un'estate italiana : Day 6 Ponte Vicchio + Uffizi
Day 6 / วันที่ 14 เมษายน เราตื่นนอนตามกำหนดนัดหมายและลงมากินอาหารเช้าที่ห้องอาหารขนาดเล็กของโรมแรม Arianna อาหารโรงแรมนี้ก็เหมือนที่โรมคือมีกาแฟกับขนมปังเหมือนเดิม เมื่อกินอิ่มและเข้าห้องน้ำจนพร้อมเดินทางแล้วเราจึงออกเดินทางไปป้อมสวยๆ ชื่อว่า Fortessa De Bosso ใกล้ๆ ที่พัก 



ป้อมค่ายนี้สร้างในศตวรรษที่ 14 มีชื่อเป็นทางการว่า Fortezza di San Giovanni Battista (St.John theBaptist) ภายในไม่ได้ให้เข้าทำให้เราได้แต่เดินถ่ายรูปด้านหน้ากำแพงป้อมโบราณนี้เท่านั้น เขาว่ากันว่าภายในมีพื้นที่ประมาณ 100,000 ตารางเมตรและใช้จัดสัมมนาคอนเสิร์ตและนิทรรศการระดับนานาชาติมากมาย ว่ากันว่าที่นี่เป็นโบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดในฟลอเร้นส์ที่เดียว (สร้างโดยเจ้านครฟลอเร้นส์Alessandro de’ Medici)

หลังจากถ่ายรูปจนพอใจเราจึงเดินเท้าไปแถวโบสถ์ Basilica di Santa Maria Novella ข้างๆ สถานีรถไฟเพื่อนั่งกินกาแฟร้าน Arnold Coffee แถวนั้นบรรยากาศที่นั่งร้านกาแฟเย็นสบายและสวยงามดี เราลองเดินเข้าไปในโบสถ์โบราณนี้ซึ่งภายในต้องเสียค่าเข้าชมว่ากันว่าที่นี่เป็นมหาวิหารที่ยิ่งใหญ่แห่งแรกในฟลอเร้นส์สไตล์Gothic+Renaissance สร้างในยุคศตวรรษที่ 14 ภายในมีของสะสมสมบัติทางศิลปะล้ำค่าและประติมากรรมต่างๆ รวมทั้งภาพเขียนปูนเปียก (Fresco) ของศิลปินในยุคโกธิคและเรเนอซ้อง ชื่อโบสถ์ที่เรียกว่า Novella ที่แปลว่าใหม่นั้นเพราะมันสร้างอยู่บนพื้นที่ของที่บูชาเดิมของพระแม่มารีในยุคศตวรรษที่ 9


ที่นั่งจิบกาแฟข้างกำแพงโบสถ์ Santa Maria


จัตุรัส Piazza di Santa Maria Novella


เราเดินเล่นถ่ายรูปโดยรอบและด้านหน้าของโบสถ์ (ด้านหลังของถนนใหญ่) จะเป็นจัตุรัส Piazza di Santa Maria Novella ซึ่งตรงกลางจะเป็นอนุสาวรีย์เสาโอบิลิสลานจัตุรัสนี้ในอดีตเคยเป็นที่แข่งรถม้าแบบโบราณ (ชาริอ๊อต (Chariot)) ที่จัดแข่งประจำปีระหว่างปี 1563 ถึงประมาณศตวรรษที่ 19 ซึ่งเสาโอบิลิสทั้ง 2 นี้คือจุดเริ่มต้นและเส้นชัยของการแข่งขัน

ถนนริมแม่น้ำ Arno มีเส้นทางสำหรับจักรยานด้วย


เราเดินเท้าเรื่อยมาจากจัตุรัส Santa Maria ลัดเลาะตามถนนจนมาถึงแม่น้ำ Arno อีกครั้ง ริมแม่น้ำนี้เป็นถนนเลียบแม่น้ำมีร้านค้าเก๋ไก๋เปิดเรียงรายตลอดแนว เราเดินเลาะริมทางเดินข้างแม่น้ำไปเรื่อยๆ จนพบกับสะพาน Ponte Vecchio ที่โด่งดัง ปอนเต้ เวคคิโอ้ แปลว่า สะพานเก่าที่สร้างด้วยหินตั้งแต่ยุคกลางบริเวณจุดที่แคบที่สุดของแม่น้ำอาโน เชื่อกันว่าสะพานนี้แรกสร้างในยุคโรมันซึ่งพบในเอกสารเก่าของปี 996 แต่ถูกน้ำท่วมซัดพังไปตอนปี 1117 และสร้างขึ้นมาใหม่และก็ถูกพัดพังไปอีกในปี 1333 สุดท้ายสร้างขึ้นใหม่ในปี 1345 โดยออกแบบให้เป็นโครงสร้างแบบ Arch ช่องโค้ง 3 ช่อง


Ponte Vecchio ปอนเต้ เวคคิโอ้ (สะพานเก่า)


ด้านบนของสะพานจะเป็นร้านค้าทั้ง2ข้างของสะพาน ตัวร้านทำด้วยหินซึ่งแข็งแรง ในอดีตเป็นร้านขายเนื้อปัจจุบันขายเครื่องประดับราคาแพง ในอดีตนั้นเจ้าแห่งฟลอเร้นส์งดไม่ให้ร้านบนสะพานขายเนื้อสัตว์ตั้งแต่ปี1593 (ต่ำไป) และให้มีการขายทองแทน จะสังเกตว่าด้านบนของร้านด้านหนึ่งของสะพานจะมีทางเดินที่เชื่อมตัวปราสาท Palazzo Vecchio และ Palazzo Pitti เรียกว่า Vasari Corridor ซึ่งเจ้าเมืองในอดีตสร้างไว้เดินเชื่อมกัน


ร้านค้าเครื่องประดับหรูหราบนสะพาน Ponte Vecchio


ร้านค้าบนสะพานที่เป็นร้านเก่า สามารถเปิดปิดร้านได้ เก๋มาก


ว่ากันว่าคำว่า “ล้มละลาย” หรือ Bankruptcy ถือกำเนิดจากบนสะพานนี้โดยเมื่อร้านแลกเงินไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ โต๊ะที่เขาใช้ขายของ (banco) จะถูกทหารรื้อทำลายทิ้ง (rotto) และวิธีการนี้เรียกว่า bancorotto ที่แปลว่าโต๊ะพัง (Broken table) ซึ่งน่าจะเริ่มมาจาก banca rotta ที่แปลว่า เจ๊ง Broken bank นั่นเอง


เราเดินข้ามสะพาน Vecchio มาอีกฝั่งของแม่น้ำและหาร้านนั่งกินอาหารกลางวันเพื่อรอเวลาตามกำหนดเข้าพิพิธภัณฑ์ Uffizi ตอนประมาณบ่าย2 ราคาอาหารที่ฟลอเร้นส์ดูจะแพงกว่าที่โรมพอสมควร เมื่ออิ่มหนำเติมพลังขาแล้วเราก็ออกเดินเล่นโดยรอบและเดินย้อนกลับข้ามสะพานเพื่อไปพิพิธภัณฑ์Uffizi ทางเดินไปพิพิธภัณฑ์นี้ค่อนข้างแคบมีมีนักท่องเที่ยวมากมาย (ไม่นับแขกขายไม้เซลฟี่ แขกขายของเล่น คนดำขายกระเป๋าปลอมและสายรัดข้อมือ) ทางเดินไปพิพิธภัณฑ์นี้จะเป็นเสาที่รับทางเดินริมน้ำที่เชื่อมวัง Palazzo Vecchio (ศาลากลางเมืองในปัจจุบัน) และ Palazzo Pitti ระหว่าง2ฝั่งของแม่น้ำนี้ที่เรียกว่า Vasari Corridor

ทางเดินไปพิพิธภัณฑ์ Uffizi ซึ่งด้านบนเป็นระเบียงทางเดิน Vasari Corridor


ระเบียง Vasari Corridor ที่เชื่อมวังเก่าเข้าด้วยกันทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ (มุมมองจากบนพิพิธภัณฑ์)


เราไปทำการติดต่อและรอเวลาเพื่อเข้าพิพิธภัณฑ์ที่เราจองมาจากในเน็ท เมื่อถึงเวลาจึงเข้าไปเดินดูงานศิลปะ จิตกรรม ภาพวาดของศิลปินในยุคต่างๆ (ส่วนใหญ่จะเป็นยุคเรเนอซ้องค์) ประติมากรรมแกะหินที่อ่อนช้อยมากมาย 


หน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์ Uffizi


ลานคอร์ทกลางก่อนเข้าตัวพิพิธภัณฑ์ มีศิลปินมาวาดรูปขาย

ในอดีตพิพิธภัณฑ์นี้สร้างเป็นวังที่สร้างในราวปี 1560 เพื่อใช้เป็นสำนักงานของผู้พิพากษาฟลอเร้นส์ ชื่อ Uffizi คือ Office นั่นเอง ในอดีตนอกจากเป็นสำนักงานแล้วยังใช้เก็บเอกสารสำคัญของรัฐและเก็บงานศิลปะที่ตระกูลเมดิชี่เก็บสะสมและจ้างทำแต่อดีต จนเมื่อตระกูลนี้หมดอำนาจไปงานศิลปะจึงตกเป็นของเมืองฟลอเร้นส์และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ปี1765 และงานศิลปะที่เก็บไว้มีเยอะมากจนต้องนำไปแสดงที่อื่นบ้าง  และไม่กี่ปีมานี้มีการขยายตัวอาคาร (จาก 6000 ตารางเมตรเป็น 13000 ตารางเมตร) เพื่อรองรับงานที่เคยเก็บไว้ซึ่งหลายงานเก็บไว้ในห้องเก็บของเท่านั้น (มิน่าทำไมเดินจนปวดขา 555

ภาพจิตกรรมบนฝ้าเพดาน






รูป Medusa ของ Caravaggio

เราเดินชมงานศิลปะจนเหนื่อยและออกมาจากพิพิธภัณฑ์และเดินกลับไปที่วัง Palazzo Vecchio (ศาลากลาง) ที่อยู่ไม่ไกลอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงเดินเล่นไปเรื่อยๆ จนมาถึงจัตุรัส Piazza della Repubblica ที่เป็นลานกว้างมีนักดนตรีมาเปิดหมวกเล่นดนตรีสดฝีมือดีทีเดียว บริเวณจัตุรัสนี้มีคนมาเดินเล่นมากมายและมีม้าหมุนอยู่ตรงกลางลาน ในอดีตกาลลานนี้เลยเป็นศูนย์กลางหรือลานค้าของเมืองในยุคโรมัน (forum) ในยุคต่อๆ มาเป็นย่านของพวกชนกลุ่มน้อย (เช่น ยิว) ต่อมาในยุคที่เมืองฟลอเร้นส์เป็นเมืองหลวงของอิตาลีก็มีการปรับปรุงและย้ายพวกชนกลุ่มน้อยออกไป บรรยากาศผู้คนมากมายสวยงามและน่ามานั่งชมวิถีชีวิตผู้คนทีเดียว


กลับมา Palazzo Vecchio อีกครั้ง

จัตุรัสประชาชน Piazza della Repubblica


จนแดดเริ่มค่อยๆ หมดลงเราจึงเดินทางกลับที่พักระหว่างทางแวะซื้อของที่ร้าน 1euro ซึ่งพลพรรคแวะซื้อขนมไปฝากเพื่อนฝูงมากมาย สุดท้ายเราแยกย้ายกันกินเนื่องจากผมและแฟนเริ่มเบื่ออาหารแป้งที่กินกันมาหลายวันและเห็นว่ามีร้านอาหารจีนในระหว่างทางกลับบ้าน จนมีฝรั่งที่มาชักชวนไปกินร้านที่มันดูแลเหยียดหยามว่ามาเมืองฟลอเร้นส์คุณจะไปกินอาหารจีนเหรอ จนมิกกี้พยายามไปอธิบายให้ฟังว่า "พี่กูแดกอาหารฝรั่งมาหลายเดือนแล้วเว้ย" (แล้วกูต้องไปแคร์ไอ้เลี่ยนทำไม 555) เราจบลงที่ร้านอาหารจีนชื่อ Tang จิบเบียร์และอาหารจีนแก้เลี่ยนไป12.50Euro ส่วนด้วงวันนี้งดอาหารเย็นในขณะที่มิกกี้ลุยเดี่ยวสู่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนแนะนำจากในเน็ท 


คืนนี้ขอพักขาที่เมื่อยล้าและเตรียมตัวลุยต่อในวันพรุ่งมุ่งสู่ Pisa!




Create Date : 30 พฤษภาคม 2558
Last Update : 8 มิถุนายน 2558 22:30:09 น.
Counter : 555 Pageviews.

2 comments
  
ดูแล้วรูปเคลิ้มเลยวุ้ย
โดย: เสี่ยหะมาแว้ว IP: 171.4.167.72 วันที่: 31 พฤษภาคม 2558 เวลา:0:17:25 น.
  
อุฟฟิซี่ ทำเมมโมรี่ใน iPhone ผมเต็ม
โดย: De Rossi IP: 114.109.240.107 วันที่: 23 สิงหาคม 2558 เวลา:11:22:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



biggg
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



my everyday life on EARTH

New Comments
พฤษภาคม 2558

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
22
23
25
26
28
29
31
 
 
All Blog