Mr.Pos : The Thinking & Learning in My Life
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
‘แมนเดลาวัยหนุ่ม’ กับการผจญภัยใน โจฮันเนสเบิร์ก

 

'แมนเดลาวัยหนุ่ม’ กับการผจญภัยใน โจฮันเนสเบิร์ก  ชีวิต และการต่อสู้ของ เนลสัน แมนเดลา : จาก ค..1941 – 1952

           ปี ค..๑๙๔๑ แมนเดลา ในวัย ๒๓ ปี และ จัสติค ลูกพี่ลูกน้องของเขา ได้วางแผนหลบหนีออกจากหมู่บ้านคูนู ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เพื่อปฏิเสธการเข้าพิธีแต่งงานแบบคลุมถุงชน คนหนุ่มทั้งสองได้ครุ่นคิดถึงแผนการที่จะแสวงหาชีวิตใหม่ใน เมืองโจฮันเนสเบิร์ก พวกเขาลักลอบนำวัวสองตัวของหัวหน้าเผ่าไปขาย เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายเป็นค่าเดินทาง แม้ทั้งคู่จะไม่มีเอกสารอนุญาตเดินทางติดตัวก็ตาม

            แมนเดลา และ จัสติค จับเที่ยวรถไฟเดินทางมุ่งขึ้นเหนือ ก่อนที่จะต่อรถโดยสารอีกครั้ง จนกระทั่งเด็กหนุ่มจากท้องทุ่งกว้างได้พบเห็นแสงสีอันศิวิไลซ์ และความเจริญของเมืองใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิต หลายปีต่อมา แมนเดลา ได้เขียนบันทึกเอาไว้ว่า

            "..การได้มาถึง โจฮันเนสเบิร์ก เหมือนการเดินทางอันยาวไกลได้สิ้นสุดลง แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่แท้จริง ที่ยาวไกลยิ่งกว่านั้น.." 

                แมนเดลา ได้สมัครเขาทำงาน ในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัยในเหมืองทองแห่งหนึ่งของชาวยุโรป แต่ข่าวที่แพร่สะพัดถึงวีรกรรมการหลบหนีออกจากหมู่บ้านของ แมนเดลา ก็ติดตามตัวเขามาถึงที่นี่ เขาถูกจับได้ และถูกปฏิเสธงานในเวลาต่อมา..  แม้จะพลาดจากตำแหน่งงานแรก แต่เวลาต่อมา จัสติค ก็ได้แนะนำ แมนเดลา ให้ทำความรู้จักกับนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จในกิจการหลายด้านที่ชื่อ ‘วอลเตอร์ ซิซูลู’ (Walter Sisulu) ผู้อาวุโสกว่า แมนเดลา หลายปี ด้วยเส้นสายของ ซิซูลู แมนเดลา จึงได้งานใหม่ในตำแหน่งเสมียน ในสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งของคนผิวขาว และใช้เวลาหัวค่ำของทุกวันร่ำเรียนเพิ่มเติมอีกด้วย

 

ภาพความเจริญในกลาง เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ใน ทศวรรษ 1950

     

         กล่าวได้ว่า ‘โจฮันเนสเบิร์ก’ ในทศวรรษ ๑๙๕๐ คือเมืองที่ร่ำรวย และฟู่ฟ่าที่สุดของแอฟริกาใต้ นครแห่งนี้มีสถานะเป็นเหมืองทองคำมหึมาแห่งหนึ่งของโลก นี่เป็นครั้งแรกที่ แมนเดลา ได้พบเห็นรถยนต์คันโตหรูหราแล่นอยู่บนถนนขวักไขว่ไปมาด้วยตาตนเอง เขาได้พบเห็นตึก อาคารสูงเสียดฟ้าที่ไม่มีในหมู่บ้านคูนู แต่เหนืออื่นใด ในเมืองใหญ่แสนศิวิไลซ์แห่งนี้ เขากลับได้รับรู้รสชาติ ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นต่อเพื่อนร่วมชาติเป็นครั้งแรก  

         ความงดงาม หรูหราทุกซอกมุมใน โจฮันเนสเบิร์ก ไม่ได้ทำให้ แมนเดลา  เกิดความภูมิใจ หรือมีความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมแต่อย่างใด แมนเดลา อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัดของชาวแอฟริกัน ที่เรียกว่า township ในย่าน ‘อเล็กซานดรา’ Alexandra ห่างไกลจากย่านหรูหรา และตึกใหญ่โตใจกลางเมือง ที่คนขาวผู้มั่งคั่งเป็นเจ้าของ และมีชีวิตที่เต็มล้นไปด้วยความสุขจากการกอบโกยผลกำไรจากเหมือง           

          Township เป็นเมืองย่อยๆ ที่มีสภาพไม่ต่างไปจากชุมชนแออัดในเมืองไทย ตั้งอยู่ชายขอบของเขตเมือง เป็นพื้นที่ที่รัฐบาลกำหนดให้คนผิวดำอาศัยอยู่ ที่นี่ไม่มีระบบประปา และไฟฟ้า มีแต่บ้านช่องที่ซอมซ่อ ขาดเงินบูรณะซ่อมแซม และอัดแน่นไปด้วยผู้คน กิจวัตรในการเดินทางไปทำงานของ แมนเดลา  เขาต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ไปยังที่ทำงาน และเดินเท้ากลับในระยะทางเดียวกันนี้ทุกวัน ตลอด ๕ ปี โดยมีชุดสูทเก่าๆ สวมใส่เพียงชุดเดียวเท่านั้น

     

 

 สภาพบ้านเรือนของชาวแอฟริกัน ที่แออัดยัดเยียดใน อเล็กซานดรา

 

                   ปี ค.. ๑๙๔๒ หัวหน้า Jongintaba ผู้เป็นลุงของ แมนเดลา ได้เสียชีวิตลง เป็นเหตุให้เด็กหนุ่มเผ่าเท็มบู ผู้พลัดถิ่น ทั้งสอง ต้องหวนคืนบ้านเกิดอีกครั้ง การกลับมาครั้งนี้ จัสติค ได้รับตำแหน่งหัวหน้าผู้ปกครองเผ่าสืบทอดต่อจากบิดา กลายมาเป็นผู้นำเผ่า เท็มบู คนใหม่ แต่สำหรับ แมนเดลา ได้ตัดสินใจหวนกลับมายัง โจฮันเนสเบิร์ก อีกหน ด้วยเชื่อมั่นว่า เขาได้ลิขิตเส้นทางชีวิตที่แตกต่างจากบรรพบุรุษด้วยตัวของเขาเองแล้ว                

              ที่ โจฮันเนสเบิร์ก แมนเดลา  เริ่มเข้าเรียนด้านกฎหมายภาคค่ำ ที่มหาวิทยาลัย                  วิทวอเทอร์สแรนด์ (University of Witwatersrand) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาได้ร่วมชั้นเรียนเดียวกับคนผิวขาวอื่นๆที่นี่ แมนเดลา  ได้กลายมาเป็นเพื่อนกับ โจ สโลโว (Joe Slovo) , รูท เฟิร์ส (Ruth First) และ บราม ฟิชเชอร์ (Bram Fischer) ซึ่งเป็นผู้ว่าการแห่งเมือง Afrikaner ในแอฟริกาใต้ แต่ชีวิตในมหาวิทยาลัยของเขา กลับไม่มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นอย่างที่คิด ด้วยกระแสที่ปลุกเร้าความเกลียดชัง ความรู้สึกแบ่งแยก เหยียดสีผิว ที่อบอวลไปทั่วสังคมแอฟริกาใต้ ทำให้ เด็กหนุ่มผิวสีอย่าง แมนเดลา แทบจะไม่มีใครต้องการมีปฏิสัมพันธ์ด้วย แม้กระทั่งจะนั่งอยู่ใกล้ชิด                 ช่วงเวลานี้ แมนเดลา หลบหนีบรรยากาศความอึดอัดที่กดทับ ไปพบปะสมาคมที่บ้านของ วอเตอร์ ซิซูลู และภรรยาของเขา คือ ‘อัลเบอร์ติน่า’ (Albertina) อยู่บ่อยครั้ง เพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนมุมมอง ของปัญหาคนผิวดำที่เป็นอยู่ในแอฟริกาใต้ ที่บ้านของ ซิซูลู ทำให้ แมนเดลา ได้พบกับ ‘เอเวอลิน เมส’ (Evelyn Mase) นางพยาบาล ที่ร่วมงานกับภรรยาของ ซิวูลู ซึ่งเวลาต่อมา แมนเดลา ได้สานสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับเธอ และเลือกเธอเป็นคู่ครองในชีวิต พร้อมทั้งเริ่มต้นสร้างครอบครัวด้วยกันใน ออลันโด (Orlando) ชุมชนชาวแอฟริกันอีกแห่งนอกโจฮันเนสเบิร์ก  

 

                        

                                               วอลเตอร์ ซิซูลู ในปี 1952          

                       เมื่อเพื่อนเก่าอย่าง โอลิเวอร์ เท็มโบ ได้ย้ายมาปักหลักอาศัยใน โจฮันเนสเบิร์ก แมนเดลา จึงเริ่มพบปะ ติดต่อกับ เท็มโบ อีกครั้ง นักกฎหมายหนุ่มไฟแรงทั้งสอง ได้พูดคุยหารือเกี่ยวกับปัญหาของเพื่อนร่วมชาติอย่างจริงจัง จนพวกเขาตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่ม ‘สมัชชาแห่งชาติแอฟริกัน’ ( African National Congress) ซึ่งมีชื่อย่อว่า  ‘ANC’ ซึ่ง วอลเตอร์ ซิซูลู ได้เข้าร่วมอุดมการณ์เป็นสมาชิกอยู่ก่อนแล้ว

                  ANC ก่อตั้งขึ้นโดยสี่นักกฎหมายชาวแอฟริกันในปี ค..๑๙๑๒ คนเหล่านี้ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม เพื่อให้ชาวแอฟริกัน ในแอฟริกาใต้ มีสิทธิออกเสียงโหวตเลือกตั้ง และสามารถเป็นตัวแทนเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงของประชาชนในสภาได้ สมาชิก ANC ยังปรารถนาจะให้ชาวแอฟริกัน มีสิทธิครอบครองที่ดิน บนแผ่นดินของตัวเองได้อีกด้วย โดยพวกเขาเชื่อมั่นว่าหนทางเดียวที่จะสามารถปฏิรูปคุณภาพชีวิตของคนผิวสีให้ดีขึ้นได้ ย่อมอยู่ที่การรวมตัวกันเป็นองค์กรอย่างแน่นเหนียว เป็นหนึ่งเดียว และเข้มแข็งเป็นสำคัญที่สุด      

              ANC มีสัญลักษณ์เป็นผืนธงแถบสามสี คือ สีดำ หมายถึงคนแอฟริกันทั้งมวล สีเขียว หมายถึงแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ และสีเหลือง หมายถึง ทองคำ อันแสดงถึงความมั่งคั่งของประเทศ แต่เป็นเรื่องน่าเศร้า ที่ในความเป็นจริง คนแอฟริกัน กลับไม่เคยได้ลิ้มรสชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเลย            

             เมื่อถึง ค.. ๑๙๔๗ ด้วยความสามารถ และความทุ่มเทเสียสละ ทำงานอย่างมีอุดมการณ์ล้นเหลือต่อเพื่อนร่วมชาติ แมนเดลา จึงค่อยๆ ทวีบทบาทความสำคัญใน ANC มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคีร์แมนคนสำคัญขององค์กรในปีนั้น แมนเดลา ได้รับความไว้วางใจ รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการ ANC ประจำจังหวัดทรานสแวล์ (Transvaal) เขามีความรู้สึกถึงพร้อมอย่างสุดขีดต่อการปฏิบัติงานในเวลานี้แล้ว

          

 ผืนธง ดำ - เขียว - เหลือง สัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อสิทธิคนผิวสี ของ องค์กร ANC

 

            การเลือกตั้งทั่วไปในแอฟริกาใต้ ในปี ๑๙๔๘ มีเพียงคนผิวขาวเท่านั้นที่มีสิทธิเลือกตั้ง และชัยชนะในสนามเลือกตั้งระดับชาติ ก็ตกเป็นของ ‘พรรคชาตินิยมแอฟริกัน’ (The Afrikaner National Party) ที่นำโดย ‘ดร.ดาเนียล มาลัน’ (Dr. Daniel Malan) ซึ่งไม่ต้องการเห็น ชาวแอฟริกันได้รับสิทธิ และมีสถานะทางเศรษฐกิจที่ดีในประเทศ กระทั่งไม่ต้องการให้มีสิทธิใดๆ ทางการเมือง ดร.มาลัน ได้เสนอนโยบายสุดอื้อฉาวในประวัติศาสตร์ นั่นคือ ‘การแบ่งแยกสีผิว’ หรือ ‘Apartheid Policy’ แก่รัฐสภา ซึ่งเป็นกฎหมายอันเข้มงวด ที่แบ่งแยกชีวิตความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันระหว่างคนขาว และคนดำ ออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีรถไฟ สถานที่ทำงาน ที่อยู่อาศัย อาชีพ กีฬา ไปจนกระทั่งชีวิตสมรส

           ตั้งแต่ปี ๑๙๔๘ ป้ายคำว่า ‘Whites Only’ อันมีความหมายถึง ‘สงวนไว้เฉพาะคนผิวขาว’ ปรากฏไปทั่วโจฮันเนสเบิร์ก เคปทาวน์ และเมืองอื่นๆ ในสถานที่ต่างๆ ทั้ง รถแท็กซี่ รถพยาบาล รถบัส ภัตตาคาร โรงแรม ลานจอดรถ สวนสาธารณะ บาทวิถี ม้านั่ง ไปจนถึง ยิมเนเซียม สนามกีฬา กระทั่งในการแข่งขันกีฬา คนดำ ก็ไม่สามารถร่วมทีม หรือลงแข่งในรายการเดียวกับคนขาวได้ สัญลักษณ์ Whites Only จึงเป็นปรากฏการณ์ ที่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ และลดทอนคุณค่าในตัว คนแอฟริกัน อย่างถึงที่สุด

                                    

              ตามพื้นที่สาธารณะต่างๆ ในเมืองใหญ่ของ แอฟริกาใต้ ตั้งแต่ปี 1948 ปรากฏป้าย สงวนเฉพาะคนผิวขาวจำนวนมาก เป็นการกีดกันสิทธิขั้นพื้นฐานของ คนผิวสี อย่างเด่นชัด

          

         แมนเดลา จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในปี ๑๙๕๒ และกลายมาเป็นนักกฎหมายเต็มตัว เขาเปิดสำนักงานกฎหมายสำหรับคนแอฟริกัน ขึ้นเป็นแห่งแรกร่วมกับ โอลิเวอร์ เท็มโบ จากนั้นวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๑๙๕๒ หลังจากที่ สมาชิก ANC  ได้ร่วมวางแผนอย่างรอบคอบกับองค์กรพันธมิตร อย่าง พรรคคอมมิวนิสต์ สมัชชาคนพื้นเมืองอินเดียน พวกเขาจึงเริ่มต้น แคมเปญ การรณรงค์ท้าทายนโยบายของรัฐอย่างเป็นทางการ ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกเรียกว่า ‘The Defiance Campaign’    

     องค์กรการเมืองทั้ง ๓ กลุ่ม ทำงานร่วมกันใน แคมเปญ นี้ ทั้ง ชาวแอฟริกัน คนอินเดียน ที่ถูกนำพาเข้ามายัง แอฟริกาใต้ ในทศวรรษที่ ๑๘๖๐ โดยรัฐบาลอังกฤษ ในฐานะแรงงานราคาถูก รวมไปถึงคนผิวสีอื่นๆ แผนของการรณรงค์นี้ ANC ได้เคลื่อนไหวรณรงค์กับคนทุกกลุ่มที่ไม่ใช่คนผิวขาว ที่ไร้สิทธิในสังคม ด้วยการปลุกระดมให้คนทั่วประเทศไม่ยอมรับกับกฎหมายการแบ่งแยกนี้ ซึ่งกีดกันการดำรงชีวิตของคนผิวดำ และคนผิวสีอื่นๆ จากพื้นที่สาธารณะต่างๆ

       แมนเดลา ได้ขับรถเดินทางตระเวนไปทั่วประเทศ เพื่อป่าวประกาศ รณรงค์แคมเปญนี้แก่ชาวแอฟริกัน ที่อาศัยอยู่ตามชุมชนต่างๆ ไม่นานนักการเดินขบวนประท้วงของคนผิวสีก็ระเบิดขึ้นตามเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วประเทศ รัฐบาล ตอบโต้ปฏิกิริยาแข็งขืนนี้ ด้วยการมอบอำนาจแก่ตำรวจ ให้ออกกวาดล้าง ปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ออกมาเดินขบวนตามท้องถนนอย่างรุนแรง ภายในระยะเวลา ๕ เดือน ตำรวจได้จับกุมผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองมากถึง ๘,๐๐๐ คน รวมทั้ง แมนเดลา และ วอเตอร์ ซิซูลู ที่ถูกจับกุมพร้อมๆ กับสมาชิก ANC คนอื่นๆ อีกจำนวนมาก

การเคลื่อนไหว ต่อต้านกฎหมาย แบ่งแยกสีผิว ของ สมัชชาแห่งชาติ ANC ที่เกิดขึ้นตามเมืองใหญ่ ทั่วแอฟริกาใต้

            การรณรงค์ประท้วงทั่วประเทศครั้งใหญ่นี้ ได้สร้างประสบการณ์ใหม่ ที่มีค่ายิ่งแก่ชีวิต และความคิดทางการเมืองของ แมนเดลา มันเป็นครั้งแรกที่คนแอฟริกัน ได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่ตัวเองพึงได้ พวกเขาได้ประกาศต่อรัฐบาลผู้ปกครองชาวยุโรปแล้วว่า  พวกเขาไม่ได้เกรงกลัว หรือสยบยอมต่อ นโยบายแบ่งแยกสีผิว ที่รัฐบาลสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกดขี่คนผิวสี อีกต่อไป     

          แมนเดลา และมวลสมาชิกแห่งสมัชชาแห่งชาติแอฟริกันทั้งหลาย ได้ลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรี และเกียรติยศของลูกหลานชาวแอฟริกาใต้ อย่างไม่กลัวเกรงต่ออำนาจใดๆ อีกแล้ว !!

 

             

 แมนเดลา ในช่วงที่เป็นนักกฎหมายหนุ่ม ที่กำลังเริ่มบทบาทในการขับเคลื่อน สมัชชาแห่งชาติแอฟริกัน

 

 

                                           

           

        

          

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

          

        

 

 

 

 




Create Date : 08 ธันวาคม 2556
Last Update : 11 ธันวาคม 2556 20:52:00 น. 1 comments
Counter : 1005 Pageviews.

 




สุขสันต์วันเกิดครับ
๙ ทุก ๙ ให้ชีวิต ๙ กระโดด
๙ วิ่งโลด แล่นหวัง สมดั่งหมาย
๙ ผ่านพ้น เขตขั้น อันตราย
๙ ผ่านร้าย กลายดี ที ๙ เดิน
ต้นจินต์ อินระดา


โดย: ต้นกล้า อาราดิน วันที่: 14 ธันวาคม 2556 เวลา:9:32:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โปสการ์ดราดซอส
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add โปสการ์ดราดซอส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.