Mr.Pos : The Thinking & Learning in My Life
Group Blog
 
 
เมษายน 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
29 เมษายน 2556
 
All Blogs
 
‘เหมา เจ๋อ – ตง’ ไม่ใช่ เทพเจ้า อย่างที่เรามองเห็น ! : MAO The Unknown Story

ไดอารี่ความคิด  ของ ‘นายโปส’

 

บทบันทึก ห้วงขณะหนึ่งเกี่ยวกับ ชีวิต สังคม การเมือง และสิ่งละอันพันละน้อย

 

 

‘เหมา เจ๋อ – ตง’ ไม่ใช่ เทพเจ้า อย่างที่เรามองเห็น ! : MAO The Unknown Story

 

 

                ประธานเหมา ‘เหมา เจ๋อ-ตง’ บิดาประเทศจีนยุคใหม่ ไม่ใช่ ‘เทพเจ้า’ และไม่เคยเป็นเทพเจ้า อย่างที่เหล่าผู้นำจีนรุ่นหลัง และพรรคคอมมิวนิสต์จีน พยายามจะปลูกสร้างสถานภาพให้แต่อย่างใด..

 

                ท่ามกลางหนังสือว่าด้วยอัตชีวประวัติ เส้นทางการต่อสู้ การเดินทัพทางไกลอันลือลั่น รวมทั้งหนังสือที่รวบรวมปรัชญา ความคิด สรรนิพนธ์ และโคลงบทที่แสดงถึงอัจฉริยภาพ การเสียสละต่อประเทศชาติ ที่มีแต่แง่มุมการยกย่อง สรรเสริญ ประธานเหมา แต่เพียงด้านเดียว จนทำให้ เหมา มีสถานะใกล้เคียงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แตะต้องไม่ได้เข้าไปทุกที โลกบรรณพิภพ แวดวงหนังสือนานาชาติก็ได้รู้จักตัวตนอีกด้าน (ด้านมืด) ของบิดาชนชาติจีนผู้นี้

 

                เมื่อ จุงชาง และ จอน ฮัลลิเดย์ สามีของเธอ ได้ร่วมกันเขียนหนังสือเล่มหนา ที่มีชื่อว่า ‘MAO The Unknown Story’ (ฉบับแปลภาษาไทย โดย อายุรี ชีวรุโณทัย สำนักพิมพ์แสงดาว ในชื่อ ‘เหมา เรื่องที่คุณไม่รู้’) ซึ่งมีเนื้อหาตีแผ่ข้อเท็จจริงอีกด้านของ เหมา ที่สะเทือนแวดวงประวัติศาสตร์จีนยุคใกล้ได้อย่างมหาศาล หากแต่ MAO The Unknown Story ก็คงจะมีสถานะเป็น ‘หนังสือต้องห้าม’ ในสังคมจีน โดยที่คนแผ่นดินใหญ่อีกนับล้าน ก็คงไม่มีโอกาสสัมผัส และรู้จักตัวตนอีกแง่หนึ่งของ ประธานเหมา ได้อย่างแน่นอน

 

 

                แม้หนังสือเล่มนี้ จะเต็มไปด้วยท่วงทำนองของผู้เขียน ที่ดูจะมีอคติด้านลบ และคอยจ้องจับผิด บั่นทอนสถานะความยิ่งใหญ่ของ เหมา โดยตลอดก็ตาม แต่ข้อมูลทั้งหลายที่ถูกตีแผ่ออกมาก็หนักแน่นพอ จากการทำงานอย่างหนักของ สามี – ภรรยา นักเขียนคู่นี้ ที่ใช้วิธีสืบค้นข้อมูล ค้นคว้าเอกสาร เดินทางลงพื้นที่ศึกษาภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ และติดต่อสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องนับ ๑๐๐ ชีวิต เป็นเวลากว่า ๑๐ ปี จนทำให้หนังสือเล่มนี้มีพลัง และมีความหมายขึ้นมาในทันที

 

 

                เนื้อหาในหนังสือ MAO The Unknown Story ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นว่า แม้ ประธานเหมา จะสร้างคุณูปการไว้ให้กับประเทศชาติจีนอย่างมากมาย จนทำให้แผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่น มีเสถียรภาพมาจนถึงวันนี้ ภายใต้การปกครองโดย พรรคคอมมิวนิสต์จีนเพียงพรรคเดียว แต่เส้นทางการก้าวขึ้นสู่อำนาจของ เหมา เอง ก็เต็มไปด้วยช่วงเวลาแห่งความเลวร้าย ที่ การกระทำ และการตัดสินใจของ เหมา ได้ส่งผลร้ายมากมายให้กับ มวลประชาชน เหล่าทหารหาญของกองทัพแดง รวมทั้งสมาชิกพรรคร่วมอุดมการณ์เดียวกัน

 

                พฤติกรรม ความคิดอ่าน และการกระทำของ เหมา ที่ ชาง เขียนตีแผ่ออกมานี้ ไม่ได้ทำให้ เหมา มีคุณสมบัติใกล้เคียงวีรบุรุษ หรือบิดาอันเป็นที่เคารพรักของชาวจีนที่เราคุ้นเคยแม้แต่น้อย เส้นทางการขึ้นเป็นใหญ่ภายในพรรคของ เหมา เต็มไปด้วยการใช้ เหลี่ยมเล่ห์ เพทุบายที่แพรวพราว ชนิดที่ว่า วิญญูชน คนที่มีศีลธรรมกำกับใจคงไม่กล้ากระทำอย่างนั้นแน่นอน เหมา ถนัดอย่างยิ่งกับการใช้วิชามารใส่ร้ายป้ายสี เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมือง การใช้ความโหดอำมหิต คุกคาม ข่มขู่ ผู้ร่วมอุดมการณ์ที่มีความคิดต่างไปจากเขา รวมทั้งการใช้ความกลัวเข้าครอบงำให้ผู้อื่นต้องสยบยอม ก้มหัวให้กับอำนาจของตน ข้อเท็จจริงของ เหมา เกี่ยวกับการอยู่เบื้องหลังบงการสั่งสังหารศัตรูทางการเมือง และผู้บริสุทธิ์แบบเหวี่ยงแหจำนวนมาก ทั้งทางตรง และโดยอ้อม ยังไม่นับรวมผู้คนชาวจีนที่ต้องอดอยากล้มตายอีกนับล้านจากนโยบายเศรษฐกิจก้าวกระโดดที่ผิดพลาดของ เหมา สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนชาวจีนรุ่นใหม่จะไม่ระแคะระคาย หรือได้รับรู้แต่อย่างใดเลย

 

                พฤติกรรมเห็นแก่ตัว และไร้หัวจิตหัวใจของ เหมา สะท้อนให้เห็นบ่อยครั้งในช่วงการเดินทัพทางไกล หลายครั้งการตัดสินใจที่ผิดพลาด และไม่ยอมฟังเสียงทัดทานจากใคร (ส่วนใหญ่ผู้นำในพรรคที่แสดงความเห็นต่างไปจาก เหมา ในที่ประชุม มักจะพบจุดจบอันเลวร้ายในชีวิต) ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานการรักษาผลประโยชน์ส่วนตัวเอาไว้เสมอ ได้ทำให้เหล่าทหารในกองทัพแดงต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับอันตราย และความยากลำบากอย่างที่ไม่มีความจำเป็นใดๆ หลายช่วงวิกฤตที่กองทัพแดงถูก กองทัพจีนคณะชาติของ เจียงไคเช็ก ไล่บดขยี้ เหมา จะใช้ความสามารถส่วนตัว และอภิสิทธิ์ความเป็นผู้นำเอาตัวรอดจากอันตรายไปได้ก่อนเสมอ และทิ้งให้กองทัพประชาชนต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยง โดยที่ เหมา เหมือนจะไม่ใส่ใจรับรู้ แม้ว่าทหารของเขาจะสูญเสียมากเท่าใดก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่ภรรยา และลูกในไส้ของตัวเอง เหมา ยังสามารถทอดทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง ยามเมื่อมีภัยจวนตัว โดยหาได้ใส่ใจต่อชะตากรรมของคนในครอบครัวแต่อย่างใด

 

               

 

แม้แต่ ขุนศึกคู่กาย สหายรัก สมาชิกพรรคที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา เหมา ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะกำจัดคนเหล่านี้ทิ้งไป ด้วยวิธีการต่างๆ ที่แสนอำมหิต (รวมทั้งการทรมาน) เมื่อเขาคิดว่าหมดประโยชน์ต่อฐานอำนาจ และเพียงระแวงสงสัยว่าเขาเหล่านี้จะมีความเห็นต่างไปจากตน แม้แต่ สุดยอดสุภาพบุรุษ อดีตนายกรัฐมนตรีอย่าง ‘โจวเอินไหล’ เหมา ก็เพียงใช้ โจว เป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจ ด้วยวิธีการแบล็คเมล ข่มขู่ นายกโจว มาเป็นเวลายาวนาน ความเป็นคนไร้หัวใจของ เหมา สะท้อนอย่างชัดเจนครั้งหนึ่ง เมื่อ โจวเอินไหล ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง แต่กลับไม่ได้รับอนุญาตจาก เหมา ให้เข้ารับการรักษา เพียงเพื่อ เหมา ต้องการความแน่ใจว่า โจว และคนรอบข้าง จะต้องจากโลกนี้ไปก่อนเขานั่นเอง

 

               

 

ผลงานหนังสือเล่มนี้ของ ชาง สะท้อนข้อเท็จจริงหลายอย่างในประวัติศาสตร์จีนยุคใกล้ ที่ถูกบิดเบือน และทำให้ลบเลือนไป เราได้รู้ว่า ชาวจีนจำนวนมากในสมัยนั้น หาได้ศรัทธา หรือยินดีปรีดาไปกับชัยชนะของกองทัพแดง และ เหมา แต่อย่างใด ความจริงสิ่งหนึ่งก็คือภาพสีหน้าของชาวปักกิ่งที่ดูเฉยเมย เรียบเฉย ไม่ยินดียินร้ายต่อการยาตราทัพของ ทหารแดง เข้ามายังกรุงปักกิ่งแม้แต่น้อย แต่พรรคคอมมิวนิสต์ก็ทำการแก้ไขประวัติศาสตร์เสียใหม่ (แบบง่ายๆ ไร้รสนิยม) ด้วยการจัดฉากถ่ายทำภาพยนตร์ซ่อมเหตุการณ์ ตอน กองทัพแดง เข้าครองปักกิ่ง  ด้วยการเกณฑ์ประชาชนนักแสดงจำเป็นมาตั้งขบวนโบกธงทิวต้อนรับกองทหารแดงกันอย่างมโหฬาร !

 

                หรือภายหลังการประกาศสถาปนาจีนคอมมิวนิสต์ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ค..๑๙๔๙ แล้ว เหมา ก็ได้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วหย่อมหญ้าด้วยการล้างบางศัตรูทางการเมือง แบบเหวี่ยงแห และประหารชีวิตผู้คนมากมายต่อหน้าสาธารณะ เพียงเพราะคนเหล่านี้ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นภัยต่อการสร้างสังคมใหม่ เท่านั้นเอง

 

 

ท่ามกลางตลาดหนังสือ ที่พยายามป้อนข้อมูล การรับรู้เกี่ยวกับภาพลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของ พรรคคอมมิวนิสต์จีน และวีรบุรุษของชาติอย่าง เหมา อยู่เพียงด้านเดียว ทำให้การปรากฏตัวของ ‘MAO The Unknown Story’ กลายเป็นหนังสือที่มีคุณค่า และน่าศึกษาสัมผัสขึ้นมาในทันที.. ปณิธาน จุดมุ่งหมายของ จุงชาง และ จอน ฮัลลิเดย์ ผู้เขียนคงต้องการบอกกับเราว่า ‘วีรบุรุษ’ ทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนถูกผู้คนที่อยู่แวดล้อม ปั้นแต่งสร้างภาพให้มีแต่คุณลักษณะที่ดีงามเพียงด้านเดียวเสมอ ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ มนุษย์ปุถุชนธรรมดาในโลก ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน จะไม่มีส่วนเสี้ยวที่ดำมืดเลวร้ายในชีวิต

 

ขณะที่ผมมีโอกาสอ่าน และรับรู้เรื่องราวอันน่าตกตะลึงของ วีรบุรุษนักบุญ บิดาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนผู้นี้ ขณะที่ชาวจีนเองนับล้านคน ไม่มีโอกาสล่วงรู้ได้ ทำให้ผมย้อนคิดในทางกลับกันว่า ในสังคมไทยเราเองก็มีพื้นที่ , เรื่องราวบางอย่าง (ที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับคนไทยทุกคนอย่างมหาศาล) ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับสังคมจีน ซึ่งเป็นเรื่อง ‘ต้องห้าม’ ที่ไม่สามารถพูดจาปราศรัยเปิดเผยได้ในที่สาธารณะ กระทั่งคงไม่สามารถที่จะมีใครลุกขึ้นมาเขียนหนังสือตีแผ่ข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา แล้วออกพิมพ์ขายเผยแพร่ได้ด้วยเช่นกัน

 

                ซึ่งขณะที่คนไทยเอง ไม่ได้รับอนุญาตให้มีเสรีภาพในการเข้าถึงสิ่งนี้ แต่ผู้คนในซีกโลกตะวันตกอีกจำนวนมาก กลับได้ยินได้ฟัง และได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘สิ่งต้องห้าม’ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จากผลงานของนักเขียน นักข่าว และนักวิชาการในประเทศของเขาเอง ที่ลงมาศึกษา เก็บข้อมูล ค้นคว้าเรื่องราวในประเทศไทยในด้านลึกอย่างต่อเนื่อง

 

                ‘สิ่งต้องห้าม’ ที่กล่าวนี้ ซึ่งเป็นภาวะ ‘ความเงียบ’ ที่เกิดขึ้นทั้งในสังคมไทย และสังคมจีน ย่อมสะท้อนได้ว่านั่นเป็นเพราะสังคมทั้ง ๒ นี้ ประชาชนในชาติยังไม่ได้รับอนุญาตจนชนชั้นผู้ปกครอง ให้มีสิทธิ เสรีภาพ และอิสระในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และวิพากษ์วิจารณ์บางเรื่องราวที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับวิถีชีวิตประจำวันของตัวเองแต่อย่างใด

 

               

 

ตราบใดที่ หนังสือ และผลงานของนักเขียนต่างชาติ ที่เขียนตีแผ่ ‘สิ่งต้องห้าม’ ที่อยู่คู่สังคมไทย ยังไม่อาจถูกเผยแพร่อย่างอิสระในประเทศที่มีประชาธิปไตยอันเป็นลักษณะเฉพาะตัวนี้ได้ ประเทศไทย ก็คงไม่ต่างไปจาก สังคมจีน และเราคงไม่อาจพูดอย่างเต็มปากได้เลยว่า ‘ประเทศไทย’ คือ ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อย่างอารยประเทศทั้งหลายอย่างแน่นอน…

 




Create Date : 29 เมษายน 2556
Last Update : 29 เมษายน 2556 15:16:55 น. 0 comments
Counter : 959 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

โปสการ์ดราดซอส
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add โปสการ์ดราดซอส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.