11 วันในญี่ปุ่น : Day 7 ออกทะเลในวันฝนพรำที่โอซาก้า
Day 7 ออกทะเลญี่ปุ่น

Kaiyukan Aquarium


วันนี้ฝนตกหนักครับ แต่คงไม่หนักเท่าฝนแถวบ้านเราแต่ก็เรียกว่ากางร่มเดินเที่ยวไม่ได้ล่ะ โปรแกรมในวันนี้จึงไม่เป็นไปตามคาดครับ จริงๆ ก็ได้มีการดูพยากรณ์อากาศไปบ้างแล้วละครับ แต่พอดีดูไว้หลายวันก่อน ดินฟ้าอากาศมันต้องมีการ update อยู่ตลอดเวลาแบบวันต่อวันจึงจะแม่นยำแบบสุดๆ เราพอรู้ว่าจะมีฝนแต่คงไม่คิดว่ามันจะหนัก 555 ตอนเช้าเราเลยเดินทางไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหรือ Kaiyukan Aquarium ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ติดอันดับโลกนะครับ คำว่า Kaiyukan แปลว่า เล่นในศาลาแห่งทะเล (อาจฟังดูแปลกเพราะแปลไม่ดี 55)

โรงแรม Super Hotel ที่เราพักเนี่ยเขาจะมีอาหารเช้าให้รับประทานด้วย (ขนมปังและอาหารเช้าแบบญี่ปุ่น) แต่จะเป็นรอบๆ รอบละครึ่งชม.นะครับ รอบสุดท้ายก็ 8โมงเช้าถึง8โมงครึ่ง ซึ่งก็ทำให้พวกเราต้องตื่นเช้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ความสะดวกสบายและการบริการของโรงแรมนั้น ญี่ปุ่นสู่เมืองไทยไม่ได้แน่นอนครับ (เราชนะเขา 1 อย่างแล้ว เย้)

Photobucket
อาคาร Kaiyukan Aquarium
Photobucket
ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ในบริเวณใกล้ๆ

ย่านที่เราจะไปในวันนี้ที่เรียกว่าย่าน Tempozan ซึ่งเคยเป็นท่าเรือระหว่างประเทศตั้งแต่สมัยเมจิ แต่ปัจจุบันเป็นย่านรีสอร์ท เรานั่งรถไฟมาลงที่สถานี Osakako และเดินข้ามถนนมาอีกประมาณ 5 นาที ในตอนที่เราไปถึงนั้นยังไม่มีฝนครับแต่ก็ครึ้มๆแล้ว วันนี้เด็กนักเรียนตัวเล็กตัวน้อยมาทัศนศึกษากันเต็มไปหมด น่ารักและเป็นระเบียบจริงๆ ครูประจำชั้นก็ดูแลเด็กๆ ก่อนเข้าอาคารเป็นกลุ่มๆ แต่ละกลุ่มก็สวมหมวกเป็นสีๆ ทำให้ดูง่ายว่าใครอยู่กลุ่มไหน เห็นเด็กหน้าทะเล้นๆ แล้วก็นึกถึงการ์ตูนเด็กจอมแก่นอย่างชินจัง

Photobucket

Photobucket
วันนี้เด็กตรึม

ค่าเข้าชมตัวพิพิธภัณฑ์ก็ตกคนละ 2000 เยน ภายในก็มีปลาเล็กปลาน้อยให้เราได้ชมกันมากมายโดยขอบเขตพื้นที่ของการจัดแสดงจะเน้นไปที่โซนของ “วงแหวนแห่งไฟ” หรือ Ring of Fire ซึ่งเราจะได้ยินกันบ่อยในช่วงที่ญี่ปุ่นเกิดซึนามิเมื่อตอนเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพราะประเทศญี่ปุ่นนี้ตั้งแผนดินบนวงแหวนแห่งไฟ (มีแนวเส้นรอยแยกของเปลือกโลกอยู่โดยรอบ) และวงจรชีวิตสัตว์น้ำก็จะเน้นไปที่ “วงแหวนแห่งชีวิต” หรือ Ring of Life (วงจรชีวิตสัตว์น้ำของโซนแพนแปซิฟิค) ภายในอาคารบรรจุถังน้ำขนาด 11,000 ตันซึ่งปริมาตรขนาดนี้ทำให้ตัวพิพิธภัณฑ์ถูกจัดอยู่ในระดับท๊อปของโลก

Photobucket
ฉลามวาฬจอมนิ่ง
Photobucket
ฝูงปลาที่ชอบสังคมกันเป็นกลุ่มใหญ่
Photobucket
กระเบน พระเอกที่ชอบว่ายโชว์
Photobucket
เพนกวินใส่สูท

การเดินชมชีวิตสัตว์น้ำทางศูนย์จะให้เราเดินไล่จากชั้นบนลงชั้นล่าง จากระดับผิวน้ำค่อยๆ เดินวนไปจนถึงระดับพื้นน้ำจนถึงสัตว์น้ำประเภทน้ำลึก สัตว์ทะเลก็มีสารพัดชนิดหลายตู้ครับ ทั้งแบบสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำแบบขลุกขลิก พวกแมวน้ำ ตัวนาก ไปจนถึงยิ่งใหญ่อลังการแบบพวกปลากระเบน ฉลามวาฬ ฉลาม โลมา ปลาโบร่า หรือพวกปูยักษ์

Photobucket
แมวน้ำแสนรู้
Photobucket
แม่งกระพรุน น่ารักอ๊ะ

เด็กๆ ที่มาทัศนศึกษาก็เจี้ยวจ้าวกันเต็มไปหมดครับ เด็กๆ ก็จะคอยตื่นเต้นกับสัตว์ทะเล พูดว่า ซูโค่ยๆ (สุดยอด) กันอยู่เรื่อยๆ น่ารักกันจริง เห็นเด็กๆ จะพกสมุดกันคนละเล่ม เห็นจะคอยวาดภาพปลาในตู้ต่างๆ คิดว่าคุณครูคงสั่งให้ทำส่ง ก็ดูน่ารักดีครับ

เดินกันไปได้ซักชั่วโมงกว่าๆ ก็ออกมาถึงด้านนอก ฝนตกกระหน่ำทำให้เราไปไหนไม่ได้ บางคนก็เดินทางกลับด้วยเรือซึ่งมีท่าเรืออยู่ด้านหลังบริเวณ Port of Osaka เท่จริงๆ

Photobucket
ท่าเรือด้านหลัง
Photobucket
เรือเท่ๆ จอดเทียบพิพิธภัณฑ์เลย

แต่พวกเด็กๆ ดูจะไม่ได้เดือดร้อนอะไรเท่าไหร่เพราะพวกเขามีอาหารกลางวันกันอยู่แล้ว ใช่ครับเบ็นโตะข้าวกล่องจากบ้านนั่นแหละ ตั้งวงกันเป็นกลุ่มๆ พวกเราก็เดินหาของกินกันไปเรื่อยสู้เด็กๆ ไม่ได้ สุดท้ายเราก็เดินทะลุมายังห้างที่เรียกว่า Market Place ด้านข้างที่มีร้านอาหารและร้านขายของมากมายให้เราเดินเล่นและกินข้าวฆ่าเวลา สมาชิกของเราก็ซัดพวกทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ ของกินประจำเมือง ส่วนผมก็แฮมเบอร์เกอร์ไก่ 555

Photobucket
บรรยากาศภายใน Market Place ที่พวกเราไปหาไรกินรองท้อง


ฝนในวันนี้ทำท่าจะไม่หยุดง่ายๆ เราจึงกางร่มและเดินต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ Suntory Museum อาคารคอนกรีตเปลือยเท่ๆ ซึ่งออกแบบโดย Tadao Ando (อีกแล้ว) ตั้งอยู่ถัดไปจาก Aquarium ไม่ไกลนักแต่ด้วยความที่ฝนตกหนักนิดหน่อยทำให้รองเท้าเราเปียกแฉะกันกว่าจะไปถึง ปรากฏว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ปิดไปแล้วครับ (ปิดตั้งแต่ ธ.ค.ปีที่แล้ว) จากข้อมูลการท่องเที่ยวบอกว่ามันเป็นศูนย์วัฒนธรรมขนาดใหญ่และเปิดให้บริการมาร่วม 16 ปีตั้งแต่ปลายปี 1994
Photobucket
Photobucket
ฝนตกเลยไม่ได้ถ่ายอาคารมาเท่าไหร่ :(

เราจึงได้แต่ไปเดินใต้อาคารริมทะเลเพื่อถ่ายรูปเล่นและหลบฝน สุดท้ายฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เราจึงไม่มีทางเลือกนอกจากกางร่มและเดินฝ่าฝนเพื่อไปยังสถานีรถไฟและ เดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก รองเท้าแต่ละคนก็ชุ่มไปด้วยน้ำละครับ หลังจากนั่งพักทำใจในห้องพักสุดหรู (เล็ก) เราจึงลงไปเดินย่านช๊อปปิ้งใต้ดินอย่าง Namba Walk และไปหาซื้อรองเท้าแตะ (ซึ่งหาไม่มีหรอกในประเทศนี้) และท้ายที่สุดก็ไปเจอรองเท้ายางคล้ายๆ ยี่ห้อ Crocs ราคา 150 เยน (60 บาท) ถูกจริงๆ ก็ช่วยชีวิตคนรองเท้าแฉะไปได้อีกวัน

เราปิดท้ายค่ำคืนที่ชุ่มฉ่ำด้วยการไปเดินเล่นย่านช๊อปปิ้ง โดทอนโบริและชินไซบาชิซึ่งมีหลังคาคลุมทั้งหมดแสงสีของไฟนีออนของป้ายโฆษณาของเมืองนี้ช่วยทำให้เมืองนี้สว่างสดใสและมี สีสันไม่เคยหลับ


---------------------------------------------------------------------------

เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

ไปเที่ยวญี่ปุ่นเองนี่ยากไหม?


ผมก็เคยมีคำถามแบบนี้ในอดีตกาล ผมเคยมาญี่ปุ่นกับทัวร์ครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อน สมัยนั้นยังเด็กๆ ครับ เท่าที่จำความได้คือมันมีแต่ภาษาญี่ปุ่นในทุกหนแห่ง การไปกับทัวร์นั้นสะดวกสบายไม่ต้องเตรียมการอะไรมากมาย จ่ายเงินและแลกเงินสำหรับซื้อของและกินชนมนิดหน่อย ไม่ต้องเตรียมวางแผนอะไรมากนัก จำได้ว่ามีตอนที่ทัวร์เขาจะพาเราไปนั่งรถไฟชินคันเซ็น ในตอนนั้นจำได้ว่าในสถานีรถไฟแม่งมีแต่ภาษาและอักขระที่อ่านไม่ออกซักตัวจน ทำให้คิดว่า ถ้าเราหลงทางหรือมาเองนี่คงตายแน่ๆ คนที่นี่ยิ่งพูดภาษาอังกฤษไม่เป็นซะด้วย แม่เจ้า..... เป็นความกลัวแบบที่โลกทัศน์ถูกปิดกั้น

หลายปีมานี้พรมแดนต่างๆ ถูกระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ทเชื่อมต่อจนหมดสิ้น ความรู้ต่างๆ ก็ถูกตีแผ่เผยแพร่ทั้งจากหน่วยงานท่องเที่ยวและจากผู้คนทั่วไป เราสามารถอ่านข้อมูลต่างๆ ที่หลายคนได้โพสไว้เกี่ยวกับประสบการณ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้จากเวปบอร์ด ต่างๆ เราสามารถติดต่อจองที่พัก ซื้อตั๋วเครื่องบิน รถไฟ สวนสนุก โรงแรมที่พัก หาแผนที่ของสถานที่ๆ เราอยากไป แม้แต่ลงไปยืนในแผนที่เพื่อดูถนนหนทางของบริเวณที่เราวางแผนจะไป พิมพ์แผนที่ วางโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบที่เราต้องการ ทั้งหมดนี้โดยที่เราแทบไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ตัวโปรดของเราเลย ขอแค่คุณพอจะเข้าใจภาษาอังกฤษซักหน่อยและรู้จักการหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ท เท่านี้ก็ไม่มีอะไรยากแล้วครับ

อีกอย่างคือญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความทันสมัย เป็นประเทศที่ซื่อตรงกับนักท่องเที่ยว มีระบบการคมนาคมที่เรียกได้ว่าสุดยอดที่สุด ดังนั้นการไปญี่ปุ่นจึงเรียกได้ว่าสะดวก ปลอดภัย และง่ายดายเป็นอย่างมาก การจะไปที่ใดซักที่หนึ่งในญี่ปุ่นสามารถทำได้โดยใช้แค่ระบบขนส่งมวลชนที่เขา มีอยู่ ไม่ต้องโบกสองแถว ไม่ต้องโดนแท๊กซี่หลอก ไม่ต้องต่อราคาให้วุ่นวาย ระบบต่างๆ ถูกวางเอาไว้ได้อย่างครอบคลุมอย่างไม่น่าเชื่อ

ผมเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดของเขา ที่เที่ยวแบบสถานที่ยอดนิยมเนี่ยเขามักจะมีตั๋วแบบ pass ที่ใช้ในเมืองนั้นได้ตลอดการท่องเที่ยวโดยเริ่มใช้ตั้งแต่นั่งรถไฟจาก โตเกียวไปจนถึงเมืองๆ นั้นแล้วต่อรถไฟของเมืองนั้น ไปต่อกระเช้าข้ามเขา ไปต่อรถเมล์ ไปนั่งเรือ ฯลฯ ทั้งหมดนี้เพียงแค่แสดงบัตร pass ที่เราซื้อมาจากต้นทางซึ่งสะดวกมาก ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองโดยไม่คิดจะโกงนักท่องเที่ยว (ประเทศเขาคงเจริญมานานแล้ว อีกหน่อยเราเจริญแล้วเราก็คงไม่คิดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว มั้ง) ข้าวของที่วางขายกันเขาจะติดป้ายราคาไว้ทุกอัน ค่าเข้าสถานที่เที่ยวก็มีราคาเดียวชัดเจน เพราะฉะนั้นราคามันแน่นอนอยู่แล้วครับ ไม่มีราคานักท่องเที่ยวให้เสียอารมณ์แน่นอน


ขึ้นรถไฟในเมืองยากไหม

การเดินทางในเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นเรามักจะใช้ระบบเครือข่ายรถไฟทั้งใต้ดินและบนดินของเขา ระบบค่อนข้างที่จะครอบคลุมเมืองทั้งเมืองและเชื่อมต่อไปนอกเมืองได้ละเอียด สิ่งที่เราควรศึกษาและวางแผนก่อนไปเที่ยวคือการกำหนดที่ๆ เราจะไปเที่ยว ตำแหน่งเขตของสถานที่นั้นๆ และสถานีรถไฟที่เราต้องไปลง เดี๋ยวนี้หาดูจากเวปท่องเที่ยวของญี่ปุ่นหรือจากเวปแผนที่อย่าง maps.google ก็อธิบายได้ละเอียดดีครับ ลงสถานีไหน ราคาเท่าไหร่ และเดินออกทางประตูไหนไปอีกกี่นาที

ในโตเกียวนั้นจะง่ายกว่าเมืองอื่นตรงที่ชื่อสถานีมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ กำกับไว้ แต่ถ้าเป็นเมืองบางเมืองอาจจะเจอแบบเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ วิธีง่ายๆ คือหยิบแผนที่ๆ เราเตรียมไว้แล้วเข้าไปบริเวณขายตั๋วที่มีพนักงาน เขาจะช่วยเหลือเราได้เป็นอย่างดีครับ หรือจะพยายามจำตัวอักษรญี่ปุ่นเหมือนตอนเด็กๆ ที่เคยเล่นเกมภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ว่ากัน แต่มันหงุกๆ หงิกๆ จำยาก สายตาก็ไม่ค่อยจะดี ถามพนักงานง่ายกว่าครับ 555



Create Date : 09 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2554 20:01:19 น.
Counter : 1716 Pageviews.

3 comments
  
ขอบคุณครับ มาถ่ายทอดประสบการณ์ วันหลังนัทจะไปบ้าง 555
โดย: นัท IP: 27.130.127.80 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:15:05 น.
  
ส่วนเกร็ดเล็กน้อย นี่ยาวนะฮะ
โดย: เสี่ยสมัครเล่น วันที่: 9 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:05:05 น.
  
ขอตามไปเที่ยวด้วยคนนะคะ เดือนที่แล้วไปแต่โตเกียวค่ะ อยากไปโอซาก้ามาก ๆ
โดย: pang IP: 119.46.29.226 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:19:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

biggg
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



my everyday life on EARTH

New Comments
พฤศจิกายน 2554

 
 
1
2
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog