มีนาคม 2554

 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ผมเป็นคนชอบฟังคนเล่าเรื่อง!!
Entry นี้คงเป็นเรื่องสั้น ๆ ที่อาจจะบ่งบอกตัวตนของผมสักเล็กน้อย ไม่น่าจะมีคนสนใจอ่าน แต่ผมสนใจที่จะเขียน

พูดได้ว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก เสียเงินไปกับการเสื้อหนังสือแต่ละเดือนก็พอสมควร แต่ก็ยังรู้สึกว่ารู้น้อยมาก!!! มานั่งไล่เลียงหนังสือแต่ละเล่มที่ซื้อ ก็จะเป็นกลุ่ม ๆ เฉพาะเรื่องเฉพาะวัย ณ.เวลานั้น ๆ อย่างเช่นมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ชอบถ่ายภาพมากก็ซื้อหนังสือถ่ายภาพมากพอสมควร อ่านแล้วไปถ่าย ๆ ภาพวิวบ้าง ภาพคนบ้าง ภาพสาวบ้าง สนุกดีครบ ภาพมาก็ไม่สวยเท่าไหรหรอก อย่างว่าการถ่ายภาพมันเป็นเรื่องของจินตนาการ ใช้สมองซีกขวาซะมากกว่า เรามันเป็นพวกเอียงไปทางซ้าย(สมองนะคิดอะไร!! ^^)

มีเพื่อนคนหนึ่งที่พักอยู่ด้วยกันมันพูดกับผมว่า ถ้าดูจากหน้าตามึงแล้วกูไม่คิดว่ามึงจะเป็นคนชอบอ่านหนังสือ "หน้ามึงน่าจะขี้เมามากกว่า" 5555+ จริง ๆ เห็นด้วย

จริง ๆ แล้วเริ่มต้นเดิมทีตนเองไม่ได้ชอบอ่านหนังสือหรอก แต่เป็นคนชอบฟังเรื่องที่คนเล่า บางครั้งถึงแม้ที่คนเล่าเป็นเรื่องไม่จริงบ้าง รู้ว่าโม้บ้างแต่เราก็ฟังจนจบ แล้วคิดตามว่าทำไมเค้าโม้เรา 555+ ขำดี มันได้อะไรใหม่ ๆ

แต่เป็นเรื่องยากเหมือนกันที่เราจะสามารถหาใครที่โม้(เนื้อ) ให้เราฟังนาน ๆ ได้ก็เลยเลือกไปหาหนังสือเรื่องที่สนใจดีกว่า เราเลือกได้ด้วยอ่านไปอ่านมา speed การอ่านมันก็เร็วขึ้นพ๊อกเก็ตบุคเล่มถ้าชอบก็จะอ่านประมาณคืนเดียว <<< ไม่รู้เรียกว่าเร็วรึปล่าวถ้าเทียบกับคนอื่น

อ่านนาน ๆ ก็อยากเขียนอยากโม้บ้าง ในวงเหล้าบางที่เพื่อนเรียกเป็นเจ้าทฤษฏี แต่ปฏิบัติกูก็ได้นะ 5555+

แต่ตอนนี้ที่อ่านช้าอย่างกะรถอิแต๊น ก็คงเป็นหนังสือภาษาอังกฤษนี่หละ เริ่มต้นที่ harry potter ความเร็วประมาณ 2 บันทัด/ชั่วโมง(จะรอดมั้ยย) แต่ก็อ่านไปได้แล้ว 36 หน้า 555+ เป็นไง ๆ นี่ขนาดว่าอ่านภาษาไทยไปหลายรอบแล้วทำให้พอจะจินตนาการเรื่องออก ศัพท์ที่แปลไม่ออกจะเดา ๆ ข้าม ๆ ไปศัพท์ไหนที่คุ้น ๆ เคยเจอก็จะเปิดดิก แบบนี้รู้สึกจะอ่านได้เร็วขึ้นเมื่อกว่าเมื่อก่อน ได้ศัพท์แบบอัตโนมัติด้วย รู้สึกว่าถ้าอ่านภาษาอังกฤษได้จะมีหนังสือให้อ่านอีกเยอะ ไม่ต้องอ่านหนังสือแปลอีกต่อไป

ผมเตือนคุณแล้วว่า Entry นี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างไร้สาระพอสมควร ตอนนี้กำลังตัดสินใจว่าจะ publish สู่สาธารณะชนดีไหม ถ้าคุณมีโอกาศได้อ่านคุณก็คงรู้แล้วว่าผมตัดสินใจยังไง

การอ่านเป็นการเปิดโลกทัศน์ที่สำคัญอย่างนึ่งเป็นการทุ่นระยะเวลาการลองผิดลองถูกในการเรียนรู้ขึ้นหนึ่ง แต่บางอย่างก็ไม่สามารถเข้าใจอย่างแท้จริงจริงกว่าจะได้ลงมือทำ เช่นคุณอ่านวิธีการปั่นจักรยานอ่านสักร้อยครั้ง ถ้าคุณไม่ได้ลองทำยังไงก็ปั่นไม่ได้

กินเหล้าเมาอย่างไร ถ้าไม่กินจะรู้มั้น 555+ << มั่วไปเรื่อยละ

สุดท้ายจริง ๆ แล้วขอฝากคำคมไว้ว่า
"เวลาอกหักทำไมคนชอบกินเหล้า เพราะเหล้ามันทำลายตับไม่ได้ทำลายหัวใจ"



ออกทะเลจริงๆ สวัสดีครับ



Create Date : 03 มีนาคม 2554
Last Update : 3 มีนาคม 2554 22:00:17 น.
Counter : 790 Pageviews.

4 comments
  
กลับมาจากทะเลแล้วหรือยัง...หรือโดนคลื่นซัดไปแล้ว 55555

คนที่อกหักมักจมอยู่ในทะเลน้ำตาและมีสุราเป็นระยะระยะ
โดย: เจ้าหญิงที่เจ้าชายตายจาก (timeofmylove ) วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:12:41:07 น.
  
ไม่เคยอกหักจริง ๆ มีแต่อกหักหลอกๆ เลยไม่เคยเมา 555 เกี่ยวมั้ยเนี่ย
อ่านเยอะๆ ดีแล้วค่ะ อ่านหนังสือที่ถูกใจเหมือนได้ละเลียดกาแฟรสเลิศ หอมละมุน
บังคับตัวเองอ่านภาษาอังกฤษวันนี้ วันหน้าจะรู้ว่ามีประโยชน์มาก แนะนำให้โหลดอีบุคส์ฟรีมาอ่านจ้ะ
โดย: redclick วันที่: 7 มีนาคม 2554 เวลา:8:19:35 น.
  
ขอให้สมหวังตามแผนที่วางไง้นะคะ
โดย: หมีพูห์บลูเบอร์รี่ วันที่: 8 มีนาคม 2554 เวลา:22:09:06 น.
  
สู้ต่อไปคับ
โดย: เปคอรัส IP: 61.7.185.89 วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:19:11:40 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



mr.popsong
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



นอกจากเป้าหมายชีวิตที่ข้าพเจ้าต้องทำให้สำเร็จแล้วสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการมีแค่ "เก้าอี้สบาย ๆ สักตัว หนังสือดี ๆ สักเล่ม และกีต้าร์ไว้เล่นเวลาต้องการพักสายตา พร้อมด้วยจิตใจเบิกบานไร้กังวล"
http://mrpopsong.bloggang.com
New Comments
MY VIP Friend