบูรณ์
หน้าที่ของหมอนิติเวช แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ
ส่วนแรก จะเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยคดี โดยในผู้ป่วยคดีนั้นแพทย์นิติเวชจะมีหน้าที่ในการตรวจ และให้ความเห็นกับพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับบาดแผลที่ตรวจพบ ซึ่งตำรวจจะนำไปใช้ในการตั้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี และหน้าที่ต่อมาของแพทย์นิติเวชคือการเป็นพยานในชั้นศาลในคดีดังกล่าว
ส่วนที่สอง จะเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต โดยในกรณีผู้เสียชีวิตนั้นแพทย์นิติเวชมีหน้าที่ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุในกรณีตายผิดธรรมชาติตามที่กฎหมายกำหนด และหากมีความจำเป็นต้องผ่าชันสูตร ก็จะต้องมีการทำรายงาน และให้ความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิต ส่งให้พนักงานสอบสวน สุดท้ายหน้าที่หลักที่สำคัญโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการเป็นพยานในชั้นศาลในคดีนั้นๆครับ
ประวัติการศึกษา
1.แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
2.วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3.ประกาศนียบัตร “Crime Scene Investigation” โครงการร่วมระหว่าง International Law Enforcement Academy กับ Federal Bureau of Investigation Academy
4.ประกาศนียบัตร “การบริหารงานโรงพยาบาล” คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลงาน
1.อาจารย์ประจำภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มศว.
2.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาชั้นปีที่ 3 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
3.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาปริญญาโท สาขานิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
4.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาปริญญาโท สาขานิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
5.วิทยากร หัวข้อ "ICD-10" ของกระทรวงสาธารณสุข
6.วิทยากร หัวข้อ "การตรวจสถานที่เกิดเหตุ" ของมูลนิธิร่วมกตัญญู และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
7.วิทยากรอบรมหลักสูตรนายร้อยตำรวจอบรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
8.วิทยากร หัวข้อ "KPI รายบุคคล" ให้กับโรงพยาบาลและมหาลัยวิทยาลัย ในภาครัฐ
9.วิทยากร หัวข้อ "Living will" ให้กับโรงพยาบาลในภาครัฐและเอกชน10.วิทยากร หัวข้อ "นิติเวชศาสตร์กับงานด้านโบราณคดี" ให้กับคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
11.ร่วมเขียนหนังสือ "KPI รายบุคคล"
12.ร่วมเขียนหนังสือ "มาตรฐาน ICD-10, ICD-9"
13.ที่ปรึกษารายการ "เรื่องจริงผ่านจอ" และ "Redline"
14.บทความทางวิชาการและผลงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ 15 เรื่อง
15.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตั้งแต่ ปี พศ.2553
16.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพ ฯ คณะแพทยศาสตร์ มศว. ตั้งแต่ปี พศ.2551
ผศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี (DR.MOO CAN DO)
New Comments
Friends' blogs
[Add DR.MOO CAN DO's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.