DR.MOO CAN DO
Group Blog
 
 
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
29 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
วัยรุ่นฮิตนำขี้เถ้าศพผสมน้ำใบกระท่อม !

วัยรุ่นฮิตนำขี้เถ้าศพผสมน้ำใบกระท่อม !


                โจ๋เมืองคอนพิเรนทร์หนัก คั้นน้ำกระท่อมมาผสมกับขี้เถ้าเผาศพดื่มกินกันเป็นแฟชั่น เรียกสูตรว่า "ตายโหง" หรือ "อวตาร" อ้างสรรพคุณแคล้วคลาดปลอดภัย-อยู่ยงคงกระพัน วิญญาณจะช่วยคุ้มครอง แถมมีเคล็ดถ้าเป็นศพใหม่ก็ยิ่งดี เพี้ยนหนักถึงขั้นไปรอกันถึงเมรุ บางรายบอกยัง ทำให้เกิดพลังพิเศษดึงดูดเพศตรงข้าม สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดใน จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะน้ำต้มพืชกระท่อมที่ได้รับความนิยมในหมู่เด็กและเยาวชนอย่างกว้างขวาง และแพร่ระบาดอย่างหนักแทบทุกหมู่บ้านทั่วจังหวัดจนนายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ต้องลงพื้นที่ตรวจผลการปฏิบัติงานในการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 


                ล่าสุดพบว่าเด็กและเยาวชนนำเอาขี้เถ้าใต้เชิงตะกอนเผาศพมาใส่เป็นส่วนผสมในน้ำต้มพืชกระท่อมด้วย และต่างถือเป็นสูตรเด็ดสุดยอดของน้ำต้มพืชกระท่อม ตั้งชื่อเรียกสูตรนี้ว่า "ตายโหง" หรือ "อวตาร" น่าจะตั้งชื่อสูตรตามชื่อภาพยนตร์ที่โด่งดังและกำลังฉายอยู่ในขณะนี้  


                วัยรุ่นคนหนึ่งที่ชอบเสพน้ำพืชกระท่อมเผยว่า ตนและเพื่อนๆ ในกลุ่มประมาณกว่า 10 คน มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายผลิตและดื่มน้ำต้มพืชกระท่อมมาแล้วทุกสูตร ล่าสุดนำขี้เถ้าใต้เชิงตะกอนเผาศพมาใส่เป็นส่วนผสม เป็นความเชื่อในหมู่เด็กและเยาวชนว่า หากดื่มน้ำต้มพืชกระท่อมสูตรนี้จะทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง และแคล้วคลาดปลอดภัย เหมือนมีวิญญาณของภูตผีปีศาจมาช่วยปกป้องคุ้มครอง ที่สำคัญน้ำต้มพืชกระท่อมสูตรนี้จะมีรสชาติและกลิ่นที่ชวนกิน เป็นกลิ่นและรสชาติที่วิเศษสุดๆ เกินคำบรรยาย หากใครได้ดื่มกินแล้วจะติดใจ โดยเฉพาะถ้าได้ขี้เถ้าใต้เชิงตะกอนที่เพิ่งเผาศพเสร็จใหม่ๆ ด้วยแล้วถือว่าเป็นขี้เถ้าที่ดีวิเศษที่สุด โดยจะขี่รถจักรยานยนต์เข้ามารวมตัวกันบริเวณเมรุเผาศพ และหลังการเผาศพเสร็จใหม่ๆ จะมีเด็กจากหมู่บ้านข้างเคียง บางครั้งนำถุงหรือขวดมาตักเอาขี้เถ้าจากเชิงตะกอนเพื่อไปเป็นส่วนผสมยาเสพติดน้ำต้มพืชกระท่อม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ยอมรับว่าปัญหาเรื่องเด็กและเยาวชนนิยมผลิตและดื่มน้ำต้มพืชกระท่อมกลายเป็นปัญหาของทุกหมู่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นหลายคนพบปัญหาการแพร่ระบาดของน้ำต้มพืชกระท่อมเหมือนกัน ที่สำคัญปัญหานี้มันยากที่จะแก้ไขหรือห้ามปรามเด็กและเยาวชนในหมู่บ้าน ในหมู่บ้านของตนมีเด็กวัยรุ่นจากหมู่บ้านข้างเคียงมารวมตัวกันเป็นประจำ หากผู้นำท้องถิ่นเข้าไปเข้มงวดกวดขันมากเกินไปก็จะมีปัญหาอื่น ๆ มากมายตามมา จึงทำได้แค่ห้ามปรามและว่ากล่าวตักเตือน แต่เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อคงไปบังคับเขาไม่ได้ และหากถูกจับกุมก็ต้องรับโทษตามกฎหมายเอาเอง จะไม่เข้าไปดูแลหรือช่วยเหลือในเรื่องคดีอย่างเด็ดขาด 


                หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 (สารวัตรนักเรียน) เผยว่า  "เคยเอาตัวเด็กเหล่านี้มาพูดคุยหาเบื้องลึกเบื้องหลัง กลับได้คำตอบที่ทำให้ผมต้องคิดหลายตลบ วัยรุ่นกลุ่มที่นิยมน้ำต้มกระท่อมและมีส่วนผสมของเถ้าเผาศพนั้นมีความเชื่อว่า น้ำกระท่อมที่ต้มเสร็จแล้วที่มีส่วนผสมของเถ้าเผาศพจะเกิดอำนาจและเกิดพลังพิเศษที่อยู่ในตัวของผู้ที่ดื่มเข้าไป โดยเฉพาะการดึงดูดเพศตรงข้าม เมื่อเข้าไปพูดคุยด้วยจะเกิดพลังอำนาจ ที่ทำให้เพศตรงข้ามคล้อยตามและเกิดความหลงใหล เป็นเรื่องที่น่าวิตกมากที่เด็กวัยรุ่นมีพฤติกรรมเช่นนี้ สารวัตรนักเรียนทำได้อย่างเดียวคือติดตามพฤติกรรมแจ้งสถานศึกษา แจ้งผู้ปกครองทราบ หากเหลือบ่ากว่าแรงต้องส่งดำเนินการไปตามกฎหมาย ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก"


ข้อมูลจากข่าวสด


Create Date : 29 มกราคม 2553
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2553 11:05:28 น. 1 comments
Counter : 631 Pageviews.

 
โง่


โดย: คนฉลาดกว่า IP: 180.183.126.152 วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:12:26:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

DR.MOO CAN DO
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ผมเป็น นิติพยาธิแพทย์ หรือ จะเรียกว่า หมอนิติเวช ก็ได้ครับ นิติพยาธิแพทย์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปีแล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง นิติพยาธิอีก 3 ปี และเมื่อสอบผ่าน ก็จะได้รับวุฒิบัตรเป็นผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ และได้เป็นนิติพยาธิแพทย์ โดยสมบูรณ์
หน้าที่ของหมอนิติเวช แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ
ส่วนแรก จะเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยคดี โดยในผู้ป่วยคดีนั้นแพทย์นิติเวชจะมีหน้าที่ในการตรวจ และให้ความเห็นกับพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับบาดแผลที่ตรวจพบ ซึ่งตำรวจจะนำไปใช้ในการตั้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี และหน้าที่ต่อมาของแพทย์นิติเวชคือการเป็นพยานในชั้นศาลในคดีดังกล่าว
ส่วนที่สอง จะเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต โดยในกรณีผู้เสียชีวิตนั้นแพทย์นิติเวชมีหน้าที่ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุในกรณีตายผิดธรรมชาติตามที่กฎหมายกำหนด และหากมีความจำเป็นต้องผ่าชันสูตร ก็จะต้องมีการทำรายงาน และให้ความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิต ส่งให้พนักงานสอบสวน สุดท้ายหน้าที่หลักที่สำคัญโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการเป็นพยานในชั้นศาลในคดีนั้นๆครับ
ประวัติการศึกษา
1.แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
2.วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3.ประกาศนียบัตร “Crime Scene Investigation” โครงการร่วมระหว่าง International Law Enforcement Academy กับ Federal Bureau of Investigation Academy
4.ประกาศนียบัตร “การบริหารงานโรงพยาบาล” คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลงาน
1.อาจารย์ประจำภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มศว.
2.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาชั้นปีที่ 3 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
3.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาปริญญาโท สาขานิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
4.อาจารย์พิเศษ สอนนักศึกษาปริญญาโท สาขานิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
5.วิทยากร หัวข้อ "ICD-10" ของกระทรวงสาธารณสุข
6.วิทยากร หัวข้อ "การตรวจสถานที่เกิดเหตุ" ของมูลนิธิร่วมกตัญญู และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
7.วิทยากรอบรมหลักสูตรนายร้อยตำรวจอบรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
8.วิทยากร หัวข้อ "KPI รายบุคคล" ให้กับโรงพยาบาลและมหาลัยวิทยาลัย ในภาครัฐ
9.วิทยากร หัวข้อ "Living will" ให้กับโรงพยาบาลในภาครัฐและเอกชน10.วิทยากร หัวข้อ "นิติเวชศาสตร์กับงานด้านโบราณคดี" ให้กับคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
11.ร่วมเขียนหนังสือ "KPI รายบุคคล"
12.ร่วมเขียนหนังสือ "มาตรฐาน ICD-10, ICD-9"
13.ที่ปรึกษารายการ "เรื่องจริงผ่านจอ" และ "Redline"
14.บทความทางวิชาการและผลงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ 15 เรื่อง
15.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตั้งแต่ ปี พศ.2553
16.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพ ฯ คณะแพทยศาสตร์ มศว. ตั้งแต่ปี พศ.2551
ผศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี (DR.MOO CAN DO)
New Comments
Friends' blogs
[Add DR.MOO CAN DO's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.