มีนาคม 2560

 
 
 
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
20
23
24
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
ซีอาร์-วี ดีเซล 1.6ลิตร เริ่มต้นที่ 1.549 ล้านบาท


ฮอนด้าเปิดตัวซีอาร์-วีใหม่ เบนซิน 2.4ลิตร ราคาเริ่มต้นที่ 1.399 ล้าน   พร้อมเพิ่มรุ่นเครื่องดีเซล 1.6 ลิตร เคาะ 1.549-1.699 ล้านบาท


บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 5 ยนตรกรรมเอสยูวีระดับพรีเมียมที่พร้อมนำคุณไปได้ไกลอย่างที่คุณจินตนาการ ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งในทุกมิติ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อน ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO ที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire)ราคาเริ่มต้นที่ 1.549 ล้านบาท ใน รุ่น DT E  และ 1.699 ล้านบาทใน รุ่น DT EL 4WD  นอกจากนี้ ยังมีเค รื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อมเกียร์ CVT ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบไฟฟ้าด้วยระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัย สร้างมาตรฐานเอสยูวีให้เหนือระดับไปอีกขั้น  ราคาเริ่มต้นที่ 1.399 ล้านบาท ในรุ่น 2.4 E  และ 1.549 ล้านบาทในรุ่น                       2.4 EL 4WD        

นายโนริอากิ อาเบะ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ประเทศไทยนับเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของฮอนด้า โดยเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของฮอนด้าในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ทั้งยังเป็นตลาดที่สำคัญในภูมิภาคอีกด้วย และในครั้งนี้ ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในภูมิภาคและเป็นประเทศที่สามของโลกต่อจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดาที่เปิดตัว ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ นี้ ซึ่ง ฮอนด้า ซีอาร์-วี เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญที่สุดรุ่นหนึ่งของฮอนด้า ด้วยการเป็นยนตรกรรมเอสยูวีที่ครองใจลูกค้าทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายสะสมกว่า 8.7 ล้านคัน โดยฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ จะทำการผลิตที่โรงงานของฮอนด้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และมีแผนการส่งออกรถซีอาร์-วี (CBU) และชิ้นส่วน (CKD Sets) รวม 7.5 หมื่นคัน ภายในหนึ่งปี”
 นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่การเปิดตัว ฮอนด้า ซีอาร์-วี เจเนอเรชั่นที่ 1 เข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี 2539 ฮอนด้า ซีอาร์-วี นับเป็นโมเดลที่มีส่วนสำคัญในการสร้างกระแสความนิยมรถเอสยูวีให้เพิ่มขึ้นและกระจายความนิยมไปยังลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ฮอนด้าจึงได้เปิดตัว ฮอนด้า เอชอาร์-วี และฮอนด้า บีอาร์-วี ซึ่งส่งผลให้ ฮอนด้า ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดเอสยูวี ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 60% อีกทั้งทำให้ตลาดเอสยูวีเติบโตขึ้น และกลายเป็นเซ็กเมนต์ที่สำคัญของตลาดรถยนต์นั่งประเทศไทย ด้วยสัดส่วนกว่า 15% และในครั้งนี้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 5 จะมาสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่รถเอสยูวีอีกครั้ง”
 ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ใหม่รอบคันที่ให้ความรู้สึกหรูหรา แข็งแกร่งขึ้นในทุกมิติ โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้ายใหม่แบบ LED สะกดทุกสายตาขณะขับขี่ด้วย Daytime Running Light เสริมความแข็งแกร่งด้วยกระจังหน้าแบบพรีเมียมได้รับการออกแบบด้วยเส้นสายที่เฉียบคม และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตใหม่ สะท้อนความลงตัวในทุกมิติ

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายและเงียบยิ่งขึ้นในทุกการเดินทาง มาพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3 มอบความสะดวกสบายทุกอิริยาบถตลอดการเดินทาง หรูหราเหนือระดับด้วยแผงคอนโซลหน้าขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยเส้นสายลายไม้และวัสดุสี Piano Black  ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ i-Dual Zone อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อการควบคุมอันล้ำสมัย อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เป็นต้น
 ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มาพร้อม 2 ขุมพลังขับเคลื่อนอัจฉริยะ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO 4 สูบ ให้กำลังสูงสุดถึง 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที  ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) ให้ทั้งอัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 18.9 กิโลเมตร/ลิตร* อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอัตราที่ต่ำเพียง 141 กรัม/กิโลเมตร* (*รุ่น DT E)
เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC 4 สูบ ให้กำลังสูงถึง 173 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 224 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้การตอบสนองที่ทันใจ พร้อมรองรับพลังงานทางเลือก E85
โดยมาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบไฟฟ้าด้วยระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) พร้อมควบคุมการเปิด-ปิดด้วยรีโมท และสามารถปรับระดับความสูงของการเปิดฝากระโปรงท้ายได้ตามต้องการ และเบาะนั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับผู้โดยสารและการใช้งานที่หลากหลาย
 มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (Driver Attention Monitor) ผ่านการควบคุมพวงมาลัยและแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ TFT พร้อมการสั่นเตือนที่พวงมาลัย ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist) ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)  ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ  Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold) เป็นต้น




Create Date : 25 มีนาคม 2560
Last Update : 25 มีนาคม 2560 14:57:35 น.
Counter : 194 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



mua all time
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]