DR.MOO CAN DO
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
3 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
6 อันดับการตายที่ประหลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา

กริกอรี เยฟิโมวิช รัสปูติน(Grigori Yefimovich Rasputin)



            รัสปูติน (Rasputin วันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 1869 - 16 ธันวาคม ค.ศ. 1916) เป็นนักบวช ผู้ที่มีพลังจิตพิเศษที่มีบทบาทในยุคปลายราชวงศ์โรมานอฟของประเทศรัสเซีย แต่การมีบทบาทและอิทธิพลของเขานั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ


            ตายเพราะ จมน้ำตาย.........แต่กว่าจะตายก็ลำบากลำบนเหมือนกัน เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1916 เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูสชูปอฟ เห็นว่าเก็บรัสปูตินไว้จะเป็นภัยต่อชาติ จึงร่วมมือกับแกรด์ดยุคดมิทรี พัฟโลวิช ลวงสังหารรัสปูติน โดยจะเชิญรัสปูตินไป โดยอ้างว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ในวังเจ้าชาย และจะวางยาพิษไซยาไนด์ในเครื่องดื่มและเค้กของรัสปูติน


            เมื่อรัสปูตินทานเค้กจนหมด ก็ดูไม่เป็นอะไร เหมือนไม่ได้ถูกยาพิษใดๆ เจ้าชายเฟลิกซ์จึงยิงปืนใส่รัสปูตินหลายนัด รัสปูตินก็ยังไม่เสียชีวิต เดินออกมาข้างนอกวัง กลุ่มข้าราชบริพารของเจ้าชายเฟลิกซ์ที่เจ้าชายเตรียมไว้ ก็ระดมยิงปืนใส่ ก็ยังไม่เสียชีวิต ผลสุดท้าย ข้าราชบริพารจึงยิงปืนใส่ตารัสปูตินจนตกลงไปในนำเสียชีวิตในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1916 รวมอายุ 47 ปี


            3 วันต่อมา ศพของรัสปูตินถูกพบ และถูกส่งไปชันสูตร ผลการชันสูตร พบสารไซยาไนด์และกระสุนปืนจำนวนมากในร่างของรัสปูติน แต่ร่างกายของรัสปูตินเสียชีวิตเพราะการจมน้ำมากกว่า ส่วนไซยาไนด์และกระสุนปืนนั้นไม่ใช่สาเหตุของการเสียชีวิต


เฟลิกซ์ ฟัวร์ (Félix Faure)



            เฟลิกซ์ ฟัวร์ (Félix Faure  17 มกราคม 1895 – 16 กุมภาพันธ์1899) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส อดีตเคยเป็นลูกช่างทำเฟอร์นิเจอร์ ก่อนก้าวมาเป็นรัฐมนตรีและเป็นประธานาธิปดีในที่สุด มีผลงานเด่นๆ คือการเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย มีความใฝ่ฝันอยากครองตำแหน่งจักรพรรดินโปเลียนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง


            ตายเพราะ มันเป็นความฝันของชายอกสามศอกหลายๆ คน นั้นคือตายคาอกผู้หญิงหรือมีเพศสัมพันธ์แล้วตาย.......เรื่องของเรื่องคือ เฟลิกซ์ ฟัวร์ ตายทันทีเนื่องจากเป็นลมเพราะเส้นโลหิตในสมองแตกในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 1899 ขณะเขากำลังทำกิจกรรมทางเพศกับสาวชื่อ Marguerite Steinheil อายุ 30 ในสำนักงานของเขา โดยเขาเป็นลมชักในขณะที่เขากำลังทำกิจกรรมทางเพศด้วยปาก


            แม้การตายของเขาจะไม่จำจดนัก และไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือเปล่าเนื่องจากอาจเป็นไปได้ว่าคู่แข่งตรงข้ามอาจกุเรื่องนี้ขึ้นมาก็ได้  แต่กระนั้นในฐานะประธานาธิบดีฝรั่งเศส ก็อุตส่าห์มีรูปปั้นของเขาไว้ให้คนอื่นจดจำเหมือนกัน โดยรูปปั้นนั้นตั้งอยู่ที่บ้านของเขา ในเมืองหลวงฝรั่งเศส พร้อมกับคำจารึกแต่ผมแปลไม่ออกว่าแปลว่าอะไร คงประมาณว่า "ทำที่บ้านดีกว่า..........."(มั้ง)


คริสซิปปุส (Chrysippus)



            คริสซิปปุส (Chrysippus ราว 280 - 270BC) เป็นนักปรัชญายอดเยี่ยมของกรีก เป็นผู้นำของกลุ่ม badasses สอนในเรื่องตรรกะและ ปรัชญาเกี่ยวกับหลักการขจัดตัณหาราคะ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักปรัชญายอดเยี่ยมของยุคสมัยใหม่( Andrew  WK)


            ตายเพราะ วันนั้นคริสซิปปุสกำลังอยู่งานปาตี้สังสรรค์กับลาของเขา(ลาไม่มีชื่อ) จากนั้นเขาและและลาก็ดื่มเหล้ากินกับแกล้มจนเมามาย(เขาคงรักลามาก)  มีข่าวลือว่าเขาให้พืชจำพวกลูกฟิกซ์ (Ficu) ให้แก่ลาด้วย และลากินมันก็เมาและมันทำท่าตลกๆ ให้ดู และเมื่อคริสซิปปุสเห็นเขาก็เกิดอาการที่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ แต่รู้สึกว่าเขาจะหัวเราะมากเกินไปจนกระดูกงูเรือบนของเขาหักจนคริสซิปปุสเจ็บและหายใจไม่ออกและตาย................จบ เอียชีลัส (Aeschylus)



            เอียชีลัส (Aeschylus ราว 525 BC - 456BC) เป็นทหาร นักเขียน ผู้ร่วมกิจกรรมทางศาสนา และนักแสดง เขาเคยได้ร่วมต่อสู้ที่สงครามสงครามกับเปอร์เซีย  ในเมืองมาราธอน (Battle of Marathon) และเมื่อเสร็จศึกก็มาเป็นนักเขียนบทละครโศกนาฏกรรมยุคกรีกโบราณ เอียชีลัส สร้างงานบทละครไว้มากมายร่วม 90 ชิ้น แต่ปรากฏหลักฐานเหลือรอดมาถึงปัจจุบันเพียง 7 ชิ้น เรื่องอื่นที่เป็นที่รู้จักกันดี อาทิเช่น Agamemnon, Choephoroe และ Eumenides เป็นต้น


            ตายเพราะ มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการตายของเอียชีลัสบันทึกไว้มากมาย แต่ที่แนวๆ เดียวกันคือเขาตายเพราะเต่าและนกอินทรีย์............โดยเล่ากันว่าวันที่เอียชีลัสตายนั้นเขากำลังเดินเล่นอยู่ลานกว้างในเที่ยงวันที่อากาศแจ่มใส.......แต่แล้วจู่ๆ ก็มีนกอินทรีย์บินเข้ามาและมันก็เห็นศรีษะล้านๆ ของเอียชีลัสเหมือนกระดองเต่า ด้วยความหิวตาลาย อินทรีย์ตัวนั้นเลยโฉบเข้าไปที่หนังหัวของเอียชีลัส จนหนังหัวหลุด และแล้วนักกวีและทหารผู้ยิ่งใหญ่ก็สิ้นชื่อเพราะความเข้าใจผิดของนกอินทรีย์เข้าใจว่าหัวของเขาเป็นเต่าฉะนั้นแล……………


            แม้เอียชีลัสจะเสียชีวิต แต่เจตจำนงของเขาก็ได้ลูกชายทั้งสองช่วยสานต่อ  หนึ่งในนั้นคือ Euphorion ผู้ได้รางวัลชนะเลิศในงาน City Dianysia และเอาชนะ Sophoclesและ Euripides ในปี 431 B.C.


เอริอุส (Arius)



            เอริอุส (Arius ราว 250-336  ) เป็นหนึ่งในสมาชิกพระนอกรีตก่อนที่จะมีศาสนาคริสต์ นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ได้ยกย่องว่าเขาเป็นต้นกำเนิดลัทธินอกรีตในปัจจุบัน


            ตายเพราะ ผมก็พึ่งเคยได้ยินว่ามีแบบนี้ด้วย นั้นคือ "ตดในลำไส้ตาย"........ตอนที่ตายนั้นเขากำลังคุยเรื่องการเมืองกับฝ่ายตรงข้ามอยู่ การสนทนากำลังดุเด็ดเผ็ดมัน จนกระทั้ง  เอริอุส อยากตด แต่การตดคนนั้นดันผายลมผิดที ลมเน่าๆ นั้นเข้าไปในลำไส้ใหญ่ของเขาแทน เมื่อตดกระจายเข้ากระแสเลือดทำให้เกิดเลือดเป็นพิษ จากนั้นมันก็ลามไปที่ ลำไส้เล็ก, ม้าม และตับ เป็นพิษหมด และเขาตายเกือบทันที แม้ต่อมามีผู้วชาญสันนิษฐานว่าเขาน่าจะถูกลอบสังหารด้วยการวางยาพิษมากกว่า แต่มันปราศจากหลักฐานจริงๆ ทำให้เราจำต้องทำใจยอมรับเรื่องตดในลำไส้นั้นเป็นสาเหตุให้เขาตายมากกว่า


กษัตริย์เฮรอด (Herod the Great)



            เฮรอด (Herod the Great ราว 73 BC -4 BC)  กษัตริย์แห่งยูดายผู้มีชื่อเสียงในการสร้างสรรค์สิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่มากมาย และยังเป็นผู้วางรากฐานให้กับเมืองเยรูซาเล็ม และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่น่าทึ่ง รวมไปถึงผลงานชิ้นเอกของเขานั่นคือ ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเฮรอด


            ตายเพราะ ในเว็บต้นฉบับเขียนว่าเพราะเขาหมิ่นพระเจ้า.......เรื่องของเรื่องก็คือเฮรอดเป็นโรคประหลาดอย่างหนึ่งที่ทางการแพทย์ไม่สามารถอธิบายได้คือ  "เนื้อเน่าภายใน" อาการก็คือเจ็บปวดในลำไส้ เจ็บปวดภายใน อาการหายใจขาดเป็นห้วงๆ  มีอาการชักกระแด่กๆ ในไตยังมีเนื้อร้ายโฟเนียร์ และเนื้อเกิดอาการเน่าภายใน พระองค์ทรมาณโรคนี้หลายปีก่อนที่จะเสียชีวิตลงในที่สุด


            ตามบันทึกของผู้บันทึกประวัติศาสตร์ชาวยิว มีการบันทึกรายละเอียดการสวรรคตของเฮรอด กษัตริย์แห่งยูดายอย่างละเอียดแต่วิทยาการสมัยใหม่ไม่อาจมีคำตอบสำหรับการทรมานทุรนทุรายเกินกว่าจินตนาการเหล่านี้ได้ แต่ไบเบิ้ลมีคำตอบว่าสาเหตุเนื่องจากประเพณีของชาวคริสต์ ในสมัยพระเยซูคริสต์บอกว่าพระองค์เป็นไม่ใช้บุตรของพระเจ้า ฉะนั้นตามประเพณี พระองค์จะไม่ได้สืบบัลลังก์ปกครองชาวยิวอีกต่อไปได้


            พอกษัตริย์เฮรอด รู้ว่าพระองค์ไม่ใช่บุตรพระเจ้าเลยสั่งทหารฆ่าทารกที่กำลังเกิดและเกิดรอบๆ เมืองซะ!! โดยหวังว่าหนึ่งในนั้นที่ทารกถูกสังหารนั้นคือบุตรของพระเจ้า


                แน่นอนมีทารกมากมายถูกสังหารเพราะเหตุนี้ แต่ก็มีหลายรายรอดเหมือนกัน หนึ่งในนั้นคือพระเยซู คริสต์ ซึ่งแม้พระเยซูจะรอดในการสังหารหมู่ทารกไปได้ แต่สวรรค์ไม่ยอมอภัยต่อบาปของเฮรอสในการกระทำเช่นนี้เลยบันดาลให้เกิดโรคประหลาด "เนื้อเน่าภายใน"




Create Date : 03 เมษายน 2553
Last Update : 3 เมษายน 2553 8:40:40 น. 4 comments
Counter : 1058 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:10:25:37 น.  

 


โดย: thanitsita วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:14:14:41 น.  

 
กษัตริย์เฮรอด (Herod the Great)

เฮรอดเป็นโรคประหลาดอย่างหนึ่งที่ทางการแพทย์ไม่สามารถอธิบายได้คือ "เนื้อเน่าภายใน"

อาจจะเป็นมะเร็ง


โดย: Elbereth วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:10:18:42 น.  

 
เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากครับคุณ Elbereth


โดย: DR.MOO CAN DO วันที่: 11 เมษายน 2553 เวลา:7:43:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

DR.MOO CAN DO
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




ผมเป็น นิติพยาธิแพทย์ หรือ จะเรียกว่า หมอนิติเวช ก็ได้ครับ นิติพยาธิแพทย์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปีแล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง นิติพยาธิอีก 3 ปี และเมื่อสอบผ่าน ก็จะได้รับวุฒิบัตรเป็นผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ และได้เป็นนิติพยาธิแพทย์ โดยสมบูรณ์
หน้าที่ของหมอนิติเวช แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ
ส่วนแรก จะเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยคดี โดยในผู้ป่วยคดีนั้นแพทย์นิติเวชจะมีหน้าที่ในการตรวจ และให้ความเห็นกับพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับบาดแผลที่ตรวจพบ ซึ่งตำรวจจะนำไปใช้ในการตั้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี และหน้าที่ต่อมาของแพทย์นิติเวชคือการเป็นพยานในชั้นศาลในคดีดังกล่าว
ส่วนที่สอง จะเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต โดยในกรณีผู้เสียชีวิตนั้นแพทย์นิติเวชมีหน้าที่ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุในกรณีตายผิดธรรมชาติตามที่กฎหมายกำหนด และหากมีความจำเป็นต้องผ่าชันสูตร ก็จะต้องมีการทำรายงาน และให้ความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิต ส่งให้พนักงานสอบสวน สุดท้ายหน้าที่หลักที่สำคัญโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการเป็นพยานในชั้นศาลในคดีนั้นๆครับ
ประวัติการศึกษา
1.แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
2.วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3.ประกาศนียบัตร “Crime Scene Investigation” โครงการร่วมระหว่าง International Law Enforcement Academy กับ Federal Bureau of Investigation Academy
4.ประกาศนียบัตร “การบริหารงานโรงพยาบาล” คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลงาน
1.อาจารย์ประจำภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มศว.
2.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาชั้นปีที่ 3 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
3.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาปริญญาโท สาขานิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
4.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาปริญญาโท สาขานิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
5.วิทยากร หัวข้อ "ICD-10" ของกระทรวงสาธารณสุข
6.วิทยากร หัวข้อ "การตรวจสถานที่เกิดเหตุ" ของมูลนิธิร่วมกตัญญู และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
7.วิทยากรอบรมหลักสูตรนายร้อยตำรวจอบรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
8.วิทยากร หัวข้อ "KPI รายบุคคล" ให้กับโรงพยาบาลและมหาลัยวิทยาลัย ในภาครัฐ
9.วิทยากร หัวข้อ "Living will" ให้กับโรงพยาบาลในภาครัฐและเอกชน10.วิทยากร หัวข้อ "นิติเวชศาสตร์กับงานด้านโบราณคดี" ให้กับคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
11.ร่วมเขียนหนังสือ "KPI รายบุคคล"
12.ร่วมเขียนหนังสือ "มาตรฐาน ICD-10, ICD-9"
13.ที่ปรึกษารายการ "เรื่องจริงผ่านจอ" และ "Redline"
14.บทความทางวิชาการและผลงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ 15 เรื่อง
15.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตั้งแต่ ปี พศ.2553
16.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพ ฯ คณะแพทยศาสตร์ มศว. ตั้งแต่ปี พศ.2551
ผศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี (DR.MOO CAN DO)
New Comments
Friends' blogs
[Add DR.MOO CAN DO's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.