11 วันในญี่ปุ่น : Day 1 Arashiyama เมืองสวยในหุบเขา
บันทึกการเดินทางแก๊งค์โอตาคุตะลุย เกียวโต โอซาก้า โกเบ 11 วัน

Day 1 Kyoto - Arashiyama เมืองสวยในหุบเขา


การเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ของผมเป็นการเดินทางไปกับเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน สิ่งที่เรา 3 คนมีเหมือนกันคือการที่เรารักประเทศญี่ปุ่นและในรอบ 3 ปีนี้ของพวกเราทั้ง 3 คนก็คือใน passport ของเรามีปั้มตราประทับเข้าประเทศญี่ปุ่นกัน 3 ปีติดต่อกัน.. น่าขนลุกไม๊ละครับ 555 ในตอนแรกผมก็ยังหวั่นๆ กับการเดินทางไปญี่ปุ่นซึ่งเพิ่งจะผ่านเรื่องร้ายๆ มา โดยเฉพาะกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูกุชิม่าพวกเราเลยเลือกที่จะไปท่องเที่ยวย่านคันไซแทนซึ่งตามแผนการของเราคือโอซาก้า เกียวโต โกเบ โดยประมาณ โดยแผนการท่องเที่ยวในครั้งนี้ฝากให้ท่านโม่งเป็นผู้ดูแล ผมจัดการเรื่องโรงแรม และเต้ยดูแลเรื่องตั๋วเครื่องบินซึ่งในครั้งนี้เราบินด้วยคาเธ่แปซิฟิคซึ่งดูจะถูกที่สุดในช่วงเวลาเดือน ต.ค.ที่เขาว่าเป็นช่วงไฮซีซั่น

การเดินทาง
การเดินทางไปญี่ปุ่นในครั้งที่ผ่านมาของพวกเราทั้ง 3 มักจะไปกับ Japan Airline ซึ่งมีเพื่อนทำงานอยู่ที่นั่นคอยช่วยดูแลให้ ซึ่งในความคิดเห็นของผมแล้ว Japan Airline บริการดีกว่า เครื่องก็ดีกว่า และการเดินทางในระยะทางแบบนี้และเดินทางในตอนกลางคืนเราควรเดินทางด้วยเที่ยวบินที่ไม่ต้องแวะพักจะได้พักผ่อนนอนหลับบนเครื่องได้รวดเดียวเลย คราวนี้เราบินไปรอต่อเครื่องที่ฮ่องกงทำให้การนอนไม่ปะติดปะต่อไปถึงญี่ปุ่นตอนเช้าก็ลุยเที่ยวเลย เหนื่อยหน่อยครับวันแรก

หลังจากเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ประมาณ 1 ทุ่มและมาต่อเครื่องที่สนามบินนานาชาติฮ่องกงก่อนบินต่อมาโอซาก้าในตอนเช้าที่สดใส พระอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าริมทะเลเนื่องจากสนามบินนานาชาติคันไซตั้งอยู่บนเกาะห่างจากแผ่นดิน ราว 3 กม.ที่ถมสร้างขึ้นอย่างห้าวหาญโดนมนุษย์ผู้ไม่ยอมแพ้กับธรรมชาติอย่างชาวญี่ปุ่น เราก็เดินทางต่อด้วยรถไฟเข้าสู่แผ่นดินใหญ่สู่สถานีรถไฟ Osaka เพื่อต่อรถไฟอีกทอดไปยังเมืองเก่า Kyoto เมืองซึ่งอุดมไปด้วยวัฒนธรรมอันเก่าแก่และรุ่งเรือง

ตะลุยเกียวโต
เมื่อถึงสถานีเกียวโตอันโออ่าแล้วพวกเราทั้ง 3 ก็ลากกระเป๋าไปยังที่พักของเราซึ่งครั้งนี้เราจองไว้เป็นแบบ Guest House ชื่อ K’s House ซึ่งใช้เวลาเดินจากสถานีเกียวโตไปประมาณ 15 นาที
Photobucket
ทีมโอตาคุกำลังลากกระเป๋าจากสถานีเกียวโตสู่ที่พัก

สิ่งหนึ่งเกี่ยวกับโรงแรมในญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนที่อื่นคือเวลาเช็คอินเข้าโรงแรมจะอยู่ที่ประมาณบ่าย 3 โมง เช็คเอ๊าท์ประมาณ 10 โมงเช้า เพราะฉะนั้นเรามาถึงกันเช้าก็ทำได้แค่ฝากกระเป๋าที่โรงแรมที่พัก ออกไปเดินเที่ยวแล้วค่อยกลับมาเข้าโรงแรมตอนเย็นๆ หรือค่ำๆ ไปเลย ตามแผนการในวันแรกคือเราจะไปออกไปนอกเมืองสู่เมืองที่สวยงามแห่งหนึ่งที่ชื่อ Arashiyama เริ่มต้นพวกเราก็เลยเดินเล่นในเมืองเกียวโตก่อนโดยสำรวจบริเวณโดยรอบของโรงแรมซึ่งห่างไปไม่ไกลมีแม่น้ำใสๆ ไหลผ่านอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ชื่อว่าแม่น้ำ Kamo ซึ่งน้ำใสและตื้นไหลผ่านจากเหนือลงใต้ของเมือง ที่เกียวโตนี่เขาจะปูหินเป็นแผ่นๆ ไว้ที่พื้นน้ำ สองข้างทางของแม่น้ำสามารถเดินเล่นได้ตลอดมีต้นไม้ร่มรื่นสวยงามมาก มีนกน้ำมีเป็ดมาว่ายเล่นอยู่ดูสดใสมากครับ

Photobucket
แม่น้ำ Kamo ที่สวยใสตัดผ่านกลางเมืองเกียวโต

หลังจากเดินเล่นนิดหน่อยแล้วเราก็เดินกลับไปยังสถานีเกียวโตซึ่งบริเวณโดยรอบของสถานีหลักแห่งนี้มีโรงแรมใหญ่ๆ และห้างร้านใหญ่ๆ อยู่โดยรอบ สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจากปีที่แล้วที่ผมมาเกียวโตคือมีห้างใหญ่แห่งหนึ่งที่พวกเราทั้ง 3 คนชอบไปเดินคือห้าง Yodobashi มาจุติที่เมืองนี้ โยโดบาชิเป็นห้างขนาดใหญ่ขนาด 7-8 ชั้นมีของขายสารพัดเต็มพื้นที่และจะมีอยู่ชั้นนึงที่มีแต่ของเล่นสารพัด ที่ผ่านมาเวลามาแผนกของเล่นจะรู้สึกเกรงใจคนที่มาด้วยเสมอเพราะเขาไม่ได้อินกับของเหล่านี้เหมือนพวกเรา แต่การมากับเพื่อนทั้ง 2 คนนี้ทำให้การเดินดูของเล่นเป็นเรื่องสนุกและค่อนข้างเสียเวลาทีเดียว ฮา

Photobucket
ห้างยอดนิยมของพวกเรา Yodobashi

Photobucket
Gandum มีอยู่ทุกหนแห่งในประเทศนี้

หลังจากเดินดูของเล่นเรียกน้ำย่อย (แต่ยังไม่ซื้อ) พวกเราก็มุดลงย่านขายของใต้ดินที่เชื่อมต่อไปสถานีเกียวโตได้และรับประทานอาหารมื้อแรกที่ชั้นใต้ดินนี้ซึ่งมีร้านอาหารให้เลือกอยู่มากมาย เราเริ่มกันด้วยราเมงเซ็ตชุดใหญ่คนละชุดเพื่อเติมพลังก่อนเดินทางท่องเที่ยวต่อในช่วงบ่าย

Photobucket
ราเม็งเซ็ตโตะจากร้านใต้ดินหน้าสถานีเกียวโต 555

สู่เมืองสวย Arashiyama
เมื่ออิ่มท้องแล้วกองทัพก็พร้อมเดินทางลุยต่อก็พวกเราจึงเดินทางไปสถานีเกียวโตและต่อรถไฟไปยังเมือง Arashiyama ซึ่งอยู่ทางเฉียงไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเกียวโตโดยจากสถานี Kyoto ใช้สาย Sagano Line ไปลงที่สถานี Saga-Arashiyama ค่าตั๋ว 230 เยน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

เมืองอาราชิยาม่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงามและห่างจากเมืองเกียวโตไม่ไกล โดยจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองนี้มีหลายจุดทั้งธรรมชาติที่งดงามและ โบราณสถานระดับมรดกโลก เมืองนี้มีจุดเด่นที่มีแม่น้ำไหลผ่านและวิวทิวทัศน์ที่สวยงดงามโรแมนติก จากข้อมูลการท่องเที่ยวบอกว่าเมืองนี้ฮิตมาตั้งแต่โบราณกาลครับ นิยมมากันช่วงดอกซากูระบานหรือช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะสวยงามมาก ในช่วงที่เราไปถึงก็ใกล้เข้าฤดูใบไม้ร่วงแต่ก็ยังเขียวขจีและสวยงามอยู่ในแบบของมัน

เมื่อเราไปถึงเมืองอากาศค่อนข้างสดใสครับ เราแวะที่แรกคือพิพิธภัณฑ์ SL & Piano Museum เพื่อถ่ายรูปนิดหน่อยแต่ไม่ได้เสียเวลากับมันมากครับ
Photobucket
หน้าพิพิธภัณฑ์ SL & Piano Museum

เราเดินตามทางสู่ถนนสายหลักของเมืองซึ่งมีร้านรวงน่ารักๆ อยู่ตามข้างทาง วันที่เราไปถึงคือวันเสาร์มีชาวญี่ปุ่นมาท่องเที่ยวกันมากครับแต่เมืองนี้ไม่ได้อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวสายหลักของนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่าไหร่ จุดแวะแรกของเราคือป่าไผ่ที่สวยงามซึ่งจะมีเส้นทางสำหรับเดินทะลุไปตามป่าไผ่และไปสู่วัดด้านใน ไผ่ที่นี่เขาปลูกไว้ใช้ในการทำหัตถกรรมจักสานต่างๆ สำหรับคนที่เมื้อยเท้าเขาก็มีบริการรถลากให้บริการนะครับ คนลากเป็นคนหนุ่มแต่ตัวย้อนยุคนิดหน่อย ทะมัดทะแมงขยันและดูจริงจังกับหน้าที่ตัวเองดีจัง
Photobucket
เส้นทางเดินในป่าไผ่

Photobucket
รถลากประจำถิ่น รถขัดจนเงาไม่เหมือนของในเมืองไทย

Photobucket
ร้านค้าน่ารักๆ ในเส้นทางในป่าไผ่

เราเดินวนรอบป่าไผ่จนมาออกอีกด้านสู่ถนนสายหลักและเดินต่อไปยังวัดเทนเรียวจิ (Tenryuji Temple) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 วัดนิกายเซนที่ยิ่งใหญ่ของเกียวโต วัดมีขนาดใหญ่และสร้างตั้งแต่ปี 1339 มีทางเดินหิน สวนสวย ตัวสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นที่สวยงาม และเป็นมรดกโลกของ UNESCO ด้วย สำหรับคนที่มาเที่ยวเกียวโตคงจะหนีไม่พ้นการเที่ยววัดเก่าๆ นะครับ
Photobucket
วัด Tenryuji

Photobucket
องค์ประกอบบริเวณหัวหลังคา (เรียกว่าไรมิทราบได้)

พวกเราเดินเล่นถ่ายรูปกันในวัดได้ซักพักก็เดินออกมาสู่ถนนสายหลักและข้ามถนนไปอีกไม่ไกลยังสถานีรถไฟ Keifuku Arashiyama ซึ่งเป็นสถานีของรถไฟสาย Randen ซึ่งเป็นสายรถไฟขนาดเล็กน่ารัก ออนเซ็นเท้านี่เป็นเหมือนร้านไม้เล็กๆ มีที่นั่งเป็นไม้ล้อมรอบบ่อรองรับได้ซัก 15-20 คนที่จะจุ่มเท้ากันลงไป ซึ่งหลังจากเราเดินเที่ยวกันจนขาเมื้อยล้าเต็มที่เราก็มาพักแช่เท้าในน้ำแร่ให้ผ่อนคลาย สนนราคาคนละ 150 เยนพร้อมผ้าขนหนูพิมพ์ลายเพื่อไว้เช็ดเท้าและเป็นของที่ระลึก

Photobucket
ออนเซนเท้าที่สถานี Keifuku

Photobucket
คลายเส้นด้วยน้ำแร่ร้อนๆ ช่วยได้เยอะ

เรานั่งแช่เท้ากันอยู่ได้เกือบครึ่งชม.ก็ออกเดินทางสู่สะพานที่สวยงามของเมืองนี้ชื่อว่า สะพาน Togetsukyo (สะพานข้ามจันทร์)

Photobucket
สะพาน Togetsukyo (สะพานข้ามจันทร์)

สะพานนี้ถือเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม แม่น้ำใสไหลผ่าน ฉากหลังเป็นป่าเขาเขียวขจีสวยงามมากครับ นักท่องเที่ยวมาเดินข้ามและถ่ายภาพกับสะพานนี้กันอย่างขวักไขว่ ซึ่งพวกเราก็หลงเสน่ห์ของเมืองนี้กันเต็มเปา จริงๆ แล้วเมือง Arashiyama นี้ยังมีวัดวาอารามอีกหลายวัด มีที่เที่ยวอื่นๆ นอกเหนือจากที่เราเที่ยวกัน แต่ระยะเวลาที่เราใช้กันประมาณ 3-4 ชม.ก็คงได้แค่ในส่วนนี้ละครับ

Photobucket
บรรยากาศช่วงเย็นของ Arashiyama

Photobucket

สุดท้ายเราไปนั่งพักจิบเบียร์ที่ร้านป้าริมแม่น้ำดูเรือพายที่นำพานักท่องเที่ยวล่องสายน้ำไปดูทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขา Arashiyama เหล่านี้

Photobucket
เรือจ้างพานักท่องเที่ยวล่องลำน้ำ

Photobucket
จิบเบียร์ Asahi ประจำชาติเหม่อมองทิวทัศน์ที่สวยงามของลำน้ำ

ขากลับเรากลับไปนั่งรถไฟขนาดเล็กเส้น Randen จากสถานี Keifuku ที่เราไปแช่เท้ากันนั่นแหละครับไปลงที่สถานี Omiya และเดินกลับที่พัก
Photobucket
รถไฟขนาดเล็กของสาย Randen

เดินกันจนขาเป๋ละฮะแทบหลงจนต้องขอแวะหาอะไรรองท้องและสอบถามคุณลุงเจ้าของร้านถึงตำแหน่งในแผนที่กันพลาด ภาษาปะกิต ภาษาใบ้ (เวิร์คสุด) สุดท้ายเราก็เดินถึงที่พักและเข้าพักผ่อนหลังผ่านวันท่องเที่ยววันแรกที่ไม่ธรรมดา สวยงามแต่เมื้อยขาหน่อยครับ... แล้วจะมาต่อเรื่องของวันที่ 2 ของการท่องเที่ยวนะครับ

Photobucket
ภาษาใบ้ดูจะเป็นภาษาสากลที่สุดระหว่างเรา 555 ลุงๆ ทั้งหลาย ทั้งมาสเตอร์ประจำร้านและลุงลูกค้าประจำร้าน 2 คนต่างมาส่องแผนที่เรากันอย่างเต็มที่



Create Date : 03 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2554 16:46:27 น.
Counter : 3147 Pageviews.

6 comments
  
คืนนี้ สิ่งดีดี ก้อจะไปญี่ปุ่นเหมือนกันค่า
สวยเนาะที่นี่
โดย: kwan_3023 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2554 เวลา:13:15:09 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ
กำลังจะไปสิ้นเดือนนี้เหมือนกันค่ะ
โดย: นาฬิกาโบราณ IP: 118.172.136.107 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2554 เวลา:18:21:11 น.
  
ตามมาเที่ยวอีกคนค่ะ
บรรยากาศน่าไปมากค่ะ
โดย: Harusang วันที่: 4 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:25:32 น.
  
ไรวะอ่านแปปๆจบแระ บอกแล้วว่ากะมาอ่านรวดเดียวจบ พิมพ์ช้าเหมือนการ์ตูนวิบูลย์กิจเลยวุ้ย
โดย: เสี่ยสมัครเล่น วันที่: 4 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:54:03 น.
  
กำลังวางแผนไปญี่ปุ่นแถบคันไซเลยคับ ได้อ่านพอดี จะรบกวนสอบถาม 2 เรื่องได้ไหมคับ 1 คือ งบประมาณต่อคนเท่าไรหรอคับ 2 คือ พอจะมีไฟล์จัดทริปให้ดูเป็นตัวอย่างไหมคับ
ขอบคุณคับ
teerapong_per@hotmail.com
โดย: permi IP: 58.9.144.168 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2554 เวลา:15:16:41 น.
  
มาอ่านไว้ก่อน เผื่อไปจะได้มาลอกโปรแกรม
โดย: ช็อคชิป IP: 223.205.214.202 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:36:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



biggg
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



my everyday life on EARTH

New Comments
พฤศจิกายน 2554

 
 
1
2
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog